ข่าวจาก ThaiE - News
måndag 25 mars 2013
"ผู้บริสุทธิ์"ความจริงที่พิสูจน์ได้เห็นแล้วว่าพวกเขาตกเป็นเหยื่อความอยุติธรรมของ"กฎหมายอัปยศ"ยุคเผด็จการทรราชประชาธิปัติย์เป็นรัฐบาล ที่กล่าวหาใส่ร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ความจริงก็คือความจริงต้องใช้กฎหมายให้ยุติธรรม โดยปล่อยผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกล่าวหาได้ประกันตัวออกมาต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม......
"ข่าวจากประเทศเพื่อนบ้าน" แค่ข่าว 3 บรรทัด อำมาตย์ก็สะเทือน .....
แค่ข่าว 3 บรรทัด อำมาตย์ก็สะเทือน ความจริงที่เหี้ยตัวพ่อรับไม่ได้......
![[IMG]](https://lh3.googleusercontent.com/blogger_img_proxy/AEn0k_u480HEvY_2qkI80V2-Cp44diYGwOiFZJQ1yZAcV51hc_ECKuFQpTtl9UGpDdxVxfgv4emW4GPIDnqKwLIOxxD_qjvhdAzK67Og5jJgzIi_tDLVDDtDa81Ij9Lx8WMGvJUbwjKap9VbZEQPvcjp4frTjUaR=s0-d)
A group led by the former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra arrived in Dawei this morning by private jet from Yangon. Sources say he is visiting to discuss the Dawei Deep Seaport Project. He and his crew were welcomed by project development committee members at Dawei Airport. Details of his visit have not been officially released.
โดย เคนจิ
เพียงแค่ข้างบนจริงๆของสำนักข่าว Eleven News ของพม่า แต่สำนักข่าวหัวเขียว ก็เอาข่าวนี้มายั่ว คนแก่ใกล้ตาย จนได้
แต่หากผมแจ้งความจริงยิ่งไปกว่านั้น พวกอำมาตย์จะช๊อคตายเพียงข้ามคืน หรือไม่ ????
ทำไมนายกทักษิณ ได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่จากรัฐบาลพม่า และดูแลอย่างดียิ่ง
แท้ที่จริง นายกทักษิณมาตรวจเยี่ยมนิคมอุตสาหกรรมที่นายกทักษิณ เป็นหัวเรียวหัวแรงนำงบจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย Asian Development Bank (ADB) ขนาด 50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (50 billion USD) หรือคิดเป็นเงินไทย 1.5 ล้านล้านบาท เพื่อมาพัฒนาประเทศไทย ผมขอย้ำอีกครั้งเพื่อย้ำว่าผมเขียนต้นฉบับไม่ผิดว่า "มาพัฒนาประเทศไทย" ท่ามกลางตัวเองแทบเอาตัวไม่รอดในประเทศไทยต้องระหกระเหินไปอยู่ต่างประเทศ เพราะ คศ. 2008 คือ พ.ศ. 2551 ที่นายกเขายายเที่ยง ปล้นอำนาจมากำลังเพลินในอำนาจ ซึ่งเงินจำนวนมหาศาลนี้จะนำมาพัฒนาประเทศไทย เพราะหากนายกทักษิณ ไม่โดนเหี้ยสั่งฆ่า สั่งทหารออกมาทำรัฐประหาร แล้วเงินก้อนนี้ต้องลงประเทศไทยแน่นอน เพราะคนที่เอาหน้าไปค้ำคือนายกทักษิณซึ่ง มีชื่อเสียงอย่างยิ่งตอนนั้น โดยเฉพาะนโยบายริเริ่มจะออกพันธบัตรเอเชีย (Asia bond) โดยยกเลิกการฝากทองคำที่เป็นเงินสำรองของประเทศต่างที่ฝากไว้ที่อเมริกา
นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ไอ้กันมารุมรังแกดาวเด่นของผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเอเชีย และแแผ่รัศมีผู้นำของโลกซะด้วย เพราะประเทศที่ขานรับนโยบาย พันธบัตรเอเชีย ก็คือ บิ๊กญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ แค่ประเทศที่ผมเล่ามาถอนทองคำที่ใช้เป็นเงินสำรองเงินตราระหว่างประเทศออกจากอเมริกา ไอ้กันล้มละลายในทันที นี่ขนาด Hamberger Crisis ที่ผ่านมาจีนไม่ยอมให้ไอ้กันผลิตดอลลาร์หากไม่มีทองคำสำรองเป็นของตัวเอง แบบที่แล้วๆมา ไอ้กันก็ตายสนิท
กลับมาที่โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย นายกทักษิณจำใจต้องโยกเม็ดเงิน 1.5 ล้านล้านบาทนี้ไปลงพม่า โดยปรึกษารัฐบาลสิงคโปร์ให้ดูแลเบื้องต้น ก่อนที่ ITD บริษัทอิตัลไทยจำกัด(มหาชน) จะส้มหล่นรับงานนี้ก็เพราะเงินของนายกประเทศไทยก็ต้องให้บริษัทไทยรับไปบริหาร (อันนี้ว่างๆ จะเอาโครงของประเทศไป เขาก็ให้สิทธิ์บริษัทเอกชนประเทศนั้นเข้าบริหาร คนที่บอกว่านายกทักษิณให้ Exim bank ปล่อยกู้พม่า 3-4 พันล้านบาท ทำไมจะเอาให้ Shinsattlelite ขายสัญญาณinternet ให้พม่าไม่ได้ ก็ทำไมต้องไปเอาของดาวเทียมอินโดล่ะ ให้โง่ล่ะสิ) สุดท้ายโครงการนี้ใหญ่เกินไป ITD ที่เพิ่งจดทะเบียนบริษัทลูกในพม่าดูแลโครงการนี้ คือ Dawei Development Company Limited ( DDC ) ก็เพิ่งตั่งเมื่อ 16 กันยายน 2011(2554) ไม่สามารถดูนิคมอุตสาหกรรมขนาด 205 ตารางกิโลเมตรได้ จึงต้องขอให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้ามาช่วย ซึ่งรัฐบาลยังคุมเชิงห่างๆอยู่ เพราะรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์เองกำลังโหมเดินหน้าพัฒนาประเทศไทยแบบก้าวกระโดดกับโครงการ Thailand2020 ใช้งบ 2.2 ล้านล้านบาทในเวลาอันใกล้นี้
โครงการระดับ 2.2 ล้านล้านบาทของนายกยิ่งลักษณ์ จึงไม่ใช่โครงการแรกของนายกทักษิณ ที่จะดึงเงินจากต่างประเทศเข้ามาพัฒนาประเทศไทย อย่างที่ไม่มีผู้นำสายอำมาตย์คนไหนเทียบเคียงได้ เพราะขนาดดึงเม็ดเงิน มา 1.5 ล้านล้านบาทมาได้แต่ก็ไม่สามารถเอามาวางให้นายกเขายายเที่ยงแล้วย้อนกลับมาทำร้ายนายกทักษิณได้อีกต่อไป
ผมได้แต่ทราบความจริงและถึงเวลาที่ผมจะต้องแจ้งพี่น้องญาติมิตรของเราได้ทราบว่า เงินกู้ระดับ ล้านล้านบาท หากเขาไม่เชื่อมั่นนายกทักษิณเขาก็คงไม่ให้กู้ซ้ำอย่างแน่นอน
จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีเหี้ยอำมาตย์ตัวไหนจะกล้าเห็น เราเด่นเกิน!!!!
กรรมของประเทศไทย และกรรมของประชาชนไทยจะต้องทนไปอีกนานเท่าไหร่ ช่วยกันคิดทีเถิด..พี่น้อง...
A group led by the former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra arrived in Dawei this morning by private jet from Yangon. Sources say he is visiting to discuss the Dawei Deep Seaport Project. He and his crew were welcomed by project development committee members at Dawei Airport. Details of his visit have not been officially released.
โดย เคนจิ
เพียงแค่ข้างบนจริงๆของสำนักข่าว Eleven News ของพม่า แต่สำนักข่าวหัวเขียว ก็เอาข่าวนี้มายั่ว คนแก่ใกล้ตาย จนได้
แต่หากผมแจ้งความจริงยิ่งไปกว่านั้น พวกอำมาตย์จะช๊อคตายเพียงข้ามคืน หรือไม่ ????
ทำไมนายกทักษิณ ได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่จากรัฐบาลพม่า และดูแลอย่างดียิ่ง
แท้ที่จริง นายกทักษิณมาตรวจเยี่ยมนิคมอุตสาหกรรมที่นายกทักษิณ เป็นหัวเรียวหัวแรงนำงบจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย Asian Development Bank (ADB) ขนาด 50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (50 billion USD) หรือคิดเป็นเงินไทย 1.5 ล้านล้านบาท เพื่อมาพัฒนาประเทศไทย ผมขอย้ำอีกครั้งเพื่อย้ำว่าผมเขียนต้นฉบับไม่ผิดว่า "มาพัฒนาประเทศไทย" ท่ามกลางตัวเองแทบเอาตัวไม่รอดในประเทศไทยต้องระหกระเหินไปอยู่ต่างประเทศ เพราะ คศ. 2008 คือ พ.ศ. 2551 ที่นายกเขายายเที่ยง ปล้นอำนาจมากำลังเพลินในอำนาจ ซึ่งเงินจำนวนมหาศาลนี้จะนำมาพัฒนาประเทศไทย เพราะหากนายกทักษิณ ไม่โดนเหี้ยสั่งฆ่า สั่งทหารออกมาทำรัฐประหาร แล้วเงินก้อนนี้ต้องลงประเทศไทยแน่นอน เพราะคนที่เอาหน้าไปค้ำคือนายกทักษิณซึ่ง มีชื่อเสียงอย่างยิ่งตอนนั้น โดยเฉพาะนโยบายริเริ่มจะออกพันธบัตรเอเชีย (Asia bond) โดยยกเลิกการฝากทองคำที่เป็นเงินสำรองของประเทศต่างที่ฝากไว้ที่อเมริกา
นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ไอ้กันมารุมรังแกดาวเด่นของผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเอเชีย และแแผ่รัศมีผู้นำของโลกซะด้วย เพราะประเทศที่ขานรับนโยบาย พันธบัตรเอเชีย ก็คือ บิ๊กญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ แค่ประเทศที่ผมเล่ามาถอนทองคำที่ใช้เป็นเงินสำรองเงินตราระหว่างประเทศออกจากอเมริกา ไอ้กันล้มละลายในทันที นี่ขนาด Hamberger Crisis ที่ผ่านมาจีนไม่ยอมให้ไอ้กันผลิตดอลลาร์หากไม่มีทองคำสำรองเป็นของตัวเอง แบบที่แล้วๆมา ไอ้กันก็ตายสนิท
กลับมาที่โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย นายกทักษิณจำใจต้องโยกเม็ดเงิน 1.5 ล้านล้านบาทนี้ไปลงพม่า โดยปรึกษารัฐบาลสิงคโปร์ให้ดูแลเบื้องต้น ก่อนที่ ITD บริษัทอิตัลไทยจำกัด(มหาชน) จะส้มหล่นรับงานนี้ก็เพราะเงินของนายกประเทศไทยก็ต้องให้บริษัทไทยรับไปบริหาร (อันนี้ว่างๆ จะเอาโครงของประเทศไป เขาก็ให้สิทธิ์บริษัทเอกชนประเทศนั้นเข้าบริหาร คนที่บอกว่านายกทักษิณให้ Exim bank ปล่อยกู้พม่า 3-4 พันล้านบาท ทำไมจะเอาให้ Shinsattlelite ขายสัญญาณinternet ให้พม่าไม่ได้ ก็ทำไมต้องไปเอาของดาวเทียมอินโดล่ะ ให้โง่ล่ะสิ) สุดท้ายโครงการนี้ใหญ่เกินไป ITD ที่เพิ่งจดทะเบียนบริษัทลูกในพม่าดูแลโครงการนี้ คือ Dawei Development Company Limited ( DDC ) ก็เพิ่งตั่งเมื่อ 16 กันยายน 2011(2554) ไม่สามารถดูนิคมอุตสาหกรรมขนาด 205 ตารางกิโลเมตรได้ จึงต้องขอให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้ามาช่วย ซึ่งรัฐบาลยังคุมเชิงห่างๆอยู่ เพราะรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์เองกำลังโหมเดินหน้าพัฒนาประเทศไทยแบบก้าวกระโดดกับโครงการ Thailand2020 ใช้งบ 2.2 ล้านล้านบาทในเวลาอันใกล้นี้
โครงการระดับ 2.2 ล้านล้านบาทของนายกยิ่งลักษณ์ จึงไม่ใช่โครงการแรกของนายกทักษิณ ที่จะดึงเงินจากต่างประเทศเข้ามาพัฒนาประเทศไทย อย่างที่ไม่มีผู้นำสายอำมาตย์คนไหนเทียบเคียงได้ เพราะขนาดดึงเม็ดเงิน มา 1.5 ล้านล้านบาทมาได้แต่ก็ไม่สามารถเอามาวางให้นายกเขายายเที่ยงแล้วย้อนกลับมาทำร้ายนายกทักษิณได้อีกต่อไป
ผมได้แต่ทราบความจริงและถึงเวลาที่ผมจะต้องแจ้งพี่น้องญาติมิตรของเราได้ทราบว่า เงินกู้ระดับ ล้านล้านบาท หากเขาไม่เชื่อมั่นนายกทักษิณเขาก็คงไม่ให้กู้ซ้ำอย่างแน่นอน
จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีเหี้ยอำมาตย์ตัวไหนจะกล้าเห็น เราเด่นเกิน!!!!
กรรมของประเทศไทย และกรรมของประชาชนไทยจะต้องทนไปอีกนานเท่าไหร่ ช่วยกันคิดทีเถิด..พี่น้อง...
เอ็งแหลมมาข้าพร้อมสู้.....เขาใส่ฟืนเร่งสุมไฟ...เตรียมบรรลัยเถิดพี่น้อง อย่าพึงหวังจักปรองดอง...รีบปกป้องน้องปูนา ปอ.ปอ.ซอ.มันก่อการ...หวังประหารปูผ่านป๋า ปลดนายกปกนภา...มันเงื้อง่าเมษาวาย......อภิสิทธิ์ชนจักปล้นชาติ...เซ่นอำมาตย์ชาติฉิบหาย .แดงประชาอย่าดูดาย...รัฐบาลวายเพียงลำพัง ยืนพิงหลังตั้งกองรบ...เร่งสมทบตลบหลัง ตั้งกำแพงแดงกำลัง...ร่วมหยุดยั้งอำมาตยา....เอ็งแหลมมาข้าพร้อมสู้.....
ขุนเขาบอก :
เอ็งแหลมมาข้าพร้อมสู้.....
เขาใส่ฟืนเร่งสุมไฟ...เตรียมบรรลัยเถิดพี่น้อง
อย่าพึงหวังจักปรองดอง...รีบปกป้องน้องปูนา
ปอ.ปอ.ซอ.มันก่อการ...หวังประหารปูผ่านป๋า
ปลดนายกปกนภา...มันเงื้อง่าเมษาวาย
แดงทั้งผองเหมือนน้องพี่...ร่วมราวีรวมสีสู้
นำสีแดงเป็นพื้นปู...นำทางสู้ก่อนปูวาย
ยุติธรรมมันมืดมน...ยุติธรรมคนโดนทำหาย
แดงพี่น้องร่วมคล้องกาย...ปลดบ่วงร้ายคลายเวทย์มนต์
หลายขวบปีเสรีภาพ...ต้องพังพาบเพราะกราบหมา
อำมาตย์ร้ายชายชรา...มันเหยียบบ่าประชาชน
ครั้นสีทองเริ่มส่องแสง...ตะวันแดงแรงอีหน
ทำไมหนอทรชน...คิดการปล้นนครา
วิไลนางเยื้องย่างโลก...วิไลโลกยกยอศรี
สองเท้านางย่างปฐพี...นำวิถีชาติพัฒนา
ปลุกประชาให้อ้าปาก...ปลกทุกข์ยากจากปากหมา
สว่างไสวในดวงตา...นำพาราสู่สากล
คิดจะปล้นกันอีกครา...อำมาตยามันหน้าด้าน
ปอ.ปอ.ซอ.มันก่อการ...แล้วส่งสานประหารคน
อิสระชนโดนกระทำ...ปลดผู้นำซ้ำอีกหน
ยุติธรรมกระหน่ำคน...คนเหนือคนมีบัญชา
เจ้าพระยาอีกคราแล้ว...ยลแสงแก้งก่อนลับหาย
มาครานี้อันตราย...อาจถึงตายวายชีวา
เจ้าพระยาเมื่อมายล...อิสระคนถูกปล้นหาย
ฟ้าเอ๋ยฟ้าน่าละอาย...ยังมิวายมีอาวรณ์
ถนอมคนถนอมรัก...รังแกนักแดงหักหาญ
พร้อมรวมกันบริบาล...ประจัญบานร่วมต่อกร
เชิญเพื่อนพ้องแลน้องพี่...เมษานี้มีสังหรณ์
ความเป็นไทใกล้กองฟอน...เราจักนอนหลับอยู่ไย
อภิสิทธิ์ชนจักปล้นชาติ...เซ่นอำมาตย์ชาติฉิบหาย
แดงประชาอย่าดูดาย...รัฐบาลวายเพียงลำพัง
ยืนพิงหลังตั้งกองรบ...เร่งสมทบตลบหลัง
ตั้งกำแพงแดงกำลัง...ร่วมหยุดยั้งอำมาตยา.......เอ็งแหลมมาข้าพร้อมสู้.....
เอ็งแหลมมาข้าพร้อมสู้.....
เขาใส่ฟืนเร่งสุมไฟ...เตรียมบรรลัยเถิดพี่น้อง
อย่าพึงหวังจักปรองดอง...รีบปกป้องน้องปูนา
ปอ.ปอ.ซอ.มันก่อการ...หวังประหารปูผ่านป๋า
ปลดนายกปกนภา...มันเงื้อง่าเมษาวาย
แดงทั้งผองเหมือนน้องพี่...ร่วมราวีรวมสีสู้
นำสีแดงเป็นพื้นปู...นำทางสู้ก่อนปูวาย
ยุติธรรมมันมืดมน...ยุติธรรมคนโดนทำหาย
แดงพี่น้องร่วมคล้องกาย...ปลดบ่วงร้ายคลายเวทย์มนต์
หลายขวบปีเสรีภาพ...ต้องพังพาบเพราะกราบหมา
อำมาตย์ร้ายชายชรา...มันเหยียบบ่าประชาชน
ครั้นสีทองเริ่มส่องแสง...ตะวันแดงแรงอีหน
ทำไมหนอทรชน...คิดการปล้นนครา
วิไลนางเยื้องย่างโลก...วิไลโลกยกยอศรี
สองเท้านางย่างปฐพี...นำวิถีชาติพัฒนา
ปลุกประชาให้อ้าปาก...ปลกทุกข์ยากจากปากหมา
สว่างไสวในดวงตา...นำพาราสู่สากล
คิดจะปล้นกันอีกครา...อำมาตยามันหน้าด้าน
ปอ.ปอ.ซอ.มันก่อการ...แล้วส่งสานประหารคน
อิสระชนโดนกระทำ...ปลดผู้นำซ้ำอีกหน
ยุติธรรมกระหน่ำคน...คนเหนือคนมีบัญชา
เจ้าพระยาอีกคราแล้ว...ยลแสงแก้งก่อนลับหาย
มาครานี้อันตราย...อาจถึงตายวายชีวา
เจ้าพระยาเมื่อมายล...อิสระคนถูกปล้นหาย
ฟ้าเอ๋ยฟ้าน่าละอาย...ยังมิวายมีอาวรณ์
ถนอมคนถนอมรัก...รังแกนักแดงหักหาญ
พร้อมรวมกันบริบาล...ประจัญบานร่วมต่อกร
เชิญเพื่อนพ้องแลน้องพี่...เมษานี้มีสังหรณ์
ความเป็นไทใกล้กองฟอน...เราจักนอนหลับอยู่ไย
อภิสิทธิ์ชนจักปล้นชาติ...เซ่นอำมาตย์ชาติฉิบหาย
แดงประชาอย่าดูดาย...รัฐบาลวายเพียงลำพัง
ยืนพิงหลังตั้งกองรบ...เร่งสมทบตลบหลัง
ตั้งกำแพงแดงกำลัง...ร่วมหยุดยั้งอำมาตยา.......เอ็งแหลมมาข้าพร้อมสู้.....
....ข่าวลือจากชั้น ๑๖.บ้านริมน้ำ..ตอนใกล้อวสานของ "ครอบครัวคณะลิเกลวงโลก" ออกข่าวลือเพื่อจะกลบเกลื่อนเรื่องอะไร ? คิดจะโค่นล้มรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์ใช่ไหม? ทำไมสำนักพระราชวังไม่ออกมาแถลงข่าวที่เป็นความจริงให้ประชาชนทราบ เอง ทำไม?สำนักพระราชวังไม่ทำอะไรเลยกับผู้ปล่อยข่าวลือนี้ "เพราะถือว่าเข้าข่ายคดีหมิ่น ม.๑๑๒ " หรือว่าเป็นเจ้าของข่าวลือเอง.....คำเตือนถึงผู้อ่าน เรื่องนี้เป็นนิยายน้ำเน่าเกี่ยวกับครอบครัวหนึ่งไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปให้ความสำคัญเพราะเป็นนิยายโกหกหลอกลวงผู้อ่านเท่านั้น...ข่าวที่ปล่อยออกมาเป็นเพียงกลลวงของ ครอบครัว " ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า อีห่าสั่งยิง " ที่กำลังสั่งให้เปรมและคณะทำการโค่นล้มรัฐบาลปู โดย ใช้ ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเครื่องมือ เหตุผลที่ต้องทำก็เพราะว่า สองผัวเมียนั้นหมดสภาพในการรับรู้สิ่งต่างๆแล้ว .....ผู้ที่คิดจะทำคือ เฒ่าเปรมหัวขาวกับบริวาร เพื่อต้องการขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ....
- หลังจากที่หายไปนาน เพราะสถานการณืไม่ค่อยปลอดภัยเป็นอย่างมากสำหรับการรายงาน เรื่องราวในครอบครัวของลุง ที่ผ่านมา มีคนที่เรารู้จักหลายคนหายสาปสูญไปอย่างไร้ร่องรอยไม่ต่ำกว่า 5 คน ที่ผ่านๆมา เป็นที่รู้กันว่า ระบบการรักษาความปลอดภัยของลุงที่ชั้น 16 มีความเข้มงวดเป็นอย่างมากอยู่แล้ว คือ ใน รพ มีทหาร(ส่วนใหญ่ที่รู้จักเป็นทหารเรือ) ตำรวจ และ นักสืบ วันๆ เข้า ออก ไม่ต่ำกว่า 1,000 นาย การายงานต่อจึงไม่สะดวกสบายเหมือน2-3 ปีก่อน
และยิ่งตอนที่ป้าป่วยและมานอนชั้น 16 เหมือนลุง เวรยามก็เพิ่มมากเป็นสองเท่าตัว โดยที่ทีม องครักษNของลุง และป้าจะเป็นคนละชุดกัน รวมไปถึงทีมแพทย์ที่ทำการรักษาด้วย ห้องของลุงกับป้าตอนนี้พักอยู่คนละห้อง โดยที่พยาบาลของที่นี่ ส่วมมากจะเป็น หัวหน้า กับรองหัวหน้าชั้นอื่นเช่น ชั้น 14 15 ขึ้นไปช่วยผสมยา จัดยาให้ทั้งคู่ โดยที่ลุงกับป้า จะมีทีมอภิบาลจากส่วนกลาง (บ้านหลังใหญ่)
ท่านที่เห็นหมอส่วนใหญ่ที่รักษาลุงจะมาจากที่นี่ โดย หมอนิพนธ์ เป้นคนที่ดูแลเป็นหลัก และจะใช้หมอจากบ้านลุง เช่น หมอ สงคราม หมอดิเรก มาคอยรับปรึกษา ซึ่งจะต่างจากป้า คือ ป้ามีการทางสมองด้วยเช่นกัน ป้าเป็น สมองน้อยข้างขวาขาดเลือด และสมองใหญ่ส่วนหน้าขาดเลือด แต่ป้ามีทีมงานจากที่อื่น โดยหมอนิพนธ์คอยเป็นที่ปรึกษาเล็กๆ น้อยๆ เฉพาะหน้าเท่านั้น ที่คอยเห็นจะเป็น หมอยงชัย นิละนนท์ ที่จะเป็นหมอด้านสมองที่ดูแลป้าเป็นหลัก
มารายงานอาการป่วยของป้ากันก่อน ป้าเป็นเส้นเลือดอุดตัน เลือดออกที่สมองน้อย ที่ควบคุมการทรงตัว และล่าสุดอุดตนเพิ่มที่สมองใหญ่ด้าหน้าเพิ่ม สมองส่วนนี้เท่าที่ถามมา จะเป็นสมองที่ควบคุมด้านอารมณ์ และพฤติกรรม
สาเหตุมาจาก ป้าสูบบุหรี่ และไขมันในเลือดสูง ตอนนี้อาการล่าสุดที่เห็นด้วยตา (เดือนที่แล้ว) ประกอบกับที่ถามคนที่ทำหน้าที่กายภาพบำบัดป้า ที่เราเห็นเองนั้น ขอแบ่งเป็น อาการทางสมอง กับ รูปลักษณ์ภายนอก
เรื่อง รูปลักษณื ภายนอก ป้าดูไม่เหมือนกับป้าที่เคยเห็น ป้าดูซูบผอมลง น้ำหนักตัวน่าจะลดลงไม่ต่ำกว่า 10 กก แต่ที่เห็นป้าผมหงอกทั้งศีรษะ คือตั้งแต่ป้ามา นอนรักษาตัว ป้าไม่ได้ย้อมผมเลย ซึ่งดูแล้วเป็นภาพที่เราเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน กับภาพที่ป้าไม่โกรกและทำสีผม ปากไม่แดง หน้าตาไม่มี make up
ส่วนอาการทางสมองนั้น ปัจจุบัน อาการเรื่องการทรงตัวจัดว่า ฟื้นตัวค่อยข้างดี ป้าเดินได้เองเกือบจะตรงได้แล้ว แต่อาจจะมีเซบ้างเป็นบางครั้ง เราให้ 80 % เลยนะ แต่อีกอาการทางสมองหนึ่งของป้า คือ เรื่อง อารมณ์ และพฤติกรรม ตอนแรกที่เห็นป้าเป็นแบบนั้น เราก็ตกใจอยู่เหมือนกัน แต่ หลังจากที่ได้สอบถามทีมอภิบาลก็ได้รับคำตอบที่ว่า นั้นเป็นผลจากการที่ป้าเป็น stroke ที่สมองส่วนหน้า
ป้าจะมีอาการเกรี้ยวกราด โมโหร้าย คอยชี้หน้าด่าทีมหมอ และพยาบาลที่จะเข้าไปตรวจรักษา และเข้ามาวัดความดัน ห้ามใครพูดถึงลุงเป็นอันขาด เพราะป้าไม่ชอบ และจะอารมณ์เสียขว้างปาสิ่งของกันวุ่นวาย ที่เราเห็นเมื่อเดือนก่อน ก็จะเป็นแบบนี้ตลอด เห็นป้าถามถึง จ่า อยู่บ่อยๆ แต่จ่าก็นานจะมาเยี่ยมป้าที
แต่เรื่องที่ ป้า จะพูดถึง( อาจจะ เป็นจากผลจาก stroke ) มาก และเพ้อมากที่สุดเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ อนาคตของลุงว่ากลัวอนาคตที่ไม่แน่นอนของครอบครัว
ที่หลักๆ ป้าไม่อยากให้ ลูกต้องทะเลาะ ไม่รักกันมาแย่งมรดก ของวงศ์ตระกูล ป้าจะเรียก จ่า ว่า ชาย และ เมพ ว่า เทพ คือ เบื้องหลังลึกๆ จ่า และ เมพ ทุกคนที่นี่ ทาราบกันนี้ ว่า นับวัน สถานการณ์ยิ่งร้าวลึกลงเป็นทุกวัน เพราะ เรื่องล่าสุด มีการ ผู้ชายคนหนึ่ง ที่ภายหลังทราบว่า เป็นองครักษ์ ของเมพ (แต่ทหารรายนั้น ไม่ยอมรับ) จับได้ว่าลักลอบแอบขึ้นที่ตึก ของรพ ใหม่
ที่นี่ ที่พึ่งเปิดไปได้ปลายปี ตึกที่ รพใ ใหม่แห่งนี้ ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตึกนี้ชั้นบนสุด หันหน้าออกนอกหน้าต่างจะ เป็นวิว ที่ตรงกับชั้น 16 ตรงกับห้องที่ลุง นอนพักรักษาตัวอยู่พอดี (คือ ห้องนั้นเป็นสถานที่ต้องห้าม ในการที่จะขึ้นไปเด็ดขาด ) เราเองไม่เคยมีโอกาส ได้ขึ้นไป แต่เท่าที่สอบถาม คนงานทำความสะอาด ที่นั่น บอกว่า ห้องนั้นเป็นมุม ที่ตรงกับที่ห้องลุงนอนอยู่พอดี และมองไปอีกทางจะเห็น ภาพของอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย และถนนราชดำเนิน ในมุมที่สวยงามมาก ที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน คือ จะเห็นถนนยาวๆ มุ่งหน้าตรงไปเจอ อนุเสาวรีย์
ทหารคนนี้ โดยจับตัวได้ และตำรวจ ได้ตรวจค้น file ภาพ ที่ cf card ปรากฎ รูปภาพ และ file VDO ของห้องที่ลุงอยู่ เป็นจำนวน หลายพันภาพ เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ซีเรียสมาก เพราะมันแสดงถึงความไม่ปลอดภัย ในระบบรักาาความปลอดภัยของลุง
หลังหลังจากการที่ตรวจ file ภาพ ทั้งหมด ทหาร รายนั้น ไม่ยอมรับว่า เป็นคนของใคร และมีวัตถุประสงค์ ไปเพื่ออะไร ทีแรกคาดการณ์ ไปต่างๆ นาๆ ว่าเป็นคนของ ผู้จัดการโรงงานส่งมาสืบความลับ (แปลกมากที่ลุงป่วยอยู่ ผจด โรงงาน ก็ไม่อนุญาตให้ทราบความเป็นไป ถึงทราบก็น้อยมากๆ )
ตอนนี้ สห ของจ่าได้ควบคุมตัวทหารรายนั้น ไปเรียบร้อยแล้ว (ถุงดำ 30*40 คลุมหัว) พาไปบ้านจ่า หลังจากนั้นก็ไม่มีใครรู้ชะตากรรมของทหารรายนั้น ผลการสวบสวน cf card ทั้งการกู้ file ต่างๆ พบรูปๆ หนึ่ง คือ รูป สุนัข beethoven ทั้ง 6 ตัวของเมพ อยู่ด้วย
เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับจ่า เป็นอย่างมาก เพราะ จ่าอาจจะคิดว่า เมพ คิดไม่ซื่ออยู่ เพราะไม่มีใครรู้ว่า เมพมีเหตุผลอะไรที่ต้องทำอย่างนั้น เพราะเมพก็มาเยี่ยมลุงอยู่แล้ว
ตอนนี้ สถานการณ์ ก็เลยอึมครึม เป็นอย่างมาก เพราะเมพเองไม่ยอมรับเรื่องดังกล่าว
ไม่รู้ว่า จ่า กับ เมพ จะเป็นอย่างนี้อีกนานไหม เพราะการที่ทั้งสองเป็นแบบนี้ ทำให้คนใกล้ชิด เดือดร้อน หายไปทีละคนสองคน
ล่าสุดท้งสองมีปากเสียงกับอย่างหนัก สุดท้ายจ่าชี้หน้าเมพ และหลังจากนั้นเราก็ยังไม่เห็นจ่า กลับมาอีกนะ แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น จะขอรวบยอดมารายงานกันใหม่ - อ้างอิง : http://www.konmuankan.com/~liberal/...7&st=35800&s=4e2fa7349f521d5f9b2a2c460735b599
söndag 24 mars 2013
....ที่ถาม....เพราะสงสัย..... คุณทองแดงหายไปไหนไม่ตามเสด็จ? มีสองภาพที่ขาดคุณทองแดงลากรถเข็น ถามมาด้วยความสงสัย....หรือ คุณทองแดงอายไม่อยากโชว์รูปโกหกหลอกลวงประชาชน. ประชาชนข้องใจ ทำไมจึงเอารูปภาพเก่าๆเหล่านี้ออกมาลงให้คนดูด้วยจุดประสงค์อะไร ทำไมไม่เอาภาพปัจจุบันที่เป็นจริงออกมาให้คนไทยได้ชื่นชมบารมี.......
.......อย่าบังอาจเทียมข้า.........หมากับคน.โดนเหยียบคอ.พอๆกัน... บนบ่านั้น.แบกไว้.ไฟริษยา สัมผัสไล้.ไฟลาม.กามกามา... เทพเทวา.เริงภิรมย์.เสพสมอิง .....เสพและสุข.ลูกหลาน.มีปานโหล... บ้านใหญ่โต.เรือนโอ่โถง.คงสมัย ข้าดำรง.อยู่เหนือฟ้า.ประชาธิปไตย... ขี้ข้าไพร่.อยากได้หน้า.ตั้งตาคอย

อย่าบังอาจเทียมข้า...
เหตุความเชื่อ.รูปและนาม.ความศรัทธา...
ความรุ่งเรือง.พัฒนา.ถูกดึงรั้ง
หลงเชื่อเขา.เมามัว.กลัวคนชัง...
จึงฉุดรั้ง.ประเทศไว้.วิไลลา
วิไลล่อง.ต้องมนต์.โดนเวทย์มนต์...
บูชาคน.โดนหลอกใช้.ใครกันหนา
อยู่ใต้ตีน.กินแกลบรำ.ย่ำนรา...
คนกับหมา.ไม่ต่างกัน.นั่นความจริง
หมากับคน.โดนเหยียบคอ.พอๆกัน...
บนบ่านั้น.แบกไว้.ไฟริษยา
สัมผัสไล้.ไฟลาม.กามกามา...
เทพเทวา.เริงภิรมย์.เสพสมอิง
ยังจุดธูป.ลูบอิง.ยืนพิงรูป...
ยังโลมลูบ.ความศรัทธา.เทวาสิง
ประเทศใหญ่.ยืนบ้าใบ้.ไม่ไหวติง...
สรรพสิ่ง.ยิ่งหย่อนยาน.ปานชรา
ยุติธรรม.นำมาใช้.ใต้ตีนกู...
ทหารคู่.บัลลังก์ใหญ่.ใครอย่าหมาย
อยู่ค้ำฟ้า.ข้านั้น.มิวันตาย...
ย่ำเคียงกาย.ข้าทุกย่าง.นางพญา
โลกวิไล.ไปเบื้องหน้า.ข้าไม่สน...
อยู่เหนือคน.บนแผ่นดิน.สิ้นกังขา
คล้องบ่วงมนต์.คนโง่เขลา.เบาปัญญา...
กฤษฎา.อภินิหาร.ผ่านรูปรอย
เสพและสุข.ลูกหลาน.มีปานโหล...
บ้านใหญ่โต.เรือนโอ่โถง.คงสมัย
ข้าดำรง.อยู่เหนือฟ้า.ประชาธิปไตย...
ขี้ข้าไพร่.อยากได้หน้า.ตั้งตาคอย
ข้าวในนา.เอามาเปลี่ยน.เป็นเทียนไข...
จุดไสว.ทั้งพารา.ข้าหลับผล็อย
เงินแลทอง.กองที่เห็น.เป็นพลุลอย...
จุดเป็นฝอย.ให้ข้าชม.ภิรมย์พร
เช่นนี้ไซร์.อีไอ้.ให้สำเหนียก
แค่เสียงเพรียก.ของเจ้า.ที่เห่าหอน
ผู้เรียกหา.ประชาธิปไตย.ให้สังวร
ข้ายังนอน.สุขสบาย.หลายร้อยปี......อย่าบังอาจเทียมข้า...
๙ มิถุนายน พ.ศ ๒๔๘๙ เกิดอะไรขึ้นกับกษัตริย์อานันทมหิดล ....นี้คือความจริง กษัตริย์อานันทมหิดลได้ถูกยิงและเสด็จสวรรคตโดยพระอนุชาของพระองค์เองคือ กษัตริย์ภูมิพล......!!Andrew MacGregor Marshall
![[IMG]](https://fbcdn-profile-a.akamaihd.net/hprofile-ak-ash4/186224_627196153_1347285904_q.jpg)
A declassified secret file in the British archives, with information that King Ananda Mahidol was accidentally killed by his brother Bhumibol
lördag 23 mars 2013
ฝากบทความนี้ให้ประชาชนผู้รักชาติรักความเป็นธรรมและต้องการประชาธิปไตยทุกท่านได้อ่านเพื่อเตือนสติก่อนจะตกหลุมพลางของอำมาตย์ชั่วยืมมือทำลายเพื่อนร่วมเดินทาง จงรวมพลังกันทุกฝ่ายช่วยกันฝ่าฟันกับแผนสกปรกของอำมาตย์ชั่วที่กำลังจะมาถึง จงมีสติและใช้ปัญญาเป็นอาวุธในการต่อสู้อย่าใช้อารมณ์...... ด้วยความปราถนาดี............
ความขัดแย้งทางการปกครองระหว่างระบอบอมาตยาธิปไตยกับระบอบประชาธิปไตย.!
โดย ปูนนก
ผมไม่เคยได้ยินแม้แต่ครั้งเดียวว่า ท่านนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, รองนายกเฉลิม อยู่บำรุง หรือแม้กระทั่ง สส. หรือ รมต. ในรัฐบาลคณะนี้หลายๆ ท่านได้ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่า “รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของคนเสื้อแดง หรือของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยอย่างแท้จริงแต่อย่างใด” ประเทศไทยก็เสมือนเด็กที่กำลังจะจมน้ำอยู่กลางสระ ไม่มีใครที่กล้าหาญพอที่จะกระโดดลงมาช่วยด้วยกำลังของตนเอง แต่ทว่าเมื่อ พตท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร แสดงความหาญกล้าเข้ามาเพื่อต้องการช่วยเหลือประเทศไทย..เพียงแค่คิดและลงมือทำไปบางส่วนเท่านั้น.. เขาก็ถูกถีบให้ตกลงมาในสระน้ำแห่งความขัดแย้งทางการปกครองระหว่างระบอบอมาตยาธิปไตย กับระบอบประชาธิปไตย โดยไม่ทันตั้งตัว
ซึ่งผมเชื่อว่า ดร. ทักษิณ เองก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะเข้ามาทำให้เกิดความขัดแย้งเช่นนั้น (เพราะท่านมีวิญญาณแห่งความเป็นนักธุรกิจและความจงรักภักดี ไม่ใช่วิญญาณแห่งนักปฏิวัติ) ดังนั้นสิ่งที่เรา (คนเสื้อแดง และประชาชนผู้รักประชาธิปไตย) ได้พยายามต่อสู้กันมาเพื่อเรียกร้องให้ได้ความเป็นประชาธิปไตยในประเทศนี้ โดยชูท่านอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร เป็น Idol และคาดหวังว่า ด้วยสิ่งที่ท่านได้รับความอยุติธรรมตลอดหลายปีมานี้ ต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ถูกยึดทรัพย์ ถูกไล่ล่าข้ามโลก จะทำให้ท่าน ดร. ทักษิณ เปลี่ยนจิตวิญญาณจากนักธุรกิจมาเป็นวิญญาณแห่งการเป็นนักปฏิวัตินั้น จึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะเป็นไปได้ยาก
คำพูดที่ท่านอดีตนายกทักษิณ โฟนอิน เข้ามาในท่ามกลางการชุมนุมของคนเสื้อแดงในทุกๆ ครั้งที่ผ่านมานั้น ท่านมักจะพูดถึงโอกาสในการพัฒนาประเทศ พูดถึงศักยภาพของประเทศไทยที่จะสามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ พูดถึงสิ่งที่ท่านได้พบเห็นมาในขณะที่ท่านยู่ต่างประเทศและต้องการนำมาปรับใช้ในการพัฒนาประเทศเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข.... แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่ท่านอดีตนายกทักษิณ จะพูดในสิ่งที่เป็นแนวทางการต่อสู้กับระบอบเผด็จการอมาตย์อย่างชัดเจนตรงไปตรงมา ทั้งๆ ที่ท่านก็รู้ว่า ไม่ว่าจะทำดีเช่นไร ฝ่ายเผด็จการอมาตย์ก็ไม่ยอมรับในสิ่งที่ท่านอดีตนายกทักษิณ และคนเสื้อแดงกระทำให้ อย่างแน่นอน ฆ่าได้เป็นฆ่า ทำลายได้เป็นทำลาย ตัดสินให้ติดคุกได้พวกเขาก็จะทำ ไม่มีทางที่พวกเผด็จการจะปล่อยพวกเราเอาไว้แน่
การโฟนอินเข้ามาที่โบนันซ่า ในครั้งล่าสุดของท่านอดีตนายกทักษิณ ก็เช่นเดียวกับในครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา ไม่ได้มีเนื้อหา หรือโครงเรื่องที่ต่างไปจากเดิมแม้แต่น้อย การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้กำลังจะกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้การต่อสู้ทางการเมืองที่จะมีต่อไปนี้ จะถึงขั้นปะทะกันอย่างตรงๆ ด้วยมวลชนที่มีความคิดและแนวทางแตกแยกกันเป็นสองฝ่าย และไม่สามารถที่จะประนีประนอมต่อกันได้อีกแล้ว ซึ่งในการต่อสู้ครั้งนี้ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยพ่ายแพ้ก็จะต้องพ่ายแพ้ไปอีกนับสิบๆ ปี และท่านอดีตนายกทักษิณ ก็คงจะไม่ได้กลับประเทศไทยอีกเลยเฉกเช่นเดียวกันกับ ดร. ปรีดี พนมยงค์ ในอดีต แต่ตรงข้ามถ้าฝ่ายประชาธิปไตยชนะ ประชาชนและประเทศชาตินี้ก็จะได้พลิกฟื้นกลับขึ้นมารุ่งโรจน์ได้ดังที่ควรจะเป็น
ท่านอดีตนายกทักษิณ พูดหลายครั้งว่า ท่านเป็นนักสู้ และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ถ้าได้ต่อสู้แล้วจะไม่ยอมจำนน ท่านพูดเสมอว่าแต่ทว่า...เมื่อการต่อสู้กับเผด็จการอมาตย์เข้ามาสู่จุดแตกหัก ที่จะชี้ชะตาว่าใครจะอยู่ใครจะไปทีไร ก็“ท่านรักคนเสื้อแดง และพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยและร่วมต่อสู้มาด้วยกันทุกคน”ท่านอดีตนายกทักษิณ นี่แหละที่เข้ามาเป็นผู้ถอดชนวนการต่อสู้นี้เสียทุกครั้ง จะด้วยเหตุผลใด หรือจุดมุ่งหมายใดก็เหลือจะเดา แต่ทุกครั้งที่ท่านอดีตนายกทักษิณ เข้ามาถอดชนวนการปะทะขั้นแตกหักนี้ทีไร ผลที่ตามมาก็คือฝ่ายเผด็จการอมาตย์ก็มักจะได้ทีและเข้ามารุกไล่พี่น้องคนเสื้อแดง และประชาชนผู้รักประชาธิปไตยอย่างเอาเป็นเอาตายทุกทีไป โดยที่ฝ่ายคนเสื้อแดงแทบจะไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ จากการถอดชนวนความขัดแย้ง ครั้งแล้วครั้งเล่าโดยท่านอดีตนายกทักษิณ นี้เลย
ผมไม่เคยได้ยินแม้แต่ครั้งเดียวว่า ท่านนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, รองนายกเฉลิม อยู่บำรุง หรือแม้กระทั่ง สส. หรือ รมต. ในรัฐบาลคณะนี้หลายๆ ท่านได้ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่า “รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของคนเสื้อแดง หรือของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยอย่างแท้จริงแต่อย่างใด” ประเทศไทยก็เสมือนเด็กที่กำลังจะจมน้ำอยู่กลางสระ ไม่มีใครที่กล้าหาญพอที่จะกระโดดลงมาช่วยด้วยกำลังของตนเอง แต่ทว่าเมื่อ พตท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร แสดงความหาญกล้าเข้ามาเพื่อต้องการช่วยเหลือประเทศไทย..เพียงแค่คิดและลงมือทำไปบางส่วนเท่านั้น.. เขาก็ถูกถีบให้ตกลงมาในสระน้ำแห่งความขัดแย้งทางการปกครองระหว่างระบอบอมาตยาธิปไตย กับระบอบประชาธิปไตย โดยไม่ทันตั้งตัว
ซึ่งผมเชื่อว่า ดร. ทักษิณ เองก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะเข้ามาทำให้เกิดความขัดแย้งเช่นนั้น (เพราะท่านมีวิญญาณแห่งความเป็นนักธุรกิจและความจงรักภักดี ไม่ใช่วิญญาณแห่งนักปฏิวัติ) ดังนั้นสิ่งที่เรา (คนเสื้อแดง และประชาชนผู้รักประชาธิปไตย) ได้พยายามต่อสู้กันมาเพื่อเรียกร้องให้ได้ความเป็นประชาธิปไตยในประเทศนี้ โดยชูท่านอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร เป็น Idol และคาดหวังว่า ด้วยสิ่งที่ท่านได้รับความอยุติธรรมตลอดหลายปีมานี้ ต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ถูกยึดทรัพย์ ถูกไล่ล่าข้ามโลก จะทำให้ท่าน ดร. ทักษิณ เปลี่ยนจิตวิญญาณจากนักธุรกิจมาเป็นวิญญาณแห่งการเป็นนักปฏิวัตินั้น จึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะเป็นไปได้ยาก
คำพูดที่ท่านอดีตนายกทักษิณ โฟนอิน เข้ามาในท่ามกลางการชุมนุมของคนเสื้อแดงในทุกๆ ครั้งที่ผ่านมานั้น ท่านมักจะพูดถึงโอกาสในการพัฒนาประเทศ พูดถึงศักยภาพของประเทศไทยที่จะสามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ พูดถึงสิ่งที่ท่านได้พบเห็นมาในขณะที่ท่านยู่ต่างประเทศและต้องการนำมาปรับใช้ในการพัฒนาประเทศเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข.... แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่ท่านอดีตนายกทักษิณ จะพูดในสิ่งที่เป็นแนวทางการต่อสู้กับระบอบเผด็จการอมาตย์อย่างชัดเจนตรงไปตรงมา ทั้งๆ ที่ท่านก็รู้ว่า ไม่ว่าจะทำดีเช่นไร ฝ่ายเผด็จการอมาตย์ก็ไม่ยอมรับในสิ่งที่ท่านอดีตนายกทักษิณ และคนเสื้อแดงกระทำให้ อย่างแน่นอน ฆ่าได้เป็นฆ่า ทำลายได้เป็นทำลาย ตัดสินให้ติดคุกได้พวกเขาก็จะทำ ไม่มีทางที่พวกเผด็จการจะปล่อยพวกเราเอาไว้แน่
การโฟนอินเข้ามาที่โบนันซ่า ในครั้งล่าสุดของท่านอดีตนายกทักษิณ ก็เช่นเดียวกับในครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา ไม่ได้มีเนื้อหา หรือโครงเรื่องที่ต่างไปจากเดิมแม้แต่น้อย การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้กำลังจะกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้การต่อสู้ทางการเมืองที่จะมีต่อไปนี้ จะถึงขั้นปะทะกันอย่างตรงๆ ด้วยมวลชนที่มีความคิดและแนวทางแตกแยกกันเป็นสองฝ่าย และไม่สามารถที่จะประนีประนอมต่อกันได้อีกแล้ว ซึ่งในการต่อสู้ครั้งนี้ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยพ่ายแพ้ก็จะต้องพ่ายแพ้ไปอีกนับสิบๆ ปี และท่านอดีตนายกทักษิณ ก็คงจะไม่ได้กลับประเทศไทยอีกเลยเฉกเช่นเดียวกันกับ ดร. ปรีดี พนมยงค์ ในอดีต แต่ตรงข้ามถ้าฝ่ายประชาธิปไตยชนะ ประชาชนและประเทศชาตินี้ก็จะได้พลิกฟื้นกลับขึ้นมารุ่งโรจน์ได้ดังที่ควรจะเป็น
ท่านอดีตนายกทักษิณ พูดหลายครั้งว่า ท่านเป็นนักสู้ และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ถ้าได้ต่อสู้แล้วจะไม่ยอมจำนน ท่านพูดเสมอว่าแต่ทว่า...เมื่อการต่อสู้กับเผด็จการอมาตย์เข้ามาสู่จุดแตกหัก ที่จะชี้ชะตาว่าใครจะอยู่ใครจะไปทีไร ก็“ท่านรักคนเสื้อแดง และพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยและร่วมต่อสู้มาด้วยกันทุกคน”ท่านอดีตนายกทักษิณ นี่แหละที่เข้ามาเป็นผู้ถอดชนวนการต่อสู้นี้เสียทุกครั้ง จะด้วยเหตุผลใด หรือจุดมุ่งหมายใดก็เหลือจะเดา แต่ทุกครั้งที่ท่านอดีตนายกทักษิณ เข้ามาถอดชนวนการปะทะขั้นแตกหักนี้ทีไร ผลที่ตามมาก็คือฝ่ายเผด็จการอมาตย์ก็มักจะได้ทีและเข้ามารุกไล่พี่น้องคนเสื้อแดง และประชาชนผู้รักประชาธิปไตยอย่างเอาเป็นเอาตายทุกทีไป โดยที่ฝ่ายคนเสื้อแดงแทบจะไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ จากการถอดชนวนความขัดแย้ง ครั้งแล้วครั้งเล่าโดยท่านอดีตนายกทักษิณ นี้เลย
ผมคงจะไม่วิเคราะห์วิจารณ์อะไรเกี่ยวกับแนวทาง ความคิดของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้อีกเพราะมีพี่น้องจำนวนมากได้แสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวางแล้วในเรื่องการทำประชามติ หรือการโหวตวาระ 3 ในทันที ซึ่งแต่ละท่านผู้อ่านย่อมมีวิจารณญานในส่วนตัวของท่านเองได้เป็นอย่างดีว่า เห็นชอบกับสิ่งใดที่จะกระทำก่อนกัน แต่อย่างไรก็ดีการโฟนอินที่โบนันซ่า ครั้งนี้ของท่านอดีตนายกทักษิณ ท่านได้แสดงชัดแล้วว่า “ท่านเลือกที่จะถอย..ไม่เข้าปะทะ” ทั้งๆ ที่ไม่ว่าท่านจะถอยโดยการรณรงค์ให้มีการทำประชามติ หรือหักดิบด้วยการโหวตวาระ 3 ทันที ผลก็ไม่แตกต่างกันก็คือ ฝ่ายเผด็จการอมาตย์ก็จะไม่ยอมให้มีการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 นี้อย่างแน่นอน การปะทะกันทางความคิดและอาจจะขยายผลไปสู่ความรุนแรงจะต้องเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ท่านนายกทักษิณเลือกที่จะแก้รัฐธรรมนูญด้วยการถอยเว้นระยะห่าง ไม่เข้าปะทะ... ย่อมเป็นผลดีต่ออายุการทำงาน และรักษาตัวให้พร้อมของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในการที่จะดำรงความเป็นรัฐบาลท่ามกลางความสงบเรียบร้อย (โดยฉากหน้า) ของประเทศนี้ต่อไป แต่การต่ออายุของรัฐบาลด้วยการเว้นระยะห่างจากการโจมตีของฝ่ายเผด็จการอมาตย์ กลับไม่ได้เป็นผลดีต่อการต่อสู้ของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยโดยรวมเท่าใดนัก เพราะประชาชนคนเสื้อแดง และผู้รักประชาธิปไตยจำนวนมาก ก็ยังถูกจำขัง ยังถูกตามไล่ล่า ยังถูกคดีความตามราวีอยู่ไม่รู้จบสิ้นอยู่ดี และฝ่ายเผด็จการอมาตย์ก็ไม่หยุดที่จะตามราวีรัฐบาลเช่นกัน
ท่านนายกทักษิณ ครับ ผมให้ใจท่านไปแล้วทั้งดวง ด้วยความรักศรัทธา และคงไม่เรียกความรักศรัทธา คืนกลับมาจากท่านง่ายๆ หลายปีที่ผ่านมานี้ ผมและพี่น้องคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยจำนวนมากมาย ได้ต่อสู้กับเผด็จการอมาตย์มาอย่างชนิดถึงเลือดถึงเนื้อ ถึงลูกถึงคน ถ้าพลาดไม่ตายก็ติดคุก แต่ทว่าท่านนายกทักษิณ ครับ การต่อสู้เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นย่างก้าวที่สำคัญมากในการโค่นล้มอำนาจเผด็จการอมาตย์ทั้งหมด ซึ่งถ้าหากท่านนายกทักษิณ กระทำตัวให้เป็นอุปสรรค หรือถ่วงรั้ง ต่อเส้นทางการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จะโดยเอาสิ่งใดมาล่อให้ประชาชนคล้อยตาม ก็ตาม ผมอาจจะต้องพิจารณาว่า จริงๆ แล้วท่านนายกทักษิณ ยังคงรัก..ศรัทธา..ภักดี.. และซื่อสัตย์.. ต่อใครบางคน มากยิ่งกว่าที่จะรัก..และศรัทธา ต่อประชาชนคนเสื้อแดงผู้ร่วมชีวิต ร่วมเป็นร่วมตายกับท่านมา ก็เป็นได้นะครับ
ผมเริ่มมีคำถามบางคำถามเกิดขึ้นในใจว่า"นายกผู้สามารถพัฒนาเศรษฐกิจของไทยให้ยิ่งใหญ่ได้นั้น จะเป็นคนๆ เดียวกับที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารประเทศแบบเผด็จอมาตย์ ไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย หรือเปล่า???" เท่านั้นครับ
..............................................
ท่านนายกทักษิณเลือกที่จะแก้รัฐธรรมนูญด้วยการถอยเว้นระยะห่าง ไม่เข้าปะทะ... ย่อมเป็นผลดีต่ออายุการทำงาน และรักษาตัวให้พร้อมของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในการที่จะดำรงความเป็นรัฐบาลท่ามกลางความสงบเรียบร้อย (โดยฉากหน้า) ของประเทศนี้ต่อไป แต่การต่ออายุของรัฐบาลด้วยการเว้นระยะห่างจากการโจมตีของฝ่ายเผด็จการอมาตย์ กลับไม่ได้เป็นผลดีต่อการต่อสู้ของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยโดยรวมเท่าใดนัก เพราะประชาชนคนเสื้อแดง และผู้รักประชาธิปไตยจำนวนมาก ก็ยังถูกจำขัง ยังถูกตามไล่ล่า ยังถูกคดีความตามราวีอยู่ไม่รู้จบสิ้นอยู่ดี และฝ่ายเผด็จการอมาตย์ก็ไม่หยุดที่จะตามราวีรัฐบาลเช่นกัน
ท่านนายกทักษิณ ครับ ผมให้ใจท่านไปแล้วทั้งดวง ด้วยความรักศรัทธา และคงไม่เรียกความรักศรัทธา คืนกลับมาจากท่านง่ายๆ หลายปีที่ผ่านมานี้ ผมและพี่น้องคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยจำนวนมากมาย ได้ต่อสู้กับเผด็จการอมาตย์มาอย่างชนิดถึงเลือดถึงเนื้อ ถึงลูกถึงคน ถ้าพลาดไม่ตายก็ติดคุก แต่ทว่าท่านนายกทักษิณ ครับ การต่อสู้เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นย่างก้าวที่สำคัญมากในการโค่นล้มอำนาจเผด็จการอมาตย์ทั้งหมด ซึ่งถ้าหากท่านนายกทักษิณ กระทำตัวให้เป็นอุปสรรค หรือถ่วงรั้ง ต่อเส้นทางการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จะโดยเอาสิ่งใดมาล่อให้ประชาชนคล้อยตาม ก็ตาม ผมอาจจะต้องพิจารณาว่า จริงๆ แล้วท่านนายกทักษิณ ยังคงรัก..ศรัทธา..ภักดี.. และซื่อสัตย์.. ต่อใครบางคน มากยิ่งกว่าที่จะรัก..และศรัทธา ต่อประชาชนคนเสื้อแดงผู้ร่วมชีวิต ร่วมเป็นร่วมตายกับท่านมา ก็เป็นได้นะครับ
ผมเริ่มมีคำถามบางคำถามเกิดขึ้นในใจว่า"นายกผู้สามารถพัฒนาเศรษฐกิจของไทยให้ยิ่งใหญ่ได้นั้น จะเป็นคนๆ เดียวกับที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารประเทศแบบเผด็จอมาตย์ ไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย หรือเปล่า???" เท่านั้นครับ
..............................................
ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำถามของคุณปูนนก
โดย แสงตะวัน
ในยุคปัจจุบัน ชึ่งเป็นยุคไฮเทคโนโลยี่ ยุคโลกไร้พรหมแดน การต่อสู้เรียกร้องของประเทศต่างๆชึ่งเกิดขึ้นทั่วโลกในปัจจุบันนี้ เกี่ยวกับปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ไม่มีสูตรสำเร็จกำหนดตายตัวที่จะนำมาเป็นแม่แบบเพื่อใช้แก้ปํญหาให้ลุล่วงไปได้ เพราะปัญหาความต้องการของแต่ละสังคมไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ยังไม่มีทฤษฎีหรือตำราพิชัยสงครามแบบใหม่มาให้ใช้เป็นแนวทางชี้นำ ก่อนอื่นพวกเราต้องมาทำความเข้าใจเสียใหม่ว่าพ่อค้านักธุรกิจนายทุนก็คือนายทุนที่ลงทุนค้าขายเพื่อให้ได้กำไร ต่างกับผู้นำนักปฏิวัติที่ทำงานเพื่ออุดมการณ์เพื่อสังคมส่วนรวม ต่อสู้เรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ดังนั้นความคิดแบบพ่อค้ากับนักปฎิวัติสองสิ่งนี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีอยู่ในตัวคนเดียวกัน
เริ่มแรกทักษิณเข้ามาบริหารประเทศโดยผ่านการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ซึ่งระบอบการปกครองโดยแท้จริงยังคงเป็นระบอบราชาธิปไตยอยู่ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยตามที่พวกนักวิชาการต่างๆเข้าใจและโฆษณาหลอกลวงประชาชน เมื่อทักษิณเข้ามาเป็นนายกก็บริหารประเทศอยู่ภายใต้ระบอบราชาธิปไตยนี้ แต่รัฐบาลทักษิณมีหลักนโยบายที่สามารถเห็นผลงานจับต้องได้และทำให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์จากการบริหารของรัฐบาลทักษิน ซึ่งถ้าปล่อยให้ประเทศชาติได้มีโอกาศพัฒนาต่อไปภายใต้รัฐบาลของทักษิณประเทศชาติก็จะดำเนินก้าวหน้าและการวิวัฒนาการทางประชาธิปไตยก็จะก้าวหน้าต่อไป แต่ระบอบราชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ขัดขวางต่อระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด ซึ่งนายกทักษิณเองเขาไม่ได้มีแนวความคิดที่เปลี่ยนแปลงหรือล้มล้างระบอบราชาธิปไตยนั้นลง แต่พวกอำมาตย์เห็นว่าถ้าปล่อยให้ทักษิณบริหารประเทศต่อไปจะเป็นอันตรายแก่พวกเขา เมื่อทักษิณถูกพวกอำมาตย์โค่นล้มลงในวันที่ ๑๙ ก.ย. ๒๕๔๙ โดยทักษิณเองก็ยังจะพยายามประณีประนอมกับพวกอำมาตย์มาตลอดเวลา จนถึงทุกวันนี้ ทักษิณก็ยังไม่ยอมที่จะคิดเปลี่ยนแปลงระบอบราชาธิปไตยให้เป็นประชาธิปไตย ประชาชนส่วนมากของประเทศคิดเอาเองว่าทักษิณจะเป็นผู้ที่จะนำประเทศชาติและประชาชนไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง
ซึ่งเเป็นความคิดและความหวังของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของทักษิณคือต้องการใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือเพื่อจะดำเนินไปสู่การรักษาอำนาจและธุระกิจของกลุ่มทุนของพวกเขา ฉนั้นประชาชนจะมาเรียกร้องให้ทักษิณเปลี่ยนแนวคิดจากนายทุนมาเป็นผู้นำของการปฎิวัตินั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
แต่ทักษิณเป็นผู้นำของการพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้ายิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน ฉะนั้นการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงจากระบอบเผด็จการราชาธิปไตยไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ จึงเป็นหน้าที่ของ "ประชาชนไทยทุกคน " ต้องร่วมมือกันต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย ไม่ใช่ให้ทักษิณเป็นผู้ชี้นำคนเดียว.
Prenumerera på:
Inlägg (Atom)


