เลขาฯ กกต. ระบุต้องรับรอง 'พิธา' เป็น ส.ส. ก่อนจึงพิจารณาด้านคุณสมบัติ ตาม ม.151
.
แม้ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยกคำร้องเรื่องการถือครองหุ้นสื่อของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไปแล้ว แต่ยังมีช่องทางสำหรับ กกต. สามารถตรวจสอบได้อีก หากนายพิธาได้รับการรับรองให้เป็น ส.ส.
.
ในการให้สัมภาษณ์ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในช่วงบ่ายของวันที่ 9 มิ.ย. เกี่ยวกับกรณีนี้ส่วนหนึ่งระบุว่า กกต. สามารถดำเนินคดีอาญาต่อหัวหน้าพรรคก้าวไกลได้ ในข้อหาฐานรู้ว่าขาดคุณสมบัติแต่ยังมาสมัครตามมาตรา 151 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 แก้ไขเพิ่มเติม 2566
.
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ นายแสวงยอมรับว่ากรณีมีผู้ร้องปมการถือหุ้นสื่อของนายพิธานั้นเป็นปัญหาเทคนิคทางกฎหมาย ซึ่งในแง่กระบวนการทางกฎหมายต้องมีความยุติธรรม ชอบด้วยกฎหมาย และให้โอกาสทั้งสองฝ่ายมาชี้แจงข้อกล่าวหา
.
"การอยู่ร่วมกันน่าจะอยู่ด้วยกฎหมายไม่ได้อยู่ที่ว่า ใครต้องการอะไร แล้วได้อย่างนั้น" นายแสวงกล่าวทิ้งท้าย
ผศ.ดร.ปริญญา
เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีคณะรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ออกพระราชกำหนดเลื่อนการบังคับใช้ พระราชบัญญัติป้องกันการอุ้มหายทรมานว่า
"ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ" เป็น "เรื่องใหญ่"
เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจการบริหารที่ไม่เคารพในสิ่งที่เป็นกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร
และยังเป็นการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่อจนกระทบต่อการคุ้มครองสิทธิของประชาชน
และทำให้ประชาชนเสียหาย
.
อ่านเพิ่มเติม: https://bbc.in/42N9e6l
Inga kommentarer:
Skicka en kommentar