måndag 12 juni 2023

"กัลฟ์."..ถือหุ้นไอทีวี 42%

บีบีซีไทย - BBC Thai 

6 tim 

เทียบคำต่อคำ คลิป-บันทึก ประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี
.
คลิปบันทึกการประชุมออนไลน์ของ การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) กลายเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวางในตอนนี้ เพราะอาจเป็นหลักฐานพิสูจน์ว่า มีความพยายามเปลี่ยนสถานะของไอทีวี เพื่อเอาผิดนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในปม “ถือหุ้นสื่อ”
.
จุดที่ ฐปนีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าว 3 มิติ พบพิรุธคือ ช่วงการเปิดให้ผู้ถือหุ้นถามคำถามในวาระที่ 9 ว่าด้วย “การพิจารณาเรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)” โดยในคลิปนั้น นายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานคณะกรรมการบริษัท ไอทีวี อ่านคำถามจาก นายภานุวัฒน์ ขวัญยืน ผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมด้วยตนเองว่า “มีการดำเนินกิจการเกี่ยวกับสื่อหรือทีวีหรือไม่ครับ”
“ตอนนี้ บริษัทยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ นะครับ ก็รอผลคดีความให้สิ้นสุดก่อนนะครับ” คิมห์ ตอบ แต่คำตอบของคำถามเดียวกันในบันทึกการประชุมแบบลายลักษณ์อักษร กลับเป็นคำว่า “ปัจจุบัน บริษัทยังดำเนินกิจการอยู่ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท และมีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ”
.
อ่านรายละเอียดทั้งหมด ทางนี้ https://bbc.in/42ucnaQ
 
Kan vara en bild av tidning, affisch, kalender, tidskrift och text  

1 tim 

กรรมการบริษัทไอทีวีชุดเดิม 4 คน ที่ถูกเปลี่ยนออกไป หลังกัลฟ์เข้าถือหุ้นกว่า 42% ในอินทัช ไม่มีใครเป็นผู้บริหาร บมจ.อินทัชฯ แม้แต่คนเดียว
 
กรรมการไอทีวี 4 จาก 5 คน ถูกเปลี่ยนหลังจาก "กัลฟ์" เข้าถือหุ้นใหญ่ "อินทัช" เพียง 4 เดือน - BBC News ไท
ใครเป็นใครในกรรมการ บ.ไอทีวี หลังกัลฟ์ถือหุ้นใหญ่อินทัช
.
กรรมการบริษัทไอทีวีชุดปัจจุบันจำนวน 4 คน จาก 5 คน ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการเมื่อเดือน ธ.ค. 2564 โดยทั้งหมดมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารของ บมจ.อินทัช อยู่เดิม
.
การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทไอทีวีครั้งนี้เกิดขึ้นในเดือน ธ.ค. 2564 หลังจากบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ แจ้งตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2564 ว่า ได้เข้าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับหนึ่งของ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ แล้ว ด้วยสัดส่วนหุ้น 42.25% จากเดิมที่ถืออยู่ 18.93% นั่นเท่ากับว่า การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทไอทีวีในครั้งดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่กัลฟ์ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บมจ.อินทัช เพียง 4 เดือนเศษเท่านั้น
.
ทั้งนี้ กรรมการ 4 คนเดิมชุดก่อนการเปลี่ยนแปลง เป็นกรรมการบริษัทไอทีวีมาตั้งแต่ปี 2550 โดยไม่มีคนใดเป็นผู้บริหารของ บมจ.อินทัช มาก่อน
.
อ่านเพิ่มเติม https://bbc.in/460MdPO

Kan vara en bild av 1 person och text

....................................................

‘สารัชถ์ รัตนาวะดี’ เจ้าของ ‘GULF’ มหาเศรษฐีหน้าใหม่อันดับ 1 เมืองไทย

เปิดประวัติ ทำความรู้จัก 'สารัชถ์ รัตนาวะดี' เจ้าของ 'GULF' ผู้นำอุตสาหกรรมพลังงาน หลังถูกจัดอันดับเป็นมหาเศรษฐี อันดับ 1 ประเทศไทย ป้ายแดงสดๆ ร้อนๆ แซง 2 เจ้าสัว 'เจริญ-ธนินท์'
 

19 สิงหาคม 2565
 เศรษฐกิจ-ยานยนต์   

กรณีเว็บไซต์ Forbes.com ในส่วนของ ‘The Real-Time Billionaires List’ จัดอันดับมหาเศรษฐีของโลกและของประเทศต่างๆ ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยที่กลายเป็นกระแสอย่างรวดเร็ว เมื่อตำแหน่งของคนที่รวยที่สุดในประเทศไทย คือ สารัชถ์ รัตนาวะดี ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของเมืองไทย มีทรัพย์สินสุดมั่งคั่งสุทธิที่ 423,330 ล้านบาท แทนสองเจ้าสัว มหาเศรษฐีอย่าง ‘เจริญ สิริวัฒนภักดี’ และ ‘ธนินท์ เจียรวนนท์’ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

‘สารัชถ์ รัตนาวะดี’ ผงาดมหาเศรษฐีอันดับ 1 ไทย แซงเจ้าสัวเจริญ-ธนินท์

ทั้งนี้ทางเดลินิวส์ ออนไลน์ จึงอยากมาชวนส่องประวัติ ทำความรู้จักกับ สารัชถ์ รัตนาวะดี กันอีกครั้ง ว่าเป็นใคร สารัชถ์ รัตนาวะดี ชื่อเล่น ‘กลาง’ เกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ค.พ.ศ. 2508 ปัจุบันอายุ 57 ปี เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นบุตรของ พล.อ.ถาวร รัตนาวะดี อดีตหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการ กองบัญชาการทหารสูงสุด กับนางประทุม รัตนาวะดี น้องสาวของนายวาริน พูนศิริวงศ์ นักธุรกิจและเจ้าของหนังสือพิมพ์แนวหน้า โดยสารัชถ์เป็นลูกคนกลาง มีพี่ชายชื่อ สาณิต และน้องชายชื่อ สฤษดิ์ สารัชถ์ แต่งงานกับ นลินี ตันติสุนทร ลูกสาวของนายรักษ์ ตันติสุนทร คณบดีชาวจีนใน จ.ตาก มีบุตรด้วยกันสองคนคือสาริศ กับ สิตมน

สารัชถ์ ศึกษาที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย โดยเพื่อนร่วมรุ่นเรียกเขาว่า “แย้ม” ศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท ด้านการบริหารจัดการวิศวกรรม จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (University of Southern California) สหรัฐอเมริกา

หลังศึกษาจบได้ก่อตั้ง บริษัท กัลฟ์ อิเล็คตริก จำกัด ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า ปี พ.ศ. 2537 ขณะอายุเพียง 29 ปี โดยสารัชถ์ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ จากนั้นได้จัดตั้งบริษัทอีกจำนวนหนึ่งที่ใช้คำนำหน้าว่า “กัลฟ์” เช่น บริษัท กัลฟ์ เพาเวอร์ เจเนอเรชั่น จำกัด (ก่อตั้ง พ.ศ. 2539) บริษัท กัลฟ์ โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (ก่อตั้ง พ.ศ. 2539) บริษัท กัลฟ์ ยะลา กรีน จำกัด (ก่อตั้ง พ.ศ. 2540) และ บริษัท กัลฟ์ ไอพีพี จำกัด (ก่อตั้ง พ.ศ. 2547) เป็นต้น

รวมถึงบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าของเอกชนรายใหญ่ที่สุดของไทย เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2560 ทำให้ชื่อสารัชถ์ ปรากฏในทำเนียบมหาเศรษฐีไทยของนิตยสาร ฟอบส์ ในปี 2561 ในปี พ.ศ. 2562 สารัชถ์ ถือสินทรัพย์ที่เป็นหุ้นไทยที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นปีแรก จากนั้นครองอันดับ 1 ผู้มีหุ้นมากที่สุดเป็น 3 ปีซ้อน

ปัจจุบัน สารัชถ์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 583,000 ล้านบาท อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่ประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี ตั้งแต่ช่วง 2563-2565 ซึ่งการขยายตัวของกำไรทำให้สารัชถ์ ขยายธุรกิจแตกแขนงออกไปอีกหลายช่องทางธุรกิจ เช่น สาธารณูปโภค เป็นต้น จนบริษัทกัลฟ์ กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ AIS ทำให้สารัชถ์ รัตนาวะดี มีธุรกิจที่กว้างขวางมากขึ้นนอกจากธุรกิจพลังงานไฟฟ้าในตอนแรก

ทำให้บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทยได้ในขณะนี้ จนข้อมูลล่าสุดของนิตยสาร ฟอบส์ วันที่ 18 ส.ค.2565 จัดอันดับ นายสารัชถ์ มีความมั่งคั่งสุทธิอยู่ที่ประมาณ 423,330 ล้านบาท หรือประมาณ 11,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยดังกล่าว... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/1376313/

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar