ประธาน กกต. เผย ประชุมกกต.เรื่อง 'พิธา' ถือหุ้น ITV วันนี้ ยังไม่มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นัดต่อพรุ่งนี้
อ่านเพิ่มเติมที่ https://prachatai.com/journal/2023/07/104950
กระแสพรรคก้าวไกล นำมาซึ่งการ “ปลุกกระแสขวา” ข่าวลือและทฤษฎีสมคบคิดแพร่กระจายในมวลชนขั้วอนุรักษนิยมสุดโต่ง เช่น อเมริกาจะมาตั้งฐานทัพในไทย สุรชาติมองว่ากระแสความกลัวของปีกขวานั้นไม่ได้ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง และมีความคล้ายกับช่วงปี 2518-2519 ซึ่งจบลงด้วยเหตุการณ์สังหารหมู่ธรรมศาสตร์
แม้ผลเลือกตั้งจะชี้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่เอาทหารแล้ว อย่างไรก็ตาม ปีกขวาไม่เคยตาย สุรชาติเสนอ 2 ทางออกให้ปีกขวาหากต้องการยืนระยะในการเมืองไทย ข้อแรกคือตั้งพรรคการเมืองให้เหมือนฝั่งขวาในยุโรป และสองคือเลิกข้องเกี่ยวพึ่งพาอำนาจจากการรัฐประหาร
สุรชาติ ยังกล่าวถึงปัญหาที่ตามมาเมื่อมองการเมืองไทยเป็นเรื่อง 2 เฉดเหมือนอเมริกาและอังกฤษ ซึ่งตนมองว่าไม่เวิร์ค ควรมองให้เป็นสเปกตรัมหลายเฉดแบบยุโรปจะเหมาะกว่า เพราะไทยยังมีระบบมุ้งการเมืองอยู่
ประเด็น 250 ส.ว. และกรณีหุ้นสื่อไอทีวี ทำให้เราเห็นว่าตัวรัฐธรรมนูญเป็นปัญหาในตัวเอง นำมาซึ่งภาวะติดล็อกทางการเมืองและความไม่สบายใจของโหวตเตอร์
หลายคำถามของโหวตเตอร์ก็สะท้อนให้เห็นปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองไทย เช่น เลือกตั้งแล้วแต่จะตั้งรัฐบาลได้ไหม เสียงข้างมากวัดกันที่ตัวเลขไหน ทำไม กกต. ใช้เวลานานขนาดนี้กว่าจะรับรองผล และ มี ส.ว. กี่คนจะโหวตให้พิธาเป็นนายกฯ
เมื่อระบบการเมืองติดล็อก ทางเดียวที่อาจเกิดคือปฏิกิริยาของมวลชน และอารมณ์ทางการเมืองของคนเป็นอะไรที่น่ากลัวที่สุด
สำหรับประเด็นกระบวนการต่อรองหลังการเลือกตั้ง สุรชาติมองว่าเป็นเรื่องปกติมาก ใครจะต่อรองกันอย่างไรเป็นเงื่อนไขในระบบรัฐสภา บวกกับเงื่อนไขของพรรคที่ชนะเองก็ไม่ได้ชนะแบบขาด เพราะฉะนั้นการต่อรองยังไงก็ต้องเกิด อันจริงตอนตั้งรัฐบาลหลังรัฐประหารก็มีการต่อรองบางอย่าง เพียงแต่ว่าข่าวพวกนั้นเรามักไม่ค่อยได้ยิน

Inga kommentarer:
Skicka en kommentar