måndag 30 juli 2018

"ขนมผสมน้ำยา." จำอวดการเมืองแบบไทยๆ..

“อดิศร”เมิน“สุเทพ”บอกแม้วแห้วตั้งรบ. ชี้ เป็นคนล้มละลายด้านความน่าเชื่อถือไปแล้ว
https://www.matichon.co.th/politics/news_1064832

'สามมิตร' โชว์ผลงาน ประสานรบ.เปลี่ยนบอร์ดกยท.ชุดใหม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_1065104

‘สมศักดิ์ เทพ’ เผย รบ.ปรับบอร์ด กยท. หลังสามมิตรประสาน …

หลายคนอาจเกิดความรู้สึก”โดน” เนื้อหาที่ นายนคร มาฉิม อด …
'นคร' รอเปิดหลักฐานในชั้นศาล 'ประชาธิปัตย์' สมคบล้ม 'ทักษิณ'
'นคร มาฉิม' อดีต ส.ส.พิษณุโลก ขออุบหลักฐาน 'ประชาธิปัตย์' สมคบล้ม 'ทักษิณ' ระบุรอเปิดในชั้นศาล แย้ม 'เพื่อไทย' ชวนเข้าพรรคบอกอุดมการณ์เดียวกัน ชี้ไม่ควรมีระบบทหารเรียกปรับทัศนคติแล้ว เผยถูกค้นบ้านกล่อมกลับพรรคเดิม ด้าน 'แรมโบ้อีสาน' ระบุแกนนำ นปช. สู้เพื่อตำแหน่ง ไม่ได้สู้เพื่อประชาธิปไตย
https://prachatai.com/journal/2018/07/78037

'นคร มาฉิม' อดีต ส.ส.พิษณุโลก ขออุบหลักฐาน 'ประชาธิปัตย์' สมคบล้ม 'ทักษิณ' ระบุรอเปิดในชั้นศาล แย้ม 'เพื่อไทย' ชวน...
..............................

(หมายเหตุ-ขนมผสมน้ำยา หมายถึง พอๆ กัน ไม่มีฝ่ายไหนดีกว่ากัน ...
ต่างคนต่างคุยโม้ โอ้อวดว่าตัวเองเก่ง มีความสามารถเหนือกว่าอีกฝ่าย แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครดีกว่าใคร)

พรรคอนาคตใหม่ กับ ความ(ไม่)พยายาม และการโฆษณาตัวเองที่ไม่คงเส้นคงวากับการ(ไม่)ทำ

Somsak Jeamteerasakul

พรรคอนาคตใหม่ กับ ความ(ไม่)พยายาม และการโฆษณาตัวเองที่ไม่คงเส้นคงวากับการ(ไม่)ทำ 
อ่านรายละเอียด......

พรรคอนาคตใหม่ กับ ความ(ไม่)พยายาม และการโฆษณาตัวเองที่ไม่คงเส้นคงวากับการ(ไม่)ทำ
ผมกำลังคิดจะเขียนอะไรยาวๆเกี่ยวกับพรรคอนาคตใหม่ บังเอิญมีเรื่อง "เล็กๆ" 2 เรื่องขึ้นมา เรื่องนึงคือเมื่อหลายวันก่อนที่คุณธนาธรให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าเขาได้เป็นนายกฯ การแทรกแซงการเมืองของทหารและการรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นอีกเลย จะกลายเป็นประวัติศาสตร์ ซึ่งสำหรับผม ปัญหาใช่แค่ว่าเป็นการ "คุยโวเกินจริง" #แต่มันผิดอย่างมากในแง่ความเข้าใจการเมืองไทย แล้วก็เรื่องโพสต์ที่เห็นตามภาพนี้ จึงขอเขียนถึงอันนี้ก่อน (ซึ่ง "เล็ก" สุด)* เรื่องสัมภาษณ์ธนาธรที่ว่า จะตามมา ส่วนที่ยาวๆ หวังว่าจะเขียนได้ในเร็วๆนี้
...............
ผู้นำ อนาคตใหม่ - The Future We Want ยังไม่ทันใช้ความพยายามอะไร ยังไม่ทันเผชิญอุปสรรคอะไรมากมายใหญ่โต ก็ดร็อปเรื่อง 112 #ซึ่งพวกเขาพูดเองหลายครั้งว่าเป็นกฎหมายที่มีปัญหา
ไม่มีใครที่คิดหรืออ้างว่าตัวเองเป็นฝ่ายซ้าย พูดถึงอะไรที่ว่ามีปัญหามาก แต่พอลงเล่นการเมืองกลับไม่เสนอเป็นนโยบายให้แก้ไข แล้วจะถือว่าเป็นซ้ายได้จริงๆ เพราะมันเป็นความ "ไม่คงเส้นเส้นคงวา" อย่างรุนแรง (คุณเป็นซ้าย คุณว่าเรื่องนี้มีปัญหา แต่คุณเล่นการเมือง คุณไม่เสนออะไรที่จะแก้ปัญหาที่ตัวเองพูดเลย อย่างนี้เป็นซ้ายประสาอะไร หรือเป็นซ้ายแล้วเล่นการเมืองโดยอ้างว่าแบบซ้ายไปทำไม) พรรคการเมืองและนักการเมืองอย่างประชาธิปัตย์หรือแม้แต่เพื่อไทย ไม่มี "ความไม่คงเส้นคงวา" ในลักษณะนี้ เพราะพวกเขาไม่เคยอ้างว่าตัวเองเป็นซ้ายและไม่เคยพูดว่า 112 เป็นปัญหาแบบที่ผู้นำพรรคอนาคตใหม่พูด
...............
สำหรับใครที่คิดจะมาดีเฟนด์ (เหมือนที่เคยทำเมื่อตอนเกิดเรื่อง) ว่า อาจจะมีอุปสรรคลับๆที่เราไม่เห็น เช่นมีการข่มขู่คุกคามชีวิต มีการกดดันอย่างลับๆจาก "ชนชั้นนำ" ฯลฯ ฯลฯ ให้ผมยืนยันอีกครั้ง(เหมือนที่ยืนยันไปก่อนหน้านี้) ว่าไม่มีล้านเปอร์เซนต์ครับอุปสรรคอะไรในลักษณะที่ว่า (ผมไม่กล้าพูดแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมีแหล่งข่าวข้อมูลยืนยันได้) - นักวิชาการหรือแอ๊คติวิสต์บางคน ที่ขวัญอ่อน เข่าอ่อน ที่ออกมาดีเฟนด์เรื่องนี้ในลักษณะนี้ ควรละอายใจตัวเอง
เรื่อง 112 นั้น "อุปสรรค" อะไรในแง่การทำงานของพรรคถ้าจะมี ก็เป็นอะไรที่จิ๊บจ๊อยมาก (ผมรับทราบมาอยู่ แต่ให้พวกเขามาพูดเองหรือไปถามพวกเขาเองดีกว่า) เทียบกับอุปสรรคจริงที่หลายคนเผชิญในการพยายามผลักดันเรื่องนี้ ทั้งในแง่การทำร้ายร่างกาย การเสียอิสรภาพ และการเสี่ยงชีวิต ... ซึ่งไม่ใช่อุปสรรคอะไรในกรณีนี้ของพรรคอนาคตใหม่เลย ที่สำคัญ แม้กระทั่งอุปสรรคในแง่การทำงานอะไรถ้าจะมี ก็ไม่มีการ "ใช้ความพยายาม" อย่างจริงจังเลยในการหาทางออกและเอาชนะอุปสรรคดังกล่าว
เป็นเรื่องของความใจไม่ถึง เข่าอ่อน และที่สำคัญการมองแบบ "สายตาสั้น" "เห็นแก่ประโยชน์บางอย่างเฉพาะหน้าในระยะสั้น" มองไม่เห็นภาพใหญ่ ไม่เห็นความหมายในแง่ประวัติศาสตร์ระยะยาวจากอดีตถึงปัจจุบันและอนาคตของเรื่องนี้เองล้วนๆ - ซึ่งก็เป็นอะไรที่เป็นกันมานานแล้วสำหรับ "ปัญญาชนบูชัวร์ไทย" จำนวนมาก เป็นเรื่องของ (ถ้าใช้ภาษาแบบซ้ายๆหน่อยๆ) "ความอ่อนแอทางอัตวิสัย" (ทางการเมือง) ล้วนๆ
...................
* การโฆษณาประชาสัมพันธ์ของอนาคตใหม่ มีลักษณะ "คุยโวโอ้อวดเกินจริง" ในลักษณะ "ไม่คงเส้นคงวา" อย่างรุนแรง #และผิดความจริงในแง่ความเข้าใจการเมืองไทย มาโดยตลอด ตั้งแต่การอ้างเรื่องธนาธร-ปิยบุตรเหมือนเทพโพรมิทิอุสของกรีกหรือเทพทางตะวันออกบางองค์ที่ยอมทนทุกข์ทรมานส่วนตัวเพื่อประโยชน์สุขของมนุษย์ชาติเหมือนคณะราษฎร ตั้งแต่การอ้างเรื่องจะทำภารกิจประวัติศาสตร์ของคณะราษฎรให้สำเร็จ (อภิปรายวันที่ 24 มิถุนาของธนาธร) หรือการอ้างเรื่องจะยุติการแทรกแซงการเมืองของทหารอย่างถาวรที่กล่าวถึงข้างต้น ฯลฯ ฯลฯ ผมพยายาม "ยักไหล่" ผ่านๆไปโดยตลอด
ดูท่า ทั้งพรรคนี้ มีแต่คนเป็นโรค delusions of grandeur หนักๆทั้งนั้น การ "ทัก" โพสต์โฆษณา "เล็กๆ" อันนี้ เผื่อจะช่วยให้ลดอาการแสดงออกของโรคที่ว่าลงบ้าง

söndag 29 juli 2018

กษัตริย์มีไว้ทำไม (?) ดูเหมือนเขาจะกลับไปเยอรมันแล้วนะครับ..

Somsak Jeamteerasakul

ดูเหมือนเขากลับไปเยอรมันแล้วนะครับ น่าจะบินจากไทยเมื่อคืน ซึ่งถ้าใช่ ก็หมายถึงว่ามาแค่2วัน(27-28) ปีนี้มาวันเกิด เพราะบังเอิญมีวันอาสาฬหะ ปีกลายไม่มา แม้ว่าช่วงนั้นมีน้ำท่วมใหญ่หลายจังหวัด ถ้ายืนยันตามนี้ ก็เป็นการตบหน้าคนไทยอีกครั้ง อย่างว่า คนไทยหัวอ่อน

ดูเหมือนเขาจะกลับไปเยอรมันแล้วนะครับ
น่าจะบินออกจากไทยเมื่อคืนนี้ ซึ่งถ้าใช่ ก็หมายถึงว่า มาแค่ 2 วัน (27-28) ปีนี้มาวันเกิด เพราะบังเอิญมีวันอาสาฬหะพอดี ปีกลายวันเกิดไม่มา แม้จะให้คนจัดงานใหญ่โตและแม้ว่าช่วงนั้นจะมีน้ำท่วมใหญ่หลายสิบจังหวัด
ถ้ายืนยันตามนี้ ก็เป็นการตบหน้าคนไทยอีกครั้ง ก็อย่างว่าแหละ คนไทยหัวอ่อน
ตามภาพประกอบ เครื่องบิน "ส่วนตัว" ของเขา เพิ่งลงที่ซูริคเมื่อราวครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ใครติดตามผมตลอดคงรู้ว่า เขาชอบไปซูริคหลังจากบินกลับจากไทย เข้าใจว่าอาจจะไป "ส่งคน"
ผมถือโอกาส เอาบันทึกการบินไม่กี่วันก่อนหน้ามาไทยให้ดูด้วย จะเห็นว่า เขาบินไป-มา มิวนิค-ซูริค 2-3 ครั้ง บางครั้งก็ค้างคืน
ข่าวสองทุ่มไทยคืนนี้ ไม่มีตัวเขาปรากฏแล้วนะครับ มีแต่ข่าวราชเลขาฯมาคอยรับพวกพานพุ่มที่คนเอาไปถวาย
คลิกดู-#กษัตริย์มีไว้ทำไม

...................................
ประชาไท Prachatai.com
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร 28 กรกฎาคม 2561
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลและถวายราชสดุดีเ....

ลุงเก่ง 800 บรรทัด :คอลัมน์ ใบตองแห้ง



ลุงเก่ง 800 บรรทัด :ใบตองแห้ง

ครม.สัญจรที่อุบลฯจบลงอย่างชื่นมื่น ได้ภาพได้ข่าวคนอีสานรักลุงตู่ เชียร์ลุงตู่สู้ๆ ลุงตู่สู้ตาย ลุงตู่ไว้ลาย สู้ตายสู้ๆ
เสียดาย ไม่ยักมีพิธีมอบเหรียญคล้องคอ แบบกีฬาสีอนุบาลหมีแพนด้า เพราะไม่มีคู่แข่ง สู้ๆ ก็ไม่รู้สู้กับใคร เห็นแต่ลุงเดินสายได้คนเดียว บอกชาวบ้านไปทั่ว ว่ารักและปรารถนาดี แต่ถ้ามีใครด่า จะชกปากเลย มีความสุขมากๆ เมื่อเด็กนักเรียนร้องเพลงประสานเสียง “พัฒนาไม่หยุดคือพลเอกประยุทธ์” ขณะที่ทหารตำรวจบุกบ้านอาจารย์ ห้ามนักศึกษาต่อต้าน กลัวเสียภาพพจน์
ภาพที่เห็น ก็เลยเป็นลุงทหารใจดี ทั้งเก่ง ทั้งน่ารัก ติดดินอีกต่างหาก ร่วมฟ้อนร่วมรำกับชาวบ้าน แต่ห้ามยกมือไหว้ เพราะนายกฯ ไม่ใช่เจ้านาย เป็นคนรับใช้ ถึงแม้ยึดอำนาจมา ห้ามต่อต้าน ห้ามวิจารณ์ ชุมนุม 5 คนโดนจับกุมคุมขัง ก็ยังห้ามยกมือไหว้ ทั้งที่เก่งเหลือหลาย พูดคนเดียวได้ 5 ชั่วโมง อ่านหนังสือก็ตั้งเยอะ วันละ 800 บรรทัด มากกว่าคนไทยทั่วไป 100 เท่า จนเกิดการสังเคราะห์ในสมอง รู้ปัญหาทุกกระทรวง คนเดียวสั่งได้ 21 กระทรวง จนผลงานหนาเป็นศอก
ขณะเดียวกันท่านยังเป็นผู้เสียสละ ขยัน ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม ไม่ต้องการมีอำนาจ แต่จำเป็นต้องเข้ามาทำให้ประเทศสงบ ชาติเจริญ ถ้าลงจากอำนาจก็กลัวไม่สงบ ไม่เคยบังคับใคร แต่ต้องมีกฎหมาย จึงออกคำสั่งเป็นกฎหมาย ไม่เคยทำร้ายใคร ยกเว้นคนทำผิดกฎหมาย คนขัดคำสั่ง ไม่เคยเกลียดใคร ใครเกลียดลุงขอให้เลิกอ่านหนังสือพิมพ์ ดูแต่คืนวันศุกร์ ไปทุกที่ก็ถาม ใครเกลียดลุงยกมือขึ้น ยกสิ ไม่เห็นมีใครยก มีแต่คนรักชัวร์ ซตพ.

ก็เป็นภาพ ครม.สัญจรอันงดงาม ปูเส้นทางสืบทอดอำนาจ อ้าว ก็อำนาจเจริญไง จะตัดเส้นทางใหม่ตั้งหลายสาย ไม่เกี่ยวกับดูด ส.ส. เพราะแค่มีนักการเมืองไปรอที่สวนสัตว์ เสียอย่างเดียว ฉากจบลุงป้อมกลับจู๊ดๆ ไม่รู้ไปกินอะไร ดูเมนูก็ไม่มีของแสลงอย่างไข่ปลาคาเวียร์
คำถามคือ รัฐบาลต้องการภาพคนอีสานรักลุง เชียร์ลุง เด็กสรรเสริญลุง ไปเพื่ออะไร ในเมื่อรู้กันว่ามีการปิดกั้น เตรียมการ กระทั่งมีข่าวเปลี่ยนกำหนดพบชาวบ้านบางจุด เพราะเกรงมีคนชูป้ายประท้วง
มันแหงละว่าไม่มีใครอยากต่อต้าน คัดค้านซึ่งหน้า ต้องกินดีหมีหัวใจเสือมาเท่านั้น เพราะจะถูกตั้งข้อหามากมาย แบบไผ่ ดาวดิน หรือคนอยากเลือกตั้ง ที่หากไม่ติดคุกก็ต้องขึ้นโรงพักขึ้นศาลแทบไม่เว้นวัน

แต่ถามจริงว่าบรรยากาศอันอบอุ่น รักลุง สรรเสริญลุง นี้จะยั่งยืนหรือ โดยเฉพาะหลังเลือกตั้งที่ไม่มี ม.44
ดูให้ดี ก็เหมือนมีความพยายามสร้างภาพลักษณ์ กึ่งปฏิบัติการจิตวิทยา ว่าการเมืองหลังเลือกตั้งควรเป็นเช่นนี้ คืออยู่ในความสงบ มีนายกฯ คนดี มีรัฐราชการที่เข้มแข็ง ประชาชนไม่ควรคัดค้าน
“ประชาธิปไตยในฝัน” ของรัฐทหาร กลุ่มทุนธุรกิจ คนชั้นกลางระดับบนคนมั่งมี ในวันนี้คือ หวังให้มีรัฐบาลสืบทอดอำนาจ กวาดต้อน ส.ส.จนชนะเลือกตั้ง แล้วเชื่อว่าฝรั่งต่างชาติจะเข้ามาลงทุน เศรษฐกิจจะโชติช่วงชัชวาล ไม่ต้องแยแสเรื่องการจำกัดเสรีภาพ ความเห็นต่าง ความ อยุติธรรม ลากถูกันไปถ้าปากท้องดี คนที่เคยไม่พอใจอย่างพวกเสื้อแดงก็จะไปเข้าก๊วนสามมิตรเอง

ซึ่งถ้าเป็นได้ตามคาดหวัง รัฐบาลสืบทอดอำนาจอาจไม่ต้องพึ่ง ม.44 แต่อ้างเสียงข้างมาก อ้างเศรษฐกิจดี ปิดกั้นเสรีภาพได้หนักกว่านี้อีก
อย่างไรก็ดี มีข้อสังเกตขำๆ ว่าเหตุใดช่วงนี้ลุงจึงพยายามโชว์ความเก่ง เช่น บอกว่าอ่านหนังสือวันละ 800 บรรทัด จนเกิดการสังเคราะห์ในสมอง เกิดสติปัญญา มากกว่าคนไทยทั่วไปที่อ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด ซึ่งทำให้โลกออนไลน์ถกกันครึกครื้น ว่าท่านอ่านหนังสืออะไร
อ่านปรัชญาหรือ ไม่น่าใช่ อ่านรัฐศาสตร์การปกครอง ก็ยังสงสัย อ่านนิยายคลาสสิค อ่านตำราวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ก็ไม่เข้าบุคลิกซักอย่าง อ่านโพยก่อนพูด ก็ไม่น่านับ สงสัยต้องฝากนักข่าวถาม ว่าอ่านหนังสืออะไรแน่ ถึงรู้มากจนสั่งได้ทุกกระทรวง
ถามจริง ว่าทำไมท่านจะต้องโชว์ความเก่ง ในเมื่อที่ผ่านมา ก็มักอ่อนน้อมถ่อมตน บอกว่าตัวเองไม่ใช่คนฉลาด และว่าที่จริง คนดีมีศีลธรรมที่เชียร์ท่านก็ไม่ได้ต้องการผู้นำฉลาด แค่อยากมีลุงพูดพร่ำอบรมบ่มสอนหน้าเสาธงเท่านั้น

ว่างๆ ก็ทบทวนประวัติศาสตร์สมัยป๋าเปรม 8 ปีบ้างนะครับ ป๋าเปรมพูดไม่กี่คำ ไม่เคยบอกว่าตัวเองเก่ง แต่พิสูจน์ด้วยการเลือกใช้คน เลือกใช้นโยบาย

ลิเกปราบโกง :คอลัมน์ ใบตองแห้ง


ลิเกปราบโกง :ใบตองแห้ง

ต่อตระกูล ยมนาค ผู้เคยเรียกร้องให้ประชาชนส่งข้อความถึง ป.ป.ช. แสดงความไม่พอใจที่ถ่วงเวลาสอบ “นาฬิกาเพื่อน” น่าจะเปลี่ยนใจซาบซึ้งน้ำตาไหล เมื่อได้ฟังประธาน ป.ป.ช.เปิดใจ ว่าสายสัมพันธ์ “พี่ป้อม” ไม่ใช่จุดอ่อน แต่เป็นจุดแข็งต่างหาก ทำให้ต้องเข้มงวดตัวเอง ระมัดระวังยิ่งกว่าคนอื่น เพราะถูกมองมากกว่า ถูกโยงอยู่ตลอดเวลา
จริงๆ นะ ปู่มีชัยเขียนรัฐธรรมนูญผิด ที่ห้ามเป็น ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกพรรคการเมือง 10 ปี ก่อนมาเป็นองค์กรอิสระ ทำให้ได้แต่สมาชิกพรรคข้าราชการ หรือพวกเสแสร้งอาโนเนะไม่เลือกข้าง มันต้องชัดๆ ไปเลย อย่างประธานวัชรพลนี่สิ ไม่ปิดไม่บังว่าเป็นน้องรักพี่ป้อม ตัดสินอะไร สังคมก็จับจ้องได้ ไม่สามารถอ้างตัวเป็นเทวดา ลอยจากฟ้ามาเป็นกลาง

ความเป็นกลางมีที่ไหน เห็นจะมีแต่เมืองไทยเมืองพุทธจุดธูปบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เชื่อว่ายังมีคนดีลุโสดาบัน เที่ยงธรรม เป็นกลาง ไม่มีอคติ ไม่มีคอนเน็กชั่น จนยกอำนาจให้ชี้เป็น ชี้ตายทุกอย่าง
ปัญหาจึงไม่ใช่แค่วัชรพลมีสายสัมพันธ์กับพี่ป้อม แต่พี่ป้อมมีอำนาจจากรัฐประหาร วัชรพลเป็น ป.ป.ช.โดยมติ สนช.แต่งตั้ง แถม สนช.ยังเขียนกฎหมายให้อยู่ต่อ อยู่ยาวถึงรัฐบาลหน้า ที่คาดกันว่าจะสืบทอดอำนาจ
มองให้กว้างจึงไม่ใช่แค่วัชรพล แต่ ป.ป.ช.เกือบทั้งคณะ องค์กรอิสระทุกองค์กร ไม่ได้มาจากกระบวนการชอบธรรม มาจากรัฐประหารตั้ง แต่แสร้งทำให้มีกระบวนการ ดูเหมือนมีอิสระ มีหน้ามีตา ถามว่าอิสระอะไรกัน ม.44 ยังปลด กกต.สมชัยได้
เอาเข้าจริงก็เป็นปาหี่ หรือลิเกโรงใหญ่ ทำให้ดูว่ามีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่จะปราบทุจริตประพฤติมิชอบ ดูแลเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม เพราะไม่ได้มาจากการเมือง ไม่ยึดโยงอำนาจจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่มาจากอำนาจรัฐประหารคนดี (ที่กำลังดูด ส.ส.สืบทอดอำนาจ)

เพียงโชคดีที่การรีเซ็ต เซ็ตซีโร่ อยู่ต่อ ต่ออายุ ทำกันโจ๋งครึ่ม การสรรหา แต่งตั้ง ก็ปั่นป่วน ทำให้สังคมรู้ทัน เสียเครดิตตั้งแต่ต้น
องค์กรปราบโกงที่ไม่ยึดโยงประชาชน ยังได้อำนาจเพิ่มจนเป็นองค์กรอันตราย หลักๆ คือวางโครงสร้างไว้แทรกแซงการเมือง เช่น กกต.มีอำนาจระงับสิทธิผู้สมัคร ซึ่งจะส่งผลต่อคะแนนพรรค ป.ป.ช.มีอำนาจยับยั้งนโยบายรัฐบาล ส่งศาลเอาผิดถ้าขัดยุทธศาสตร์ชาติ

แต่บางเรื่องก็เพิ่มอำนาจเพื่อเอาใจกระแสบ้าจี้ คลั่งยาแรง ซึ่งเป็นอาการป่วยอย่างหนึ่งของคนดีในสังคมไทย เช่น ให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกิ๊ก ทั้งที่ไม่มีสถานะตามกฎหมาย ให้ข้าราชการทุกคนต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินกับต้นสังกัด ไว้ ป.ป.ช.อยากดูเมื่อไหร่จะเรียก ซึ่งมองผิวเผินเหมือนดี แต่ข้าราชการระดับล่างส่วนใหญ่ไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษ ไปสร้างภาระให้เขาทำไม

ว่าตามความเป็นจริง การยื่นบัญชีทรัพย์สินตั้งแต่มีมาในประเทศไทย มีไว้เพื่อ “จับผิด” ไม่ใช่ “จับโกง” จับผิดคนไม่ยื่น ยื่นไม่ตรง ปกปิด ฯลฯ แต่ไม่สามารถพิสูจน์ทุจริต ตั้งแต่ทักษิณถึงชูวิทย์
ขณะที่คนโกง ก็รู้กัน มันไม่เอามาใส่บัญชีทรัพย์สินหรอก แต่องค์กรปราบโกงถนัดจับผิดเอกสาร หรือติดคุกเพราะการตีความ ทุจริตจริงจับมือใครดมไม่ได้ เว้นแต่ฝรั่งญี่ปุ่นจับส่งให้
บัญชีทรัพย์สินจึงจะกลายเป็นภาระของข้าราชการ ซึ่งในชีวิตจริง อาจมีรายได้อื่นของครอบครัว ของลูกเมีย ที่ไม่อยู่ในระบบภาษี ต่อจากนี้ต้องรู้จักแต่งบัญชี เตรียมที่มาที่ไป ไม่งั้นอีก 20 ปีโดน ป.ป.ช.สอบตอบไม่ได้ ปปง.ยึดทรัพย์ ฉิบหายเลย
อันตรายของโรคบ้าจี้ ถ้าเทียบให้เห็นชัดๆ คือรัฐประหาร 2549 มุ่งเอาผิดเฉพาะทักษิณ ไทยรักไทย แต่ 4 ปียุคนี้ มีการเข้มงวดจัดระเบียบประชาชน ไม่เฉพาะทางการเมืองแต่ไปถึงการใช้ชีวิต การทำมาหากิน ซึ่งเท่ากับเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ปกครอง เทศกิจ ป่าไม้ เจ้าท่า ศุลกากร ฯลฯ ที่มีอำนาจจับกุมและออกใบอนุญาตต่างๆ
ขณะเดียวกัน ก็ออกระเบียบกฎหมายมาควบคุมความประพฤติ การทำงาน ของข้าราชการ เช่น กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งส่งผลชะงัด ถ้าไม่บังคับก็ไม่มีใครอยากเป็นกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง เอาคอเข้าไปเสี่ยง เพราะ สตง. ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. ไล่ตอมเต็มไปหมด
แต่ถามว่าทุจริตหมดไปไหม คนโกงก็ยังหาช่องได้ หรือการเอื้อประโยชน์เชิงนโยบาย การประมูลโครงการใหญ่ๆ โดยคนที่มีอำนาจจริง คนที่อยู่ในขั้วอำนาจ ใครกล้าแตะ

ลิเกปราบโกงโรงนี้ ทั้งพันธนาการและประจานตัวเอง อยากรู้จัง จะแสดงได้นานเท่าไหร่

"พวกเฮงซวยอวยเจ้า" รายการสหพันธรัฐไท เปิดใจประชาชน..

 

รายการสหพันธรัฐไท เปิดใจประชาชน
ตอน : พวกเฮงซวยอวยเจ้า
โดย : ส.ข้าวเหนียว–ส.ยังบลัด-ส.ร้อย-ลุงสนามหลวง
วันอาทิตย์ : 29/07/2018 เวลา 21.00 น. ประเทศไทย
https://youtu.be/wTUB2GEbGG8 ...
ดูเพิ่มเติม

lördag 28 juli 2018

กษัตริย์ทรราชกำลังปล้นที่ดินของชาติเพื่อขายเตรียมขนย้ายไปอยู่ต่างประเทศ :ประกาศโปรดเกล้าฯ..เวนคืนที่ดิน .

เวนคืนที่ดิน สร้าง-ขยายทางหลวงท้องถิ่น สายเชื่อม ‘ถ.ประดิพัทธ์-ถ.กําแพงเพชร’ #มติชนออนไลน์ #เวนคืนที่ดิน

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ได้ประกาศพร …

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ได้เผยแพ …