lördag 3 maj 2014

๓ พ.ค.๕๗ อัพเดทข่าวน่ารู้น่าสนใจทั่วไป.. เพื่อรู้ทันการร่วม "เกี๊ยะเซียะกัน" ของ อำมาตย์ นายทุน ขุนศึก นักการเมือง .เผด็จการใหม่.ที่กำลังประสานผลประโยชน์ให้ลงตัวของแต่ละฝ่ายเท่านั้น ประชาชนไทยอย่าได้หลงทางตกเป็นเหยื่อของคู่ต่อสู้ทั้งสองฝ่าย จงร่วมกันยึดมั่นเดินหน้าต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนผลประโยชน์ของประเทศชาติและการได้มาของระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง...ซึ่งประชาชนทุกคนต้องรวมตัวกันลุกขึ้นต่อสู้เรียกร้องเอาเอง การได้มาของทุกสิ่งต้องลงมือทำเองไม่มีใครจะยกให้หรือได้มาฟรีๆ....



หรือว่า...ในที่สุดจะเป็นไปตามแนวความคิดแบบนี้??



ที่มา : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1399105697&grpid=&catid=01&subcatid=0100

วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ วิพากษ์ ข้อเสนอ อภิสิทธิ์ ทางออก หรือ ทางตัน ?

แนวทางที่คุณอภิสิทธิ์เสนอมา แม้อาจมองได้ว่าเป็นความหวังดี แต่ก็มีเนื้อหาที่ขัดแย้งต่อหลักการทางรัฐธรรมนูญ อย่างน้อย 4 ประการ
 
1. ข้อเสนอคุณอภิสิทธิ์ให้ชะลอการเลือกตั้งออกไปอีกประมาณ ครึ่งปี พร้อมสร้างสภาวะมีรัฐบาลชั่วคราวที่ไม่ได้รับการยอมรับ และไม่มีอำนาจเต็มต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อความไม่แน่นอน และความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงและถูกลากยาวออกไป อันเป็นการขัดต่อหลักการพื้นฐานทางรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้มีอำนาจรัฐมีความมั่นคงต่อเนื่องและแน่นอน
 
2. การเสนอให้รัฐบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวลาออก แล้วให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่สรรหารัฐบาลใหม่นั้น เท่ากับเป็นการปล้นอำนาจอธิปไตยของประชาชนไปไว้กับคนไม่กี่คน โดยที่ประชาชนไม่มีส่วนเลือกและไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญรองรับ ยิ่งทำให้ความขัดแย้งขยายตัว ทั้งนี้ ส่วนการอ้างหลักการจารีตประเพณีไม่อาจอ้างได้ เพราะสิ่งที่จะถือว่าเป็นจารีตประเพณีใสทางกฎหมาย จะต้องมีการปฏิบัติต่อเนื่องและยอมรับความผูกพันโดยทั่วกัน มิใช่เป็นกรณีที่เคยทำเป็นครั้งคราวในอดีต และต้องไม่ขัดหรือแย้งที่บทบัญญัติลายลักษณ์อักษรที่มีความชัดเจนอยู่แล้ว
 
3. การทำประชามติโดยอาศัยข้อเสนอสภาปฏิรูปที่จัดทำโดยเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป ร่วมกับ กปปส.นอกจากมีปัญหาในรื่องข้อกฎหมายการทำประชามติแล้ว ยังเป็นเสมือนการมัดมือชกประชาชน เพราะเนื้อหาสาระของประชามติได้ถูกตีกรอบโดยผู้ที่ไม่ได้รับอาณัติจากประชาชน และไม่มีสถานะทางรัฐธรรมนูญรองรับ จะยิ่งทำให้การทำประชามติดังกล่าวขาดความชอบธรรมและยิ่งทำให้ความขัดแย้งบานปลายมากขึ้น
 
4. การสร้างเงื่อนไขให้ กกต. (หรือศาล) มีอำนาจใช้ดุลพินิจยุบพรรคที่ไม่สนับสนุนการปฏิรูป ซึ่งย่อมกระทบถึงฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมเท่ากับเป็นการมอบอำนาจให้องค์กรอิสระหรือตุลาการเข้ามาครอบงำกระบวนการปฏิรูปประเทศ เป็นการทำลายหลักการแบ่งแยกอำนาจอันเป็นหัวใจของกฎหมายรัฐธรรมนูญ
 
อย่างไรก็ดี ข้อเสนอคุณอภิสิทธิ์ ก็ยังมีส่วนที่ดี ก็คือ การให้ กกต.ปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบให้การเลือกตั้งโปร่งใสและรัดกุมมากขึ้น (ซึ่งตรงกับข้อเสนอที่ผมเองเคยเสนอไปเมื่อปีที่แล้ว) รวมถึงการเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการออกแบบวาระปฏิรูปและการใช้วิธีประชามติ ซึ่งหากทุกฝ่ายร่วมกันนำข้อเสนอส่วนนี้มาปรับใช้และร่วมกันปฏิบัติทันที กล่าวคือ มีการปรับปรุงกติการการเลือกตั้งและทุกฝ่ายร่วมกันออกแบบการปฏิรูปใน 1-2 เดือน ก็อาจนำไปสู่การเลือกตั้งเพื่อวาระปฏิรูปในเดือนกรกฏาคม และอาจหาวิธีการออกแบบให้วันเลือกตั้งเป็นวันทำประชามติไปพร้อมกัน เพื่อสร้างอาณัติให้รัฐบาลที่รับเลือกตั้งไม่แทรกแซงกระบวนการปฏิรูป หากทำได้เช่นนี้ ประเทศชาติก็ย่อมมีทางออกได้โดยไม่ต้องขัดแย้งต่อหลักการทางรัฐธรรมนูญที่กล่าวมา
 
สิ่งที่น่ากังวลใจมากในเวลานี้ คือ การร่วมกันจัดฉากทางการเมือง เพื่อให้ข้อเสนอคุณอภิสิทธิ์ถูกปฏิเสธโดยฝ่ายอื่น จากนั้นหากศาลรัฐธรรมนูญอ้างแนวคิดดังที่อดีตประธานศาลเคยยอมรับว่าเมื่อบ้านเมืองถึงทางตัน ศาลก็ต้องหน้าที่หาทางไป แต่อดีตได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ในที่สุดทางไปนั้นก็ไปจบที่การนองเลือด ซึ่งย่อมไม่มีผู้ใดอยากให้เกิดขึ้นอีก.
 
วีรพัฒน์ ปริยวงศ์
นักกฎหมายอิสระ
3 พ.ค. 2557
-จาตุรนต์' ซัด 'อภิสิทธิ์' เสนอระบบเผด็จการ


'จาตุรนต์'ซัด'อภิสิทธิ์' เสนอระบบเผด็จการ
'จาตุรนต์' แกนนำเพื่อไทย ตอบโต้ 'อภิสิทธิ์' สิ่งที่เป็นระบบเผด็จการแท้ๆ ไม่ศรัทธาในระบบการเลือกตั้ง



-จริงหรือ..???-" โปรดระวังฝากให้ประชาชนได้คิดไตร่ตรองดู.
-แนวรบของอำมาตย์ แผ่วเบาเห็นได้ชัด กระสุนติดขัด...เส้นลำเลียงถูกตัด สายบังคับบัญชาแทบจะดับสนิท..."
ขณะที่คนเสื้อแดง...เตรียมพร้อมออกศึก  ปราบกบฎ  อย่างเต็มที่
ขณะที่ กปปส. คนเริ่มถอยหนี...เพราะเริ่มรู้ เกมของพรรคประชาธิปัตย์




Inga kommentarer:

Skicka en kommentar