tisdag 30 mars 2021

ความขัดแย้งทางการเมืองวันนี้เดินมาไกลมากแล้ว เกินกว่ามุ่งไล่ "หุ่นที่ถูกเชิด" แล้วการเคลื่อนไหวเพื่อลดเพดานข้อเรียกร้อง 3 ข้อ เพื่ออะไร?!?การเคลื่อนไหวเพื่อลดเพดานข้อเรียกร้อง 3 ข้อ เพื่ออะไร?!

ThaiE-News

ความขัดแย้งทางการเมืองวันนี้เดินมาไกลมากแล้ว เกินกว่ามุ่งไล่ "หุ่นที่ถูกเชิด" แล้วการเคลื่อนไหวเพื่อลดเพดานข้อเรียกร้อง 3 ข้อ เพื่ออะไร?!?



พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
6h ·


มีการเคลื่อนไหวเพื่อลดเพดานข้อเรียกร้อง 3 ข้อของการชุมนุมเยาวชนและปชช.ให้เหลือแค่ขับไล่ประยุทธ์ในปัญหาล้มเหลวทางเศรษฐกิจ ทั้งโดยทักษิณ พรรคเพื่อไทยกับแฟนคลับฮาร์ดคอร์ ล่าสุดคือจตุพร
นี่เป็นการเบี่ยงเบนแนวทางการชุมนุมไปเป็นเรื่องการบริหารปท.ของประยุทธ์เพียงคนเดียว แม้แต่ปัญหารธน.60 ก็พูดถึงน้อยลงๆ โดยโยนไปเป็นเรื่องหลังเลือกต็ั้งครั้งต่อไป
แต่ประยุทธ์ไม่ได้อยู่ลอยๆ เขาเป็นแค่หนังหน้าไฟที่มีองคาพยพของระบอบเผด็จการทั้งชุดกำกับอยู่ ไล่ประยุทธ์1 ไปก็มีประยุทธ์2 ไล่ประยุทธ์2 ก็มีประยุทธ์3 ฯลฯ 

บทเรียนจากการไล่ถนอม-ประภาส ไล่เปรม ไล่สุจินดา ยังไม่พออีกหรือ? 

พวกที่ดันให้ลดเพดานมีจุดประสงค์อะไรถ้าไม่ใช่การเบี่ยงเบนเป้า สลายพลัง? 

ต้องการแค่เข้าไปร่วมกินโต๊ะจีนแบ่งปันอำนาจในระบอบนี้หรือต้องการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง?

ความขัดแย้งการเมืองวันนี้เดินมาไกลมากแล้วจากจุดเริ่มต้นปี 49 ไม่อาจหวนกลับได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการถอยหลังไปปี 35 ที่มุ่งไล่นายกฯที่มาจากรัฐประหารแต่รักษาระบอบไว้แค่นั้น

#ยกเลิกม112 #เผด็จการจงพินาศประชาราษฎร์จงเจริญ


นัดมวลชนรวมตัววันที่ 4 เม.ย.64 ที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรมเพื่อขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยระบุว่า ถ้าเรายังอยู่ในสภาพบ้านเมืองแบบนี้ต่อไป ตนเชื่อได้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ ต้องต่ออำนาจอีก 4 ปี ดังนั้น การออกมาชวนประชาชน แม้เป็นเรื่องยากลำบาก แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ การเดิน การกำหนดจังหวะย่างก้าวต้องช่วยกันระดมความคิดกัน และต้องใจเย็นๆ สิ่งสำคัญคือ การแสดงอาการหวั่นวิตกที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนตนบอกได้ว่า ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน ตนอยู่ในอุดมการณ์ อุดมคติในการต่อสู้ ส่วนใครมากล่าวหาตนนั้น การแสดงถึงความต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อไป เท่ากับตนไม่ได้ถูกหลอก
“เราเดินมาถึงปลายชีวิตแล้ว หากยังมองไม่เห็นปัญหาชาติ ว่าพล.อ.ประยุทธ์ คือ ปัญหาของชาติ เราไม่รู้จะคิดอะไรกันแล้ว ผมก็ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการใช้กำลัง รุนแรงทั้งหลายด้วย”นายจตุพรกล่าว
นายจตุพร กล่าวว่า วันที่ 4 เม.ย.นี้ หวังให้เราเป็นจุดเริ่มต้น แล้วระดมความเห็นเข้ามาอีก เราไม่ต้องารมัดมือชก ในการระดมความคิดเห็น แล้วค่อยเดินไปจนถึงจุดที่แข็งแรง เป็นฉันทานุมัติของประชาชนจึงสำแดงพลังกัน
#นายจตุพร #ประธานนปช #ประยุทธ์ออกไป #ข่าวการเมือง

 ......................................................................

(หมายเหตุ-บทพิสูจน์ "แกนนำ" ที่ไรัอุดมการณ์ ไร้ความจริงใจ ไร้ค่าไร้ราคา....

จตุพร พรมพันธ์ นักฉวยโอกาศสายตรงที่วังส่งมาแทรกแซงเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นการต่อสู้เรียกร้องของประชาชน !!!่)

...............................................................................................

Somsak Jeamteerasakul


จตุพร พรหมพันธุ์ :
 

"เพื่อไทยจะต้องคิด.... อะไรคือสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ อะไรคือสู้ได้ #อะไรคือสู้ไม่ได้"
ผมบังเอิญเพิ่งดูคลิป "เบื้องลึก" ของคุณเทอดศักดิ์ เจียม ความจริงไม่ได้ดูคลิปเขามานานเป็นปีแล้วมั้ง เพราะแม้ทุกคลิปจะชื่อ "เบื้องลึก" แต่หาอะไรที่ "ลึก" จริงๆไม่ได้ บังเอิญเห็นเขาจั่วหัวเรื่อง "จตุพร เปลี่ยนไป" เลยสนใจฟังขึ้นมา เลยรู้ว่า เมื่อวานนี้ (19 สิงหาคม) "ไทยโพสต์ แทบลอยด์" ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ จตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งในบทสัมภาษณ์ดังกล่าว จตุพรพูดในลักษณะเหมือนจะขัดแย้งกับณัฐวุฒิ (ที่เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ทำนองว่า เพื่อไทยขาดทักษิณไม่ได้) โดยจตุพรพูดเป็นนัยๆเหมือนจะเสนอว่า ทักษิณควรถอนตัวจากเพื่อไทย
ตัวบทสัมภาษณ์ "ไทยโพสต์ แทบลอยด์" ของคุณจตุพรดังกล่าว อ่านได้ที่นี่ https://goo.gl/1sqTQx
สื่อที่แอนตี้ทักษิณ ทั้งไทยโพสต์เอง และทีนิวส์ เลยเอาคำสัมภาษณ์นี้มา "เล่น" กันใหญ่ (รวมทั้งคุณเทอดศักดิ์ ในคลิปที่ว่าด้วย)
ดูตัวอย่างไทยโพสต์ ที่ผมแค็พภาพมาให้ หรืออ่านตัวจริงที่ https://goo.gl/acRRBa
'จตุพร' มองต่าง 'ณัฐวุฒิ' แนะเพื่อไทยเอาทักษิณออกไป เตือนเล่นแบบเดิมระวังสะดุดหินก้อนที่สาม!"
ทีนิวส์ พาดหัว :
เดินคนละทาง? "จตุพร"สวน"ณัฐวุฒิ" ชัดวันนี้เดินคนละแนวทางกับระบอบ"ทักษิณ" (ไม่ได้แค็พภาพมา อ่านได้ที่นี่ https://goo.gl/YXGoz7)
และ
"จตุพร" ตกผลึกทางคิด เดินคนละแนวทาง “ทักษิณ” ตาม “สนธิญาณ”เคยฟันธง (อ่านได้ที่นี่ https://goo.gl/fGB9eC)
.....................
ความจริง ในบทสัมภาษณ์ "ไทยโพสต์ แทบลอยด์" (ซึ่งยาวมากๆ) ถ้าอ่านทั้งหมด คงพูดไม่ได้ว่าจตุพร "เปลี่ยนไป" มากอย่างที่สื่อข้างต้นพยายามนำเสนอ (ตัวจตุพรเองพูดไว้ตอนหนึ่งว่า "ผมก็ยังพูดคุยของผมเหมือนเดิม ผมไม่เคยเปลี่ยน") แต่ผมคิดว่ามีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างจริง อย่างน้อยในแง่ "โทนเสียง" หรือเนื้อหาที่พูดบางอย่าง (อันที่จริง ถ้าใครตามที่เขาสัมภาษณ์หลังออกจากคุก อาจจะพอสังเกตได้ว่า เหมือนๆกับมีอะไรเปลี่ยนไป แต่ไม่ได้ชัดเจน)
ประเด็นใหญ่ที่ไทยโพสต์-ทีนิวส์-เทอดศักดิ์ นำขึ้นมา "เล่น" ดังที่กล่าวข้างต้น คือเรื่องที่จตุพรเหมือนจะเสนอว่าทักษิณควรถอนตัวออกจากเพื่อไทย
สำหรับใครที่ขี้เกียจตามอ่าน ผมขอยกมาให้ดูดังนี้
.....................
[#ถาม] หากยังเป็นแบบเดิมคือมีคนในตระกูลชินวัตรขึ้นมาเป็นหัวหน้า นำพาพรรคเพื่อไทยต่อ ก็อาจเกิดปัญหาแบบเดิม?
[#จตุพร] เขาต้องคิดเอง เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปสมัครรับเลือกตั้งได้ แต่เขาก็ควรจะคิด คือถ้าเป็นภาษาสื่อมวลชนก็คือ เราไม่ควรจะสะดุดหินก้อนเดิมถึงสองครั้งติดต่อกัน สะดุดครั้งแรกก็โอเคเพื่อให้รู้ว่ามันมีก้อนหิน แต่สะดุดครั้งที่สองมันคนละอย่าง ไม่ควรสะดุดหินก้อนเดิมถึงสองครั้ง แต่ที่ผ่านมาก็เกินสองแล้ว เพราะฉะนั้นมันต้องคิด และต้องคิดให้มาก คือต้องข้าม อย่าไปห่วงเรื่องการเลือกตั้ง
(เมื่อ "ไทยโพสต์ แทบลอยด์" ยกที่ณัฐวุฒิเคยสัมภาษณ์ว่าเพื่อไทยขาดทักษิณไม่ได้)
[#จตุพรตอบว่า] ในมุมมองของผมต้องการให้การเมืองอยู่บนหลักการมากกว่าตัวบุคคล การเมืองถ้าผูกติดกับอุดมคติแนวทางอุดมการณ์มันจะยั่งยืน ส่วนตัวบุคคลสามารถถูกทำลายได้ มีขึ้นมีลง มีบวกมีลบ นี่คือโลกแห่งความจริงหนีไม่พ้น จึงควรต้องยึดแนวทางอุดมการณ์เป็นหลัก คือควรต้องนำบุคคลออกไป การตัดสินแนวทางอุดมการณ์ต้องเอาหน้าคนออกไป
และส่วนที่ผมเอามาจั่วเป็นหัวกระทู้ข้างต้น
[#ไทยโพสต์ถาม] มองเพื่อไทยวันนี้อย่างไร ต้องเปลี่ยนแปลงปฏิรูปอย่างไร
[#จตุพรตอบ] พรรคเพื่อไทยจะต้องคิดตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน จนถึงอนาคต และอะไรคือจุดแข็ง จุดอ่อน ต้องปฏิรูป....ก็ควรที่จะยกเครื่อง อย่างที่ผมบอกว่าถ้าเริ่มต้นแบบไหนก็จะจบลงแบบนั้น ปัญหาก็คือว่าอะไรคือปัญหา อะไรคือสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ อะไรคือสู้ได้ อะไรคือสู้ไม่ได้ มีหลายเรื่องต้องนำไปคิด แต่ผมคงไม่นำเสนอ แต่หากไม่เปลี่ยนแปลงเลย ไม่ปฏิรูปเลยก็จะจบลงแบบเดิม
[ขอให้สังเกตว่า "อะไรคือสิ่งที่แก้ไขไม่ได้....อะไรคือสู้ไม่ได้" เป็น "เอ๊คโค่" หรือ "เสียงสะท้อน" กับสิ่งที่ เสก โลโซ พูดและผมยกมาหลายวันก่อน]
.....................
ความจริง ประเด็นสำคัญหลักที่จตุพรเสนอในบทสัมภาษณ์คือ ทุกฝ่ายน่าจะมาพูดคุยกัน เพราะไม่เช่นนั้น เลือกตั้งไป ก็เกิดวิกฤติซ้ำอีก อาจจะมีการตายกันอีก (ซึ่งเป็นประเด็นที่เขาพูดตอนออกมาจากคุกว่า "จะแก้ก่อนตายหรือให้ตายแล้วค่อยแก้")
เรื่อง "คุยกันทุกฝ่าย" ให้รู้เรื่องว่าจะเอายังไงกัน ผมบังเอิญนึกๆขึ้นมาและได้คุยกับเพื่อนบางคนเร็วๆนี้ ผมไม่แน่ใจว่าคุณจตุพรมีภาพอะไรในใจ (เพราะในบทสัมภาษณ์ที่ยาวมากนี้ เขาไม่ได้พูดรูปธรรมออกมาชัด) แต่ผมนึกถึงช่วงปลายปี 2553 - ต้นปี 2554 ที่มีการพบปะพูดคุยระหว่างตัวแทนอย่างน้อย 3 ฝ่ายจริง คือ ฝ่ายประชาธิปัตย์, ฝ่ายเพื่อไทย-นปช #และตัวแทนฝ่ายวัง ซึ่งมีส่วนสำคัญที่นำไปสู่การเลือกตั้งปี 54 แต่เรื่องนี้ คงต้องพูดกันอีกยาว ต้องไว้โอกาสอื่น
.....................
ในระหว่างอยู่ในคุก คุณจตุพรมีโอกาสได้รับการเยี่ยมเยือนและพูดคุยกับ "บุคคลสำคัญมาก" ผู้หนึ่ง ไม่แน่ใจว่า "น้ำเสียง" และเนื้อหาบางอย่างที่เปลี่ยนไปบ้างนี้ เป็นผลจากการได้พูดคุยนั้นหรือไม่เพียงใด (คนที่รู้จักเขาบางคนคิดว่าน่าจะมีส่วน)

 

กษัตริย์สั่งไม่ให้ประกันตัวแกนนำม็อบ

 

อ.สมศักดิ์เผยข่าวกรอง เรื่องคำสั่งไม่ให้ประกันตัวแกนนำม็อบ มีผู้พิพากษาศาลฎีกาท่านหนึ่งพูดเป็นเชิงถาม ประธานศาลฎีกา ตอบว่า "มีบุคคลภายนอกสั่งมาอีกที" ในการประชุมใหญ่ศาลฎีกา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว


ประธานศาลฎีกา 'เมทินี ชโลธร' กราบแทบเท้าวชิราลงกรณ์
.....

Somsak Jeamteerasakul
9h ·

ข่าวกรอง
................
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในการประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีผู้พิพากษาศาลฎีกาท่านหนึ่งพูดในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่า เรื่องคำสั่งไม่ให้ประกันตัวแกนนำม็อบ ยังไงก็เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ไม่มีพฤติการณ์จะยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐาน จะไม่ให้ปล่อยตัวได้อย่างไร
.
ประธานศาลฎีกาตอบว่า "มีบุคคลภายนอกสั่งมาอีกที"
.
ผู้พิพากษาศาลฎีกาอีกรายหนึ่ง ก็ตอบโต้ว่า "ศาลยุติธรรมเป็นองค์กรตุลาการ ถ้าคนที่เป็นประธานศาลฎีกายังพูดได้ว่า มีบุคคลภายนอกสั่งมาอีกที แล้ว ต่อไป ศาลยุติธรรมคงดำรงอยู่ต่อไปไม่ได้ และถ้าประธานศาลฎีกาปล่อยให้บุคคลภายนอกมาสั่งบงการ ก็น่าจะมีการเสนอเรื่องให้คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ตรวจสอบวินัยว่า คนแบบนี้ยังสมควรเป็นประธานศาลฎีกาอยู่อีกหรือไม่"
.
เรื่องก็มีเพียงเท่านี้ ไม่มีการโหวตใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการชูสามนิ้ว
.....

Puangthong Pawakapan
11h ·

กลไกราชการที่มีหน้าที่ปราบปรามประชาชน เช่น ทหาร อาจทำตัวเป็นหุ่นยนต์ ไร้ชีวิต ไร้วิจารณญาณได้ เพราะพวกเขาถูกฝึกมาให้ทำตามคำสั่ง แต่คนในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นอัยการ หรือศาล ไม่คิดไม่ได้ถึงแม้พวกเขาจะเป็นข้าราชการก็ตาม เพราะการทำหน้าที่ของพวกเขาเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของผู้คน เกี่ยวข้องกับสิทธิและเสรีภาพโดยตรง ถ้าไม่รู้จักคิด ไม่มีวิจารณญาณใดๆ พวกเขาก็ไม่ใช่ “ศาลที่เคารพ” แต่เป็นแค่มือเท้าของอำนาจเผด็จการที่ช่วยกันย่ำยีประชาชน ประเทศนี้ยังมีอัยการหรือศาลที่น่าเคารพเหลืออีกสักกี่คนนะ หรือมีแต่ ท่านผู้พิพากษาคุณากร เพียรชนะ ที่เสียชีวิตไปแล้ว
ระบบอุปถัมภ์-เล่นพรรคเล่นพวก-ทุจริตต่อหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของตนและพวกพ้องคือ หัวใจของวัฒนธรรมศักดินาไทย คือสิ่งที่ช่วยกันโอบอุ้มระบบเผด็จการไว้ให้แข็งแรงมั่นคง
#ปฏิรูปศาล
#ปล่อยเพื่อนเรา
#ทีมเดินทะลุฟ้า

เจ้าเดินสาย .. มวลชนแค่ไล่ประยุทธ์

 

30 มีนาคม 64 :เจ้าเดินสาย .. มวลชนแค่ไล่ประยุทธ์

Democracy education: แผนนิรโทษกรรม


Ep: 25 03 21: ตอน เร่งขจัดเสี้ยนหนาม ก่อนวันจักรี. ราษฎร

 

 

การไม่ให้ประกันตัว และ อาการเพนกวินไม่สู้ดี

เรื่องเล่าข่าว การเมืองออนไลน์

LIVE! # Overview ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2564

måndag 29 mars 2021

รัฐไทยคือ "รัฐอสูรกาย" ที่ไม่ได้รับใช้ประชาชน ไม่ได้บำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎร เห็น "ประชาชน" เป็นศัตรู

ThaiE-News

รัฐไทยคือ "รัฐอสูรกาย" ที่ไม่ได้รับใช้ประชาชน ไม่ได้บำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎร เห็น "ประชาชน" เป็นศัตรู เพราะกลัวประชาชนเข็มแข็ง เมื่อประชาชนเข้มแข็ง ตัวเองจะอ่อนแอ - ฟัง อ.ธงชัย งานเปิดตัว "ตุลาธรรม"

-2:44:32

"ศาล” “หลักนิติธรรม” กับความขัดแย้งแตกแยกของสังคมไทย
.
OctDem x CARE คิดเคลื่อนไทย
.
พบกับครั้งแรกของ "ธงชัย วินิจจะกูล" บน ClubHouse...

ประชาไท / ข่าว

เตรียมจัด Clubhouse ร่วมกับกลุ่ม CARE คิดเคลื่อนไทย โดยเชิญ "ธงชัย วินิจจะกูล" ถก “ศาล หลักนิติธรรม กับความขัดแย้งแตกแยกของสังคมไทย” 

28 มี.ค.2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ด้วยสถานการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ ที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองกันเป็นจำนวนมาก และดูทีท่าจะมีความยาวนาน จึงมีการนัดพบปะพูดคุยกันในกลุ่มคนเดือนตุลา ฝั่งประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา และรวมตัวกัน โดยใช้ชื่อว่า "OCTDEM" 

โดยในวงการพบปะพูดคุยดังกล่าว มองว่า สถานการณ์ปัจจุบันน่าเป็นห่วง ในฐานะที่เคยมีประสบการณ์ และยังมีอุดมการณ์อยู่ ควรทำประโยชน์เพื่อหนุนช่วยการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันคนรุ่นนี้ที่อาวุโส มีประสบการณ์และประสบคสามสำเร็จในด้านต่างๆ และมีฐานะทางสังคม หากส่งเสียงออกไปก็น่าจะมีผลให้รัฐ และ สังคมต้องรับฟังอยู่บ้าง 

สำหรับประเด็นสำคัญ ที่ทางกลุ่มรู้สึกเป็นห่วง เนื่องด้วยปัจจุบันรัฐไทย ไม่มีความเป็นนิติรัฐ นิติธรรม กระทำการละเมิดกฎหมายเสียเอง เช่น การใช้ ม.112 อย่างพร่ำเพรื่อ, การไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหา, การกระทำเกินกว่าเหตุของตำรวจ ทั้งการฉีดน้ำ การใช้แก้สน้ำตา การใช้กระสุนยาง, การจับกุมเยาวชนที่เป็นนักเรียน เป็นต้น 

โดยทางกลุ่ม จะเป็นกระบอกเสียงอีกช่องทางจะดำเนินการช่วยกันเผยแพร่ข้อเท็จจริงที่รัฐขาดความเป็นนิติรัฐ นิติธรรม และเรียกร้องต่อบุคลากรในวงการกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้ออกมาส่งเสียง รวมทั้งเรียกร้องต่อฝ่ายตุลาการให้อำนวยให้เกิดความยุติธรรม และปฏิบัติตามหลักการพื้นฐานของความยุติธรรม ด้วยการให้ประกันตัวกับผู้ต้องหาในคดีทางการเมือง 

ซึ่งความเคลื่อนไหวแรกของกลุ่ม OCTDEM ในวันนี้ คือการจัด Clubhouse ร่วมกับกลุ่ม CARE คิดเคลื่อนไทย โดยเชิญ "ธงชัย วินิจจะกูล" นักวิชาการชื่อดัง หนึ่งในคนเดือนตุลา มาพูดคุยในหัวข้อ “ศาล หลักนิติธรรม กับความขัดแย้งแตกแยกของสังคมไทย” ร่วมกับ จาตุรนต์ ฉายแสง พนัส ทัศนียานนท์ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และทนายรุ่นใหม่ไฟแรง จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน อย่าง พูนสุข พูนสุขเจริญ และ ศิริกาญจน์ เจริญศิริ 

จากนั้น จะมีการออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐปฏิบัติต่อผู้ที่มีความเห็นต่างทางการเมืองอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ผลักให้ผู้ที่มีความเห็นต่างเป็นฝ่ายตรงข้าม โดยการสร้างความเกลียดชัง ใส่ร้ายป้ายสีด้วยข่าวเท็จ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมทางการเมืองความรุนแรงเกินกว่าเหตุและละเมิดกฎหมาย รัฐต้องไม่ทำความผิดพลาดซ้ำแบบเดียวกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 อีก  ดังนั้นทางกลุ่มเห็นว่า ต้องเรียกร้องให้รัฐมีความเป็นนิติรัฐ นิติธรรม ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างทางการเมืองตามหลักการสากลและเคารพกฎหมาย 

สำหรับแถลงการณ์ดังกล่าวนั้น จะมีการล่ารายชื่อผู้ที่เคยผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองเดือนตุลาคมให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีชื่อเสียงที่อยู่ในวงการต่างๆ 

นอกจากนี้  สำหรับการก่อตั้งกลุ่ม "OCTDEM ตุลาธรรม"  โดยมีการเคลื่อนไหวในลักษณะเปิดเผย เปิดกว้าง เป็นที่รวมของผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองเดือนตุลาคม 2516-2519 ที่มาจากหลากหลายอาชีพ แม้กระทั่งนักการเมืองที่อยู่ต่างพรรค เพื่อผู้เข้าร่วมพูดคุยเกือบ 20 คน เช่น เกรียงกมล เลาหไพโรจน์ อดีตเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) สิตา การย์เกรียงไกร อดีตกรรมการ ศนท.จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการพรรคแนวร่วมมหิดล สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล กฤษฎางค์ นุตจรัส อดีตนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สุรชาติ บำรุงสุข อดีตอุปนายกสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พลากร จิรโสภณ อดีตเลขาธิการศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย เป็นต้น

กษัตริย์ไทยไม่ชอบม็อบยุทธ์ตอบรับปราบแหลก