บทความ: สถาบันกษัตริย์กับการค้ายาเสพติด ตอนที่ 9 ยาเสพติดขบวนการมาลีปา เส้นทางที่ 4 ตอบแทนผู้จงรักภักดี
สถาบันกษัตริย์กับการค้ายาเสพติด
![]() |
| ควายผู้จงรักภักดี |
เผยแพร่ครั้งแรก 30 กรกฎาคม 2557
ในชื่อหัวข้อ ”เส้นทางยาเสพติดของลุงสมชาย”
แก้ไขอัพเดทเพิ่มเติมครั้งที่1....
12 กันยายน 2560 ในชื่อหัวข้อ
“สถาบันกษัตริย์กับการค้ายาเสพติด”
ตอนที่ 9
ยาเสพติดขบวนการมาลีปา เส้นทางที่ 4 ตอบแทนผู้จงรักภักดี
![]() |
| ปลุกฝิ่นบนดอยปุย ภายในบริเวณตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ |
ยาเสพติดสายนี้เพื่อทหารและผู้จงรักภักดี
ในเส้นทางสายนี้ ทางวังเปิดโอกาสให้เป็นผลประโยชน์และรายได้แก่ทหารสายราชสำนัก เช่น บูรพาพยัคฆ์และวงศ์เทวัญโดยเฉพาะกลุ่มจงรักภักดีสายราชนิกูล เพื่อเป็นผลประโยชน์ตอบแทน โดยมีความจงรักภักดีเป็นเงื่อนไข และการขนยาในเส้นทางสายนี้ การขนส่งจะใช้รถยีเอ็มซีของทหาร รวมทั้งรถที่ติดป้ายโครงการหลวง
โดยยาเสพติดประเภทต่างๆรวมทั้งกัญชาในเส้นทางสายนี้ส่วนใหญ่จะถูกส่งไปให้เอเย่นต์ค้ายาในกรุงเทพฯ เพื่อ กระจายไปยังสถานบันเทิง ต่างๆเช่นในย่าน RCA สถานบริการอาบ อบ นวด พับ คาเพ่ รวมทั้งบ่อนคาสิโนตามชายแดนทุกแห่ง ในประเทศเพื่อนบ้าน และเรื่องราวที่พลเอกประวิทย์ วงศ์สุวรรณเข้าไปเกี่ยวข้องกับคาสิโนที่ช่องสายตะกูนี้เอง จึงเป็นที่มาให้มีการจับทหารของพลเอกเปรมที่ค้ากัญชา
![]() |
| คาสิโน ช่องสายตะกู |
เปรมเล่นงานประวิทย์เรื่องบ่อนสายตะกู & ประวิทย์แก้แค้นด้วยการจับคนของเปรมขนกัญชา
เมื่อทหารสายพลเอกประวิทย์ ไม่ยอมลงจากอำนาจ พลเอกเปรมจึงรอจังหวะหาทางเล่นงานพลเอกประวิทย์ วงศ์สุวรรณ มาโดยตลอด และมาสบโอกาสในตอนที่ออกญาลึมเฮย ที่มีเชื้อชาติเวียดนาม สัญชาติเขมร ได้ติดสินบนพลเอกประวิทย์ วงศ์สุวรรณ เป็นจำนวนเงินมากถึง1,050 ล้านบาท เพื่อแลกกับการอนุมัติ ให้เปิดบ่อนเสรีในพื้นที่ทับซ้อนบริเวณชายแดนไทยกำพูชา หรือที่เรียกว่าคาสิโนสายตะกู
| ออกญาลึมเฮย |
ทางด้านพลเอกประวิทย์ วงศ์สุวรรณ ก็เก็บความแค้นนี้ไว้
เพื่อรอการชำระเช่นกัน และมาสบโอกาส เพราะก่อนหน้านั้นในวันที่ 5 กันยายน 2559 ตำรวจสามารถจับนายฉี เจ ซัน หรือ
จีระยุทธ วาณิชย์ สัญชาติไต้หวัน และยังมีชื่อไทยอีกชื่อหนึ่งว่า นายสุพรชัย
ชูแก้ว พร้อมกัญชาอัดแท่งซุกซ่อนอยู่ในโกดังแห่งหนึ่งที่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี รวมแล้วมีมากถึง
3,155 กิโลกรัม มีการหีบห่อรอส่งไปประเทศที่สาม โดยตำรวจจับนานฉี
เจ ซัน ได้คนเดียว
![]() |
| กัญชาอัดแท่ง |
แต่ทางสายข่าวของพลเอกประวิทย์
วงศ์สุวรรณ คือ พล.ท.ธนเกียรติ ชอบชื่นชม สามารถสืบทราบได้ว่า พล.ท.เกรียงไกร
ชัยชุมพร หรือเสธน้อย คนสนิทของพลเอกเปรม ซึ่งเป็นอดีตนายทหารเสือราชินี
ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าทีม รปภ.ซึ่งเข้านอกออกในบ้านสี่เสามาเกือบสิบปี
ได้ร่วมมือกับนายฉี เจ ซัน ค้ายาเสพติดมานาน จึงร่วมกับตำรวจขยายผลสอบเค้นนายฉี เจ
ซัน อย่างหนัก จนในที่สุดก็ยอมรับสารภาพ โดยซัดทอดว่าได้มือร่วมกับพล.ท.เกรียงไกร
ชัยชุมพร ค้ายา จนสามารถจับกุมตัว พล.ท เกรียงไกร ชัยชุมพร ได้ในวันที่ 5 เมษายน
2560 ซึ่งนับได้ว่าพลเอกประวิทย์ สามารถแก้แค้นพลเอกเปรม
ได้ในระยะเวลาที่ห่างกันเพียงเดือนเดียว
![]() |
| พล.ท.เกรียงไกร ชัยชุมพร (คนสนิทเปรมในบ้านสี่เสา) |
จากความขัดแย้งของสองกลุ่มที่กำลังชิงอำนาจทางการเมืองกันอย่างรุนแรงในช่วงปลายปี
2560
นี้ จึงทำให้เห็นได้ว่า
ต่อไปสถานการณ์ความขัดแย้งก็จะทวีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในครั้งใหญ่ได้
ความผูกพันธ์ระหว่างภูมิพลกับกองพล93
ผู้นำทหารกองพล 93 ที่ดอยแม่สลอง ล้วนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกษัตริย์ภูมิพล อย่างเช่น นายพลหลุย อี่ เทียน นายพลเลา ลี นายพลต้วน ซีเหวิน โดยเฉพาะนายพลต้วน ซี เหวิน ที่มีชื่อไทยว่านายชีวัน คำลือ จะมีความสนิทสนมเป็นพิเศษ
![]() |
| นายพล หลุย อี่ เทียน หนึ่งในผู้นำทหารกองพล 93 |
ผู้นำทหารกองพล 93 นอกจากกษัตริย์ภูมิพลแล้ว
พวกเขายังมีความสนิทสนมกับทหารไทย ตั้งแต่สมัยจอมพลผิน ชุณหะวัณ พลเอกเผ่า
ศรียานนท์ ต่อมาก็ยุคของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งคนทั้งหมดนี้ ได้ร่วมกันค้าฝิ่นและเฮโรอีนมาตั้งแต่
ครั้งที่กองพล93
เข้ามาอยู่ที่ดอยแม่สลองใหม่ๆ โดยเฉพาะพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นอกจากจะคุ้นเคยกับผู้นำทหารในกองพล 93 แล้ว พล.อ.เกรียงศักดิ์ ยังเป็นเป็นเพื่อนสนิทกับขุนส่าราชายาเสพติดระดับโลกอีกด้วย
พื้นที่การปลูกฝิ่นในประเทศไทย
จะปลุกกันทุกดอยในโครงการหลวง เช่น ดอยปุย ดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์ ดอยในจังหวัดเชียงใหม่ ดอยในจังหวัดแม่ฮองสอน ดอยในจังหวัดเชียงราย ซึ่งฝิ่นดิบเหล่านี้จะปลูกโดยชาวเขาเผ่าแม้ว (ม้ง)
![]() |
| ฝิ่นบนดอย ในแม่ฮ่องสอน |
เมื่อมีคนเข้าไปเห็นไร่ฝิ่นที่ดอยต่างๆ
แล้วเข้าไปสอบถามว่า ฝิ่นเหล่านี้เป็นของใคร? พวกชาวเขาก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า
เป็นของ “พ่อหลวง แม่หลวง” ซึ่งแน่นอนว่าฝิ่นทุกต้นบนดอยของประเทศไทย
ถูกปลูกอยู่ในโครงการหลวง ตามที่วังใช้มติของคณะรัฐมนตรียึดที่ทำกินของชาวเขาบน ภูดอย
มาทั้งสิ้น
![]() |
| ฝิ่นแม่ตะมาน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ |
ยาเสพติดถ้าอยู่ในโครงการหลวงจะถูกกฎหมาย
และเพื่อเป็นการตบตาชาวไทย และตบตาคนทั้งโลก ทางวังจึงวางแผนให้คนทั่วไปรู้สึกว่า การปลูกฝิ่นเป็น เรื่องไม่ผิด ถ้ามีอยู่ในโครงการหลวง
ดังนั้น ทางสำนักพระราชวัง จึงดำเนินการให้จัดตั้งหอฝิ่นขึ้นมา ที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยใช้ชื่อ ว่า พิพิธภัณฑ์ บ้านฝิ่น โดยมีโครงการวิจัยฝิ่นบังหน้า และใช้ข้ออ้างว่ามีวัตถุประสงค์ เพื่อให้คนไทย รวมทั้งนักท่องเที่ยวมาเรียนรู้ และดูว่าฝิ่นเป็นอย่างไร
| หอฝิ่นสามเหลี่ยมทองคำ |
แต่แหล่งข้อมูลระบุว่าภายในบริเวณหอฝิ่นแห่งนี้
มีสถานที่ลับสำหรับเก็บรักษาฝิ่น และยาเสพติด มีการเจาะภูเขา ขุดเป็นอุโมงค์ และห้องใต้ดิน
ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกทั้งในการเก็บรักษา และการลำเลียงฝิ่นและยาเสพติดชนิดอื่นๆ
ที่มาจากพวกโกกั้งทางฝั่งพม่า
![]() |
| ห้องเก็บฝิ่น ภายในหอฝิ่น |
ซึ่งวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของสำนักพระราชวังที่ต้องการสร้างหอฝิ่นขึ้นมา
ก็เพื่อต้องการครอบครองฝิ่น และ ยังสามารถครอบคลุมไปถึงยาเสพติดอื่นๆ ได้อย่างถูกกฎหมายอีกด้วย
สรุปว่าในประเทศไทย มีแต่โครงการหลวง อันเนื่องจากพระราชดำริเท่านั้น ที่สามารถครองครองยาเสพติดได้อย่างถูกกฎหมาย และนี่คือเล่ห์กลอันชาญ ฉลาดของกษัตริย์ภูมิพลและเครือข่ายยาเสพติด
นอกจากกษัตริย์ภูมิพล จะทรงมีพระอัจฉริยะภาพในการยึดเอาทรัพย์สมบัติของชาติ มาเป็นสมบัติส่วนตนแล้ว พระองค์ยังทรงมีพระอัจฉริยะภาพในการทำให้ยาเสพติดถ้าอยู่ในโครงการหลวงกลายเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายอีกด้วย
กองกำลังผาเมืองกับการค้ายา
นอกจากนี้ยังมีคดีที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังผาเมือง ในจังหวัดเชียงรายว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็คือคดีที่ทหาร กองกำลังผาเมือง 9 นาย ที่นำโดย พ.ต.เชิดพงษ์ ช่วยบำรุง หน.ฝ่ายข่าวกรอง กองกำลังผาเมือง
![]() |
| พ.ต.ชิดพงษ์ ช่วยบำรุง |
ได้ร่วมกับ นายหน่อคำ ราชายาเสพติดชาวพม่า
เจ้าของฉายาโจรสลัดแห่งลุ่มแม่น้ำโขง กระทำการฆ่าหมู่ 13
ศพลูกเรือจีน บริเวณแม่น้ำโขง ช่วงอ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2554
ซึ่งคดีนี้เป็นที่สะเทือนขวัญและเป็นข่าวใหญ่โตในประเทศจีน
ทำให้ชาวจีนโกรธแค้นมาก
![]() |
| ลาวจับหน่อคำส่งตัวให้จีน |
ซึ่งในคดีนี้
การสอบสวนทั้งจากทางตำรวจไทย และตำรวจจีนในช่วงแรก มีทั้งพยาน และหลักฐานชัดเจนว่า
นายหน่อคำ และทหารทั้ง
9 นายของกองกำลังผาเมือง
ได้เป็นผู้ร่วมกันฆ่า ลูกเรือจีน ทั้ง 13 ศพ และได้มีการดำเนินคดี กับทหารทั้ง 9 นายไปแล้ว
โดยพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.ที่เป็นผู้ดูแลคดีนี้เอง
แต่แล้วข่าวก็เงียบไป โดยไม่มีแม้แต่ทางพนักงานสอบสวนจะส่งฟ้องในชั้นอัยการ
ซึ่งเรื่องนี้ก็เห็นได้ชัดว่าต้องมีผู้ยิ่งใหญ่สั่งให้ยุติคดีกับนายทหารทั้ง9 ของกองกำลังผาเมือง
![]() |
| พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัติ |
ในเรื่องนี้ผู้เขียนได้รู้จักกับตัวแทนรัฐบาลจีนท่านหนึ่ง
ที่กำลังมาเจรจาการค้ากับตัวแทนรัฐบาลกำพูชา ได้บอกกับผู้เขียนว่า ในการประชุมของพรรคคอมมิวส์จีนในระดับมณฑล
และผู้บัญชาการทหารในนครปักกิ่ง ได้พูดคุยกันในที่ประชุมว่า จีนจะทำทุกวิถีทางในการนำตัวนายหน่อคำ
และ 9 ทหารไทยมาลงโทษให้ได้
ไม่ว่าจะจับเป็นหรือจับตาย
แต่ในที่สุดก็มีแต่นายหน่อคำและพรรคพวกเท่านั้นที่ถูกทางการลาวจับตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปให้จีน และในที่สุดศาลจีนก็สั่งประหารชีวิตนายหน่อคำ
ต่อมาเมื่อผู้เขียนได้พบกับตัวแทนรัฐบาลจีนท่านนั้นอีกครั้ง ผู้เขียนจึงได้ทวงถามว่า ทำไมทางการจีนถึงไม่เอา เรื่องกับ 9 นายทหารไทย ตัวแทนรัฐบาลจีนท่านนั้นก็ตอบว่า หลังเกิดเรื่อง ฟ้าหญิงสิรินธรได้ไปเยือนจีนด้วย ตัวเอง โดยท่านได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า ทางฟ้าหญิงสิรินธรคงเอาผลประโยชน์ทางการเมือง หรือผลประโยชน์ทาง ทรัพย์สิน อย่างใดอย่างหนึ่ง ไปแลกกับรัฐบาลจีน เพื่อไม่ให้ทหารไทยต้องตกเป็นจำเลยไปด้วย แต่ที่แน่ๆคงต้องไป แก้ตัวว่าทหารไทยทำไปเพราะถูกหลอก อะไรประมาณนั้น
ทหารพยายามจะเปิดเส้นทางค้ายาเสพติดเส้นทางใหม่
นอกจากยาเสพติดใน 4 เส้นทางนี้แล้ว ทหารยังมีความพยายามที่จะเปิดเส้นทางค้ายาเสพติดใหม่ ขึ้นอีก หนึ่งช่องทาง คือช่องทาง ที่ติดกับพม่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และที่นี่ทหารก็ได้รับความร่วมมืออย่าง ดีจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งระจาน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และหัวหน้าอุทยานคนนี้ก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีสั่งฆ่าครูป๊อด หรือนายทัศน์กมล โอบอ้อม เมื่อวันที่ 10 กย. 2554 และผู้ต้องสงสัยในคดีการหายตัวไปของผู้นำกระเหรี่ยงที่ชื่อบิลลี่
![]() |
| นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร |
สำหรับครูป๊อด รู้จักกับผู้เขียนดี เพราะเป็นคนจังหวัดเพชรบุรีเหมือนกัน
และในช่วงปี 2532 ถึง 2535 ก็เคยเป็นนายหน้าค้าที่ดินที่อ.แก่งกระจานมาด้วยกัน โดยก่อนถูกยิงตายครูป๊อดได้เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า
นายชัยวัฒน์ร่วมมือกับทหารที่ค่ายแก่งกระจาน ค้ายาเสพติดกับชนกลุ่มน้อยในพม่า
![]() |
| ครูป๊อด หรือนายทัศน์กมล โอบอ้อม |
หลังจากนั้น ก็เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกแบบ
ฮิวอี้ - แบล็คฮอว์ก และ เบลล์ รวม 3 ลำ ตกที่แก่งกระจาน ในวันที่ 17-19 และวันที่ 24 กรกฎาคม 2554 ตามลำดับนั้น เป็นการตกเพราะอุบัติเหตุเพียงลำเดียวคือ
เบลล์ ที่ตกในวันที่ 24 แต่อีก 2 ลำก่อนหน้านั้น
ถูกชนกลุ่มน้อยยิงตก
![]() |
| จุด ฮ.ตก |
เพราะมีการหักหลังกันในเรื่องค้ายาเสพติด โดย ฮ.ลำแรกที่มีทหาร 5 คน ไปนั้น ถูกยิงตกในระยะต่ำ
แล้วชนกลุ่มน้อยก็ฆ่าตัดคอ หลังจากนั้นก็วิทยุหลอกให้ทหารหน้าโง่ไทย นำเงินมาไถ่ตัว
โดยไม่บอกว่าได้ฆ่าทหารทั้ง 5คนนั้นไปแล้ว พอ ฮ.ลำที่สองมีทหารไปกันทั้งหมด 8 นาย
นักข่าวอีก 1คน ที่นำโดย พลตรี ตะวัน เรืองศรี นำเงินมาไถ่ตัว
ก็ถูกชนกลุ่มน้อยหลอกมาฆ่าจนหมด โดยแทบทุกศพถูกตัดหัว
![]() |
| พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ไปไถ่ตัวทหารที่ ฮ.ตกลำแรก แต่ก็ถูกยิงตกตายทั้งหมดเป็นลำที่ 2 |
ซึ่งในเรื่องนี้นายทัศน์กมล
โอบอ้อม หรือครูป๊อด นอกจากจะเล่าเรื่องการค้ายาเสพติดให้กับผู้เขียนแล้ว
คงไปเล่าให้ให้คนอื่นๆได้รับรู้ด้วย และโดยส่วนตัวครูป๊อดไม่ถูกกับนายชัยวัฒน์
ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พอเหตุ ฮ.ของทหารตกได้เพียงเดือนกว่า
ครูป๊อด ก็ถูกยิงตาย และหนึ่งในผู้ต้องหาจ้างวานที่ตำรวจจับได้ก็เป็นคนขับรถของนายชัยวัฒน์
ซึ่งคาดว่าเป็นการฆ่าปิดปาก แต่คดีนี้นายชัยวัฒน์
และมือปืน ก็รอดในอภินิหารย์ของกฎหมายไทยอีกเช่นเคย ทั้งที่คนจ้างวานเป็นคนขับรถของนายชัยวัฒน์
และรับสารภาพในชั้นสอบสวนแล้วด้วย
ส่วนคดีที่นายชัยวัฒน์ ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการหายไปของ กระเหรี่ยงบิลลี่นั้น ในชั้นสอบสวนนายชัยวัฒน์บอกว่าไม่รู้จักกระเหรี่ยงบิลลี่ แต่ต่อมามีรูปถ่ายไปยืนยันกับพนักงานสอบสวน ว่านายชัยวัฒน์และกระเหรี่ยงบิลลี่ถ่ายรูปคู่กัน แต่ก็ด้วยอภินิหารของกฎหมายไทยอีกเช่นเคยที่ทำให้นายชัยวัฒน์รอดไปได้อีก
![]() |
| ชัยวัฒน์โกหกกับพนักงานสอบสวนว่าไม่รู้จักกระเหรี่ยงบิลลี่ (แต่มีรูปถ่ายคู่กัน) |
สรุปว่า..ถ้าใครสามารถเข้าไปอยู่ในขบวนการค้ายาเสพติดของสายวังกับทหารแล้ว
ไม่ว่าคดีอะไรก็จะรอดทุกคดี
.. มีต่อตอนที่ 10

















Inga kommentarer:
Skicka en kommentar