lördag 7 november 2020

ประธานศาลฎีกาทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับขบวนการนักเรียนนักศึกษาประชาชนผู้รักประชาธิปไตย

Jaran Ditapichaion 

Thursday

ประธานศาลฎีกาทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับขบวนการนักเรียนนักศึกษาประชาชนผู้รักประชาธิปไตย

ด่วน! นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาสร้างมลทินมัวหมองให้แก่ศาลฎีกาอีกแล้ว

เมื่อวันที่ 2 พย 2563 ที่ผ่านมา ในการอมรบผู้พิพากษาที่เพิ่งเลื่อนขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาพร้อมทีมงาน ภายใต้การกำกับบงการของนางเมทินี
ได้ใช้เวลาเกือบทั้งหมด ในการบรรยายไปกับการโจมตีการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาและประชาชนในขณะนี้ว่า บรรดานิสิตนักศึกษาถูกหลอกลวงให้มาร่วมชุมนุมโดยนายธนาธรและนายปิยบุตร และใส่ร้ายป้ายสีการชุมนุมเรื่องการล้มล้างสถาบันฯต่างๆนานา โดยแทบไม่ได้บรรยายทางวิชาการเลย จนมีผู้พิพากษาหลายคน ทนฟังต่อไปไม่ได้ ลุกเดินออกจากห้องบรรยาย

การกระทำของนางเมทีนี ในฐานะประธานศาลฎีกาและนายสิทธิศักดิ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกาเช่นนี้ มีแต่สร้างความแตกแยกแบ่งฝ่ายในหมู่ผู้พิพากษา มิใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการแต่อย่างใด ทั้งยังเป็นการประพฤติผิดต่อประมวลจริยธรรมของตุลาการอย่างร้ายแรง

กลุ่มผู้พิพากษานิรนามขอเรียกร้องให้คณะกรรมการตุลาการหยิบยกกรณีที่เกิดนี้ ขึ้นพิจารณาและลงโทษนางเมทินี และนายสิทธิศักดิ์ อย่างกล้าหาญจริงจัง และประณามพฤติกรรมของบุคคลทั้งสอง

กลุ่มผู้พิพากษานิรนาม

..............................................

Somsak Jeamteerasakul updated his status.
 
โปรเจ็กสุดท้ายในชีวิตที่ในหลวงทำ คือการ launch หรือสตาร์ท เมื่อสิบปีก่อน สิ่งที่เรียกว่า "ตุลาการภิวัฒน์" - คือการทำให้ "กระบวนการยุติธรรม-ศาล" ทั้งหมด กลายเป็นกลไกการเมือง สำหรับจัดการปัญหาการเมืองและผู้เล่นทางการเมือง
 
ผลก็คือ - พร้อมๆกับตัวในหลวงและสถาบันกษัตริย์เอง - กระบวนการยุติธรรม-ศาลทั้งหมด ไม่สามารถเป็นตัวกลางหรือจุดร่วมที่ทุกฝ่ายในสังคมจะยอมรับร่วมกันได้อีกนี่เป็นหายนะที่จะอยู่กับประเทศไทยไปอีกนาน
............
หมายเหตุ: ผมมองว่า การจัดการปัญหาการเมืองด้วยกระบวนการทางกฎหมาย อาจจะทำได้ในบางกรณีอย่างจำกัดมากๆนะ แต่ไม่ใช่ในลักษณะที่ทำให้กระบวนการยุติธรรม-ศาลทั้งระบบกลายเป็นเครื่องมือการเมืองแบบนี้

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar