fredag 5 juni 2015

ไปเจอมา. " ย้อนรอยโค่นทักษิณ1" ให้อ่านทบทวนหลายๆครั้ง คิดไตร่ตรองแล้วจะเกิดปัญญา เป็นแสงสว่างชี้นำทางเพื่อช่วยตัวเองและนำประเทศชาติหลุดพ้นออกจากวงจรอุบาทว์ของ"ระบอบภูมิพล" ออกเป็นไท..

ตระกองขวัญ @ย้อนรอยโค่นทักษิณ1
เมื่อสิบปีก่อนประเทศไทยกำลังเข้ารูปเข้ารอย แต่แล้ว ปี 2549 ก็เกิดการรัฐประหาร  บ้านเมืองย่อยยับมาจนถึงทุกวันนี้  ความจริงแล้ว การเริ่มต้นโค่นทักษิณ  ไม่ได้เริ่มด้วยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย   เมื่อต้นปี 2549 หรอกครับ   แต่เริ่มต้นตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง 6 ก.พ. 2548
ที่พรรคไทยรักไทยได้ ส.ส. มโหฬารถึง 375 เสียง 
เป็นเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
เลือกตั้งปี 2544 ไทยรักไทยได้ 248 เสียง  เป็นอันดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ถึงครึ่ง ยังไม่ข้างมากเด็ดขาด
แต่ก็ยังอยู่ได้ครบวาระสี่ปี  เป็นรัฐบาลแรกจากการเลือกตั้งที่อยู่ครบวาระ
 
พอมาถึงการเลือกตั้ง 2548 ที่ยิ่งได้เสียงเพิ่มแบบเด็ดขาด  จาก 248 เป็น 375
ก็มีเสียงกระซิบเบา ๆ ว่า ต้องจัดการแล้ว ปล่อยไว้ไม่ได้  เพราะไม่งั้นเอาไม่อยู่แน่ โดยเฉพาะข้าราชการหลุดมือแน่   ก็อย่างที่รู้ที่เห็นกันนั่นแหละครับ  ว่าโครงสร้างทางอำนาจของประเทศไทยนั้น
ยังสลัดไม่หลุดจากระบบศักดินาเจ้าขุนมูลนาย  
จากอำนาจบนสุด ผ่านกลไกระบบราชการ
เชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ
มีทหารเป็นนักเลงคุมซอย   มีกลุ่มธุรกิจเป็นทุนหากปล่อยให้ทักษิณอยู่ต่อไป อำนาจหลุดมือแน่   เพราะตอนนั้นประเทศไทยกำลังเปลี่ยนโฉมรูปแบบโครงสร้างอำนาจ
รัฐบาลไทยรักไทยได้นำความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างสู่บ้านเมือง สนับสนุนให้คนระดับล่างที่ไร้ทุน มีโอกาสเข้าถึงทุน  วางนโยบายเรื่องสุขภาพ ส่งเสริมการศึกษา ช่วยเหลือเกษตรกร
ที่สั่นสะเทือนกลุ่มไดโนเสาร์มากที่สุด  ก็คือนโยบายด้านการเมืองและการปฏิรูประบบราชการ
ด้านการเมืองนั้น ก่อนทักษิณเข้ามาการเมืองจะเป็นเรื่องของนักเลือกตั้งและกลุ่มทุน  ก่อนเลือกตั้ง กลุ่มทุนก็ลงทุนกับพรรคการเมือง  หลังการเลือกตั้ง ก็แบ่งเค้กกัน คืนทุนแถมกำไร อำนาจทางการเมืองขึ้นอยู่กับนักการเมือและกลุ่มทุน  แบ่งปันอำนาจกันไป ผลัดกันเป็นรัฐบาล


แต่เมื่อทักษิณเข้ามา อำนาจทางการเมืองเริ่มตกไปอยู่กับประชาชน  เพราะทักษิณทำให้ประชาชนเห็นว่า นโยบายกินได้ เป็นจริงได้  ประชาชนรู้จักใช้อำนาจในการเลือก ไม่ใช่แค่รับเงินแล้วเลือก เลือกแล้วก็ไม่มีนโยบายอะไร ปล่อยให้นักการเมืองกับกุล่มทุนจัดการไปอย่างเดิม  ทักษิณและพรรคไทยรักไทยมีแนวคิดเรื่อง primary voteเ พื่อกำจัดการซื้อเสียงขายสิทธิ์ เตะกลุ่มทุนให้หมดอำนาจ
คือให้สมาชิกพรรคไทยรักไทยเลือกคนในพรรคก่อนว่าอยากให้ใครลงรับสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส.
คนในพรรคไทยรักไทย  ก็จะแข่งขันกันเองเพื่อให้สมาชิกพรรคเลือกก่อน เมื่อเลือกได้ พรรคจึงจะเสนอคนที่ประชาชนเลือกนั้น  ลงสนามเลือกตั้งในนามพรรคแข่งกับพรรคอื่นต่อไประบบนี้ หมายความว่า  พรรคอื่น ๆ จะไม่สามารถเจาะฐานเสียงไทยรักไทยได้เลย  ตอนนั้นไทยรักไทยมีสมาชิกพรรคราว ๆ สิบล้านคนและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ๆ ทุกปี ๆ เป็นแบบนี้ กลุ่มการเมืองเก่า กลุ่มทุนเก่าตกเวทีแน่ และที่สำคัญสุด อำนาจข้างบนสะเทือนหนัก
 

เพราะอำนาจทางการเมืองจะหลุดมือ  ประกอบกับช่วงปี 2547-2548 ทักษิณเน้นและเร่งปฏิรูประบบราชการ  ระบบราชการแต่เดิมนั้น จะเป็นนายประชาชน แต่ทักษิณทำให้ประชาชนกลายเป็นนาย
การปฏิรูประบบราชการผ่าน ๆ มา จะปฏิรูปแบบพอกะเทิน เน้นหนักไปในเรื่องเอาคะแนนนิยม
ใครมาปฏิรูปก็ขึ้นเงินเดือน เพิ่มสวัสดิการแทนที่จะเป็นการปฏิรูปเพื่อให้บ้านเมืองดีขึ้น
กลับเป็นการเพิ่มภาระงบประมาณให้บ้านเมืองไปซะ แถมประสิทธิภาพและประสิทธผลคงเดิมหรือแย่ลง
พอทักษิณเข้ามาปฏิรูป  ทักษิณปฏิรูปด้วยวิธีการเอาประสิทธิภาพเป็นเครื่องวัด  ประสิทธิภาพดี ประสิทธิผลที่ออกมาก็ย่อมดี  ประสิทธิผลออกมาดี ก็มีโบนัสให้ ปรับตัวไม่ได้ ก็อยู่ไม่ได้
เพิ่มประสิทธิภาพไม่ได้ ก็เชิญออกไป 
ตอนนั้นข้าราชการปรับตัวกันยกใหญ่  ดีขึ้นทันตา ประชาชนชื่นชอบ พอใจ  แต่ทำให้อำนาจข้างบนสะเทือนหนัก  เพราะแต่ไหนแค่ไรมา ข้างบนจะต่อท่ออำนาจผ่านระบบราชการ  อำนาจข้างบนเป็นนายข้าราชการ  ข้าราชการเป็นนายประชาชน  แต่เมื่อข้าราชการกลายเป็นผู้บริการประชาชน  ประชาชนกลายเป็นนายข้าราชการ  อำนาจข้างบนไม่สามารถกำกับสั่งการผ่านข้าราชการได้อีก  แบบนี้ไม่ได้ ต้องกำจัด
 
ช่วงสิบปีที่แล้ว บ้านเมืองเรากำลังเข้ารูปเข้ารอย การแบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์กระจายสู่ประชาชน  ยกเว้นอำนาจทางการเมืองเรื่องเลือกตั้ง  ที่ทักษิณผูกขาด เพราะไม่มีใครสู้ทักษิณได้
แล้วทุกอย่างก็พังครืนเมื่อปี 2549 


วันนี้ประเทศไทยกำลังย้อนกลับสู่วังวนเดิม ๆ อำนาจทางการเมืองจะขึ้นกับคนไม่กี่คน
อำนาจทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับคนไม่กี่ตระกูล 
ประชาชนอย่าหือ ท่องค่านิยมไป มีชีวิตตามมีตามเกิดไป
เรื่องอำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จะมีกลุ่มอำนาจและกลุ่มทุนแบ่งปันให้เอง

หนาวก็แจกผ้าห่ม   แล้งก็แจกน้ำ  ท่วมก็แจกถุงยังชีพ  ชั่วนาตาปี
 
นิตยสารฟอร์บประเทศไทย เปิดเผยรายชื่อ 50 มหาเศรษฐีไทย 2015
เรื่องร่ำรวยนั้นไม่ว่ากันหรอกครับ  แต่ที่น่ากลัวคือการผูกขาดอำนาจทางเศรษฐกิจ
เรื่องอย่างนี้น่ากลัวครับ  ประเทศไทยเหมือนอยู่ในกำมือกลุ่มทุนไม่กี่กลุ่ม
และเชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจทุกวันนี้อย่างไร เขาจะดึงบ้านเมืองกลับสู่ยุคศักดินาแบบไหน
ไว้ต่อตอนหน้าครับ


~>>วิกฤติการเมืองสยาม : ตอน 1/3 สมคบคิด (The Conspiracy)
Siam's Political Crisis 2005 -2015 part 1/3 The Conspiracy

http://youtu.be/3o7NVCUtr7s



Cr. พลเมืองต่อต้าน มาตรา44

สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัติมีเอี่ยวตลอด
เปิดข้อมูลลับมาก..เมื่อปี2548 รัฐบาลไทยรักไทย ทักษิณจะดำเนินการสำรวจที่ดินที่อยู่ในครอบครองของภาครัฐ เพื่อเตรียมนโยบายจัดสรรที่ดินทำกินให้ผู้มีรายได้น้อยที่ขึ้นทะเบียนไว้ภาครัฐในหลายหน่วยงาน ทางหน่วยงานราชการก็ได้ให้ความร่วมมือส่งข้อมูลที่ดินภาครัฐพร้อมจัดสรรให้พิจารณา
ยกเว้นกองทัพบกเท่านั้นที่ไม่ได้ให้ความร่วมมือ. และเรื่องนี้ได้รายงานส่งเรื่องไปฟ้องเปรม เปรมได้ทีปั่นเรื่องใส่ร้ายทักษิณหัยเบื้องบนและประกอบกับทางสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มีนโยบายใหม่จะไล่คืนที่ดินจากคนจน เพื่อสร้างศูนย์การค้า ในทัศนียภาพใหม่
หมดซึ่งสองนโยบายขัดกันอย่างแรง ทักษิณต้องการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนจน ทางเปรมใช้สนธิ ลิ้มทองกุลและพรรค ปชป.วางแผนร่วมกันทำลายทักษิณ โดยแผนกำจัดรัฐบาลทักษิณเริ่มที่บ้านนายปีย์ มาลากุลโดยพลเอกสุรยุทธ์ได้รับคำสั่งจากเปรมให้มาเป็นประธาน ประชุมครั้งแรกสุรยุทธ์บอกต้องฆ่าทักษิณ เตรียมแผนระเบิดเครื่องบินที่ทักษิณจะโดยสาร แต่พลาดเป้า ทักษิณแคล้วคลาดทาง เปรมจึงได้รับคำสั่งบัญชาทหารทำการยึดอำนาจในเดือนกันยายน ปี 49
หลังจากนั้นสำนักทรัพย์สินฯก็ได้ใช้ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ ผู้ว่าฯกทม.เป็นเครื่องมือขับไล่คนจนออกจากที่ดินทรัพย์สินฯรุกคืบมาได้จนถึงทุกวันนี้
รวมถึงที่ดินกรมธนารักษ์อีกหลายแห่ง ลามถึงต่างจังหวัดด้วย
http://adjutant.rta.mi.th/.../%E0%B8%9A%E0%B8%97%206%20...

เอกสารกองทัพบกไม่ร่วมมือในโครงการจัดสรรที่ดินให้ประชาชนรายได้น้อยตามนโยบายพรรคเพื่อไทย

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar