วันอาทิตย์, มีนาคม 18, 2012
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล: ไม่ควรหยุดที่ 112 แต่ต้องปฏิรูปสถาบันฯ อย่างรอบด้าน
ในขณะที่หลายคนกำลังฟัง อ. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล บรรยายในงาน "แขวนเสรีภาพ" ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ สี่แยกคอกวัว อยู่ในขณะนี้ ไทยอีนิวส์ ขอนำเสนอข้อเขียนสั้นๆ ของ อ. สมศักดิ์ ในประเด็นเรื่อง 112 อ. ย้ำประเด็นข้อเสนออีกครั้งว่า "ไม่ควรอยู่เพียงที่ 112 แต่จะต้องเสนอให้ปฏิรูปสถาบันฯอย่างรอบด้าน (ซึ่ง 112 เป็นเพียงประเด็นหนึ่ง) ไปพร้อมๆกันด้วย"
18 มีนาคม 2555
โดยสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

หลายคนคงได้เห็นกราฟนี้แล้ว เอามาโพสต์สำหรับตนที่ยังไม่เห็นหรือต้องการเซฟไว้ดู และ ผมต้องการจะคอมเม้นท์อะไรนิดหน่อย
นี่คือกราฟแสดงจำนวนคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ระหว่างปี 2548-2554 ที่ อ. David Streckfuss นำมาแสดงในการนำเสนอบทความเมื่อสัปดาห์ก่อน
เห็นได้ชัดเจนจากกราฟว่า จำนวนคดีหมิ่นได้เกิดการ "ก้าวกระโดด" ในช่วงปี 2552-2553
จาก 100 เศษในปี 2550 และ ใกล้ๆ 100 ในปี 2551 กลายมาเป็น เกือบ 200 ในปี 2552 และทีสำคัญ พุ่งขึ้นเป็นกว่า 400 กว่ากรณีในปี 2553
ประเด็นที่ผมอยากจะคอมเม้นท์สั้นๆ ซึ่งอันที่จริง น่าจะเห็นกันได้ไม่ยาก
คือ อยากจะเชื่อมโยงกับ "สไลด์" ที่ผมโพสต์ข้างล่าง และเชื่อมโยงกับประเด็นหนึงที่มีการพูดกันเยอะเหมือนกัน ในหมู่ผู้รณรงค์ให้เปลี่ยนแปลง 112
นั่นคือ ที่พูดกันทำนองว่า คดี 112 เพิ่มมากขึ้นในไม่กี่ปีนี้ เพราะ "ข้อหาหมิ่นฯถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง"
แต่ไหนแต่ไร ผมพยายามหลีกเลี่ยงการพูดทำนองนี้นะ เพราะว่า แม้จะมีส่วนจริงอยู่บ้าง แต่ประเด็นจริงๆ ที่ทำให้เกิดคดีหมิ่นฯเพิ่มสูงขึ้น มันไมใช่เรื่อง "ข้อหาหมิ่นฯถูกใช้เป็นเครือ่งมือการเมือง" อะไร
สาเหตุจริงๆ ถ้าเราพูดกันแบบยอมรับกันตรงๆคือ
มีคนจำนวนมาก มีปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์ต่างๆ ดังที่ผมใส่ไว้ใน สไลด์ นั่นแหละ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านั้น จะเห็นว่าส่วนใหญ๋เกิดขึ้นในช่วง 2551-2552
พูดอีกอย่างคือ มีคนจำนวนมาก ทนไม่ได้ที่จะ ปิดปากเงียบ ต่อสิ่งทีเกิดขึ้น
ดังนั้น "ปัญหาคดีหมิ่นฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น" สำหรับผม แต่ไหนแต่ไร มองว่า เป็นเรื่องทีเชื่อมโยงกับปัญหาบทบาทและสถานะของสถาบันกษัตริย์ในสถานการณ์การเมืองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานันเอง
จริงที่ว่าการเรียกร้องให้เปลี่ยน 112 มีความสำคัญในแง่ที่ว่า จะได้ทำให้คนที่เขาต้องการแสดงความคิดเห็น ต้องการมีปฏิกิริยาต่อสิ่งที่เกิดขึ้น จะได้มีสิทธิทีจะแสดงปฏิกิริยาได้ โดยไม่ต้องถูกตั้งข้อหาแบบเดิมอีก
แต่ว่า ประเด็นสำคัญจริงๆ สำหรับผม ยังอยู่ที่ สิ่งที่เป็น "จุดเริ่มต้น" คือประเด็นเรื่องสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์
นี่คือกราฟแสดงจำนวนคดีหมิ่
เห็นได้ชัดเจนจากกราฟว่า จำนวนคดีหมิ่นได้เกิดการ "ก้าวกระโดด" ในช่วงปี 2552-2553
จาก 100 เศษในปี 2550 และ ใกล้ๆ 100 ในปี 2551 กลายมาเป็น เกือบ 200 ในปี 2552 และทีสำคัญ พุ่งขึ้นเป็นกว่า 400 กว่ากรณีในปี 2553
ประเด็นที่ผมอยากจะคอมเม้นท์
คือ อยากจะเชื่อมโยงกับ "สไลด์" ที่ผมโพสต์ข้างล่าง และเชื่อมโยงกับประเด็นหนึง
นั่นคือ ที่พูดกันทำนองว่า คดี 112 เพิ่มมากขึ้นในไม่กี่ปีนี้ เพราะ "ข้อหาหมิ่นฯถูกใช้เป็นเครื
แต่ไหนแต่ไร ผมพยายามหลีกเลี่ยงการพูดทำ
สาเหตุจริงๆ ถ้าเราพูดกันแบบยอมรับกันตร
มีคนจำนวนมาก มีปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์ต่า
พูดอีกอย่างคือ มีคนจำนวนมาก ทนไม่ได้ที่จะ ปิดปากเงียบ ต่อสิ่งทีเกิดขึ้น
ดังนั้น "ปัญหาคดีหมิ่นฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น" สำหรับผม แต่ไหนแต่ไร มองว่า เป็นเรื่องทีเชื่อมโยงกับปั
จริงที่ว่าการเรียกร้องให้เ
แต่ว่า ประเด็นสำคัญจริงๆ สำหรับผม ยังอยู่ที่ สิ่งที่เป็น "จุดเริ่มต้น" คือประเด็นเรื่องสถานะและบท
สำหรับผม การเรียกร้อง จึงไม่ควรจำกัดอยู่ทีเรื่อง 112 แต่อยู่ที่ เรียกร้องให้มีการอภิปรายเรื่องสถานะและบทบาทของสถาบันฯโดยตรงด้วย
และข้อเสนอ จึงไม่ควรอยู่เพียงที่ 112 แต่จะต้องเสนอให้ปฏิรูปสถาบันฯอย่างรอบด้าน (ซึ่ง 112 เป็นเพียงประเด็นหนึ่ง) ไปพร้อมๆกันด้วย
Inga kommentarer:
Skicka en kommentar