ภายหลัง ส.ว. และ ส.ส. “ขั้วรัฐบาลเดิม” ร่วมกันลงมติสกัดกั้นการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีสังกัดพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สมาชิกรัฐสภาโหวตเป็นนายกฯ ในรอบที่สอง เมื่อ 19 ก.ค. โดยมีมติ 395 เสียง ต่อ 312 เสียง ว่าการเสนอชื่อนายพิธาให้รัฐสภาโหวตซ้ำ ขัดต่อข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 41 ทำให้ไม่อาจเสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกฯ ได้อีกในสมัยประชุมนี้
.
แกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรค ก.ก. ยังสงวนท่าทีต่ออนาคตของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พท. ปฏิเสธจะตอบคำถามถึงโอกาสเกิดรัฐบาลข้ามขั้ว และขอรอฟังถ้อยแถลงของพรรคก้าวไกลก่อน
.
อย่างไรก็ตามถ้าสิทธิในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตกมาอยู่ในมือพรรค พท. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ออกมาระบุไว้ชัดเจนก่อนหน้านี้ว่า จะเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ “อันนี้เป็นที่ชัดเจน แต่เราจะทำไปทีละขั้น” โดยให้เหตุผลว่าเป็น “ตัวเลือกที่ดีที่สุดกับประเทศ ณ ตอนนี้” ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
.
นอกจากนี้พรรค พท. ยังปล่อยคลิปสัมภาษณ์นายเศรษฐาเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของพรรคด้วย
.
ด้านแกนนำพรรคการเมือง “ขั้วอำนาจเดิม” ต่างออกมาส่งสัญญาณทอดไมตรีกับพรรค พท. โดยไม่ปิดกั้นโอกาสพูดคุย แต่ตั้งเงื่อนไขว่าต้องไม่แก้มาตรา 112
.
อ่านบทความที่นี่
Thai E-News
Inga kommentarer:
Skicka en kommentar