เรื่องนี้อ่านดูแล้วน่าสนใจอีกครั้งหนึ่ง
ขอเสนอมุมมองที่แตกต่างสักนิด
1. ดิฉันคิดว่า เมพ ไม่ได้คุม สีเขียวอย่างที่นิยายกล่าวไว้แน่ๆ
อาจจะเกินครึ่ง แต่อย่างมากที่สุดจะไม่เกิน 2/3
เมพเคยเป็นอาจารย์สอนหนังสือเท่านั้น
เคยคุมการรบก็ตอนที่เข้ามาปราบลูกจ้างตอนประท้วงนั่นแหละ
2. นิยายนั้น ตำหนิ จ่า เหลือเกินตั้งแต่ต้น มีการเล่าเรื่องกล่าวหา รัศมีจันทร์ หรือ ขนมปัง หรือไม่ก็สุดธิดา
3. มีการพยายามมากในการที่จะ ลด credit ของจ่า จะไม่กล่าวถึงเมพ
หรือถ้ากล่าวแล้วจะกล่าวอย่างน้อยที่สุด ตัวดำเนินเรื่องคือ ลุงและป้า
รวมไปถึงความอาฆาตพยาบาทกับ จ่าเขาตลอด
4. ดิฉันคิดว่า ผู้เฒ่า กับ เมพ นั้น
ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งอย่างที่กล่าวในนิยายแน่ๆ เพราะ การเสริมให้
เมพเป็นประธานนั้น มีแต่ผลดี (ได้กับได้)ของ ผู้เฒ่าและเหล่าอรหันต์ทั้งหมด
เนื่องจาก เมพจะไม่เปลี่ยนหรือโยกย้ายกลุ่มผู้เฒ่าเหล่านี้อย่างชัวร์
ถ้าจ่าขึ้นไปเป็นประธาน กลุ่มผู้เฒ่า, อรหันต์ และ เมพ จะกระเด็นออกไปหมด
ทางที่ดีที่สุดคือ การร่วมมือระหว่าง เมพ กับ ผู้เฒ่า เพราะสองแรงนี้
จะบีบ จ่าได้อย่างแน่นอน หรือไม่ก็เป็นการถ่วงดุลย์กำลังให้กับจ่า
ลูกจ้างฝ่ายประชาธิปไตย สนับสนุนจ่า แต่อีกฝ่ายหนึ่งสนับสนุน เมพ (กลุ่มเจ๊ก และ ลูกน้องประธานเก่า)
ความคิดเห็นอาจจะต่างกัน แต่คิดว่า เขาร่วมมือกันแน่
ผู้เฒ่าอยู่ในวงการมานาน รู้อะไรเป็นอะไร ส่วนเมพเอง
มีลูกจ้างที่ซื้่อสัตย์กับพ่อเป็นตัวหลักและสนับสนุน
แต่สิ่งที่สำคัญคือว่า มีกลุ่มที่ไม่เอาทั้ง จ่า และ ทั้งเมพด้วย -
กลุ่มนี้แหละ ที่จะเป็นตัวเดินในการพัฒนาไปสู่แสงสว่างอย่างแท้จริง...
(ภาษาฝรั่งเรียกว่า leaning หรือ เอนเอียง... คือ อาจจะ leaning
ไำปทางจ่ามากกว่านิดหน่อยก็ได้ เพื่อรวบรวมกำลังพล)
ตอนแรกๆ ไม่คิดอะไร แต่ตอนนี้ รู้แล้วว่า บุคคลที่เขียนเกี่ยวกับ Hi S สนับสนุนเมพเต็มที่
torsdag 6 september 2012
onsdag 5 september 2012
.......นิยายน้ำเน่าตอนใกล้อวสานเรื่องกฎแห่งกรรม......ของคณะลิเกศิษย์นายทองด้วงเป็นเรื่องราวที่ผู้ชมดูแล้วคงมีแต่ความสมน้ำหน้าพ่อ แม่ ลูกทั้งครอบครัวและบริวารที่ทำแต่เรื่องสารเลว ขณะนี้วิญญานของเด็กๆที่เสียชีวิตเพราะหมอเลวที่ฆ่าเด็กเหล่านั้นเพื่อเอา"สเตม เซลล์" มารักษาปีศาจผีดิบ อีกอย่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่สภากาชาดไทยขอให้ช่วยบริจาค" Sem cell"เพื่อการกุศลใช้สมองส่วนไหนคิด ทั้งๆที่รู้ว่า"ปีศาจผีดิบ" ไม่มีโอกาสจะคืนชีพได้ นอกจากนั้นครอบครัวปีศาจผีดิบก็ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้แก่ประเทศชาติและประชาชนซ้ำยังเป็นภาระใช้เงินภาษีของประชาชนเลี้ยงดูปีละมากมาย นอกจากนั้นยังโกงเอาทรัพยากรของชาติไปเป็นของตัวเองพร้อมทั้งเป็นเจ้าของกิจการต่างๆทั้งถูกกฎหมายและนอกกฎหมายโดยไม่เสียภาษีให้ประเทศอีกต่างหาก เราคิดว่าประชาชนคนดูลิเกเรื่องนี้คงสาปแช่งให้ครอบครัวปีศาจผีดิบตายตกนรกอเวจีหมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย......
Quote
รายงานความคืบหน้าอาการป่วยของ xxx (นิยาย Hi s ตอนล่าสุด)
วันนี้จะขอรายงานความคืบหน้าอาการป่วยของลุงกันต่อหลังจากที่ไม่ได้รายงานมา หลายเดือน แต่ครั้งนี้จะขอรายงานอาการป่วยของป้าเพิ่มเติมด้วยอีกคน
อาการของลุงโดยสรุป ในการป่วยล่าสุดที่เริ่มทรุดลง ในระยะเวลา 2 เดือนกว่าๆ ที่ผ่าน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
เดิมที ลุง ที่มี อาการของ Minor Stroke โดยที่ทราบกันดี และหลังจากนั้น ลุงก็มีอาการของ NPH (น้ำในโพรงสมองอุดตัน) และหมอได้ผ่าตัดวางท่อระบายน้ำไปแล้ว โดยที่ลุงมีอาการ ของโรค พาร์กินสัน (อาทิ นั่งตัวเอียง และเดินได้แค่ก้าวสั้นๆ)
ซึ่งภาวะทั้งสองนี้ ทีมอภิบาลลงความเห็นว่า มีโอกาสที่จะ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของลุงมากที่สุด
ไม่นับโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน 3 เส้น (ลุงทำ Bypass แล้ว) โรคอัลไซเมอร์ โรคช่องกระดูกไขสันหลังตีบกดทับเส้นประสาท ที่อาการจะกำเริบได้ทุกเมื่อ
โดยโรค พาร์กินสัน ตอนนี้ลุงได้รับการรักษาโดยการทำกายภาพบำบัด ใช้ยา โดยกินประมาณ 3-4 อย่าง ร่วมกับการทำ DBS ( Deep Brain Stimulation ) ในส่วนของ DBS ลุงจะทำ สัปดาห์ละสองครั้ง แต่การรักษาโรคพาร์กินสันของลุงด้วยวิธีการดังกล่าว กลับไม่เป็นที่น่าพอใจ เพราะอาการของโรคนับวันจะรุนแรงมากขึ้น ลุงเป้นชนิดที่ดื้อต่อการรักษา0
หมอนิพนธ์ได้ให้การรักษาล่าสุดที่ใช้คือ การนำเซลล์จากสมองออกไปเพาะที่ห้องทดลอง เพื่อเพิ่มเซลล์สมอง และนำกลับกลับมาฉีดเข้าไปในสมองของลุง เพื่อหวังผลให้ลุงอาการดีขึ้น ถ้าจำกันได้จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทางสภากาชาด จะขอให้ช่วยกันบริจาค Sem cell ให้เป็นกุศลให้ลุง ก็เพื่อที่ต้องการคัดเลือก Stem cell ที่ตรงและสามารถใช้ได้กับลุง
แต่ผลลัพธิ์ ไม่เป็นเช่นนั้นเพราะ ลุงเกิดภาวะแทรกซ้อน หลังฉีดครั้งล่าสุด ลุงมีอาการ เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง (subarachnoid hemorrhage SAH)
เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า ลุงอายุมาก และมีภาวะสมองฝ่อ เลยทำให้ง่ายต่อการที่จะเลือดออกในสมอง
ภาวะ SAHนี้ ค่อนข้างอันตรายอยู่แล้ว แต่กับลุงที่มีโรคทางสมองเป็นพื้นฐานยิ่งทำให้ ความเสียหายของสมองเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ช่วงแรกลุงมีอาการโคมา ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ แต่เกรงว่าจะดูไม่ดี ลุงจึงใช้มาร์สแทนในช่วงแรก หลังจากนั้นมีอาการปอดบวมแทรก แต่ปัจจุบันลุงไม่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ทำแบบนี้ทำให้สมองได้รับความเสียหายมาก ปัจจุบัน
คาดการณ์ว่าสมองเหลือ ฟังชั่น ได้เต็มที่ ไม่ถึง30 เปอร์เซ็นต์
โดยสมองความคุมความคิด และการทรงตัว จะได้รับผลกระทบมากที่สุด
ซึ่งหลังจากที่ลุงป่วย ถ้าเราจำไม่ผิดน่าจะเป็นช่วงต้นๆ ของเดือน กค ครอบครัวของลุง ที่ป้า ต้องการ ให้ตั้ง Regent ขึ้นมา โดยเหตุผลที่ว่า ลุงจะเป้นคนทุพลภาพ ที่ คนที่จะชี้ ขาดว่าลุงเป็นคนพิการ ก็คือ นาย ป และพวก
ซึ่ง ป้า ต้องการเป็น Regent แต่ เมพ และ ไม่เห็นด้วย เมพ ทะเลาะกับป้าอย่างหนักหน่วง ( คนในชั้น 16 ที่คอยรับใช้เป็นพยานได้ดี เพราะเหตุการณ์ วันนั้น มี มึง กู สัตว์เลื้อยคลานเต็มไปหมด) เพราะเมพ คิดว่า การที่ป้าเป็น น่าจะก่อให้เกิดปัญหาตามมา
ในช่วงเวลานั้นจ่า จ่าทำพลาด ในเรื่องที่ จ่ามี คำสั่งออกมาแล้วว่า โรงเรียนจ่าอากาศ จะย้ายไป กองบิน บน4 ต าคลี และ โรงเรียนนายเรืออากาศ จะย้ายไป มวกเหล็ก
ในการนี้ ที่จ่า ต้องการเอาที่ดินของทัพฟ้า โรงเรียนทั้งสอง ไปสร้างวังให้เมียน้อย ทำให้ ทัพฟ้า ไม่พอใจในตัวจ่า ทำให้ จ่าอ่จจะขาดแรงหนุนจาก ทัพฟ้า ได้ง่ายๆ
ตอนนี้เอง เมพ ต้องการ ดึง กองทัพอากาศ ให้มาอยู่ในอำนาจของเมพ แทนจ่า เพราะสีเขียวเมพ ได้control เรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่ลุงป่วยหนักในครั้งนี้ ป้ามั่นใจในการขึ้นเป็น Regent
แต่โชคชะตาก็ไม่ได้เข้าข้างป้า เพราะล่าสุด เมื่อ เช้ามืดของวันที่ 21 กค ระหว่างที่ ป้ากำลังออกกำลังใน สวนหย่อม
ความหวังในการเป็น Regent ของป้า ไกลห่างออกไป…
เมพ ได้โอกาส เมพ เรียก นาย ป เข้าพบเป็นการด่วนของคืนถัดมา
จะขอกลับมา Update เหตุการร์ล่าสุดของ ลุง เรา ขอรอผลการทำ MRI ล่าสุดของป้าก่อน
tisdag 4 september 2012
โรงลิเกคณะศิษย์ทองด้วง ตอนอวสาน.... ความหลัง.......ถึงเวลา ราชบุตร ขึ้นครองราช บิดาพลาด ป่วยหนัก ชักไม่ไหว เหล่าเสนา อมาตย์ ชาติจังไร ทำไฉน ดีเล่า เฝ้าครำครวญ......เตรียมยึดอำนาจ ? ก่อนราชบุตรขึ้นครองราช !
โกงสตางค์ เขามา น่าบัดสี
ก่อขบฏ ยึดอำนาจ จากคนดี
คหบดี เปิดโรง จนโด่งดัง
... มรดก ตกทอดมา เก้าชั่วโคตร
มีทั้งโศก ทุกข์สุข ปลุกจนขลัง
โฆษณา สร้างภาพ ฉาบฉากบัง
เสมือนดั่ง ลิเกเทพ เสพเทวา
โกงค่าตัว นักแสดง แสลงจิต
วิปริต จิตไม่ปลง หลงตันหา
ใครรู้เช่น เห็นชาติ ต้องถึงครา
สิ้นชีวา ด้วยอำนาจ บารมี
ออกแขกมา จนร่ำรวย เหลือขนาด
อังมิอาจ พอเพียง เลี้ยงศักดิ์ศรี
ถึงเวลา เสื่อมทรุด สุดเวที
เพราะไม่มี คนดู ชูป้ายเชียร์
เปิดม่านออกแขก
จะเรียงถ้อย ร้อยความ ตามท้องเรื่อง
กล่าวถึงเมือง กาขาว ท้าวบัดสี
ใช้อำนาจ เที่ยวเข็นฆ่า ประชาชี
อสุรี ร้อนลุ่ม ให้กลุ่มใจ
ถึงเวลา ราชบุตร ขึ้นครองราช
บิดาพลาด ป่วยหนัก ชักไม่ไหว
เหล่าเสนา อมาตย์ ชาติจังไร
ทำไฉน ดีเล่า เฝ้าครำครวญ
......................................
นึกถึงตอน ทวดของทวด ทวงอำนาจ
ต้องเด็จขาด รวดเร็ว ให้ลมหวน
สวมชุดทรง ออกขุนนาง ตั่งขบวน
ใครอาจทวน ต้านทาน ประหารพลัน
.......................................
måndag 3 september 2012
....".ท่านคือตำรวจของประชาชนที่แท้จริง"......ผลงานอีกด้านหนึ่งของ พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. คือช่วยบำบัดทุกข์ให้แก่พี่น้องประชาชนผู้เจ็บป่วย เราขอยกย่องและเปิดเผยความเป็นคนดีที่แท้จริงของท่านให้สังคมได้รับรู้ว่าประเทศไทยยังมีคนดีอีกมากมายที่ทำความดีให้สังคมโดยไม่ต้องการชื่อเสียงเงินทองตอบแทน.....
Red Bull-släkting i smitningsolycka "หลานชายกระทิงแดง ขับรถชนตำรวจตายแล้วหลบหนี" เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก คดีนี้ตำรวจได้ทำหน้าที่โดยได้ติดตามจับกุมผู้กระทำผิดได้ ต่อไปจะเป็นหน้าที่ของอัยการและศาลต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นศาลสถิตยุติธรรมหรือศาลเจ้าที่ไม่มีค่ากินสินบนแพ้อำนาจเงิน สำหรับพ่อแม่ของ "วรวุทธ์ อยู่วิทยา" ถ้าท่านปล่อยให้เป็นไปตามครรลองของตัวบทกฎหมายสังคมจะเชิดชูท่าน ไม่ควรรักลูกช่วยเหลือลูกในทางที่ผิด คดีนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคมไทยและวรวุทธ์ก็จะได้รับการยอมรับจากสังคมไทยด้วย
Red Bull-släkting i smitningsolycka
Misstänks ha kört ihjäl polisman med sin Ferrari
Barnbarnet till Red Bulls upphovsman är misstänkt för att ha kört ihjäl en polisman.
Den förmögna släktingens Ferrari läckte bensin och ledde polisen hem till familjens hus.
Ynglingen riskerar nu ett tioårigt straff efter hit-and-run-olyckan.
Den förmögna släktingens Ferrari läckte bensin och ledde polisen hem till familjens hus.
Ynglingen riskerar nu ett tioårigt straff efter hit-and-run-olyckan.
Det var tidigt i morse som en polisman på motorcykel blev påkörd och dödad av en framrusande Ferrari i Thailand.
Polismannen drogs med flera tiotal meter innan sportbilen slet sig loss – och fortsatte i väg i gryningen utan att stanna.
Bensinspåren ringlade sig genom Bangkoks gator och ledde fram till ett av huvudstadens mer välbärgade områden.
Där också Ferrarin hittades, parkerad hos en släkting till Red Bulls upphovsman: Chaleo Yoovidhaya som avled i mars.
Familjen Yoovidhaya rankas som den 4:e rikaste familjen i Thailand – god för 5,4 miljarder dollar.
– Jag struntar i hur mäktiga de är. Om jag inte kan få tag i den aktuella mannen i det här fallet, då kommer jag säga upp mig, säger Lt. Gen. Comronwit Toopgrajank till lokal press.
Comronwit tog över fallet efter att en annan polis, i ett försök att stoppa jakten efter barnbarnet, lämnat över en falsk misstänkt.
จากข้อมูลของAP แจ้งความตำรวจโดยใช้หลักฐานเท็จโดยให้คนอื่นรับผิดแทน
ตำรวจพูดว่าเงินไม่สามารถจะช่วยให้เด็กหนุ่ม ๒๗ ปีคนนี้พ้นผิดได้
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบชน.ได้ลงมาทำคดีเองพร้อมประกาศว่าหากไม่ได้คนร้ายตัวจริงที่ขับรถสปอร์ตชนตำรวจตายมาดำเนินคดีจะขอลาออก
Men bluffen genomskådades.
Efter det var det raka spår till familjen Yoovidhayas hem – där en mörkgrå Ferrari påträffades.
Med en trasig kofångare och krossad vindruta.
Familjemedlemmen riskerar nu ett tioårigt straff för att ha kört ihjäl polismannen och inte informerat berörda myndigheter.
Polismannen drogs med flera tiotal meter innan sportbilen slet sig loss – och fortsatte i väg i gryningen utan att stanna.
หลานชายเจ้าของกระทิงแดง สงสัยว่าขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ซึ่งรถเฟอรารี่ถังนำมันรั่วไหลเป็นทางตำรวจได้ตามรอยนำมันเข้าไปในบ้านของหลานชายเจ้าของกระทิงแดง หลานชายกระทิงแดงมีหวังจะถูกลงโทษจำคุกถึง ๑๐ ปี เพราะชนแล้วหนี ตอนเช้ามืดวันนี้ขณะตำรวจขับรถมอเตอร์ไซถูกรถเฟอรารี่พุ่งชนตายแล้วไม่หยุดตำรวจถูกลากไปหลายสิบเมตรก่อนที่ตำรวจจะหลุดออกจากรถที่ชน
Följde bensinspåren
Men flykten blev kortvarig.Bensinspåren ringlade sig genom Bangkoks gator och ledde fram till ett av huvudstadens mer välbärgade områden.
Där också Ferrarin hittades, parkerad hos en släkting till Red Bulls upphovsman: Chaleo Yoovidhaya som avled i mars.
Familjen Yoovidhaya rankas som den 4:e rikaste familjen i Thailand – god för 5,4 miljarder dollar.
ตำรวจได้ตามรอยน้ำมันไปถึงบ้านลูกชายเจ้าของกระทิงแดง "เฉลียว อยู่วิทยา" ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเมื่อเดือนมีนาและพบรถเฟอรารี่จอดอยู่ในบ้าน ครอบครัว "อยู่วิทยา"รวยเป็นอันดับสี่ของประเทศไทย มีทรัพย์สินห้าพันล้านดอลล่าร์
Lämnade in falsk misstänkt.
Men i ett uttalande som citeras av AP förklarar polisen i Bangkok att pengarna inte ska hindra dem från att straffa den skyldige.
Som nu misstänks vara det 27-åriga barnbarnet.– Jag struntar i hur mäktiga de är. Om jag inte kan få tag i den aktuella mannen i det här fallet, då kommer jag säga upp mig, säger Lt. Gen. Comronwit Toopgrajank till lokal press.
Comronwit tog över fallet efter att en annan polis, i ett försök att stoppa jakten efter barnbarnet, lämnat över en falsk misstänkt.
จากข้อมูลของAP แจ้งความตำรวจโดยใช้หลักฐานเท็จโดยให้คนอื่นรับผิดแทน
ตำรวจพูดว่าเงินไม่สามารถจะช่วยให้เด็กหนุ่ม ๒๗ ปีคนนี้พ้นผิดได้
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบชน.ได้ลงมาทำคดีเองพร้อมประกาศว่าหากไม่ได้คนร้ายตัวจริงที่ขับรถสปอร์ตชนตำรวจตายมาดำเนินคดีจะขอลาออก
Riskerar tioårigt straff
มีหวังอาจต้องโทษ ๑๐ ปี
ตำรวจพบหลักฐานสำคัญคือเครื่องหมายดาบตำรวจติดอยู่ที่กระจกรดสปอร์ตMen bluffen genomskådades.
Efter det var det raka spår till familjen Yoovidhayas hem – där en mörkgrå Ferrari påträffades.
Med en trasig kofångare och krossad vindruta.
Familjemedlemmen riskerar nu ett tioårigt straff för att ha kört ihjäl polismannen och inte informerat berörda myndigheter.
......คืนอำนาจให้ประชาชน.....คือข้อเรียกร้องของประชาชนไทยที่เสนอมายังอำมาตย์เผด็จการทั้งหลายโปรดอ่านให้เข้าใจและเลือกตัดสินใจให้ถูกต้องเพราะถ้าตัดสินใจผิด คงเป็นการล่มสลายของระบอบอำมาตย์เผด็จการทรราชหมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทยอย่างแน่นอน ถึงจะใช้เวลานานแค่ไหนประชาชนก็จะไม่ยอมก้มหัวให้อำมาตย์เผด็จการอีกต่อไป.......
โดย ตัวดำแต่ใจแดง
"ถึงอย่างไร "การเปลี่ยนผ่าน" ก็จะต้องเกิดมีขึ้นอย่างแน่นอนที่สุด!!!...
ความผิดพลาดในอดีต จะเป็นบทเรียน และสอนให้พวกเราได้รู้ถึง "ข้อผิดพลาด" ที่เกิดขึ้นกับพวกเรา...
ในครั้งก่อน จากที่เคยร่วมชุมนุมเพื่อ "กดดัน" ให้ "คืนอำนาจให้กับประชาชน" ด้วยการ "ยุบสภา"...
และ "เลือกตั้งใหม่" แต่สิ่งที่ได้รับ กลับเป็น "ความตาย ความพิการทุพลภาพ และบาดเจ็บลึก"...
"ทั้งกายและใจ" ของพวกเรา...หากมันยังต้องการที่จะให้เกิดมีขึ้นอีก บัดนี้พวกเราก็ได้ "ตาสว่าง"
กันทั้งผืนแผ่นดินนี้แล้วว่า "มันผู้ใด"...คือ "ผู้ที่มีอำนาจสูงสุด" ...ในการ "สั่งการ" ให้เกิดเรื่องเลวร้าย...
ขึ้นในบ้านนี้ เมืองนี้ซ้ำๆซากๆ ใน "หลายหน หลายครั้ง" ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ผ่านมา...
บัดนี้ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพวก "ไพร่รากหญ้า" ได้รู้ ได้ประจักษ์ต่อ "ข้อมูลความจริงที่เกิดขึ้น"
ทั้งหมดทั้งสิ้นแล้ว...
บัดนี้เขาเหล่านั้น "ไม่ใช่กบในกะลา" ที่จะให้ชนชั้นผู้ปกครองอำมาตย์ศักดินา "จูงจมูก" สั่งซ้ายหัน-ขวาหัน
ได้อย่างเช่นในอดีตอีกต่อไปแล้ว...
คำถามมันจึงอยู่ที่ว่า...บรรดา "เหล่าอำมาตย์ศักดินาและกลุ่มข้าทาสผู้ภักดี" ที่เป็น "คนกลุ่มน้อย" ของประเทศนี้
มึงจะ "ยอมปรับตัว" อยู่ร่วมกัน "อย่างสงบ" ในการเปลี่ยนผ่านที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่ช้านี้...
หรือพวกมึงจะยัง "หวงแหน" ใน "อำนาจ ยศศักดิ์" ยังจะ "ขัดขวางการเปลี่ยนผ่าน" ด้วยวิธีที่ "อยุติธรรม"
และมึงยังจะ "ใช้ความรุนแรง" เข้ามาต่อต้านประชาชนส่วนใหญ่ เพื่อ "ต่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายของพวกมึง" อีก...
เมื่อนั้น เลือดก็จะนองท้องช้าง "กลียุค" ก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่พ้น!!!...
ครังนี้ จะไม่มีทางที่จะ "ซ้ำรอยเดิม" ปล่อยให้ไอ้พวกจิตใจอำมหิตผิดมนุษย์...
ส่งทะเหรี้ย มา "ไล่เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์มือเปล่า" อย่างเช่นที่เกิดขึ้นหลายหน หลายครั้งเช่นในอดีตอีกต่อไป...
"ตาต่อตา ฟันต่อฟัน"... "มึงยิงกู!!!...กูก็ยิงมึง!!!"...จะ "ไม่มี" การปล่อยให้มึง "ไล่กระทำพวกกู" อยู่ข้างเดียว...
อย่างเช่นที่ผ่านมาอีกต่อไป...
มึงจะยอมให้มี "การเปลี่ยนผ่านไปอย่างสงบ" หรือว่ามึงต้องการที่จะ "รบกับชนชาติเดียวกันเอง" ...
นี่คือโอกาสสุดท้ายแล้วที่พวกมึงจะคิดและตัดสินใจ!!!...
ว่าพวกมึง... "จะขอตายอย่างสงบ" หรือว่ามึงจะ "จบชีวิตอย่างหมาข้างถนน"...
"มึงเลือกเอาเองก็แล้วกัน!!!"...
Prenumerera på:
Inlägg (Atom)
เปิดแล้ว!! "คลินิกหมอคำรณวิทย์"ที่ บช.น. ประเดิมฝังเข็มคนไข้อาการซีกขวาหมดแรง
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1346670898&grpid=02&catid=&subcatid=
สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 3 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้ฝังเข็มรักษาอาการชายชราที่มีอาการร่างกายซีกขวาหมดแรง เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นมารับการรักษา ซึ่งถือเป็นวันแรกที่มีการเปิดคลินิกรักษาผู้ป่วยที่ บช.น. โดยภายในมีการปรับปรุงห้องใหม่และมีเตียงนอนสำหรับรักษา 3 เตียง จากนั้นได้ทำการรักษาชายอีก 2 คน โดยใช้วิธีฝังเข็มและกระบอกไม้ไผ่สูบเลือดเสีย
พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า มาเปิดคลินิกรักษาที่นี่ เวลา 16.30-18.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ สำหรับวัน อาทิตย์ ยังคงทำการรักษาที่คลินิกย่าน คลอง 7 จ.ปทุมธานี เช่นเดิม สาเหตุที่ต้องมาเปิดเนื่องจากคนมาทำการรักษาเยอะมากและไม่เพียงพอ วันอาทิตย์ที่ผ่านมามีคนมารักษากว่า 100 คน ซึ่งทำได้อย่างมากแค่ 50 คน ส่วนที่นี่เปิดก็จะรับได้วันละ 20-30 คนต่อวัน ซึ่งถือว่าช่วยได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากยอดคนจองจะมารักษากับตนทะลักถึงปี 2557 แล้ว ตนมีอาจารย์ชื่อ พ.ต.อ.เฉลิม สังข์ทอง รักษาคนไข้อยู่ที่ จ.พิษณุโลก ฉายา "หมอเทวดา" โดยใช้วิธีทำให้เลือดหมุนเวียน ใช้แพทย์แผนจีนร่วมกับสมุนไพรไทย
เมื่อถามว่า มีค่าใช้จ่ายหรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า ปกติไม่มี แต่เนื่องจากเป็นการรักษาตัวในทางไสยศาสตร์ จึงต้องมีค่าครู 19 บาท เพื่อไม่ให้ของเข้าตัว โดยเงินที่ได้นำไปทำบุญ ทำมา 2-3 ปีแล้ว และมีใบแพทย์ทางเลือกถูกต้อง
ด้านญาติของ นายศักดิ์ดา เจ๊กจันทร์ อายุ 55 ปี ซึ่งมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบสมองซีกขวาไม่มีแรง เปิดเผยว่า มีอาการได้ประมาณ 40 วัน พักอาศัยอยู่ย่านหนองจอก รักษาตัวที่ รพ.บางนา แต่ไม่ดีขึ้น มีคนรู้จักแนะนำให้มาฝังเข็มกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์จึงลองมาดู