torsdag 12 november 2020

"ในหลวง" ทรงประทับอยู่เยอรมนีบ่อย เพื่อเลี่ยงการลอบปลงพระชนม์ ? เรื่องนี้ไม่รู้จะเถียงอย่างไร เพราะมันช่างเหลือเชื่อ จนเหลือเชื่อที่มีคนเชื่อ ..

 
หุหุ มาจนได้ เดี๋ยวนี้การพักอยู่ในเยอรมันกลายเป็นเรื่องที่ปิดไม่อยู่แล้ว ก็เลยต้องหาทางแก้ตัวให้ (สมัยนึงฝ่ายเสื้อแดงบางพวก ก็เคยเชื่อเรื่องนี้) เรื่องนี้ไม่รู้จะเถียงอย่างไร เพราะมันช่างเหลือเชื่อ จนเหลือเชื่อที่มีคนเชื่อ 

Bild


"ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร" เผยเหตุ "ในหลวง" ทรงประทับอยู่เยอรมนีบ่อย เพื่อเลี่ยงการลอบปลงพระชนม์ จากการเข้ามาสังคายนาพวกโกงกินในวัง จนสร้างความเจ็บแค้นให้หลายคน ชมพระองค์มีดุลยพินิจที่ดีมาก ที่ดินใจกลางเมืองหลายแห่ง เอกชนจ้องจะเช่าไปทำธุรกิจ แต่ท่านเอามาทำเป็นสาธารณะประโยชน์

วันนี้ (12 พ.ย. 2563) หม่อมราชวงศ์ จิราคม กิติยากร ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ...

"ที่พวกฝรั่งออสเตรเลียร่วมมือกับพวกคอยล้มล้างสถาบันฯพูดว่า ร.10 เอาแต่ไปอยู่เยอรมนี .........และใส่ร้ายพระองค์หลายเรื่องโดยไม่รู้เบื้องหลังความจริง

มีพี่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า การที่ท่านไปอยู่เยอรมันบ่อยในช่วงก่อน เพราะพระองค์ท่านเข้ามาสังคายนาพวกกร่าง และโกงกินในวัง และพวกที่ถูกลงโทษมีความเจ็บแค้น อาจคิดลอบปลงพระชนม์ จึงต้องป้องกันไว้ก่อน โดยเฉพาะเรื่องอาหาร

คนเป็นจำนวนมากไม่รู้ว่า ร.10 ท่านทรงงานอย่างที่ไม่ได้เปิดเผยหรือโฆษณาประชาสัมพันธ์อะไร และท่านมีดุลยพินิจที่ดีมาก และทีมงานที่ท่านเลือก ก็เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูง ขยัน อดทน และมีดุลยพินิจดีมากด้วยเช่นกัน

เราเคยทำงานในบริษัทหนึ่ง และถูกส่งตัวไปช่วยงานที่ สนง.ทรัพย์สินฯส่วนพระมหากษัตริย์ พวกเรายังแอบทึ่งเลย ที่พระองค์ท่าน commented หลายเรื่องด้วยลายพระหัตถ์ของท่านเองอย่างรอบคอบ

แถมซ้ำที่ดินใจกลางเมืองหลายแห่งที่เหลืออยู่นั้น ทางเอกชนบางรายจ้องจะประมูลเช่าไปทำธุรกิจ แต่เมื่อท่านขึ้นครองราช ก็กลับเอาที่ดิน prime area ใจกลางเมืองหลายแห่งมาทำเป็นสาธารณะประโยชน์ เช่น:-

**สนามม้านางเลิ้ง 300 กว่าไร่ พวก King Power เคยมาจ้องจะเช่าไปทำธุรกิจใหญ่โต แต่ตอนนี้ ร.10 ทรงประทานให้ทำเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ให้ชาว กทม. เป็นสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซึ่งมีขนาดเกือบเท่าสวนลุมฯเลย

**ที่ดิน(แถวพลับพลา) ติดคลองลาดพร้าว จำนวน 80 ไร่ พวกเราเคยได้รับมอบหมายให้ช่วยศึกษาดูว่า ควรจะนำมาทำโครงการอะไรดี แต่พอท่านทรงขึ้นครองราช ทรงตัดสินใจยกที่ดินทำเลทองนี้ให้กับกองทัพบก เพื่อทำเป็นพิพิทธภัณฑ์ไม้มีค่าไปเลย

**แล้วที่ชาวบ้านเคยบ่นว่า ทรงเอาคืนที่ดินสวนสัตว์ดุสิต แล้วจัดที่ดินใหม่ให้ไปอยู่ชานเมือง แต่เราหารู้ไม่ว่า กำลังทรงดำริให้มีโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลในที่ดินตรงนี้แทน เพราะรพ.ในใจกลางเมืองกทม.ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

เราลองคิดดูสิว่า ระหว่าง รพ.ที่มีความจำเป็นต่อราษฎรที่หนาแน่นในใจกลางเมือง กับสวนสัตว์ที่จำเจ อะไรจะมีประโยชน์กว่ากัน (ส่วนการเรียนรู้ของเด็กๆ ที่ต้องการไปสวนสัตว์ เราสามารถเดินทางออกไปชานเมืองอีกหน่อยเดียว จะรื่นรมย์กว่าไหม)

**ส่วนการปรับปรุงพื้นที่พระราชวังสวนจิตฯ ที่หลายคนบอกว่า ทรงสั่งให้เคลียร์พื้นที่ทดลองโครงการในพระราชดำริของ ร.9 ไปหมดเลย แต่เราลองคิดดูสิว่า โครงการเหล่านั้น พระชนกท่านได้ทรงทำสำเร็จแล้ว และได้ส่งต่อผลการทดลองออกไปสอนชาวบ้านตามสถานที่จริงแล้วทั่วประเทศ และมีการต่อยอดการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ออกไปอย่างกว้างขวาง แล้วเรายังจะเก็บพื้นที่ในวังให้เป็นแบบนี้ เพียงแค่ให้เป็นที่ระลึกเท่านั้นหรือ ในเมื่อการทดลองได้สำเร็จไปหมดแล้ว

ทำไมเราไม่เอามาปรับปรุง เพื่อดูว่า ควรจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อไป หรืออย่างน้อย ก็ปรับปรุงให้กลับมาเป็นพระราชวังที่ดูดีอีกครั้ง และพวกคนในวังที่ทุจริตจะได้ถูกถอดถอนออกไปด้วยเลย

พระองค์ท่านมีความกล้าหาญที่จะปราบทุจริต กล้าที่จะสะสาง และมีความหนักแน่นต่อคำใส่ร้ายนินทา



เท่าที่ได้ประสบมา จะเห็นได้ว่า กษัตริย์องค์นี้ มีดุลยพินิจที่ดีมาก และไม่ได้ทรงเห็นแก่ตัว อย่างที่หลายคนนินทาเลย
การที่ทรงมีความกล้าหาญที่จะออกมาจัดการทรัพย์สมบัติที่เป็นมรดกตกทอดของบูรพกษัตริย์ไทย มันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวเลย แต่เป็นสิทธิโดยชอบธรรม และความใจกว้างของพระองค์ท่านมากกว่า ที่ยินดีเอาที่ดินทรัพย์มรดกของพระองค์ท่าน (หลายหมื่นล้าน) มาแบ่งปัน และทำประโยชน์ให้กับสังคมไทยอย่างใจกว้างมากขวางมาก

หากเราไม่มีอคติ และมีใจเป็นกลาง เราจะเห็นอะไรดีๆมากมายที่บูรพกษัตริย์ไทยได้ทำให้กับประชาชน
แต่ถ้าเราหูเบา ฟังความข้างเดียว และถูกปลุกฝังชุดความคิดที่มีอคติ เข้าข้างตัวเอง เราก็จะตกอยู่ในห้วงแห่งความเกลียดชัง ก้าวร้าว ทำตัวเป็นศาลที่ต้องการตัดสินผู้อื่นอย่างเมามัน และตกเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดีต่อความมั่นคงของชาติอย่างน่าเสียใจ

ที่พวกฝรั่งออสเตรเลียร่วมมือกับพวกคอยล้มล้างสถาบันฯพูดว่า ร.10 เอาแต่ไปอยู่เยอรมันนี .........และใส่ร้ายพระองค์หลายเรื่องโดยไม่รู้เบื้องหลังความจริง

มีพี่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า การที่ท่านไปอยู่เยอรมันบ่อยในช่วงก่อน เพราะพระองค์ท่านเข้ามาสังฆยานาพวกกร่าง และโกงกินในวัง และพวกที่ถูกลงโทษมีความเจ็บแค้น อาจคิดรอบปรงพระชนม์ จึงต้องป้องกันไว้ก่อน โดยเฉพาะเรื่องอาหาร

คนเป็นจำนวนมากไม่รู้ว่า ร.10 ท่านทรงงานอย่างที่ไม่ได้เปิดเผยหรือโฆษณาประชาสัมพันธ์อะไร และท่านมีดุลย์พินิจที่ดีมาก และทีมงานที่ท่านเลือก ก็เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูง ขยัน อดทน และมีดุลย์พินิจดีมากด้วยเช่นกัน

เราเคยทำงานในบริษัทหนึ่ง และถูกส่งตัวไปช่วยงานที่สนง.ทรัพย์สินฯส่วนพระมหากษัตริย์ พวกเรายังแอบทึ่งเลย ที่พระองค์ท่าน commented หลายเรื่องด้วยลายพระหัตถ์ของท่านเองอย่างรอบคอบ

แถมซ้ำ ที่ดินใจกลางเมืองหลายแห่งที่เหลืออยู่นั้น ทางเอกชนบางรายจ้องจะประมูลเช่าไปทำธุรกิจ แต่เมื่อท่านขึ้นครองราช ก็กลับเอาที่ดิน prime area ใจกลางเมืองหลายแห่งมาทำเป็นสาธารณะประโยชน์ เช่น:-

**สนามม้านางเลิ้ง 300 กว่าไร่ พวก King Power เคยมาจ้องจะเช่าไปทำธุรกิจใหญ่โต
แต่ตอนนี้ ร.10 ทรงประทานให้ทำเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ให้ชาวกทม. เป็นสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซึ่งมีขนาดเกือบเท่าสวนลุมฯเลย

**ที่ดิน(แถวพลับพลา) ติดคลองลาดพร้าว จำนวน 80 ไร่ พวกเราเคยได้รับมอบหมายให้ช่วยศึกษาดูว่า ควรจะนำมาทำโครงการอะไรดี แต่พอท่านทรงขึ้นครองราช ทรงตัดสินใจยกที่ดินทำเลทองนี้ให้กับกองทัพบก เพื่อทำเป็นพิพิทธภัณฑ์ไม้มีค่าไปเลย

**แล้วที่ชาวบ้านเคยบ่นว่า ทรงเอาคืนที่ดินสวนสัตว์ดุสิต แล้วจัดที่ดินใหม่ให้ไปอยู่ชานเมือง แต่เราหารู้ไม่ว่า กำลังทรงดำริให้มีโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลในที่ดินตรงนี้แทน เพราะรพ.ในใจกลางเมืองกทม.ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

เราลองคิดดูสิว่า ระหว่างรพ.ที่มีความจำเป็นต่อราษฎรที่หนาแน่นในใจกลางเมือง กับสวนสัตว์ที่จำเจ อะไรจะมีประโยชน์กว่ากัน (ส่วนการเรียนรู้ของเด็กๆ ที่ต้องการไปสวนสัตว์ เราสามารถเดินทางออกไปชานเมืองอีกหน่อยเดียว จะรื่นรมย์กว่าไหม)

**ส่วนการปรับปรุงพื้นที่พระราชวังสวนจิตฯ ที่หลายคนบอกว่า ทรงสั่งให้เคลียร์พื้นที่ทดลองโครงการในพระราชดำริของ ร.9 ไปหมดเลย แต่เราลองคิดดูสิว่า โครงการเหล่านั้น พระชนกท่านได้ทรงทำสำเร็จแล้ว และได้ส่งต่อผลการทดลองออกไปสอนชาวบ้านตามสถานที่จริงแล้วทั่วประเทศ และมีการต่อยอดการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ออกไปอย่างกว้างขวาง แล้วเรายังจะเก็บพื้นที่ในวังให้เป็นแบบนี้ เพียงแค่ให้เป็นที่ระลึกเท่านั้นหรือ ในเมื่อการทดลองได้สำเร็จไปหมดแล้ว
ทำไมเราไม่เอามาปรับปรุง เพื่อดูว่า ควรจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อไป หรืออย่างน้อย ก็ปรับปรุงให้กลับมาเป็นพระราชวังที่ดูดีอีกครั้ง และพวกคนในวังที่ทุจริตจะได้ถูกถอดถอนออกไปด้วยเลย
พระองค์ท่านมีความกล้าหาญที่จะปราบทุจริต กล้าที่จะสะสาง และมีความหนักแน่นต่อคำใส่ร้ายนินทา
-----------------

เท่าที่ได้ประสบมา จะเห็นได้ว่า กษัตริย์องค์นี้ มีดุลย์พินิจที่ดีมาก และไม่ได้ทรงเห็นแก่ตัว อย่างที่หลายคนนินทาเลย

การที่ทรงมีความกล้าหาญที่จะออกมาจัดการทรัพย์สมบัติที่เป็นมรดกตกทอดของบูรพกษัตริย์ไทย มันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวเลย แต่เป็นสิทธิโดยชอบธรรม และความใจกว้างของพระองค์ท่านมากกว่า ที่ยินดีเอาที่ดินทรัพย์มรดกของพระองค์ท่าน (หลายหมื่นล้าน) มาแบ่งปัน และทำประโยชน์ให้กับสังคมไทยอย่างใจกว้างมากขวางมาก

หากเราไม่มีอคติ และมีใจเป็นกลาง เราจะเห็นอะไรดีๆมากมายที่บูรพกษัตริย์ไทยได้ทำให้กับประชาชน

แต่ถ้าเราหูเบา ฟังความข้างเดียว และถูกปลุกฝังชุดความคิดที่มีอคติ เข้าข้างตัวเอง เราก็จะตกอยู่ในห้วงแห่งความเกลียดชัง ก้าวร้าว ทำตัวเป็นศาลที่ต้องการตัดสินผู้อื่นอย่างเมามัน และตกเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดีต่อความมั่นคงของชาติอย่างน่าเสียใจ

(หมายเหตุ - "ผลงานเสี่ยจัสติน"  งานโปรปะกันด้า จากกากเดนศักดินากาฝากสังคม  )

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar