
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเผยรายงานหนึ่งปีหลังรัฐประหาร แจง คสช. ละเมิดสิทธิประชาชน 5 ประเด็น
กรณีที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้เตรียมการจัดเวทีสาธารณะ เพื่อเผยแพร่รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนหนึ่งปีหลังรัฐประหารในวันนี้ (4 มิ.ย.) ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานขอความร่วมมือไม่ให้ใช้สถานที่จัดกิจกรรมดังกล่าวนั้น
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการคุกคามการใช้สิทธิเสรีภาพใน...การแสดงออก ตามข้อ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งบุคคลมีสิทธิในการแสดงความเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง ซึ่งตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา มีเวทีเสวนาที่ถูกปิดหรือมีการแทรกแซงการจัดงานแล้วอย่างน้อย 71 เวที อันเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและวางรากฐานประชาธิปไตยในระยะยาว
นอกจากนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยังได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชน หนึ่งปีหลังการรัฐประหาร 2557 ซึ่งเดิมเตรียมมานำเสนอในเวทีดังกล่าว โดยระบุว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ประชาชนถูกละเมิดสิทธิในประเด็นหลักๆ 5 ประเด็น ได้แก่
1) การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุม ซึ่งพบว่ามีประชาชนอย่างน้อย 751 รายถูกเรียกรายงานตัว และอย่างน้อย 5 รายถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 ในปีที่ผ่านมาเนื่องจากเหตุดังกล่าว
2) การใช้กฎอัยการศึกและการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร ซึ่งน่าเป็นห่วงถึงความเป็นกลางของตุลาการ และการที่ไม่สามารถอุทธรณ์ฎีกาได้ โดยหนึ่งปีที่ผ่านมามีประชาชน 700 รายถูกพิจารณาคดีโดยศาลทหาร และอีก 18 รายร้องเรียนต่อศูนย์ทนายฯ ถึงการซ้อมทรมานระหว่างถูกควบคุมตัว
3) การใช้อำนาจโดยปราศจากความรับผิดตามมาตรา 44 โดยให้ทหารมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ในการป้องกัน ปราบปราม จับกุมและสอบสวนในคดีต่างๆ และมาตราดังกล่าวยังให้อำนาจหัวหน้า คสช. อย่างกว้างขวางโดยปราศจากความรับผิดทั้งทางนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ
4) การบุกรุกละเมิดทรัพยากรชุมชน โดยคำสั่ง คสช. 64/2557 และแผนแม่บทป่าไม้ มุ่งใช้กับการจับกุมประชาชน ไล่รื้อที่ดิน สร้างผลกระทบต่อผู้ยากจนและผู้ไร้ที่ดินทำกิน เอื้อประโยชน์นายทุน
5) การแทรกแซงกระบวนการสืบหาข้อเท็จจริง และแทรกแซงการดำเนินคดีต่อเหตุการณ์สลายการชุมนุม เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553
ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยังได้เรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติยุติการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร รวมทั้งยกเลิกการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 และให้มีการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมีที่มาจากประชาชน และจัดให้มีการเลือกตั้ง คืนอำนาจสู่ประชาชนโดยเร็ว
(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ)
1) การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุม ซึ่งพบว่ามีประชาชนอย่างน้อย 751 รายถูกเรียกรายงานตัว และอย่างน้อย 5 รายถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 ในปีที่ผ่านมาเนื่องจากเหตุดังกล่าว
2) การใช้กฎอัยการศึกและการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร ซึ่งน่าเป็นห่วงถึงความเป็นกลางของตุลาการ และการที่ไม่สามารถอุทธรณ์ฎีกาได้ โดยหนึ่งปีที่ผ่านมามีประชาชน 700 รายถูกพิจารณาคดีโดยศาลทหาร และอีก 18 รายร้องเรียนต่อศูนย์ทนายฯ ถึงการซ้อมทรมานระหว่างถูกควบคุมตัว
3) การใช้อำนาจโดยปราศจากความรับผิดตามมาตรา 44 โดยให้ทหารมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ในการป้องกัน ปราบปราม จับกุมและสอบสวนในคดีต่างๆ และมาตราดังกล่าวยังให้อำนาจหัวหน้า คสช. อย่างกว้างขวางโดยปราศจากความรับผิดทั้งทางนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ
4) การบุกรุกละเมิดทรัพยากรชุมชน โดยคำสั่ง คสช. 64/2557 และแผนแม่บทป่าไม้ มุ่งใช้กับการจับกุมประชาชน ไล่รื้อที่ดิน สร้างผลกระทบต่อผู้ยากจนและผู้ไร้ที่ดินทำกิน เอื้อประโยชน์นายทุน
5) การแทรกแซงกระบวนการสืบหาข้อเท็จจริง และแทรกแซงการดำเนินคดีต่อเหตุการณ์สลายการชุมนุม เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553
ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยังได้เรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติยุติการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร รวมทั้งยกเลิกการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 และให้มีการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมีที่มาจากประชาชน และจัดให้มีการเลือกตั้ง คืนอำนาจสู่ประชาชนโดยเร็ว
(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ)

ผลสอบพลโทมนัสเบื้องต้นแจ้งเพิ่มเป็น 13 ข้อหา ไม่อนุญาตให้ประกันตัว
พลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการสอบปากคำพลโทมนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาว่า มีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่พลโทมนัสเพิ่มเติมเป็น 13 ข้อหา เช่นเดียวกับผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์คนอื่นๆ ที่ถูกควบคุมตัวไปก่อนหน้านี้ เช่นข้อหาสมคบและร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์ โดยกระทำต่อบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี, ร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใดๆ แก...่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นโดยทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายและร่วมกันเรียกค่าไถ่, อาชญากรข้ามชาติ, ทำร้ายร่างกาย และช่วยอำพรางซ่อนเร้นศพ เป็นต้น
จากการสอบปากคำพลโทมนัสที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า (ศปก.ภ.9สน.) สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา โดยมีนายทหารพระธรรมนูญเข้าร่วมรับฟังด้วยนั้น พลโทมนัสยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก่อนจะยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว แต่คณะกรรมการที่ร่วมสอบสวนคัดค้าน เนื่องจากเป็นคดีสำคัญที่เกี่ยวเนื่องถึงต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสอบสวนจะให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยว่า จะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ หลังเจ้าหน้าที่นำตัวพลโทมนัส ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนาทวีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
ทั้งนี้ คดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญานั้น ล่าสุดมีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งสิ้น 84 คน ถูกจับกุม เข้ามอบตัวและอายัดตัวแล้ว 52 คน เหลืออีก 32 คนที่ยังคงหลบหนีอยู่
ทั้งนี้ คดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญานั้น ล่าสุดมีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งสิ้น 84 คน ถูกจับกุม เข้ามอบตัวและอายัดตัวแล้ว 52 คน เหลืออีก 32 คนที่ยังคงหลบหนีอยู่
ข้อมูลเพิ่มเติม
รู้หรือไม่? พล.ท.มนัส คงแป้น
ผู้ต้องหาคดีรายใหญ่ในคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษของกองทัพบก
-เคยเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนแยกที่1ระนอง
-เคยเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่25กรมทหารราบที่25เคยเป็นข่าวดังว่าจับเงินร้อยล้านบาทในท่อพีวีซีในพื้นที่อ.สุไหงโกลกจ.นราธิวาสแล้วเงินหายไปหลายล้านไม่รู้เข้ากระเป๋าใคร?
-เคยเป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่42จ.สงขลา
-เคยเป็นผู้บังคับการจังหวัดทหารบกชุมพร(ผบ.จทบ.ชุมพร)
และที่สำคัญ มนัส คงแป้น ถูกศาลจังหวัดปัตตานีไต่สวนการตายกรณีมัสยิดกรือเซะ32ศพว่าผู้ตายถูกกระสุนและอาวุธภายใต้การสังการของพล.เอกพัลลภ ปิ่นมณี พัน.เอก.มันัส คงแป้น พัน.โท.ธนภัทร นาคชัยยะ
รู้จัก พล.โท.มนัส คงแป้นแล้วหรือยัง?
นานๆทีจะเห็นภาพ"ตำรวจจับทหาร
ผู้ต้องหาคดีรายใหญ่ในคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษของกองทัพบก
-เคยเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนแยกที่1ระนอง
-เคยเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่25กรมทหารราบที่25เคยเป็นข่าวดังว่าจับเงินร้อยล้านบาทในท่อพีวีซีในพื้นที่อ.สุไหงโกลกจ.นราธิวาสแล้วเงินหายไปหลายล้านไม่รู้เข้ากระเป๋าใคร?
-เคยเป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่42จ.สงขลา
-เคยเป็นผู้บังคับการจังหวัดทหารบกชุมพร(ผบ.จทบ.ชุมพร)
และที่สำคัญ มนัส คงแป้น ถูกศาลจังหวัดปัตตานีไต่สวนการตายกรณีมัสยิดกรือเซะ32ศพว่าผู้ตายถูกกระสุนและอาวุธภายใต้การสังการของพล.เอกพัลลภ ปิ่นมณี พัน.เอก.มันัส คงแป้น พัน.โท.ธนภัทร นาคชัยยะ
รู้จัก พล.โท.มนัส คงแป้นแล้วหรือยัง?
นานๆทีจะเห็นภาพ"ตำรวจจับทหาร
คลิก-ดูเพิ่มเติม
Inga kommentarer:
Skicka en kommentar