
ครม.ออกพ.ร.ก.เลื่อนใช้บางมาตราของ พ.ร.บ.ป้องกันซ้อมทรมานและอุ้มหาย ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกภาพการควบคุมตัวไปเริ่มใช้ 1 ต.ค.2566 อ้างยังต้องจัดซื้อกล้องเพิ่มอีกประมาณ 1.7 แสนตัว และฝึกเจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่หลายยี่ห้อ
"สำหรับพรรคการเมือง หนูอยากให้นโยบายการแก้ไข 112 เป็นยกเลิก 112 มากกว่า การแก้ไข สมมติว่าคุณได้จัดตั้งรัฐบาล หรือว่าคุณไม่แก้ไขในสมัยของคุณ ในสมัยอื่นๆ หรือถ้าเกิดรัฐประหาร สุดท้ายแก้ไขไม่ได้ยกเลิก มันก็พร้อมจะถูกแก้ใหม่ ซึ่งการแก้นั้นอาจจะโทษร้ายแรงกว่าเดิมก็ได้ การแก้ไขไม่ได้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน แต่การยกเลิกเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ถ้าพรรคการเมืองจะเข้าไปในสภา อยากให้พรรคการเมืองมีความชัดเจนในการยกเลิก 112"
.
สหายนอนน้อย หรือธนลภย์ (สงวนนามสกุล) เด็กหญิงอายุ 14 ปี สมาชิกนักเรียนล้มฯ กล่าวถึงข้อเรียกร้องของเธอถึงพรรคการเมืองทุกพรรค ต่อจุดยืนมาตรา 112 ในการเลือกตั้งปี 66 แม้ว่าเธอจะอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ใช้สิทธิ์ก็ตาม
.
7 ก.พ.ที่ผ่านมา สหายนอนน้อย ได้รับหมายเรียก มาตรา 112 จาก สน.สำราษญราษฎร์ โดยมีผู้แจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษคือ อานนท์ กลิ่นแก้ว ปธ.ศปปส. ซึ่งเป็นกลุ่มเทิดทูนสถาบันพระกษัตริย์ ทำให้เธอกลายเป็นเยาวชนอายุน้อยที่สุดที่ถูกแจ้งในข้อหานี้นับตั้งแต่ปี 2563
.
หมายเรียกออกวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมี ร.ต.อ.โยธี เสริมสุขต่อ รองสารวัตรสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ เป็นผู้ออกหมาย โดยระบุว่าให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 15 ก.พ.นี้ เวลา 10.00 น. เบื้องต้น ยังไม่ทราบพฤติการณ์ แต่ระบุว่าเหตุเกิดที่เสาชิงช้า เมื่อปี 2565
.
สหายนอนน้อย ระบุว่า เบื้องต้น เธอไม่กังวลเรื่องการถูกดำเนินคดี แต่ค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องการเรียนมากกว่า ดังนั้น การรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 15 ก.พ.นี้ เธอจะขอเลื่อนออกไปก่อน
.
สำหรับผลกระทบจากการถูกดำเนินคดี เธอตอบว่าไม่กังวล และทบทวนล่วงหน้ามาดีแล้ว ส่วนครอบครัวมีกังวลบ้าง แต่ให้สิทธิลูกสาวเต็มที่ในการตัดสินใจต่อสู้คดี
.
สำหรับเยาวชนวัย 14 ปี เธอเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าอยากร่วมต่อสู้ร่วมกับแบม-ตะวัน และมองว่าช่วงที่ผ่านมา กระแสข้อเรียกร้องดูเหมือนจะเงียบลงไปมาก ทำให้เธออยากช่วยผลักดันข้อเสนอทะลุวัง 3 ข้อ ได้แก่ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ยุติการดำเนินคดีทางการเมือง และพรรคการเมืองมีนโยบายยกเลิก 112 และ 116
.
ตัวเธอมองว่า กฎหมาย มาตรา 112 มีปัญหาที่ตัวบทอย่างมาก เนื่องจากมีโทษที่แรงเกินไป ใครสามารถแจ้งความผิดก็ได้ เป็นกฎหมายที่ปิดปากประชาชนจนลิดรอนสิทธิเสรีภาพ และเธอมองว่าการยกเลิก 112 เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
.
“หนูเห็นว่าการยกเลิกเป็นผล (ผู้สื่อข่าว - ดี) สูงสุดต่อประชาชนมากกว่า 112 นี่คือโทษเยอะเกินไป มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลยคือใครก็สามารถมาฟ้องร้องได้ และก็คือกลายเป็นว่ากษัตริย์ เราไม่สามารถแตะต้องวิจารณ์และฟ้องร้องได้ กษัตริย์อยู่เหนือกฎหมาย แต่กลายเป็นคนธรรมดาที่เป็นประชาชนไปวิจารณ์ไปว่าเขากลับกลายเป็นต้องเข้าคุก” สหายนอนน้อย ระบุ
บ้านใหญ่ศึกษา: เนื้อร้าย-โอกาสของการเมืองไทย หรือเป็นทั้งสองอย่าง
.
ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ฤดูกาลเลือกตั้งทั่วไปในอีกไม่กี่อึดใจ หนึ่งในตัวชี้วัดว่าเรากำลังเข้าสู่การเมืองช่วงโค้งสุดท้าย คือภาพของพรรคการเมืองที่เริ่มลั่นปี่กลองรบตามพื้นที่และหน้าสื่อ อีกภาพคือการย้ายข้างสลับขั้วของ ‘บ้านใหญ่’ หรือตระกูลการเมืองที่มีความนิยมในท้องที่ต่างๆ
.
ภาพที่ผู้มีบารมีระดับท้องถิ่นเปลี่ยนอิทธิพลให้เป็นคะแนนเสียงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับการเมืองไทย แม้จะดำเนินไปท่ามกลางเสียงเบื่อบ่น เสียงก่นด่าในนามการต่อต้านระบบอุปถัมภ์นิยมบ้าง การรรณรงค์ให้เลือกผู้แทนที่อุดมการณ์บ้าง บางครั้งถึงขั้นแปะป้ายด่าประชาชนทั้งจังหวัดเมื่อได้ผู้แทนที่ตัวเองไม่ถูกใจ
.
ในวันที่การเมืองไทยอยู่สักแห่งระหว่างการเมืองแบบเจ้าพ่อและการเมืองเชิงนโยบาย คำถามที่มีต่อบ้านใหญ่ในฐานะสิ่งที่มีอยู่จริงก็คือ เราจะเข้าใจการดำรงอยู่ของมันในฐานะอะไร การเมืองเชิงอุดมการณ์กับบ้านใหญ่เป็นสองด้านของเหรียญเดียวกันจริงหรือไม่ ก่อนที่ท่านจะแบกความเดือดดาลไปลงในโลกโซเชียล ประชาไทชวนอ่านบทสัมภาษณ์นักวิชาการผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองเพื่อทำความเข้าใจบ้านใหญ่และแนวทางการจัดทัพของพรรคการเมืองเข้าสู่ศึกเลือกตั้ง
.
คุยกับนักรัฐศาสตร์ ผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง ถอดรหัส ‘บ้านใหญ่’ เป็นเนื้อร้ายที่ต้องกำจัดทิ้งไปพร้อมคนที่เลือกเขา หรือเป็นโอกาสสำหรับการเปลี่ยนผ่านเมืองไทยในการเลือกตั้งรอบนี้กันแน่ พร้อม 2 กรณีศึกษา สภาวะสามก๊กใน จ.ชลบุรี และเกมการเมืองกระแสในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน
อ่านยาวๆ ต่อได้ที่ลิงค์ด้านล่าง



Inga kommentarer:
Skicka en kommentar