onsdag 10 juni 2015

ทันข่าว ทันสถานการณ์ รู้ทันเกมส์พวกแก็งค์ระบอบภูมิพลกับ."ร่างรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนวยอวยเจ้า" ที่ลากยาวออกไปเรื่อยๆไม่มีกำหนดจนกว่าครอบครัวกษัตริย์ภูมิพลจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างได้ลงตัว ประชาชนไทยอย่าหลงทาง"มโน"รอว่าฟ้าจะประทานให้มีการเลือกตั้ง...จบ.





ที่ประชุมร่วม ‘ครม.-คสช.’ ได้ข้อสรุปเตรียมแก้ไขร่าง รธน. 7 ประเด็น ประกอบด้วย คุณสมบัติ สนช. การถวายสัตยปฏิญาณ การขยายเวลาการทำงานของ กมธ.ร่างรธน. การทำประชามติ หากไม่รับร่างรธน. ตั้งกรรมการร่างใหม่รับฟังความเห็นปชช. 6 เดือน และประชามติอีกครั้ง
คลิกอ่านทั้งหมด-http://prachatai.org/journal/2015/06/59727

ที่ประชุมร่วม ‘ครม.-คสช.’ ได้ข้อสรุปเตรียมแก้ไขร่างรธน. 7 ประเด็น


เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมร่วม ครม.และ คสช. ซึ่งที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ใน 7 ประเด็น โดยใช้ชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2558
วิษณุ กล่าวว่า 7 ประเด็นที่มีการแก้ไขประกอบด้วย




ประเด็นที่ 1.  แก้ไขคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของ  สนช. จากที่เคยกำหนดให้ สนช. ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เป็น ไม่อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ




ประเด็นที่ 2. การถวายสัตยปฏิญาณ ให้แก้ไขจากเดิม ที่จะต้องถวายสัตปฏิญาณเฉพาะพระพักตร์ เป็นให้ถวายสัตย์ต่อองค์รัชทายาทที่บรรลุนิติภาวะแล้ว หรือ/และผู้แทนพระองค์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ หรือแต่งตั้งได้




ประเด็นที่ 3. การขยายเวลาการทำงานของ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขจาก 60 วัน ให้เป็นไม่เกิน 90  เพราะต้องให้เวลากรรมาธิการฯ มีเวลาเชิญผู้ที่เสนอขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ และเพื่อให้เกิดความรอบคอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
“การขยายเวลา ให้กรรมาธิการฯ เป็นผู้มีมติเองว่า จะขยายเวลาหรือไม่ก็ได้ และแจ้งให้ สปช. รับทราบ โดยจะขยายเพิ่มจาก 60 วันได้ไม่เกิน 30 วัน” วิษณุ กล่าว




ประเด็นที่ 4. เรื่องการทำประชามติ แก้ไขให้เมื่อ สปช. พิจารณาเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ที่กรรมาธิการฯ แก้ไขเสร็จแล้ว จะต้องนำร่างรัฐธรรมนูญไปลงประชามติ โดยให้ กกต. รับผิดชอบกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ข้อห้าม ข้อพึงปฎิบัติ ในการทำประชามติ  โดยข้อกำหนดต่างๆ ต้องให้ สนช.เห็นชอบก่อน
“ก่อนทำประชามติจะต้องจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ สปช.เห็นชอบแล้ว แจกจ่ายไปยังผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งให้ได้อย่างน้อย 19 ล้านครัวเรือน หรือ ร้อยละ 80  จากทั้งหมด 23-24 ล้านครัวเรือน เมื่อแจกแล้ว กกต.จะกำหนดวันออกเสียงประชามติ ภายใน 30-45 วัน คาดว่าจะเป็นช่วงปลายมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2559” นายวิษณุ กล่าว
วิษณุ กล่าวว่า สำหรับประเด็นคำถามในการออกเสียงประชามติ คือ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามอาจ อาจมีคำถามอื่นที่จะให้ทำประชามติในคราวเดียวกันได้  โดยจะต้องเป็นคำถาม ของ สนช. หรือ สปช.  สภาละไม่เกิน 1 ประเด็น และต้องส่งคำถามมาให้ ครม.เห็นชอบก่อน จากนั้น จะส่งให้ กกต.จัดทำประชามติเพิ่มเติมในประเด็นนั้น และถามในคราวเดียวกัน
“หากมีการทำประชามติประเด็นอื่นเพิ่ม แล้วประเด็นนั้นมีคำตอบขัดแย้งกับคำตอบเรื่องรับหรือไม่รับร่าง ให้ปรับปรุงร่างให้สอดคล้องผลประชามติ ภายใน 30 วัน แล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า ประเด็นนั้นสอดคล้องกันแล้วหรือไม่ ถ้าสอดคล้องกันแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 30 วันแล้วประกาศใช้” นายวิษณุ กล่าว




ประเด็นที่ 5. เมื่อ สปช. ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ที่กรรมาธิการฯ แก้ไขแล้วเสร็จ ให้ถือว่าภารกิจเสร็จสิ้น ให้ยุบ สปช. พร้อมกับตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีสมาชิกไม่เกิน 200 คน  โดยสมาชิกอาจเคยเป็น สปช.หรือไม่ก็ได้ และให้ทำหน้าที่เสนอแนะการปฏิรูปประเทศเพียงอย่างเดียว โดยไม่เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญอีก




ประเด็นที่ 6. หากประชาชนลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 36 คน สิ้นสุดสภาพทันที และให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ  จำนวน 21 คน มีประธาน 1 คน กรรมการไม่เกิน 20 คน ทำหน้าที่ยกร่าง รัฐธรรมนูญและฟังความเห็นประชาชน ภายใน 6 เดือน และนำไปออกเสียงประชามติซ้ำอีกครั้งหนึ่ง และ 




ประเด็นที่ 7. การแก้ไขถ้อยคำเล็กน้อย


คลิกดูเพิ่ม-Prachatai

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar