lördag 3 maj 2014

เจรจาพร้อมเตะตัดขา?....บทความที่ทุกคนควรอ่านและทำความเข้าใจ..เกี่ยวกับสถานการณ์ในเวลานี้และผลที่จะตามมาในอนาคต



เจรจาพร้อมเตะตัดขา? โดย ใบตองแห้ง

สถานการณ์การเมืองมีแนวโน้มกลับสู่โต๊ะเจรจา "ปฏิรูปพร้อมเลือกตั้ง" ตามที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาเดินสาย แม้ กปปส.ดิ้นรน "ประกาศชัยชนะครั้งสุดท้าย" ก็คงไม่สามารถฝืนกระแส กระทั่งพุทธอิสระ ยังหา "บันได" ให้กำนันลง โดยชวนรณรงค์ "ถวายคืนพระราชอำนาจ" ซึ่งแปลว่าเดินทางไกลไปหัวหินแล้วสลายม็อบ กลับบ้านใครบ้านมัน

ความต้องการเจรจาหย่าศึกไม่ได้เกิดเพราะจู่ๆ มาร์คตรัสรู้ กลับใจ ได้สำนึก "ทุกคนล้วนมีส่วนผิด รวมทั้งผมและพรรคประชาธิปัตย์ด้วย" (ถ้าตรัสรู้ได้เอง คงพูดนานแล้ว) แต่มาจากแรงกดดันของหลายภาคส่วนในสังคม ซึ่งกังวลว่าถ้าดันทุรังไปสู่นายกฯ คนกลาง โดยอาศัยศาล หรือ ปปช.ถอดถอน นายกฯ เกิดสุญญากาศอำนาจ แทนที่จะได้นายกฯ คนกลาง กลับจะได้สงครามกลางเมืองมากกว่า

พูดอีกอย่างว่าความเข้มแข็งของพลังประชาธิปไตย ที่พร้อมลุกฮือต่อต้านทุกรูปแบบ ขณะที่ภาคธุรกิจ คนตรงกลางๆ ก็กดดันให้เจรจา ทำให้ขั้วอำนาจตรงข้ามระบอบทักษิณต้องร้องว่า "ไอ้เสือถอย" แล้วเลือกอภิสิทธิ์มาเป็น The Chosen One พระเอกคลี่คลายสถานการณ์

พูดอย่างนี้ไม่ใช่ปฏิเสธ เพราะต้องให้โอกาส ถ้าไม่มีอภิสิทธิ์เป็นตัวกลางอีกฝ่าย การหย่าศึกก็เป็นไปได้ยาก แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจที่มาที่ไป เพื่อวิเคราะห์ว่า "ไว้วางใจ" ได้แค่ไหน

กลุ่มที่มีบทบาทสูงในการกดดันน่าจะเป็นภาคธุรกิจ ผ่านทาง "เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป" ซึ่งอภิสิทธิ์ไปพบปลัดกระทรวงยุติธรรมและประธานหอการค้า เมื่อวันอังคารที่ ผ่านมา ภาคธุรกิจยังตีปี๊บเตือนสังคมว่า ถ้าไม่มีรัฐบาลในไตรมาส 3 ประเทศ "เจ๊งยาว"

อย่างไรก็ตามการเจรจา "ปฏิรูปพร้อมเลือกตั้ง" จะมาแนวไหนยังไม่มีข้อตกลง ยังต่อรองกันอยู่ ถ้าดูแนวให้สัมภาษณ์ของกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดยุติธรรม จะเห็นข้อเสนอเลือกตั้งรัฐบาลชั่วคราวเพื่อการปฏิรูป อยู่เพียง 1 ปีถึง 1 ปีครึ่งก็ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ซึ่งก็โอเค อยู่ในวิถีประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องใหม่ อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ กลุ่มขั้วที่ 3 ก็เคยเสนอ มาแล้ว แต่ไม่มีใครฟัง ต้องฟัดกันจนอ่อนล้าค่อยยอมรับ

ก่อนนี้กิตติพงษ์ยังพูดชัดว่าอยากเห็น "รัฐบาลแห่งชาติ" ทุกพรรคร่วมกันเป็นรัฐบาล ซึ่ง อ.จอน อึ๊งภากรณ์ เคยเสนอเช่นกัน

นี่เป็นประเด็นท้าทายว่าคน 2 ขั้วจะยอมรับหรือไม่ แล้วใครเป็นนายกฯ จะยึดหลักเสียงข้างมากอยู่ไหม จะบริหารอย่างไร จะปฏิรูปอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องต่อรองกันอีกเยอะ โดยประชาชนต้องยอมรับ ไม่ใช่มุบมิบฮั้วกันเอง

ปัญหาคือการต่อรองนี้จะดำเนินไปอย่างแฟร์ๆ หรือไม่ ในขณะที่ทั้งสองฝ่าย ก็ยังระดมมวลชนเพื่อกดดัน ซึ่งมองได้ 2 ด้าน กดดันเพื่อแตกหัก หรือกดดันเพื่อต่อรอง เช่นที่กำนันนัดชุมนุมใหญ่ ประชัน นปช.ที่จะชุมนุมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

กกต.หารือร่วมกับรัฐบาล ตกลงจัดเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค. และจะส่งร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งในวันที่ 6 พ.ค. มีแนวโน้มว่าจะประกาศพระราชกฤษฎีกาได้ก่อนปปช.ชี้มูล หรือก่อนศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน แต่ กกต.ก็ยังตั้งแง่มากมาย ซึ่งทั้งน่าประหลาดใจ และทำให้ประชาชนไม่มั่นใจว่า กกต.จะจัดเลือกตั้งได้สำเร็จ

มีอย่างที่ไหน กกต.ขอใช้สิทธิเลื่อนวันลงคะแนนถ้ามีปัญหา อาจเป็นรายหน่วย รายเขต รายจังหวัด รายภาค หรือทั้งประเทศ หรือกระทั่งอาจไม่สามารถเปิดสภาได้ใน 30 วัน

มันไม่ใช่ขอใช้สิทธินะครับ บางเรื่องเช่น เลื่อนลงคะแนนรายหน่วยรายเขตรายจังหวัด เป็นอำนาจ กกต.อยู่แล้ว แต่เลื่อนทั้งประเทศทำได้หรือ ถ้าจัดเลือกตั้งล่าช้าไม่สามารถเปิดสภา ก็เป็นความรับผิดของ กกต.จะมาขอให้รับสภาพง่ายๆ หรือ ถ้า กกต.ทำเต็มที่ไม่ว่ากัน แต่ถ้า กกต.หย่อนยานจะ "ขอใช้สิทธิ" ได้อย่างไร

ข้อเสนอทั้ง 5 ข้อ ฟังแบบชาวบ้านๆ ก็พูดได้ว่า กกต.พร้อมจะเบี้ยวตลอด ไม่น่าไว้วางใจ

ขณะเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญและป.ป.ช.ก็แสดงท่าทีว่าแม้ยอมให้เวลา หาทางออกสู่เลือกตั้ง แต่ก็จะเดินหน้าถอดถอน เดินหน้าชี้มูลนายกฯ ชี้มูล ส.ส. 200 กว่าคน ฐานแก้ไขรัฐธรรมนูญให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง ทั้งที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจและเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภา และเป็นไปตามหลักประชาธิปไตยที่อำนาจมาจากเลือกตั้ง

ถามว่านี่จะเจรจาหย่าศึกกันจริงไหม ต้องการไปสู่การปฏิรูปจริงไหม เพราะถ้าจะปฏิรูปประเทศจริงๆ ก็ต้องถอยคนละก้าว สร้างความยินยอมพร้อมใจ ตั้งโต๊ะถกเหตุผลกัน ทั้งสองฝ่าย

หรือจริงๆ ไม่ได้ต้องการหย่าศึก แค่หลบเลี่ยงการแตกหัก ยอมรับให้เลือกตั้ง แล้วระหว่างทางก็ยังเตะตัดขา ลอบฆ่า ลอบตัดตอน ตัดกำลัง พร้อมจะเบี้ยวทุกขั้นตอน

ระวังนะครับ ถ้าไม่จริงใจ สงครามกลางเมืองแทนที่จะ หลีกเลี่ยงได้ กลับจะร้ายแรงกว่าหลายเท่า

ที่มา:
http://bit.ly/R6bYIc     

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar