torsdag 6 oktober 2011

เหตุการณ์นองเลือด ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ , ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙, ๑๐ เมษายน และ ๑๙ พฤษภา ๒๕๕๓ จนถึงวันนี้คือวันครบรอบ ๖ ตุลา ๒๕๕๔ ๓๘ ปีแห่งการนองเลือดที่นักศึกษาและประชาชนชาวไทยผู้รักชาติรักประชาธิปไตยได้ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ และความเป็นธรรมในสังคม ถูกจอมเผด็จการอำมหิตฆ่าตายอย่างป่าเถื่อนโหดเหี้ยมทารุณที่สุด จนถึงเวลาปัจจุบันคำว่าสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยที่คนไทยส่วนมากใฝ่ฝันหานั้นก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้พบเห็น ประเทศไทยยังถูกปกครองโดยระบอบเผด็จการราชาธิปไตยภายใต้กษัตริย์ภูมิพล ใช้กฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ จองจำคนไทยทั้งประเทศเอาไว้ ถ้าประชาชนวิจารณ์กษัตริย์และครอบครัวก็จะถูกจับและจำคุกถึง ๑๕ ปี กฎหมายมาตรา ๑๑๒ จึงเป็นเครื่องมือของกษัตริย์และพวกบริวารสำหรับใช้ปราบปรามและข่มขู่คุกคามประชาชนอย่างไม่เป็นธรรมเหมือนกับในระบอบทาส ประวัติศาสตร์การนองเลือดก็จะเกิดขึ้นซํ้าแล้วซํ้าอีกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าตราบใดประเทศไทยยังมีการปกครองภายใต้ระบอบเผด็จการราชาธิปไตยของภูมิพล ประเทศชาติและประชาชนจะไม่มีความสงบสุข สังคมจะแตกแยกออกเป็นสองฝักสองฝ่ายความขัดแย้งกันอย่างรุณแรงจะเกิดขึ้นระหว่างฝ่ายของกษัตริย์ภูมิพลและลูกสมุนกับอีกฝ่ายคือพลังของผู้รักชาติรักประชาธิปไตยสงครามกลางเมืองจะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความล่มจมหายนะก็จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติและประชาชน กษัตริย์ภูมิพลจึงไม่มีความจำเป็นสำหรับประเทศไทย ถ้าไม่มีกษัตริย์ชาติก็อยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีชาติกษัตริย์อยู่ไม่ได้.

35ปี6ตุลา:ผู้บาดเจ็บคนแรกในสงครามคือสัจจะ

Unseen 6 ตุลา 2519-ใน ปีนี้ มีภาพเหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค.2519 ซึ่งไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนจำนวน 25 ภาพ ส่งมาจากอดีตนักเรียนอาชีวะผู้ไม่ประสงค์ออกนาม โดยภาพชุดดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ช่วงเช้า หลังมีการใช้กำลังตำรวจ-ตชด. บุกเข้าไปใน มธ.

ภาพชุดดังกล่าว มีชายคนหนึ่งถูกใส่กุญแจมือ ลากลงจากรถ และนำมาแขวนคอ โดยจากการตรวจสอบ ชายในภาพเป็นคนละคนกับชายในภาพที่ถูกแขวนคอซึ่งเผยแพร่ก่อนหน้านี้ ซึ่งคือ วิชิตชัย อมรกุล นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมใน มธ. ช่วงคืนวันที่ 5 ต่อเช้าวันที่ 6 อย่างไรก็ตาม จนขณะนี้ยังไม่ทราบว่าชายคนดังกล่าว และคนอื่นๆ ในภาพเป็นใคร ทั้งนี้ หากมีผู้ทราบเบาะแสก็สามารถติดต่อมาที่ตนเองในฐานะผู้ประสานงานคณะกรรมการ รับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ได้(ที่มา:ประชาไท )

onsdag 5 oktober 2011

จดหมายเปืดผนึกถึงสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วันที่ 5 ตุลาคม 2554

เรื่อง ขอให้ตรวจสอบและยุติพฤติกรรมสนับสนุนระบอบเผด็จการของ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีคนปัจจุบัน

เรียน นายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

1. ด้วยปรากฎหลักฐานอย่างชัดเจนในหลายโอกาสที่ผ่านมาว่า นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีผู้นี้ได้นำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าสนับสนุนการปฎิวัติรัฐประหารและการมีส่วนเกื้อกูลสนับสนุนในการปราบปราม สังหารประชาชน และยังเคยเป็นเลขานุการสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 อันเป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างความแตกแยกให้กับประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมา ก่อน นอกจากนี้ยังแสดงตนปกป้องการรัฐประหารในทุกรูปแบบ ควบคู่ไปกับการนำพากลุ่มอาจารย์จำนวนหนึ่งให้ร่วมกันสนับสนุนเผด็จการ

2. นอกจากนี้ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ยังบังอาจแสดงออกโดยเปิดเผยหมิ่นหยามผู้ประศาสน์การและผู้ก่อตั้ง มหาวิทยาลัย อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ว่ากระทำการในลักษณะเดียวกับการรัฐประหาร ทั้งที่ตนเองก็จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และควรเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่า ท่านผู้ก่อตั้งและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ยึดถือหลักการประชาธิปไตยเป็นเป้าหมายสูงสุดมาโดยตลอด การเสนอข้อความดังกล่าว จึงถือได้ว่าเป็นการเนรคุณต่อบรรพชนผู้ทรงคุณูปการของมหาวิทยาลัยอย่างร้าย แรง เพราะท่านผู้ประศาสน์การนั้น คือเสาเอกและผู้ก่อตั้งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของ ประเทศไทยมาแต่เริ่มต้น

3. การกระทำของอธิการบดีผู้นี้นั้น ล้วนมุ่งเน้นในการใช้มหาวิทยาลัยรับใช้นักการเมืองเผด็จการตลอดเวลา แสดงให้เห็นอย่างแจ่มชัดว่า เป็นผู้บิดเบือนและทรยศต่อหลักการสำคัญที่สุดของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั่นคือหลักการประชาธิปไตย และการปกครองโดยธรรมะและกฎหมาย สนับสนุนการรัฐประหาร และยังเข้าร่วมเป็นมือเท้าของกลุ่มเผด็จการที่ปล้นชิงประชาธิปไตยไปจาก ประชาชน จนได้รับการตอบแทนด้วยตำแหน่งและผลประโยชน์ต่าง ๆ อันน่าจะรวมถึงตำแหน่งอธิการบดีธรรมศาสตร์ด้วย การทรยศต่อหลักการประชาธิปไตยเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ชาวธรรมศาสตร์ทุกรุ่นทุกวัยไม่อาจรับได้อย่างเด็ดขาด

พวก ข้าพเจ้าผู้มีรายนามต่อท้ายนี้ ซึ่งเป็นศิษย์ธรรมศาสตร์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยจนถึงยุคปัจจุบัน จึงขอเรียกร้องให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาพฤติกรรมของนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ รวมทั้งขอให้ทบทวนและยุติพฤติกรรมเหล่านั้นในทันที และให้สภามหาวิทยาลัย ฯ ร่วมพิจารณาอย่างถี่ถ้วนด้วยว่า บุคคลผู้ที่ทำลายหลักการประชาธิปไตยของมหาวิทยาลัยอย่างรุนแรงเช่นนี้ สมควรจะได้รับโทษประการใด

จึงเรียนมาเพื่อขอให้สภามหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ ดำเนินการพิจารณาโทษของอธิการบดีผู้นี้ตามแต่มหาวิทยาลัยจะเห็นสมควร โดยพวกข้าพเจ้าจะรอรับทราบผลการพิจารณาของสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต่อไป

ขอแสดงความนับถือ

ชวลิต ณ นคร มธ. 2511
สุรชัย ณ ป้อมเพชร มธ. 2511 และ สส.มธ. ปี 12
บุญยงค์ มหาวิเศษศิลป์ กรรมการ อมธ. 2516
สมาน เลิศวงศ์รัตน์ นายก อมธ. 2518
ประจวบ พยัคฆพันธุ์ รองนายก อมธ. 2516
สุชาติ ธาดาธำรงเวช กรรมการ อมธ. 2516 และอดีต รมต. คลัง
มณฑล ชาติสุวรรณ รองประธานสภานักศึกษา และ สส.มธ. 4 ปี
ประสาร สินสวัสดิ์ กรรมการ อมธ. 2516, รองนายก อมธ. 2519 และรองประธานกรรมการบัณฑิต 2518
วิสูตร ทิพวิรัตน์พจนา กรรมการ อมธ. 2516
อำนาจ สถาวรฤทธิ์ มธ. 2516
กฤษฎางค์ นุชจรัส นายก อมธ. 2521
ดวงใจ แอรักกุล มธ. 2519
วิไลลักษณ์ หวังธนาโชติ มธ. 2518
พิสุทธิ์ พุทธิกุลสถิต มธ. 2517
สถิต สิริสวัสดิ์ กรรมการ อมธ. 2517

tisdag 4 oktober 2011

นานาชาติบีบไทยให้สัตยาบันกรุงโรม เปิดทางลากคอฆาตกรสังหารหมู่ขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ตามเวลาในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เครือข่ายองค์กรระดับโลกได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทย เข้าร่วมภาคีศาลอาญาระหว่างประเทศ ภาคประชาสังคมระบุรัฐบาลใหม่ต้องใส่ใจ และให้ความสำคัญต่อการเข้าเป็นภาคีธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่าง ประเทศ ในลำดับต้น ๆ

นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา/ กรุงเทพมหานคร: ในวันนี้ องค์กรเครือข่ายเพื่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (Coalition for the International Criminal Court - CICC) ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยแสดงเจตจำนงที่จะร่วมกับประชาคมโลกในการต่อสู้ ต่อต้านระบบ “ลบล้างความผิด” (Impunity) ด้วยการให้สัตยาบันต่อธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court – ICC) ซึ่งเป็นศาลอาญาถาวรระหว่างประเทศแห่งแรกและแห่งเดียวของโลก ที่มุ่งจัดการกับคดีที่มีลักษณะเป็นอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อต้านมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ประเทศไทย เป็นประเทศเป้าหมายหลักของการรณรงค์ระดับโลกเพื่อการให้สัตยาบันต่อธรรมนูญ กรุงโรม ในเดือนตุลาคม 2554 การรณรงค์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่จะเรียกร้องให้ประเทศภาคีสมาชิกของสห ประชาชาติให้สัตยาบันต่อธรรมนูญกรุงโรม ซึ่งถือเป็นอนุสัญญาสำคัญที่เป็นพื้นฐานแห่งการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ ขึ้น

หนังสือลงวันที่ 3 ตุลาคม 2554 ที่องค์กรเครือข่ายระหว่างประเทศ ซึ่งมีสมาชิกหลากหลายมากมายกว่า 2500 องค์กร/ หน่วยงาน จาก 150 ประเทศทั่วโลก มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดศาลอาญาระหว่างประเทศ ที่มีความเที่ยงธรรม มีประสิทธิภาพ และมีความเป็นอิสระ ได้ส่งถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรียกร้องให้รัฐบาลไทยได้ดำเนินการให้เกิดความคืบหน้าสู่การให้สัตยาบันต่อ ธรรมนูญกรุงโรม ว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ ในเร็ววัน

ปัจจุบัน 118 รัฐภาคีทั่วโลก ได้เข้าร่วมกับภาคีธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศแล้ว และล่าสุดประเทศมัลดริฟส์ได้เข้าร่วมเป็นภาคีสนธิสัญญาฉบับนี้

ในรอบ สองปีที่ผ่านมา ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเซียได้เริ่มเข้ามีส่วนร่วมในศาลอาญาระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น อาทิ เช่น บังกลาเทศให้สัตยาบันเมื่อเดือนมีนาคม 2553 ฟิลิปปินส์ให้สัตยาบันเมื่อเดือนสิงหาคม 2554 และตามด้วยมัลดริฟส์ เมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา

ภูมิภาคเอเซียยังคงเป็นภูมิภาคที่ด้อย จำนวนภาคีสมาชิกในศาลอาญาระหว่างประเทศอยู่มาก เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ กล่าวคือมีเพียง 9 รัฐภาคีเท่านั้น ในปัจจุบัน ...

รายละเอียดฉบัะบภาษาอังกฤษ ที่มา:http://www.iccnow.org/documents/PR_for_Thailand_URC-FINAL.pdf

คณะนิติราษฎร์ไม่โดดเดี่ยวมีผู้สนับสนุนทั้งในและต่างประเทศ

เอาละเว้ย มีนักวิชาการฝ่ายประชาธิปไตยเปิดตัวมาหนุนคณะนิติราษฎร์มากขึ้นแล้ว งานนี้ชักมันส์ขึ้นแล้วสิ *** [ถูกใจ] ติดต่อทีมงาน

แถลงการณ์กลุ่มคณาจารย์ต่อต้านรัฐประหาร ต่อกรณีข้อเสนอทางวิชาการของคณะนิติราษฎร์


ตาม ที่คณะนิติราษฎร์ได้เผยแพร่ข้อเสนอทางวิชาการของคณะนิติราษฎร์ ในวาระครบ ๕ ปีรัฐประหาร ต่อสารธารณชนเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๔ โดยมีสาระสำคัญใน ๔ ประเด็น คือ การลบล้างผลพวงของรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙, การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒, กระบวนการยุติธรรมกับผู้ต้องหาหรือจำเลยและการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย ภายหลังรัฐประหาร รัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙, และการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งข้อเสนอทางวิชาการดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง มีทั้งที่เห็นด้วยและที่เห็นต่าง มีทั้งที่สร้างสรรค์และที่ทำลายล้าง มีทั้งที่อ้างอิงหลักฐานอันน่าเชื่อถือและที่อ้างอิงอาวุธยุทโธปกรณ์อันน่า หวาดหวั่น

ด้วยความเชื่อมั่นและเจตนาที่จะธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย เรา–ผู้มีรายนามดังปรากฏข้างท้ายแถลงการณ์นี้–ได้ศึกษาข้อเสนอทางวิชาการของ คณะนิติราษฎร์โดยละเอียดแล้ว จึงได้ร่วมกันแสดงจุดยืนของเราในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

๑. เราสนับสนุนข้อเสนอทางวิชาการทั้ง ๔ ประเด็นของคณะนิติราษฎร์ โดยเล็งเห็นว่าข้อเสนอทางวิชาการดังกล่าวนอกจากจะช่วยรักษาจุดด่างพร้อยจาก การรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แล้ว ยังช่วยสร้างกลไกการป้องกันการก่อรัฐประหารในอนาคตอีกด้วย ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ข้อเสนอทางวิชาการดังกล่าวอุดมไปด้วยจิตวิญญาณประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

๒. เราเสนอให้รัฐบาลและองค์กรที่เกี่ยวข้องรับข้อเสนอทางวิชาการของคณะนิติ ราษฎร์ไปพิจารณา ศึกษาความเป็นไปได้ และนำไปปฏิบัติให้เป็นจริง อันจะเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมรากฐานประชาธิปไตยของประเทศให้แข็งแกร่งอีก คำรบหนึ่ง

๓. เราขอเชิญชวนให้บรรดานักวิชาการและประชาชนทุกสาขาอาชีพ–ไม่ว่าจะอยู่ในแวดวง นิติศาสตร์หรือไม่ก็ตาม–อย่านิ่งเฉย โปรดออกมาร่วมเสนอแนะและวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ บนฐานความรู้ความเข้าใจของท่าน เพื่อให้ได้ความคิดที่รอบด้านอันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนา ประชาธิปไตยของประเทศ

๔. เราขอประณามการใส่ร้ายป้ายสี การบิดเบือนข้อเท็จจริง การขู่อาฆาตมาดร้าย และความพยายามใดๆ ก็ตามที่มุ่งทำลายเสรีภาพทางวิชาการและบรรยากาศประชาธิปไตยทั้งในที่ลับและ ที่แจ้ง ซึ่งไม่เพียงไม่ก่อประโยชน์อันใดแก่สังคมแล้วยังกัดกร่อนทำลายกลุ่มผู้กระทำ การเช่นนั้นเองด้วย



ขอให้ประชาธิปไตยจงเบ่งบาน มวลหมู่เผด็จการจงสิ้นสูญ.



1. กฤชวรรธน์ โล่ห์วัชรินทร์ (วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น)
2. อนุชา โสมาบุตร (นักวิชาการอิสระ)
3. อิศรา ก้านจักร (คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น)
4. ศิริศักดิ์ เหล่าจันขาม (วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น)
5. ปิยบุตร บุรีคำ (ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
6. ประสงค์ สีหานาม (ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม)
7. พงศาล มีคุณสมบัติ (นักวิชาการอิสระ)
8. สุดา รังกุพันธุ์ (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
9. ชูธรรม สาวิกันย์ (ภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร)
10. อาซีดีน นอจิ (ภาควิชากฎหมายอิสลาม โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา จังหวัดปัตตานี)
11. ศาสวัต บุญศรี (คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร)
12. ธีรวัฒน์ ทัศนภิรมย์ (คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล)
13. เอกพิชัย สอนศรี (คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่)
14. สรัลภัค หมอกเรืองใส (วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา)
15. เนติลักษณ์ นีระพล (นักวิชาการอิสระ)
16. วิระพงศ์ จันทร์สนาม (คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ)
17. เสนัชย์ ทองประดิษฐ์ (นักวิชาการอิสระ)
๑๘. กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช (นักศึกษาปริญญาโท Aberystwyth University, UK)
๑๙. ฉัตรชัย ช้างชัย (นิสิตคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา)
๒๐. สฤษดิ์ จันทราช (พ่อค้า ศรีสะเกษ)
๒๑. ยุทธนา สูงสุมาลย์ (สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ)
๒๒. สลักธรรม โตจิราการ (นายแพทย์ปฏิบัติการ โรงพยาบาลบ้านหมอ)
๒๓. องอาจ บุญคง
๒๔. วโรดม ตู้จินดา (คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
๓ ตุลาคม ๒๕๕๔

-------------------------------------------------------------------------------
ผู้ว่าอยุธยาประกาศ อพยพประชาชนหนีน้ำท่วม ภายใน3ชม.
17.42 น. 4 ต.ค. 54

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ



ผู้ว่าฯอยุธยา ลั่นรับมือน้ำท่วมไม่ไหวแล้ว
เตือนประชาชนให้เร่งเก็บข้าวของ-อพยพอยู่ที่สูงใน 3 ชั่วโมง

นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วม
ขณะนี้ทางจังหวัดไม่สามารถรับมือกระแสน้ำที่เพิ่มสูงได้แล้ว จึงประกาศให้
ประชาชนใน 16 อำเภอ เร่งเก็บของขึ้นที่สูง พร้อมเตรียมอพยพภายใน 3 ชั่วโมง
โดยเฉพาะ อ.พระนครศรีอยุธยา นครหลวง มหาราช บ้านแพรก บางปะอิน และ อุทัย


ที่มา
http://www.isnhotnews.com/%E0%B8%9C%E0% ... %E0%B8%9E/

:screaming: :screaming: :screaming:

"จักรภพ" ประกาศจากแดนไกล "ยังไม่กลับ"


by TPNews, 2011-10-04 08:47:10

ศูนย์ ข่าว TPNews: เมื่อเวลาประมาณ ๘.๒๐ น. วันนี้ (วันอังคารที่ ๔ ต.ค.๕๔) นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและโฆษกรัฐบาล ได้แจ้งแก่แหล่งข่าวใกล้ชิดว่า ข่าวที่ว่าตัวเขาจะกลับเมืองไทยเพื่อไปมอบตัวสู้คดีในเร็ววันนี้นั้น ไม่เป็นความจริง เขาจะยังติดตามสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจจากนอกประเทศไทยต่อไปโดยยังไม่ มีกำหนดกลับ

เนื่องจากโครงสร้างทางการเมืองและการยุติธรรมยังไม่มี อะไรเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของปวงชนชาวไทยอย่างเปิดเผยจาบจ้วงจน ถึงบัดนี้ และในการพัฒนาประชาธิปไตยก็ยังมิได้มีสัญญาณบวกใดๆ เกิดขึ้นเลย

ต่อ คำถามที่ว่า ได้หารือกับนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายจรัล ดิษฐาอภิชัย และนางดารณี กฤตบุญญาลัย ในเรื่องการเข้ามอบตัวหรือไม่ นายจักรภพฯ กล่าวว่า เรื่องจุดยืนและอุดมการณ์เป็นวิจารณญาณส่วนบุคคล คงหารือกันไม่ได้ สุดท้ายนายจักรภพฯ กล่าวฝากถึงผู้สนับสนุนตัวเขาว่า หากการปรองดองเป็นไปอย่างจริงใจและไม่มีสิ่งใดแอบแฝงซ่อนเร้น ก็ไม่น่าที่ใครจะต้องเดือดร้อนกระวนกระวายที่ตัวเขาจะอยู่รอเหตุการณ์อยู่ ภายนอก มวลชนไม่เคยลืมว่าเราถูกล่อหลอกมาแล้วอย่างไร ก็หวังว่าผู้นำและแกนนำจะจดจำเรื่องเหล่านี้ได้ไม่น้อยไปกว่ามวลชนด้วย

------------------------------------------------------------------------
ที่มา : TPNews