lördag 10 maj 2014

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล เผยแพร่บทวิเคราะห์การเมืองไทย

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล เผยแพร่บทวิเคราะห์การเมืองไทย
เรื่อง "มือพิฆาตของอำมาตย์ไทย- รอยัลลิสต์เลือกตั้งแพ้ ก่อรัฐประหารโดยตุลาการ"

ระบุว่า เมื่อวันพุธ พลังรอยัลลิสต์เล่นงานระบอบประชาธิปไตยของไทยอีกครั้ง
ศาลรัฐธรรมนูญก่อรัฐประหารโดยตุลาการ โค่นล้มนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เพราะกรณีย้ายข้าราชการ
"นับเป็นครั้งที่สามในรอบหนึ่งทศวรรษ สถาบันที่ขาดการรับผิดแห่งนี้
ซึ่งอยู่ภายใต้การชักใยของระบอบอำมาตย์ กำจัดผู้นำจากการเลือกตั้ง
ด้วยเหตุผลอันน่าเคลือบแคลง" บทวิเคราะห์ระบุ

บทวิเคราะห์บอกว่า ศาลเข้าแทรกแซงด้วยการตบรางวัลแก่ประชาธิปัตย์
พรรคการเมืองรอยัลลิสต์ ที่บอยคอตการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
หลังจากบรรดาแกนนำพรรคได้ออกไปนำการประท้วงเพื่อโค่นล้ม
ระบอบประชาธิปไตย และแต่งตั้งสภาที่ประกอบด้วยชนชั้นนำ
เมื่อเดือนมีนาคม ศาลรัฐธรรมนูญประกาศให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะ
ด้วยเหตุที่ว่า พวกผู้ประท้วงขัดขวางการเลือกตั้ง ทำให้ไม่สามารถจัดการลงคะแนน
เป็นวันเดียวกันทั่วประเทศได้ ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลได้ขัดขวางการออกเสียงครั้งใหม่
ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นอัมพาต

สถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องน่าหัวร่อ และอันตรายอย่างยิ่ง ความขัดแย้งนี้ปลุกให้
พวกสุดโต่งในทั้งสองฝ่ายข่มขู่ที่จะทำสงครามกลางเมือง
ในรอบนี้ การเผชิญหน้าดูจะดุเดือดยิ่งขึ้น เพราะฝ่ายรอยัลลิสต์อยู่ในสภาพหลังพิงฝา
กลุ่มพลังที่สนับสนุนพี่น้องตระกูลชินวัตรชนะเลือกตั้งตลอด 5 ครั้งที่ผ่านมา
คาดว่าในการเลือกตั้งครั้งใหม่ก็จะชนะอีก ขณะที่กองทัพมีความแตกแยก
และลังเลที่จะเข้ายึดอำนาจอีก

ฝ่ายอำมาตยาธิปไตยมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญเผด็จการที่คณะรัฐประหาร
สร้างไว้เมื่อปี 2550 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. และ
องค์กรอื่นๆ อาจขัดขวางเจตจำนงของผู้ออกเสียงเลือกตั้งก็จริงอยู่
แต่ไม้ตายนั้นอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะได้ยับยั้งความพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกครั้งที่ผ่านมา
บทวิเคราะห์มองว่า ทางออกเฉพาะหน้าเพื่อรักษาประชาธิปไตยอันเปราะบางของไทย
และหลีกเลี่ยงการนองเลือด คือ การเจรจาหาข้อยุติ
หากฝ่ายอำมาตย์ได้รับหลักประกันในเรื่องความมีอภิสิทธิ์ต่างๆ
และพรรคประชาธิปัตย์ได้ครองเก้าอี้จำนวนหนึ่ง ความขัดแย้งอาจทุเลาลงสัก 2-3 ปี

อย่างไรก็ตาม ภาวะสันติเช่นนั้นยังคงง่อนแง่น เพราะทั้งสองฝ่ายมองอนาคต
ของประเทศไทยต่างกันลิบลับ
ทักษิณ ชินวัตร ได้เหยียบตาปลาของระบอบศักดินา
เมื่อเขาปลุกให้สามัญชนเรียกร้องอำนาจที่แท้จริงเมื่อปี 2544
ยักษ์ที่ตื่นแล้วไม่อาจกลับไปหลับใหลอีกแม้ตระกูลชินวัตรถูกขับออกไปจากการเมืองก็ตาม
คำวินิจฉัยล่าสุดของศาลรัฐธรรมนูญเป็นการดิ้นเฮือกสุดท้ายของระบอบเก่า
ทำลายความน่าศรัทธาของตนเองเมื่อพวกเขาดิ้นรนที่จะปิดกั้นพลังประชาธิปไตย
บทวิเคราะห์ตั้งความหวังว่า ประเทศไทยจะมีผู้นำที่ชาญฉลาดสักคนบังเกิดขึ้น
ในฟากฝั่งพวกรอยัลลิสต์ ที่จะตระหนักถึงความจริงข้อนี้
และเลิกพยายามโค่นล้มประชาธิปไตย
แม้ประชาธิปัตย์ยังไม่สามารถชนะเลือกตั้งได้ในอนาคตอันใกล้ พรรคนี้จะยังคงมีอิทธิพล และ
ทัดทานกระแสประชานิยมของฝ่ายสนับสนุนตระกูลชินวัตรได้
"อย่างไรก็ดี ในเวลานี้ ดูเหมือนฝ่ายอำมาตย์ไม่พร้อมที่จะสละการอ้างสิทธิ์เทพประทาน
ที่จะปกครองประเทศไทย และยอมรับบทบาทของฝ่ายตรงข้าม"
วอลสตรีท เจอร์นัล สรุปในตอนท้าย.

BenLjX.jpg [733x588px] ฝากรูป [​IMG]

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar