torsdag 28 juni 2018

บีบีซีไทย - BBC Thai ติดตามข่าวความคืบหน้า ..ภาระกิจถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

Image may contain: one or more people and outdoor
 คลิกดู- 6 new photos.
บรรยากาศเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ทีมขุดเจาะน้ำบาดาลภาคเอกชนจากจังหวัดนครราชสีมาได้ขุดเจาะบริเวณถ้ำเพื่อระบายน้ำออก
อ่านเพิ่มเติ่ม >> https://bbc.in/2Mv5Xle
รูป: PANUPONG CHANGCHAI/BBC THAI
เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญทั้งของไทย สหรัฐฯ และอังกฤษ ยังคงทำงานแข่งกับเวลาท่ามกลางสายฝนที่เป็นอุปสรรคต่อการกู้ภัย เพื่อช่วยเหลือนักฟุตบอลและโค้ชที่หายไปในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นเวลา 5 วันแล้ว
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ >> https://bbc.in/2yNcrdl

ความคืบหน้าภารกิจถ้ำหลวง ช่วงบ่ายของการค้นหาวันที่ 6
เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำเพื่อให้ทีมช่วยเหลือเริ่มดำน้ำได้อีกครั้ง รวมถึงพยายามเจาะขยายขนาดของช่องทางภายในถ้ำ
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งยังคงเดินเท้าค้นหาโพรงถ้ำ พร้อมกับความช่วยเหลือทางอากาศ ซึ่งล่าสุดทีมจาก ปตท.สผ. นำโดรนสนับสนุนการทำแผนที่ 3 มิติ และหุ่นยนต์เข้าช่วยเพิ่มเติม
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่... See More
บีบีซีไทย - BBC Thai

"รัฐพันลึก: บทบาทระบบราชการในการเมืองไทย"

คลิปจากเวทีเสวนา "รัฐพันลึก: บทบาทระบบราชการในการเมืองไทย" ร่วมเสวนาโดย เกษียร เตชะพีระ, พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์, วสันต์ เหลืองประภัสร์ ดำเนินรายการโดย วรรณภา ติระสังขะ
รับชมคลิป https://youtu.be/uPIkN-uDu-Q
คลิปจากเวทีเสวนา "รัฐพันลึก: บทบาทระบบราชการในการเมืองไทย" เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 จัดที่ห้อง ร.202 ชั้น 2 คณะร.....

แผ่นดินนี้. ผีมันสิง......



ขุนเขาบอก:

แผ่นดินนี้. ผีมันสิง......

วังเวงแล้ว. วังเวงอีก. ยากจะหลีก”มิคสัญญี”
เลื่อนเลือกตั้ง. ทุกกรณี. ใครลองดี. มีปัญหา
คงมีปาก. เหมือนมีตูด. ยากจะพูด. พรรณา
ก้มหัวไว้. ชาวประชา. ใต้นภา. สีเทาดำ
พายุใหญ่. ใกล้กระหน่ำ. กฎแห่งกรรม. ไม่ทำงาน
แดงหดหัว. กลัวรนราน. รัฐประหาร “ใจระส่ำ”
นราเล่า เคล้าน้ำตา. รอเวลา. คืนยุติธรรม
เลือกตั้งล้ม อมพะนำ. ลงดาบซ้ำ. ห้ามนำพา
ไทยฆ่าไทย. ไร้คนผิด. ร้อยชีวิต. ปลิดจากร่าง
กระสุนจริง. ที่ยิงร่าง. ยุติธรรมร้าง. อ้างปัญหา
ฟ้าเบื้องบน. ยังหม่นเศร้า. เทพเจ้า. ไม่นำพา
สวรรค์เบี่ยง. เลี่ยงพารา. หลงเสน่หา. นราชน
หลงรอวัน. ฝันไม่จริง. เขาทอดทิ้ง. เราวิ่งหา
อิทธิฤทธิ์. กฤษดา. เทพเทวา. พาล่องหน
เสรีไท. ใต้บาทา. ต่ำกว่าหมา. นราชน
ฤาเพราะเขา. เราต้องทน. ธราดล. นี้ของใคร
บ้านผีสิง. คนวิ่งหนี. แผ่นดินนี้. ผีมันสิง
หลายร้อยปี. ผีมันอิง. สถิตย์สิง. อิงสมัย
ดั่งกาฝาก. ฝังรากแนบ. เป็นอีแอบ. แนบอิงไท
สูบเลือดคน. ปล้นอธิปไตย. กี่สมัย. ไทดักดาน
ต่อนี้ไป. คงไม่ฝัน. รอเพียงวัน. สวรรค์ล่ม
คำโกหก. คำพกลม. เทพอุ้มสม. ขุนทหาร
บรรดาศักดิ์. ยังรักษา. ยุติธรรมลา. อันตรธาน
เบื้องฟ้าเล่า. เจ้าสำราญ. แสนสงสาร. “ประชาชน”....

การเลือกตั้งไม่ใช่ทางออกของประเทศนอกจากการล้มเจ้าคือหนทางเกียวเท่านัั้น !!!

การล้มเจ้าคือการทำบุญอย่างหนึ่งให้แก่ประเทศชาติ

การล้มเจ้าคือการทำบุญอย่างหนึ่งให้แก่ประเทศชาติ

โดย แสงตะวัน



การล้มเจ้าหรือการโค่นล้มระบอบเผด็จการกษัตริย์คือการทำบุญทำกุศลให้แก่สังคมและประเทศชาติเป็นการปลดปล่อยประชาชนออกจากระบอบป่าเถื่อนเหี้ยมโหดผิดมนุษย์ทำให้ประชาชนทั้งหลายที่ได้รับการกดขี่หลุดพ้นออกจากโซ่ตรวนในระบอบเผด็จการของษัตริย์ประหลาดวิกลจริตบ้ากามในเวลานี้

ระบอบเผด็จการกษัตริย์ทำให้ประเทศชาติหล้าหลังไม่ได้รับการพัฒนา  เศรษฐกิจพังทลาย ประชาชนยากจนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้  ศักดิ์ศรีของมนุษย์ถูกเหยียบย่ำมีค่าเพียงฝุ่นใต้ตีนของกษัตริย์ ไม่มีสิทธิ เสรีภาพ ความเป็นธรรมในสังคมไม่มี เพราะถูกครอบงำโดยระบอบเผด็จการของกษัตริย์
วันที่ 22 พฤษภาคม 2557  ขณะที่ภูมิพลนอนป่วยไม่รู้สึกตัวอยู่นั้น วชิราลงกรณ์ยังเป็นมกุฏราชกุมารอยู่ได้ร่วมมือกับพลเอกเปรมประธานองคมนตรี สั่งให้พลเอกประยุทธ์กับพวกยึดอำนาจจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนแล้วเรียกตัวเองว่า " คณะรักษาความสงบแห่งชาติ " ( คสช. ) แล้วตั้งรัฐบาลเผด็จการทหารขึ้นเรียกว่ารัฐบาล คสช.
วันที่ 13 คุลาคม 2559 ได้มีการประกาศการตายของภูมิพลขึ้นอย่างเป็นทางการรัฐบาลประยุทธ์ก็ได้ประกาศอันเชิญให้  วชิราลงกรณ์ได้ขึ้นมาเป็นกษัตริย์สืบทอดอำนาจจากพ่อคือกษัตริย์ภูมิพลรัชกาลที่ 9 เจ้าของระบอบกษัตริย์เผด็จการมาจนถึงวันตายหลังจากป่วยมาเป็นเวลายาวนาน แม้แต่วันเวลาการตายที่แน่นอนก็ไม่เปิดเผยให้ชาวไทยและชาวโลกทราบ
วชิราลงกรณ์ จากเด็กที่เติบโตมาอย่างสปอยจากพ่อแม่ที่มีอำนาจอย่างล้นฟ้า ทำให้วชิราลงกรณ์กลายเป็นเพลย์บอย เป็นคนไม่เอาถ่านเรียนหนังสือไม่จบมียศแค่ สิบเอกจากโรงเรียนนายร้อย ดันทรูนประเทศออสเตเรีย มีนิสัยเกเร เป็นนักเลงหัวไม้ชอบเล่นการพนัน ชอบเสพสุขมีเมียและนางบำเรอมากมายมีฮาเรมอยู่ที่
มิวนิคประเทศเยอรมันนี มีวังที่ทำเป็นคุกส่วนตัว เป็นคนทีไร้ความรับผิดชอบไร้จิตสำนึก ต่อสังคมประเทศชาติ และเพื่อนมนุษย์
วชิราลงกรณ์มาจากครอบครัวที่พ่อเป็นมหาโจรปล้นประเทศ และแม่ที่มีจิตใจเหี้ยมโหดเคยสั่งฆ่าคนไทยด้วยกันมาแล้วอย่างมากมายในประวัติศาสตร์จนมีนักกวีที่มีชื่อคนหนึ่งเขียนว่า " พ่อเจ้าปล้นแม่เจ้าฆ่ายังกล้าทำ " หรือที่ประชาชนเรียก " ไอ้เหี้ยสั่งฆ่าอีห่าสั้งยิง "
วชิราลงกรณ์ไม่ได้รับการอบรมมาเพื่อให้เป็นกษัตริย์เพื่อปกครองประเทศตามระบอบประชาธืปไตยเขาเกิดมาจากระบอบเผด็จการของภูมิพลและสิริกิตย์ที่สืบทอดเป็นมรดกมาจาก " ระบอบเศรษฐกิจของสังคมศักดินา "
หลังจากวชิราลงกรณ์ได้ขึ้นมาเป็นกษัตริย์ไม่นานก็ได้รวบอำนาจของชาติทุกอย่างไว้ในมือ " อำนาจและทรัพย์สินทุกอย่างเป็นของกูแต่ผู้เดียว " เอากลไกรัฐและทรัพย์สินส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์มาอยู่ใต้การควบคุมของตัวเองโดยสิ้นเชิงทั้ง " ราชการในพระองค์ " และ " ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์  ทุกอย่างเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์หลุดลอยออกจากฝ่ายบริหารนิติบัญญัติโดยสิ้นเชิง  " ยิ่งไปกว่านั้นกษัตริย์ใหม่ยังมีอภิสิทธิ์อันมหาศาลเหนือสังคมไทยทุกอย่าง ทั้งทางกฏหมาย และการเมืองทางเศรษฐกิจและทางวัฒนธรรมสังคม
สรุปแล้วกษัตริย์ ใหม่ มี อำนาจครอบคุมสังคมไทยทุกอย่างและใช้อำนาจนั้นอย่างไม่มีขอบเขต ไม่รับผิดชอบไม่เกรงอกเกรงใจประชาชนชาวไทยทั้งประเทศที่เลี้ยงดูราชวงค์นี้มาจนทุกวันนี้ ขูดรีดกดขี่ข่มเห็ง รังแกประชาชน เอารัดเอาเปรียบสังคม เหี้ยมโหด  รุณแรงอย่างไร้มนุษยธรรมมากยิ่งขึ้นไปกว่ายุคของภูมิพล
ม. 112  และ ม. 44ใช้ เป็นกฏหมายครอบจักรวาฬที่รัฐบาลของกษัตริย์จะใช้อย่างไรกับใครก็ได้ " ตามพระราชอัชญาศัย " 
ใช้อำนาจมืดกำจัดได้กับทุกคนที่ไม่พอใจไม่เว้นแม้แต่ลูกเมียและคนใกล้ชิดที่รับใช้และควบคุมอำนาจรัฐโดยผ่านรัฐบาล ค.ส.ช.ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ ดังนั้นประยุทธ์จึงเป็นเพียงหุ่นหรือสุนัขรับใช้ของกษัตริย์ที่ทำตามคำสั่งของกษัตริย์เหมือนเด็กว่านอนสอนง่ายทุกอย่าง ซึ่งกษัตริย์เองไม่ต้องอยู่ในประเทศนั่งสั่งงานจากเมืองมิวนิคประเทศเยอรมัน
ประยุทธ์ก็จะไปนั่งหมอบกราบต่อหน้ารูปของกษัตริย์เพื่อรับคำสั่งตามความประสงค์ของกษัตริย์  รัฐบาล คสช.จึงเป็นเพียงนอร์มินีของกษัตริย์ใหม่มีหน้าที่อย่างเดียวคือปล้นประเทศชาติปล้นประชาชนในรูปแบบต่างๆกันเพื่อหาเงินให้แก่ตัวเองและเพื่อไปถวายกษัตริย์มหาเพลย์บอยที่กำลังมัวเมาหลงระเริงในอำนาจเสพสุขและมีชีวิตฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมกับบรรดานางสนมนางบำเรอทั้งหลายแหล่ที่เขาตั้งยศฐาบรรดาศักดิ์ให้เป็นนายร้อย นายพัน นายพลอยู่ในเวลานี้ พวก " ข้าราชการในพระองค์ " ที่กินเงินเดีอนจากภาษีประชาชนปีหนึ่งเป็นหมื่นกว่าล้านบาทโดยที่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้แก่ประเทศชาติและประชาชนแต่อย่างใดเลย
ส่วนประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศไม่มีอำนาจตรวจสอบหรือออกความเห็นคัดค้านใดๆทั้งสิ้น ทั้งที่กษัตริย์เองและรัฐบาล คสช.ก็กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชนปีละหลายหมื่นล้านบาท เราจึงเรียกระบอบการปกครองแบบนี้ว่าเป็น " การปกครองระบอบกษัตริย์เผด็จการ " ( King Dictatorship System ) ไม่ใช่ "การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุข " อย่างพวกนักวิชาการรับจ้างทั้งหลายเรียกเพื่อต้องการเอาใจกษัตริย์

ปัจจัยการผลิตของสังคม ( Means of Production )
การปกครองระบอบกษัตริย์เผด็จการ กษัตริย์เป็นผู้ถือครองปัจจัยการผลิตส่วนมากของสังคมหรือเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต (  Means of Production ) ซึ่งหมายถึงสื่งที่มนุษย์ใช้ผลิตวัตถุที่มีคุณค่าแก่มนุษย์ในการดำรงชีพและในการพัฒนาสังคม ปัจจัยการผลิตได้แก่ ที่ดิน แหล่งแร่ แหล่งน้ำ เครื่องมือการผลิต ( Instruments of Production ) การธนาคารและเครดิต การค้าและการคมนาคม โรงงานวิสาหกิจ โรงงานปูนชิเมนต์ กิจการโรงแรม ฯลฯ ซึ่งในตำราเศรษฐกิจวิทยาสมัยอาดัมสมิธเรียกว่า  " Constant Capital " ในตำราเศรษฐกิจสมัยใหม่เรียกว่า " ทุนของสังคม " ( Social Capital )
จากการประเมินของสำนักงานประเมินทรัพย์สิน ฟอบส์ ( Fobes ) ประเมินเมื่อปี 2559 ว่าทรัพย์สินส่วนตัวของกษัตริย์ภูมิพลมีมูลค่าถึง 35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นกษัตริย์ที่ร่ำรวยมากที่สุดในโลก
เมื่อกษัตริย์เป็นเจ้าของทุนส่วนมากของสังคม และเป็นเจ้าของระบอบเศรษฐกิจผูกขาดที่เป็นพื้นฐานของสังคม ภูมิพล จึงกลายมาเป็นนายทุนสามานย์ผูกขาดที่ใหญ่ที่สุดในสังคม ระบอบเศรษฐกิจแบบนี้จึงเรียกว่า " ระบอบเศรษฐกิจทุนนิยมผูกขาด " ( Capitalist Monopoly System) เพื่อหลอกลวงตาชาวไทยและชาวโลกพวกนักวิชาการกากเดนศักดินาได้ให้นิยามระบอบเศรษฐกิจแบบนี้ว่า"เศรษฐกิจพอเพียง "
ทุนของสังคมส่วนใหญ่ไปรวมศูนย์อยู่ภายใต้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้บริหารและจัดการ เป็นองค์กรอิสระไม่ขึ้นกับรัฐ รัฐไม่สามารถตรวจสอบได้และได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี
เมื่อลูกชายภูมิพล ร. 10 ขึ้นครองราชย์ก็ได้โอนสำนักงานนี้มาเป็นของส่วนตัวโดยสิ้นเชิง  เป็นการปล้นทรัพย์สมบัติอันมหาศาลของชาติของแผ่นดินอย่างเลวทรามและเห็นแก่ตัวที่สุดของกษัตริย์ใหม่ ( ดูประกอบจากบทความ อ.สมศักดิ์  เจียมธีรสกุลอำนาจและสมบัติอยู่ในมือกูคนเดียว ชัดๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมอีกต่อไป : มาแล้วครับ พรบ.ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ ฉบับใหม่ )

โครงสร้างส่วนบนของสังคม
โครงสร้างส่วนบนของสังคมได้แก่ รัฐ ศาล กฏหมาย การเมือง ศาสนา วัฒนธรรมและอุดมการณ์ รวมไปถึงสื่อสารมวลชน  เจ้าของปัจจัยการผลิตจะสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องรักษา "ระบอบเศรษฐกิจศักดินา " ที่เป็นพี้นฐานชั้นล่างของสังคม เหมือนกับบ้านจะต้องมีหลังคาซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาที่ว่า " รูปแบบต้องให้เหมาะสมกับเนิ้อหา "  ดังนั้นในระบอบกษัตริย์เผด็จการองค์คาพยพที่เป็นโครงสร้างส่วนบนของสังคมจึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกปักรักษาระบอบเศรษฐกิจนี้เอาไว้  กษัตริย์มีอำนาจเหนือสังคมทุกอย่าง เหนือ รัฐ เหนือศาล เหนือกฏหมายเป็นจอมทัพของสามเหล่าทัพมีอำนาจแต่งตั้งทหาร ตำรวจข้าราชการได้ทุกระดับ เขาจึงสั่งให้ทหารยึดอำนาจรัฐได้ทุกครั้งที่เขาต้องการเพื่อรักษาผลประโยชน์และระบอบเศรษฐกิจของเขา ทหารจึงเป็นเพียงเครื่องมือของกษัตริย์ที่ใช้ให้กุมอำนาจรัฐเพื่อกดขี่ขูดรีดเอากับประชาชน เหมือนพลเอก ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี หัวหน้ารัฐบาล คสช.ทำอยู่ในเวลานี้ที่ได้รับมอบหมาย ม. 44 จากกษัตริย์ทำหน้าที่แทนกษัตริย์ได้ทุกอย่างกับประชาชนไทยทุกคนในประเทศนี้แม้แต่สั่งยึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นี่คือธาตุแท้ของระบอบกษัตริย์เผด็จการ

พลังการผลิตของสังคม ( Productive Forces ) ซึ่งประกอบไปด้วย " เครื่องมือการผลิต " ( Instruments of Production ) คือพื้นฐานชั้นล่างทางเศรษฐกิจ
ได้แก่ ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน กรรมกรผู้ใช้แรงงาน พ่อค้าแม่ค้า ที่เป็นผู้ผลิตเลี้ยงสังคม และเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ ประชาชนที่เป็นผู้ผลิตเลี้ยงสังคมเหล่านี้นอกจากจะไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากรัฐในเรื่องค่าแรง และสวัสดิการต่างๆแล้ว รัฐยังกดขี่ ขูดรีด ข่มเหงรังแก รีดไถ คตโกง เอารัดเอาเปรียบประชาชนฝ่ายที่เป็นพลังการผลิตทุกอย่างอย่างไร้ความเป็นธรรม ไม่มีสิทธิเสรีภาพ ไม่มีความเสมอภาคและประชาธิปไตย รัฐใช้อำนาจบังคับไม่ให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้แม้แต่ในวงการสงฆ์ โดยใช้ ม. 44 และ ม. 112  เป็นเครื่องมือในการปราบปรามประชาชน ประชาชนได้รับการดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นไพร่ เป็นฝุ่นใต้ขี้ตีนของกษัตริย์
ชนส่วนใหญ่ที่เป็นพลังการผลิตของสังคม ( Productive Forces ) นอกจากจะผลิตเลี้ยงตัวเองและครอบครัวแล้วยังผลิตเลี้ยงกษัตริย์และครอบครัวพร้อมนางบำเรอทั้งหลายแหล่อีกด้วย ต้องส่งส่วยเป็นเงินปีละหลายหมื่นล้านบาท โดยที่กษัตริย์เองและครอบครัวไม่ต้องทำการผลิตอะไรนอกจากนอนอาศัยกินแรงงานของประชาชนที่เป็นฝ่ายผลิตเลี้ยงดูแบบเสือนอนกิน เราจึงเรียกพวกนี้ว่า " พวกกาฝากสังคม "
กาฝากสังคมเหล่านี้มีชีวิตเสพสุข อยู่อย่างฟุ้งเฟ้อทำตัว เป็นอภิสิทธ์ชน มีอำนาจเหนือสังคมเหนือกฏหมายทุกอย่าง มีวิธีเสพสุขแบบพิสดารเหมือนทากหรือปลิงที่สืบพันธ์กันเองและมีชีวิตอยู่ด้วยการดูดกินเลือดของคนไทยทั้งประเทศ
วชิราลงกรณ์เองมีฮาเรมส่วนตัวอยู่ที่เมืองมิวนิคประเทศเยอรมันนี มีนางบำเรอมากมายที่เขาสามารถแต่งตั้งให้เป็นยศฐาบรรดาศักดิ์อะไรก็ได้ มีวังหลายแห่ง บางแห่งก็ทำเป็นคุกส่วนตัว  มีเครื่องบินส่วนตัวใหม่เอี่ยม 2 - 3 ลำ สำหรับไว้ขี่เล่นในต่างประเทศ ทำตัวเป็นกุ้ยเสเพลอย่างไรก็ได้ซึ่งไม่มีกษัตริย์ในโลกที่ไหนเขาทำกัน
ตามหลักทฤษฏีที่ว่าในสังคมใดที่ความสัมพันธ์การผลิต ( Production Relation ) คือผู้ถือครองปัจจัยการผลิตกับกำลังการผลิตสอดคล้องต้องกันสังคมนั้นก็จะพัฒนาก้าวหน้า แต่ถ้าสังคมใดที่เจ้าของปัจจัยการผลิตกับกำลังการผลิตไม่สอดคล้องกันสังคมนั้นก็จะเกิดการขัดแย้งกันขึ้นเมี่อความขัดแย้งนี้ถึงขั้นรุนแรงที่สุดก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมใหม่ที่ดีกว่าซึ่งเป็นไปตามกฏเกณฑ์วิวัฒนาการของมนุษย์ชาตื ตามที่ Dr. Karl Marx ได้ค้นพบในวัตถุนิยมประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงของสังคมมนุษย์ จากระบอบสังคมปฐมการ สู่สังคมทาส สังคมศักดินา สังคมทุนนิยม และสังคมนิยม
จากสภาพการณ์ของการเปลี่ยนแปลงสังคมแบบนี้เมื่อความสัมพันธ์การผลิต   คือผู้ถือครองปัจจัยการผลิตของสังคมไทย  ได้แก่ ฝ่ายกษัตริย์   กับฝ่ายที่เป็นพลังการผลิตของสังคม ที่กำลังเกิดการขัดแย้งกันอยู่ในเวลานี้  เนี่องจากฝ่ายเจ้าของปัจจัยการผลิตขัดขวางพลังการผลิตไม่ให้เจริญพัฒนาก้าวหน้า ทำให้เศรษฐกิจหล้าหลัง ประชาชนที่เป็นพลังการผลิตถูกกดขี่ขูดรีดไปทั่วทุกหย่อมหญ้า เมื่อมนุษย์ในสังคมได้รับการกดขี่ได้รับความเดือดร้อนก็จะเป็นไปตามทฤษฏีที่ว่า
 " ความเป็นอยู่ปากท้องของมนุษย์เป็นเครื่องกำหนดจิตสำนึกของมนุษย์ "  คือเมื่อชนชั้นที่เป็นพลังการผลิตมีจิตสำนึกที่รู้ตัวว่าถูกกดขี่เบียดเบียน ทำให้เกิดหูตาสว่างตื่นตัว ก็จะเป็นพลังหลักขับเคลื่อนรวมตัวกันลุกขึ้นต่อสู้โค่นล้มระบอบกษัตริย์เผด็จการที่ป่าเถื่อนนั้นลงได้ 
อำนาจทุกอย่างก็จะเป็นของประชาชนและประชาชนจะเป็นผู้ใช้อำนาจนั้นทั้งทาง นิติบัญญัติ บริหาร และ ตุลาการ ประชาชนก็จะมีสิทธิ เสรีภาพ มีประชาธิปไตย เป็นเจ้าของประเทศ ไม่ต้องเสียค่าส่งส่วยให้แก่กษัตริย์บ้ากามและครอบครัวปีละหลายหมื่นล้านบาท ประชาชนทั้งประเทศก็จะได้รับการปลดปล่อยตนเองออกจากสังคมทาสภายใต้ ม. 112 และ ม. 44 ของระบอบเผด็จการกษัตริย์ที่จองจำเรามาเป็นเวลา 80 กว่าปีแล้ว  ประชาชนก็จะมีความสุขไปชั่วลูกชั่วหลานนี่คือการทำบุญอันยิ่งใหญ่ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนไทยทั้งประเทศร่วมกัน

การเลือกตั้งเพื่อใคร?...

"ทักษิณ"..จะเปลี่ยนระบอบอำมาตย์ราชาธิปไตยไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้หรือไม่ ?

ตอบ :คำถามของคุณปูนนก  

โดย   แสงตะวัน

ในยุคปัจจุบัน ชึ่งเป็นยุคไฮเทคโนโลยี่ ยุคโลกไร้พรหมแดน   การต่อสู้เรียกร้องของประเทศต่างๆชึ่งเกิดขึ้นทั่วโลกในปัจจุบันนี้   เกี่ยวกับปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ    สังคม    การเมือง   ไม่ มีสูตรสำเร็จกำหนดตายตัวที่จะนำมาเป็นแม่แบบเพื่อใช้แก้ปํญหาให้ลุล่วงไป ได้    เพราะปัญหาความต้องการของแต่ละสังคมไม่เหมือนกัน    นอกจากนี้ยังไม่มีทฤษฎีหรือตำราพิชัยสงครามแบบใหม่มาให้ใช้เป็นแนวทางชี้นำ  
ก่อน อื่นพวกเราต้องมาทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า "นายทุนก็คือนายทุน"
พวกพ่อค้านักธุรกิจที่ลงทุนค้าขายก็เพื่อให้ได้กำไร และกำไรเหล่านี้ได้มาจากไหนก็ได้มาจากการขูดรีดแรงงานของคนงานหรือกรรมกรที่ผลิตสินค้าให้แก่พวกนายทุนซึ่งกำไรจากมูลค่าส่วนเกินแต่ละปีได้ถูกสะสมขึ้นมาเป็นเงินทุนอันมหาศาล... 
ในระบอบทุนนิยมเสรีพวกนายทุนจะมีการแข่งขันกันผลิตเพื่อหากำไรให้มากที่สุด   เมื่อมีการแข่งขันกันอย่างเสรีนายทุนที่มีความอ่อนแอกว่าก็จะแพ้และถูกนายทุนที่มีกำลังเหนือกว่ากลืนกินแล้วกลายมาเป็นนายทุนผูกขาดที่เป็นเจ้าของการผลิตสินค้าในตลาดแต่ผูัเดียว... 

กลุ่มนายทุนผูกขาดในระบอบเศรษฐกิจทุนนิยม ถ้าแข่งขันสู้กันไม่ได้ก็จะเกิดการรวมตัวกัน (ออมซอมกัน หรือปรองดองกัน)อย่างกรณีที่อดีดนายกฯทักษิณ กำลังกระทำอยู่ในเวลานี้  โดยได้ร่วมจับมือกันกับกลุ่มทุนผูกขาดเครือข่ายของกษัตริย์"องค์ปัจจุบัน"
นี่คือธาตุแท้ของนายทุน เขาจะขายได้ทุกอย่างแม้แต่"ประชาชน ประเทศชาติ ไปจนถึงอุดมการณ์ "   ต่างกับผู้นำนักปฏิวัติที่มีอุดมการณ์จะทำงานต่อสู้เรียกร้องเพื่อสังคมส่วนรวม  มีการเปลี่ยนแปลงนำสังคมเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง   

"ดังนั้นความคิดแบบพ่อค้านายทุนกับนักปฎิวัติสองสิ่งนี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมี อยู่ในตัวคนเดียวกัน "

เริ่ม แรกทักษิณเข้ามาบริหารประเทศโดยผ่านการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตยตาม รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ซึ่งระบอบการปกครองไทยโดยแท้จริงยังคงเป็นระบอบเผด็จการราชาธิปไตยอยู่
ไม่ใช่ระบอบ ประชาธิปไตยตามที่พวกนักวิชาการทั้งหลายเข้าใจ  ( แค่คำโฆษณาหลอกลวงประชาชน) 

รัฐบาลนายกฯทักษิณชนะเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศ แต่ต้องทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้อำนาจของ"ระบอบราชาธิปไตย"  ทั้งๆที่ รัฐบาลทักษิณมีหลักนโยบายที่เห็นผลงานสามารถจับต้องได้  ทำให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์จากการบริหารของรัฐบาลนายกฯทักษิณ เช่นระบบโครงการ 30  บาทรักษาได้ทุกโรคและโครงการโอทอป เป็นต้น....   ซึ่งถ้าปล่อยให้ประเทศชาติได้มีโอกาศพัฒนาต่อไปภายใต้รัฐบาลของทักษิณประเทศ ชาติก็จะดำเนินก้าวหน้า และการวิวัฒนาการทางประชาธิปไตยก็จะก้าวหน้าต่อไปได้  
แต่ระบอบราชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ขัดขวางต่อระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอดไม่ว่าโครงการนั้นจะดีอย่างไรก็ไม่สามารถรักษาไว้ได้   ถ้าไม่เปลี่ยนระบอบกษัตริย์เผด็จการนี้ลงเสียก่อน  ซึ่งนายกทักษิณเองเขาไม่ได้มีแนวความคิดที่เปลี่ยนแปลงหรือล้มล้างระบอบราชาธิปไตยนั้นลง  แต่พวกอำมาตย์ซึ่งเป็นกลุ่มทุนผูกขาดที่หล้าหลังเห็นว่าถ้าปล่อยให้ทักษิณบริหารประเทศต่อไปจะเป็นอันตรายแก่ พวกเขา  เมื่อทักษิณถูกพวกอำมาตย์โค่นล้มลงในวันที่  ๑๙ ก.ย. ๒๕๔๙   และทักษิณเองก็ยังจะพยายาม
ประณีประนอมกับพวกอำมาตย์มาตลอดเวลาเป็นเวลา ๑๒ปี..  นี่คือตัวตนธาตุแท้ของพวกนายทุนผูกขาดเมื่อถึงจุดๆหนึ่ง พวกเขาจะร่วมมือกัน... เพื่อความอยู่รอดและปกป้องรักษาผลประโยชน์ของตนเอง
นี่คือธาตุแท้ของพวกนายทุนเขาจะคำนืงถึงแต่ผลประโยชน์ของตนเองมาก่อน
เขาจะมองเห็นประชาชนเป็นเพียงแค่แรงงานที่เขาขูดรีดเพื่อผลิตสินค้าสร้างความ ร่ำรวยให้แก่ตนเองและครอบครัวเท่านั้น
ตราบถึงทุกวันนี้ทักษิณก็ยังไม่ยอมที่จะคิดเปลี่ยนแปลงระบอบราชาธิปไตยให้เป็นประชาธิปไตย นอกจากออกมาสนับสนุนและร่วมมือกับกษัตริย์(โจรทรราช )องค์ใหม่ปล้นประเทศชาติต่อไป...   
ความคิดความคาดหวังของประชาชนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ ที่คิดว่าทักษิณจะเป็นผู้ที่จะนำประเทศชาติ และประชาชนไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น..(คงเป็นไปไม่ได้)
เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงของทักษิณคือต้องการใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือต่อรองในการต่อสู้เพื่อใช้ปกป้องรักษาอำนาจทุนนิยม(เครือข่ายธุระกิจกลุ่มทุนของพวกนายทุน)
ฉะนั้นประชาชนต้องเข้าใจ  จะมาเรียกร้องให้ทักษิณเปลี่ยนแนวคิดจากนายทุนมาเป็นผู้นำของ การปฎิวัติเปลี่ยนแปลงสังคมนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้  แต่ทักษิณเป็นผู้นำของการพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ายิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน 
แต่เวลาได้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทักษิณไม่มี(อุดมการณ์)ความจริงใจกับประชาชน   เขาเพียงต้องการรักษาอำนาจและผลประโยชน์ทำมาหากินกับระบอบกษัตริย์เผด็จการ(ที่เน่าเฟะ)แค่นั้น
ฉะนั้นการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสังคมจากระบอบเผด็จการทรราชราชาธิปไตยไปสู่ระบอบ ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้นั้น..(ที่ไม่มีใครยกให้ฟรีๆ....)    จึงเป็นหน้าที่และจิตสำนึกของ "ประชาชนไทยทุกคน " ต้องร่วมมือช่วยกันลุกขึ้นต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้ได้มา  ไม่ใช่จะนั่งรอนอนรอพึ่งทักษิณและพรรคการเมืองของเขาอีกต่อไป...

ถ้ามีคำสั่งมาให้กระผมยึดอำนาจผมก็ต้องทำ เพราะท่านสั่ง " คำพูดของประยุทธ์ " แล้วใครสั่งประยุทธ์ ได้ ? ....


 หัวหน้าผู้ก่อการร้ายของแผ่นดิน

ไอ้ขี้ข้าตาเหล่ ....
โดย  unter

มึงก็แค่ขี้ข้า ที่ตาเหล่
มาทำเท่ห์เก๋ไก๋ไอ้ลูกหมา
โถไอ้ยุดอย่าอวดโม้โฆษณา
มาทำบ้าโอชาหรือโอเลี้ยง

มึงก็ไพร่กูก็ไพร่มิใช่หรือ
แค่มีมือถือปืนแล้วยิงเปรี้ยง
เกาะกระโปรงแม่เฒ่าเคล้าคลอเคียง
มึงก็เพียงขี้ครอกเขาหลอกฟัน

มึงก็ไพร่ใครก็รู้ดูก็เห็น
มึงก็เป็นแค่ขี้ข้ามาข่มขวัญ
ทำขึ้งโกรธจะคาดโทษขู่ลงทัณฑ์
หัวหน้ายามสารขัณฑ์รับบัญชา

ความโง่งมจมปลัก รักจนหลง
ทระนงว่าสูงส่งสูงเสียดฟ้า
เคยเป็นยามยืนตาเหล่ อยู่เอกา
ไปแนวหน้านั่งยองๆเป็นแค่ยาม

บุญนำพาวาสนามากระชาก
เป็นขี้เรื้อนเกลื้อนกลากดูเกรงขาม
เห็นแม่เฒ่าเร้าใจในกลกาม
จึงติดตามมาเลียบเลียงข้างเวียงวัง

มาอวดโอ้โอ่อ่าว่ากูใหญ่
สารพัน ทำจัญไรตามใบสั่ง
พูดลุกลี้ลุกลนให้คนชัง
ทำคุ้มคลั่งดั่งควายคะนองนา

เหวยๆไพร่จงอยู่ในความสงบ
จงเคารพค้อมคำนับนะขี้ข้า
กูแลเห็นมึงเป็นยามตามบัญชา
ใต้ฟากฟ้าไทยแลนด์แดนลิเกย์