fredag 7 januari 2022

ใบตองแห้ง: ปีเซาะกร่อน , กรี๊ดดด! ลดโทษโกง

ใบตองแห้ง 

2022-01-07

นักข่าวทำเนียบนักข่าวสภาตั้งฉายาประจำปี แม้มีข่าว “ชำรุดยุทธ์โทรม” งอน แต่คนจำนวนมากก็เห็นว่าอ่อนไป ไม่สมกับปีที่มีคนตาย 2 หมื่นกว่าคน เพราะล้มเหลวโควิด เพียงแต่คิดไม่ออกเหมือนกันจะตั้งฉายาอะไรดี เพราะพีกสุดตั้งแต่ปีที่แล้ว ทั้ง #ผนงรจตกม #IHereTooไม่ยอมไป

ฉายา “ยื้อยุทธ์” อาจจะถูก แต่ไม่ใช่แค่รัฐบาลหรือประยุทธ์ เป็นทั้งเครือข่ายอนุรักษ์ รัฐราชการ ทหาร ตำรวจศาลองค์กรอิสระ 250 ส.ว. ผูกขากัน “นะจ๊ะ” วาทะแห่งปี ก็น่าจะเป็น #นะจ๊ะพ่-งสิ สะท้อนความโกรธทั้งโลกออนไลน์

นักข่าวทำเนียบนักข่าวสภายังมองการเมืองในมิติเดิม ๆ เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ทะเลาะกันต่อสู้กันช่วงชิงอำนาจผลประโยชน์ มองไม่เห็นการต่อสู้ระหว่างเครือข่ายอำนาจเดิมกับพลังที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมไทย

นักข่าวสภาจึงไม่พูดถึงปรากฏการณ์สำคัญ เช่น พรรคก้าวไกลยื่นแก้ 112 อภิปราย “ตั๋วช้าง” อภิปรายงบสถาบัน ไม่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับประชาชน ฉบับพรรคการเมือง

เรื่องกลับกลายเป็นว่า โลกออนไลน์หันมาเฮฮากับการจัดอันดับของซูเปอร์โพลเสียมากกว่า คนดีของสังคม “ตูน” ช่วยเหลือประชาชน “ป้อม” หมอของสังคม “หมอยง” นักธุรกิจช่วยเหลือสังคม “เจ้าสัวธนินท์” คนเข้าไปกดขำกลิ้งยิ่งกว่าสื่อตั้งฉายา

การต่อสู้ทางการเมืองในสองปีมานี้ อยู่นอกสภานอกทำเนียบ ทั้งในโลกออนไลน์ เรียกร้องวัคซีน mRNA ทั้งการเคลื่อนไหวบนถนน จากม็อบ REDEM ถึงคาร์ม็อบ ทะลุฟ้าทะลุแก๊สซึ่งในภาพรวมสะท้อนความโกรธตั้งแต่ปัญญาชนคนชั้นกลางไปถึงเยาวรุ่น 13-14 ลูกหลานคนระดับล่าง ขี่มอเตอร์ไซค์มา “บวก” กับ คฝ.ที่ดินแดงทุกเย็น

รัฐใช้กำลังตำรวจปราบอย่างรุนแรง ใช้กระบวนการกฎหมาย คุมขังไม่ให้ประกัน ตั้งข้อหายัดข้อหา เหมือนจะทำให้ม็อบ “ฝ่อ” แต่ถามว่าคนที่ไม่ได้มาม็อบ เปลี่ยนความคิดกลับไปสนับสนุนนิยมศรัทธาอำนาจอนุรักษ์หรือ

ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าม็อบสามนิ้ว “ล้มล้าง” ก็มีคนลงชื่อ “ยกเลิก 112” สองแสนกว่าคน เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยพบเห็นในสังคมไทย ซึ่งโดยปกติจะกริ่งเกรงไม่กล้าแสดงตนในเรื่องอย่างนี้

มีปรากฏการณ์อีกหลายอย่าง ที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลง เช่นการตั้งเพจ “ย้ายประเทศกันเถอะ” ซึ่งไม่กี่วันมีคนเข้าร่วมหลายแสน การต่อสู้กับผู้บริหารของนักศึกษาวิจิตรศิลป์ มช. การลงมติ “เลิกอัญเชิญพระเกี้ยว” ของสโมสรนิสิตจุฬา การลาสิกขาของมหาไพรวัลย์ ไลฟ์สดกินหมูกระทะมื้อเย็นมีคนติดตาม 3 ล้าน ฯลฯ เหล่านี้คือปรากฏการณ์สั่นสะเทือนจารีตเก่า

ปีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ประยุทธ์พูดในที่สาธารณะ เรียกร้องให้คนแก่ช่วยเข้าไปยืนในโรงหนัง

ภาพรวมการเมืองปีนี้และปีหน้ามี 2 ระนาบซ้อนกัน หนึ่งคือการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ทั้งทางความคิดวัฒนธรรม และทางกายภาพ ที่จะมีทั้งม็อบสามนิ้วและแปรเป็นการเคลื่อนไหวเรียกร้องเรื่องต่างๆ ตั้งแต่ LGBTQ สมรสเท่าเทียม เซฟจะนะ เซฟนาบอน NOCPTPP หรือต้านควบรวมทรูดีแทค

สองคือความล้มเหลวของประยุทธ์ ซึ่งนำไปสู่การช่วงชิงในสนามเลือกตั้ง ทั้งเลือกซ่อม ส.ส. เลือกผู้ว่า กทม. และแรงกดดันไปสู่ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ซึ่งพรรคต่าง ๆ ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล พรรคตั้งใหม่ หรือแม้แต่ในพรรคพลังประชารัฐเอง ก็กดดันบั่นทอนประยุทธ์

พูดง่าย ๆ ไม่ใช่แค่พรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้า พรรคสี่กุมาร หรือกระทั่งธรรมนัส ล้วนหวังแย่งชิงอำนาจจากประยุทธ์

ท่ามกลางภาพที่ดูเหมือนไม่เปลี่ยนอะไรเลย ก็มีการเปลี่ยนแปลงแบบเซาะกร่อนบ่อนทำลายอยู่ภายใน ทั้งในรัฐบาล ในพรรคการเมือง ในตัวระบอบ และวางระเบิดใต้น้ำทำลายรากฐานทางความคิดวัฒนธรรมของอำนาจ

ที่มา: ข่าวหุ้นธุรกิจ https://www.kaohoon.com/column/504635

ขบวนการเรนเจอร์หลากสียังไม่ตาย! หลังเงียบหายไปนาน มองไม่เห็นการทุจริตในยุครัฐประหาร ยุคสืบทอดอำนาจผสมพันธุ์นักการเมืองยี้ เห็นแต่คนดีๆ จัดซื้ออาวุธ ซื้อวัคซีน ATK ถุงมือยาง ประมูลรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ ฯลฯ

จู่ๆ ก็กระโดดออกมาไขว้กำปั้น รวมตัวกันตะโกน ‘จำนำข้าวๆๆ’ รุมสกรัม สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรียุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ จากกรณีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ทำให้บุญทรง เตริยาภิรมย์ และพวกพ้อง ได้ลดโทษจนจะพ้นคุกในไม่กี่ปี

‘จำนำข้าวๆๆ’ บ้างก็ว่าลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลเพราะเป็นพวกเดียวกัน บ้างก็โยงว่าแอบคุยกับแม้วจะยกทีมสามมิตรกลับเพื่อไทย ทั้งที่พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษมีมาหลายครั้ง ไม่ยักมีใครวิจารณ์ เท่าที่ย้อนดูข่าว บุญทรงได้ลดโทษ 4 ครั้งใน 2 ปี ทำไมเพิ่งดิ้นพล่าน

ทั้งเครือข่ายต้านโกง ทั้ง 250 ส.ว. หมอตุลย์ หมอเหรียญทอง หมอหัวฟู นักร้องเดี่ยว นักร้องหมู่ จู่ๆ ก็ประเดประดังกันยื่นหนังสือทำเนียบ สภา ปปช. ด่าทอราชทัณฑ์ แฉมีการรับเงินเลื่อนชั้นเป็นนักโทษชั้นดี ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องดีนะถ้าจะชำระสะสางความอยุติธรรมในคุก ที่เป็นปัญหามานาน แต่ไม่เข้าใจตุ้ม ทำไมต้องลุกฮือตอนลดโทษจำนำข้าว

เพราะมันเป็นปีศาจ เป็นอนุสาวรีย์ เป็นผลงานคนดีย์ ในพิพิธภัณฑ์ อย่างนั้นหรือเปล่า

7 ปีผ่านไปใครวิจารณ์ทั้งโกงอำนาจโกงจัดซื้อจัดจ้าง ทุจริตทางนโยบาย ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ คนดีย์จำนวนมากก็ยังหลับหูหลับตาตะโกน ‘จำนำข้าวๆๆ’ อีก 20 ปีก็คงตะโกน ‘จำนำข้าวๆๆ’ โกงเงินชาวนาจนฆ่าตัวตาย ทั้งที่เป็นเพราะใคร ขัดขวางไม่ให้รัฐบาลกู้เงิน

ไม่ได้เชียร์จำนำข้าวเสียหมดนะ มันมีด้านที่ผิดพลาด รั่วไหลง่าย ความคิดกักตุนข้าวให้ตลาดโลกขึ้นราคา เพ้อฝันเกินไป ถ้าไม่เกิดรัฐประหาร รัฐบาลเพื่อไทยก็ติดกับดักเป็นดินพอกหางหมูเลิกไม่ได้ แต่ความผิดพลาดล้มเหลวนั้นต้องตัดสินทางการเมืองในการเลือกตั้งใหม่

แต่อย่างน้อยจำนำข้าวก็ทำให้ชาวนาได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ขณะที่ประกันข้าว เมื่อรวมความช่วยเหลืออย่างอื่น พรรคเพื่อไทยชี้ว่าใช้เงินเท่ากันคือฤดูเพาะปลูกเดียว งวด 1 ปี 64/65 ใช้ไป 1.5 แสนล้าน แต่ไม่เห็นผลด้านกระตุ้นเศรษฐกิจ แถมชาวนาได้เงินช้าเพราะต้องรอรัฐบาลโยกเพดานเงินกู้ สมัยหน้าก็จะดินพอกหางหมู ทั้งประกันพืชผล บัตรคนจน คนละครึ่ง ฯลฯ เลิกไม่ได้เหมือนกัน

ศาลฎีกาไม่ได้ตัดสินว่ายิ่งลักษณ์ผิดจำนำข้าว แต่ผิดที่ ‘ปล่อยปละละเลย’ ทุจริตขายข้าวจีทูจี ซึ่งอัยการรวมสำนวนเข้ามาภายหลัง แต่จำนำข้าวมันเป็นอนุสาวรีย์ เป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้วไง

ถามว่าทำไมต้องดิ้นตอนนี้ น่าจะเพราะความเสื่อมความล้มเหลวของระบอบคนดีย์ปราบโกง ที่ดีแต่ ‘พูดหยุดโกง’ แต่ตรวจสอบใครไม่ได้ สำนักข่าวปราบโกงลงแต่ข่าวศาลทุจริตตัดสินจำคุกปลาซิวปลาสร้อย นายก อบต. นายกเทศมนตรี ข้าราชการตัวเล็กตัวน้อย ขณะที่พยายามเปิดโปงการทุจริตระดับชาติอยู่เหมือนกัน แต่ล้มเหลว ทำอะไรไม่ได้

ระบอบที่ผนึกอำนาจค้ำชนชั้นนำ มีค่าตอบแทนทางศีลธรรมที่ต้องจ่าย นั่นคือจำเป็นต้องรับเอานักการเมืองที่เคยชี้หน้าด่าทอว่าสามานย์ เข้ามาเป็นกลไกสืบทอดอำนาจแล้วต่างตอบแทน กลายเป็นขั้วเดียวกันทั้งรัฐราชการ ทหาร ตำรวจ กระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ นักการเมืองระบบอุปถัมภ์ และกลุ่มทุนใหญ่

ใครก็รู้ว่าใกล้เลือกตั้ง นักการเมืองต้องสั่งสมทุน แล้วเอามาจากไหน จริงหรือว่ายุคนี้ไม่มีทุจริต ไม่มีฮั้วประมูล ซื้อขายตำแหน่ง ย้อนไปยุครัฐประหารก็เหมือนกัน ใครตรวจสอบได้ ในเมื่อองค์กรอิสระตั้งมาจากอำนาจเผด็จการ

ประเทศไทยยังมีความยุติธรรม? อ๋อ เปรมชัย กรรณสูต ถูกจำคุก ก็สังคมตัดสินแล้วตั้งแต่วันที่ภาพซากเสือดำกระหน่ำโซเชี่ยล ใครก็ช่วยไม่ได้ เหมือนผู้กำกับโจ้ดิ้นไม่หลุดเพราะคลิปถุงดำ ถ้าไม่มีคลิปก็ไม่แน่เหมือนกัน แต่ที ‘เสี่ยโจ้’ ถูกจับได้ ผู้บัญชาการสอบสวนกลางแถลงข่าวเอง กลับต้องปล่อยตัว เพราะหมายจับหายจากระบบ

ถ้ายุคทักษิณ AIS ควบรวม dtac คนดีย์คงเต็มถนน ทุจริตเชิงนโยบาย ถ้ายุคเพื่อไทยสภาตั้งกรรมาธิการเปิดบ่อน คงรุมถล่มไร้ศีลธรรม

แล้วใครเชื่อว่าทุกวันนี้ไม่มีบ่อน ไม่มีการลักลอบขนแรงงานเถื่อน ขน 100 เที่ยวจับ 2 เที่ยวก็เป็นผลงาน

อาการดิ้นพล่านพิทักษ์อนุสาวรีย์ปราบโกงจำนำข้าว สะท้อนความเสื่อมของอำนาจ และเค้าลางความพ่ายแพ้ตกต่ำ ที่ทำให้คนดีย์อึดอัด ต้องตอกย้ำอดีตเพื่อปกป้องปัจจุบัน รวมทั้งต้องชิ่งตัวเองออกจากนักการเมืองที่เคยด่าทอ สมศักดิ์ เทพสุทิน ก็เลยรับเละ ปชป.ฉวยโอกาสเป็นพระเอก เสนอแก้ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ทันควัน

อีกมุมหนึ่ง ก็คงเตรียม ‘จำนำข้าวๆๆ’ สกัดกั้นเพื่อไทย กลัวเลือกตั้งใหม่แลนด์สไลด์ เตรียมคว่ำอีกครั้งซ้ำรอยประวัติศาสตร์

ทั้งที่น่าจะตระหนักว่าไม่ซ้ำรอยแล้ว เพราะครั้งนี้ถ้าพัง ก็เสื่อมกันทั้งพวง

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์ www.khaosod.co.th/politics/news_6787433

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar