lördag 1 september 2018

สามปีศาจที่เหยียบหัวคนไทยในเวลานี้

สามปีศาจที่เหยียบหัวคนไทยในเวลานี้


ปากแดงๆ ไว้ใจได้กา

Bildresultat för ราชินีสิริกิตย์ล่าสุด

ขุนเขาบอก :

อย่าคิดมากก็แค่เรื่องของนางมณโฑปากแดงกับลุงทศกัณฑ์....

ปากแดงๆ ไว้ใจได้กา
ปากแดงใส่ชฎา หายหน้าไปไหน
ไม่มาร้องเห่ ให้โรงลิเกไท
หายหน้าไปไหน หรือไปกรุงลงกา

ตุเรงตุเรง เสียงบรรเลงระนาด
ปากแดงปานแต้มชาด ผู้คนหวาดผวา
แอบอ้างคำสั่งลุง ให้เผากรุงลงกา
ฆ่าคนเหมือนหมา ใส่ชฎาปากแดง

ร่าย..

เคยงามเลิศ่เทิดชั้น เทวีศรี
ทรงฤทธี ไพร่ขี้ข้าอย่ากำแหง
เหยียบหัวไพร่ใส่ชฎา ทาปากแดง
นคราแรง ร้อนฤทธิ์พิษอนงค์

มาบัดนี้ ปากหมดสีที่แต้มชาด
เหลิงอำนาจขาดศิลห้า กาเป็นหงส์
ไร้เรี่ยวแรง ร่างชรายามอ่าองค์
ทรงเครื่องหงส์ ยังเป็นกาน่าอัศจรรย์

หลังความตายหวังกรายใกล้ เขาไกรลาศ
ปากแต้มชาด พร่ำพ้อต่อสวรรค์
ขอชีวีในปั้นปลาย คลายโทษทัณฑ์
อนงค์นั้นเคยบัญชา ฆ่าคนตาย

สวรรค์เลี่ยง เสียงประสงค์อนงค์นาถ
ปากแต้มชาด กลายเป็นผีความดีหาย
ร่างสดสวยย้วยยาน ปานจะตาย  

สูญสลายกลายร่าง...”นางมณโฑ”.....อย่าคิดมากก็แค่เรื่องของนางมณโฑปากแดงกับลุงทศกัณฑ์..


"หมอหยอง:วังไทยเครื่องในเน่ายังจะเอากันตายอีกหลายตลบ"

"หมอหยอง:วังไทยเครื่องในเน่ายังจะเอากันตายอีกหลายตลบ"

ข่าวลับกรองแล้ว 1 พฤศจิกายน 2558 
"หมอหยอง:วังไทยเครื่องในเน่ายังจะเอากันตายอีกหลายตลบ"
สืบความลับจับมาตีแผ่เผยแพร่เป็นประจำในขบวนการประชาธิปไตยไทยในสแกนดิเนียเวียโดยกลุ่มเสียงประชาชนไทย(สปท.)  http://thaiscandemo.blogspot.com/
*ทำไมหมอหยองและทีมงานจึงถูกกวาดล้างอย่างหฤโหด? ใครเป็นคนทำ? และทำไมจึงต้องทำอย่างนี้?...ไม่ต้องถามเพราะคนที่ทำไม่บอกและก็บอกแล้วว่าห้ามถาม!! เพราะเป็นเรื่องของมือที่มองไม่เห็นที่มีหลายมือ...คำตอบมีเพียงว่า "วังไทยเครื่องในเน่ายังจะเอากันตายอีกหลายตลบ" แต่ก่อนจะถึงมือที่มองไม่เห็นในฐานะคนสั่งการจะตายชาวบ้านทั้งเหลืองทั้งแดงจะต้องตายกันก่อนอย่างที่เห็น
*นามสกุล "วารุณประภา" ก็ไม่ใช่เล็กๆ แต่ก็ต้องไปรับศพ พ.ต.ต.ปรากรม  คนในครอบครัวอย่างโศกเศร้าและห้ามทุกคนในครอบครัวพูด  ในเงื่อนไขต้องรีบเอาไปเผาทันทีจึงจะรับไปได้, ส่วนศพ พลตรี พิสิฐศักดิ์ เสนีวงศ์ ณ อยุทธยา ในฐานะราชองครักษณ์ใกล้ชิด,เห็นนามสกุลก็รู้เป็นสายพันธุ์เจ้าเหลืองก็ยิ่งหนักใหญ่, อ้างว่าฆ่าตัวตายเอง, อย่าว่าแต่ไม่มีใครในครอบครัวที่จะกล้าพูดแม้แต่ข่าวหนังสือพิมพ์ที่เป็นทางการก็ไม่ให้ลงทั้งๆที่ยศและตำแหน่ง, เครื่องราช, สายสกุลต้องได้รับพระราชทานเพลิงศพก็ต้องเผากันอย่างเงียบๆ
*ใกล้ครบรอบปีการกระโดดตึกตายในค่ายทหาร (ตามข่าว)  ของ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ยศสูงระดับ ผบก.1 กองปราบสายตรงของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่จับนายแต่ลูกน้องก็ต้องไปกระโดดตึกตายทันทีและก็นำไปเผาในวันนั้นทันทีสูตรเดียวกันกับ พ.ต.ต.ปรากรม คือญาติๆไม่กล้าถามและไม่กล้าสงสัย
*ตาสว่างกันหรือยังเสื้อเหลืองเพื่อน หมอหยอง และ เพื่อนปรากรม?...ยังอยากจะตายตามไปรับใช้เจ้าในชาติหน้ากันอีกใหม?


*สำหรับเสื้อแดงชัดแล้ว ต้องเปลี่ยนระบอบ เท่านั้นชีวิตคนไทยจึงจะดีขึ้น...เสื้อเหลืองส่วนหนึ่งคงตาสว่างแต่อีกส่วนยังแกล้งโง่แต่คงแกล้งโง่ได้อีกไม่นานก็ต้องเห็นความจริงว่าในครอบครัวอลเวงนี้เลวทุกคน "เห็นประชาชนผู้เสียภาษีเลี้ยงตัวเองเป็นข้าทาส"...เห็นข้าทาสที่รับใช้ใกล้ชิดเป็นมดปลวก...ใช้ให้ไปหาเงินมาถวายมีปัญหาก็ฆ่าทิ้ง...แม้แต่คนที่เข้ามาเป็นเมียเป็นผัวก็ไม่เว้น วันนี้ศพหมอเก้ง ผัว จุฬาภรณ์ ยังหาทรากไม่เจอแต่ก็ช่วยกันตอแหลด้วยจงรักภักดีว่า "ยังไม่ตายบวชพระอยู่ที่นั่นอยู่ที่นี่!!" แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยมีข่าวจริงรอดมาให้เห็นเลย


*ถ้าไม่รู้ว่าเขาหาเงินกันอย่างไรให้พลิกไปอ่านข่าวลับกรองแล้วเมื่อ 1ธันวาคม2557 สปท.เคยจำแนกไว้แล้ว(กดลิ้งดูใหม่ยังทันสมัย)
-------------

ข่าวลับกรองแล้ว 1 ธันวาคม 2557
-------------
*สปท.บอกให้เอาบุญสำหรับทหารตำรวจเหลืองที่ยังหน้ามืดตาบอดต้องการจะรับใช้หาเงินถวายแล้วไม่ต้องตาย, แบบนี้ไม่มีอันตรายถึงชีวิตคือ (1) หาส่งส่วยตามระบบคือเก็บส่วยหวย, บ่อน, ซ่องกระหรี่ จากสถานีตำรวจระดับอำเภอส่งขึ้นจังหวัด, ภาค, จนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ผบ.ตร.,ผบ.ชน.นำขึ้นถวายทุกพระองค์ (หากมีการโกงกันบ้างในเส้นสายข่าวรั่วบ้างแต่ไม่ถึงคนรับสูงสุดก็ไม่เป็นไร) และท่านทุกพระองค์ก็จะช่วยคุ้มครองให้ทุกคนที่ช่วยเก็บส่วยถวายได้มีอยู่มีกินอิ่มหนำสำราญแบ่งส่วนกันไปด้วย การไม่อนุญาติให้ทุกรัฐบาลนำหวยใต้ดินขึ้นบนดินและไม่อนุญาติให้เปิดบ่อนคาสิโนที่ถูกต้องตามกฎหมายเหมือนประเทศทั่วไปเพราะจะทำให้ทุกคนขาดรายได้ (เจ้ามือหวยขนาดเล็กตามอำเภอต้องจ่ายมือละ 30,000-50,000 บาท ต่อเดือน,ส่วนมือใหญ่ต้องแสนขึ้นอำเภอหนึ่งมีเจ้ามือ 5-8ราย)/ (2) จัดตีกอล์ฟ, จัดกีฬาต่างๆรายได้ถวายเป็นพระราชกุศล  (3) พ่อค้านายทุนแบ่งกำไรที่ตราครุฑหน้าบริษัทช่วยให้เสียภาษีน้อยลงก็จะนำเงินไปถวายแล้วก็ได้ออกข่าวทีวีสองทุ่ม


*การหาเงินที่เป็นอันตรายและต้องระวังและตายมาหลายคนแล้วคือการจัดหาเงินเพียงต่อเดียวแล้วทูลเกล้าถวายเลยเพราะตรวจสอบการอมและเกิดการระแวงได้ง่าย, ก่อนหน้านี้ก็มีตายเซ่นสังเวยให้เห็นแล้วเช่น นาย ประเสริฐ วงศ์ลาวัลย์ ทั้งๆที่หนีไปบวชแล้วก็ถูกสังหารในผ้าเหลืองทิ้งศพไว้ที่จังหวัดชัยนาทเมื่อ 18 กันยายน 2552 (ถามอากู๋เกิลดูได้) หรือล่าสุดการตายของ 'เสี่ยอู๊ด' นายสิทธิกร บุญฉิม นักสร้างพระคนดังที่มีผลงานล่าสุดคือสร้าง'พระสมเด็จเหนือหัว' ขายทุกส่วนราชการและทุกรัฐวิสาหกิจ, ก็ต้องติดคุกสังเวยแบบเดียวกับหมอหยองเพราะอมหัวคิวมากไปแต่ถวายทูลเกล้าน้อยและสุดท้ายก็ต้องจบชีวิตอย่างมีปริศนา (หลังออกจากคุก) ในโรงแรมที่จังหวัดพิษณุโลก, หรือแม้แต่ท่านผู้หญิงวิริยา ที่จัดหาเงินถวายเป็นประจำตามสั่งก็ถูกขับไล่ไม่ให้เข้าวังเมื่อไม่พอพระทัยและระแวงตามคำเพ็ดทูลของขี้ข้าด้วยกันเป็นต้น, การหาเงินที่รับจากผู้จ่ายสายตรงต่อเดียวถึงผู้รับเลยนี้อันตรายมากถ้าพลาดหรือผิดอารมณ์เป็นตายหรือติดคุกมืดอย่างทรมานดังเช่นหมอหยองและพรรคพวกวันนี้ (แต่สำหรับผู้ที่มีเกราะคุ้มกันชั้นท่านผู้หญิงหรือวรชายาก็อาจจะรอด)


*วิธีหาเงิน "แนวพระราชนิยม" ที่ทำกันทุกคนในครอบครัวอลเวง คือตั้งมูลนิธิสารพัดมูลนิธิเพื่อทำการค้าและรับเงิน (บีบ) บริจาคเพื่อการกุศล (บังหน้า) และการจัดโครงการกิจกรรมตามพระราชประสงค์ซึ่งลักษณะนี้กำลังเป็นที่นิยมของบรรดาไพร่, หมอดูและพวกทรงเจ้าเข้าผีที่เห็นช่องทางเพราะบรรดา มรว.,มล.เชื้อพระวงศ์ทั้งหลายส่วนมากจะหน้าบางไม่กล้าเข้าพบเพื่อตบทรัพย์บรรดาเจ้าสัว,ดังนั้นวันนี้รอบๆทุกพระองค์แม้แต่เทพถ่างในส่วนงานหาเงินขึ้นทูลเกล้าก็จะมีพวกนามสกุลไพร่เปลี่ยนใหม่ดึงกันเป็นสายเข้ามารับใช้ใต้เบื้องยุคลบาทเป็นแถวเป็นทิวซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นละครสมบทบาทตามแต่พระทัยประสงค์ (สอพลอ) ถึงขนาดประทับทรงได้ทุกรัชกาล (รัชกาลที่ 9 ถ้าไม่มีการกวาดล้างหมอผีความงมงายคงได้ประทับทรงเร็วๆนี้)
*ก่อนหมอหยองจะโด่งดังถึงขนาดเจ้าสัวซีพีและเบียร์ช้างต้องเอาเงินไปถวายผ่านพร้อมกราบไหว้หมอหยองต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ
ว่าที่รัชกาลที่10 ก็หากินรับงานประทับทรงตั้งศาลพระพรม, ดูฮวงจุ้ยทั้งในไทยและอาเซี่ยนแม้แต่บริษัทกาแฟดาวเรืองในลาวยังเคยพึ่งบารมี 'เทพหยอง' ,เมื่อไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆถึงขั้นหมอบคลานปัดละอองธุลีที่พระเกือกฟ้าชายได้, มีหรือที่ตำรวจทหารจะไม่หวังพึ่งเทพหยองในการถวายเงินเพื่อเลื่อนยศ


*หมดหมอหยองยังมีอีกหลายหมอทั้งที่อยู่รอบตัวทุกพระองค์และพร้อมจะเดินเข้าไปตายใหม่อีก  เพราะความหอมของผลประโยชน์และอำนาจที่อบอวลอยู่ในวัง,และยิ่งได้นายกฯโง่ๆแบบประยุทธ์ที่พร้อมจะปิดประเทศเพื่อปกป้องครอบครัวอลเวงก็ยิ่งเป็นหลักประกันในผลประโยชน์ของพวกไพร่ที่สอพลอเพราะหมายถึงเม็ดเงินงบประมาณจำนวนมากที่ คสช.จะประเคนไปให้วัง  เพื่อทำโครงการเหลวไหลต่างๆซึ่งแม้จะเสี่ยงภัยแต่กำไรสูงจึงจูงใจมาก


*อำนาจมาก, ผลประโยชน์มาก, งมงายมากและห้ามตรวจสอบจากสาธารณะคือลักษณะพิเศษของวังไทย ซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งของแต่ละวังของทุกคนในครอบครัวอลเวงรวมทั้งขี้ข้าที่ต่างวังก็ทะเลาะกัน...รายงานข่าวจากชั้นในว่า..จะมีใบปลิวบัตรสนเท่ห์ของขี้ข้าที่ด่าแทนนายและด่ากันเองว่อนข้ามวังกันทุกวันดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดเหตุที่ผิดปกติเช่นการจับกุมและสังหารโหดในราชสำนักซึ่งได้กลายเป็นตัวเร่งให้ประชาชนต่าสว่างอย่างรวดเร็วและอย่างมีประสิทธิภาพ


*ทำไมต้องสังหาร?...เพราะรู้เรื่องเน่าๆในวังมากและเคยไว้วางใจให้ไปทำเรื่องเน่าๆนั้นด้วยเมื่อเกิดปัญหาเจ้าไม่พอใจจะต้องดำเนินคดีก็กลัวว่าพวกนี้จะปากสว่างแล้วไปทำให้แล้วไปทำให้ประชาชนตาสว่าง


*เกิดการรัฐประหารเพื่อราชสำนักไม่ถึง 6 เดือนก็เกิดการกวาดล้างในราชสำนักกรณี ศรีรัศมิ์-พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ จนถึง นายบุญธรรม บุญเทพประทาน (ป๋าชื่นไพร่คนดังย่านพระราม 9 ) ต้องติดคุกคดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติเขาเทพประทาน อ.ปากช่องและพ่วง 112 ด้วยคงจำกันได้,พอเริ่มขึ้นปีที่ 2 ของ คสช.ก็เกิดคดีไพร่หมอหยองและพวกขึ้นอีก...อย่างนี้ คสช.จะตอบคำถามสังคมอย่างไรเพราะการรัฐประหารไม่ได้ทำให้ราชสำนักมั่นคงขึ้นเลย


*นับแต่นี้ไปเรื่องเน่าที่หลากหลายแนวจะปรากฎขึ้นเรื่อยๆเพราะการแตกร้าวในวังใกล้ถึงจุดแตกหักและยิ่ง คสช.ใช้อำนาจเถื่อนโดยใหทหารมือสังหารเข้าไปจัดการกับผู้ต้องหาตามความประสงค์ของราชสำนักโดยผิดกฎหมายและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างป่าเถื่อนทั้งตำรวจ, ศาลและทหาร ร่วมมือกันหมดต่างประเทศก็ยิ่งต่อต้าน,ราชสำนักก็จะยิ่งพังทะลายเพราะกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีของนานาชาติ,และเมื่อประธานใหญ่ใกล้สิ้นใจนับแต่นี้เหตุการณ์ต่างๆก็จะถาโถมมากยิ่งขึ้น...ภาวะอาการป่วยที่รักษาไม่ได้เช่นนี้หมอไทยแผนโบราณวินิจฉัยโรคว่าเป็นโรคน้ำเหลืองเสียเครื่องในเน่าจะมีอาการผุผองเกิดขึ้นตามร่างกายเรื่อยๆจนเน่าตายไป...แต่อีกไม่นานมันจะพุผองที่ตาทั้งสองข้างวันนั้นก็จะเห็นคนชั้นสูงสูงตายและติดตะรางกันแทนไพร่กันบ้างซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ที่มากับการรัฐประหารซ้อนในภาวะที่มีวิกฤติการตายของกษัตริย์ภูมิพล...อีกไม่นานอีกไม่นาน!!


*ข่าวหมอหยองนอกจากจะเป็นอันตรายต่อราชสำนักแต่ก็มีผลดีคือทำให้เปลี่ยนความสนใจลืมเรื่องของประธานคณะกรรมการงมงายแห่งชาติที่นอนหมดสภาพอยู่ที่ศิริราชชั้น 16 ไปได้ชั่วครู่ใหญ่ๆ...แต่สปท.ไม่เคยลืมเพราะหัวใจของวิกฤติอยู่ที่นั่นและทันทีที่เป่าแตรสังเพลงธรณีกรรแสงจะเห็นการเปลี่ยนฝักเปลี่ยนฝ่ายกันยุ่งเหยิงอินุงตุงนังกันในวันนั้น,การจัดขั้วอำนาจใหม่ใครจะฟัดใครจะหนักหน่วงกว่าที่ฟัด พงศ์พัฒน์ กับ หมอหยองและ ปรากรม กันในวันนี้


*ข่าวล่าสุดคุณลุงหมดสภาพแล้วความจำเหลือไม่ถึง10%การลงนามไม่ต้องพูดถึงทำไม่ได้มานานแล้ว, ปรับครม.รอบใหม่ยังจะจับลุงมาตั้งแล้วลืมตาได้หรือไม่ยังเป็นปัญหามาก,ประยุทธ์ ประวิตร รู้ดีจึงเกิดอาการหงุดหงิดในสภา  โดยตีนักการเมืองในสภากระทบทักษิณถึงขั้นขู่จะปิดประเทศ  เพราะ คสช.ใกล้ชะตาขาดตามชะตา คิง, มีทางเดียวที่คสช.จะรอดคือหาเหตุเพื่อจะสืบอำนาจต่อไปด้วยหวังว่าเผื่อจะเกิดช่องลอดทางสว่างที่หวังอย่างลมๆแร้งๆ


*สมคิดรองนายกคงสมประสงค์ที่จะไม่ถูกปลดออกแม้แก้วิกฤติเศรษฐกิจไม่ได้  เพราะการโปรดเกล้าเข้าเฝ้าของครม.ใหม่ยากกว่าการแก้วิกฤติเศรษฐกิจเสียอีก


*วิกฤติอาการป่วยของคุณลุง  ทำให้คณะหมอผู้ถวายการรักษาแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายตามสายทายาท, สายหนึ่งเกาะนโยบาย เทพถ่างบ่างเปรม  ด้วยพยามยามไม่ให้ออกแถลงการณ์อาการป่วยถ้าจำเป็นต้องมีแถลงการณ์ก็มีให้น้อยที่สุด   เพื่อดึงไม่ให้เกิดการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินในเวลาอันใกล้นี้เป็นไปตามครรลองของกฎหมาย/ อีกสายหนึ่งเกาะนโยบายเสี่ย  โดยต้องการให้มีแถลงการณ์รายงานอาการป่วยเป็นระยะตามปกติโดยไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการยื้อการผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน


*สายแรกเป็นคณะแพทย์ที่ไม่ปรากฎตัวแต่สายหลังปรากฎตัวชอบเข็นรถและสายนี้จะรายงานสายตรงไปเยอรมัน

*พบกันใหม่ในสถานการณ์ที่วุ่นวายไม่หยุดหย่อนของวังที่ คสช. ก็ต้องระวังและการแก้วิกฤติเศรษฐกิจของสมคิดก็ต้องพัง
 
---------จบ----------

เรื่องไผ่ดาวดินต้องโทษเสี่ยโอ !!!

หัวอกพ่อของคนหนุ่มกล้าหาญ อนาคตประเทศไทย "ไผ่ ดาวดิน"

วันนี้ได้คุยกับไผ่ ดาวดินในเรือนจำอย่างใกล้ชิดเป็นเวลานาน เราคุยกันหลายเรื่องตั้งแต่เลือกตั้งไปถึงห่วงใยอ.สมศักดิ์เจียม เราเห็นนักโทษ
กับพ่อแม่ญาติร้องไห้กอดกัน พิธีกรก็พูดเร้า
บรรยายกาศ ให้นักโทษได้ขอขมาที่ทำให้พ่อแม่เดือดร้อน เพราะได้กระผิดติดคุก พ่อแม่เสียใจ เดือดร้อนต้องมาเยี่ยมยาม แล้วจัดให้พ่อแม่นั่งเก้าอี้ ให้ลูกนักโทษถือพวงมาลัยขอขมาพ่อแม่ ร้องไห้กันระงม แต่เรานั่งเฉย ไม่มีใครร้องไห้ แต่คิดหนัก ตรงไผ่บอกว่า ไผ่ไม่ผิด
ที่ต้องมาติดคุก ไม่ใช่ความผิดของไผ่ ไม่จำต้องขอขมา ทนายอู๊ดเลยบอกว่า ไม่เป็นไร เข้าใจ ทำตามพิธีกรรมเขาไป ไผ่กอดเราและแม่ เราก็กอดไผ่ ให้กำลังใจไผ่ แล้วบอกว่าเราอดทนมาได้ดีแล้ว เหลือไม่นาน แม่ไผ่ไม่ร้องไห้เลย น้ำตาก็ไม่ซึม เพราะเขารู้และทำใจ
มีแต่หัวเราะดีใจ กอดลูก หอมแก้มลูก ตลอด
ไผ่เห็นแม่หัวเราะและมีความสุขเต็มที่ ไผ่ก็ดีใจ มาก กอดหอมแก้มแม่ตลอดเช่นกัน มีน้ำตาซึมเล็กน้อย มานึกดู ที่จริงเราน่าจะต้องร้องไห้ให้กึกก้องเรือนจำ ที่ต้องมาเห็นสภาพและมากอดลูกในเรือนจำ ทั้งที่เราทั้งหมดรู้ว่า ไผ่ไม่ได้มีความผิดใดๆ ไม่เป็นไร แต่เราทั้งสามยอมรับกันเองว่า เราสุดยอดของความอดทนและต่อสู้

(31 ส.ค.61 ที่ทัณฑสถานฯขอนแก่น)
.

เสี่ยโอสั่งให้ปราบประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้เรียบ ...!!!

เสี่ยโอสั่งให้ปราบประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้เรียบ ...!!!

 
Somsak Jeamteerasakul

"เสี่ยสั่งมา" : รัชกาลนี้ต้องไม่มีประท้วง ต้องไม่มีเรื่องไม่ดีแบบรัชกาลก่อน ("เสี่ยดูอยู่นะ")
รายงานของ ไทยโพสต์ นี้น่าสนใจมาก (http://www.thaipost.net/main/detail/5591)
"....นายกฯ ได้หันไปถามประชาชนว่า “เคยไปทำเนียบฯ หรือเปล่า ไปประท้วง” ก่อนจะกล่าวต่ออีกว่า “ใครเขาชวนอย่าไปอีกเลย ไปแล้วอันตราย วันหน้าอย่าให้เกิดอีกนะ #รัชกาลนี้ต้องไม่มีนะ #พระเจ้าอยู่หัวท่านทรงทอดพระเนตรอยู่ ท่านทรงทำไว้เยอะแยะแล้ว #รัชกาลนี้ต้องไม่มีเรื่องที่มันไม่ดีเกิดขึ้นอีก...."
ผมเช็คแล้ว ไทยโพสต์ อาจจะเอามาจาก "สยามรัฐ" (https://goo.gl/cWdUu1) เพราะอันหลังมีข้อความส่วนอื่นมากกว่าหน่อย (และลงก่อน 3 ชั่วโมง) ส่วน "บ้านเมือง" ซึ่งเป็นอีกฉบับที่ลง อาจจะมาจาก ไทยโพสต์ อีกที ฉบับอื่นเช็คแล้วไม่มีส่วนที่กล่าวถึงนี้ คลิปสปีชที่ไมค์ของประยุทธ์ที่เจอ ก็ไม่มี ประยุทธ์คงจะคุยกับชาวบ้านหลังพูดไมค์จบ
ที่น่าสนใจเพราะว่า ผมคิดว่า ไม่มีปัญหาเลยว่า วชิราลงกรณ์ได้แสดงความปรารภทำนองนี้กับประยุทธ์จริงๆ ("อย่าให้มีการประท้วง อย่าให้มีความวุ่นวายแบบในรัชกาลก่อน ในรัชกาลของฉัน" อะไรทำนองนั้น) ประยุทธ์มีประวัติของการเอาสิ่งที่คุยกับเจ้ามาเล่า (เช่นเคยเล่าเรื่องที่ถามราชินีว่าไปงานศพพันธมิตรทำไม)
ที่สำคัญเรื่องนี้ตรงกับที่ผมได้ยินๆมาเกี่ยวกับรัชกาลที่ 10 ในแง่เขาเป็นคนที่ชอบความมี "ระเบียบวินัย" แบบเป๊ะๆ ตามสไตล์เขา (นึกถึงเรื่องทรงผม "ขาวสามด้าน" หรือพวกสีเครื่องแบบตำรวจทุกคนต้องตรงกันเป๊ะ เรื่อง "ยกอกอึ๊บ" ฯลฯ)
ที่น่าสนใจอีกอย่างคือตรงที่ประยุทธ์พูดด้วยว่า "ทรงทอดพระเนตรอยู่"
ความจริง ผมคิดๆมาสักพักว่า จะไลฟ์ "อัพเดต" เรื่องวชิราลงกรณ์ เพราะในระยะใกล้ๆนี้ มีข้อมูลเกี่ยวกับเขาที่รู้มากขึ้น ที่ทำให้รู้จักลักษณะบางอย่างที่น่าสนใจของเขามากขึ้น (เรื่องการพบสุลักษณ์และคนอื่นๆ เรื่อง "ส่งซิ้ก" เกี่ยวกับ 112 บางอย่าง ฯลฯ)
อย่างหนึ่งที่รู้มามากขึ้นคือ เขาคงติดตามเรื่องราวทางโซเชียลจริง (อาจจะมีเฟซบุ๊คของตัวเองหรือใช้เฟซบุ๊คคนอื่น "ส่อง" เรื่องราวทางเฟซบุ๊ค) รู้จัก "คนดัง" ทางโซเชียล (เช่น ประเภท "แฟรงค์-เนติวิทย์" หรือ แหะๆ ข้าพเจ้า เป็นต้น) ผมคิดว่า ไม่เป็นปัญหาเช่นกันว่า ที่ประยุทธ์พูดเรื่อง "ทรงทอดพระเนตรอยู่" เขามีภาพเรื่องวชิราลงกรณ์ติดตามข่าวคราว และสื่อโซเชียลอะไรพวกนี้อยู่ วชิราลงกรณ์ยังมีลักษณะอย่างหนึ่งที่ฝรั่งเรียกว่า ชอบสนใจและ micro-manage คือ เขาสนใจเรื่องเป็นจุดๆเล็กๆในระดับที่พ่อเขาไม่เคยเป็น (นึกภาพการลงโทษ ปลดทหารระดับล่างที่แต่งเครื่องแบบไม่ดี "กิริยาไม่ดี" ฯลฯ สมัยพ่อ ไม่เคยลงมา micro-manage เรื่องแบบนี้) เขาคอยสั่งประยุทธ์และรัฐบาลให้ทำโน่นนี่ มากกว่าสมัยพ่อ
เขามีกิจกรรมหลังฉาก ในแง่พบคนโน้นคนนี้หลายคนอยู่ เขาตามเหตุการณ์การเมืองมากกว่าที่ผมเคยประเมิน กรณีอย่างเจอสุลักษณ์อะไรเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง เขายังพบคนอีกจำนวนหนึ่ง
ประยุทธ์คงมีภาพเรื่องแบบนี้ในใจ เวลาพูดออกไปเช่นนั้น ("อย่าให้เกิดอีกนะ...ทรงทอดพระเนตรอยู่")

เรื่อง ไผ่ดาวดินมันเป็นคำสั่งของกษัตริย์ใหม่ ไม่ใช่คำสั่งของศาล

Somsak Jeamteerasakul

กรณี "ไผ่ ดาวดิน" กับกษัตริย์ใหม่ - "ท่านสั่งมา"?


สิ่งที่ไม่เป็นที่รู้กันแพร่หลายนักในหลายเดือนที่ผ่านมา (ช่วงคาบเกี่ยวระหว่างก่อนการสวรรคตกษัตริย์องค์ก่อนกับหลังจาก "พระบรม" ขึ้นเป็นกษัตริย์ มาจนทุกวันนี้) คือมีการใช้อำนาจบาดใหญ่ในนาม "พระบรม"-กษัตริย์ใหม่ หลายครั้ง ในลักษณะเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ไปหาสื่อ ส่งคนไปที่บ้านญาติของคนที่พูดถึง "พระบรม"-กษัตริย์ใหม่ (มีกรณีสำคัญแบบนี้บางกรณีที่ทางญาติ-ครอบครัวของผู้ถูกเจ้าหน้าที่ไป "เยี่ยม" ไม่ต้องการให้เปิดเผยเอง เพราะห่วงว่าจะยิ่งไม่ปลอดภัย ถ้าเปิดข่าวออกมา) ไปจนถึงการควบคุมตัวแล้วปล่อย แต่มีการส่งคนที่ "เยี่ยม" อีก (กรณีครอบครัวภรรยาคุณแอนดรู)
ในทุกๆกรณีนั้น เจ้าหน้าที่ที่ปฏิการทำนองนี้ ล้วนอ้างว่า เป็น "คำสั่ง" มาจาก พระบรม-กษัตริย์ใหม่ ("ทางวังสั่งมา")
กรณี "ไผ่ ดาวดิน" ซึ่งความไม่ชอบมาพากล อยู่ในระดับที่แม้แต่คนอย่าง "ปู จิตรกร บุษบา" ยังตั้งคำถามได้ ก็เป็นกรณีหนึ่ง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบางคน พูดมาเองในลักษณะว่า ที่ทำแบบไม่ชอบมาพากลระดับนี้ เพราะ "วังสั่งมา" (และตำรวจ ศาล ที่เกี่ยวข้อง ล้วนแต่มีท่าที "กระอักกระอ่วน" ให้คำอธิบายไม่ได้ว่า ทำไมจึงทำกันแบบผิดหลักเกณฑ์หรือแม้แต่ผิดแปลกไปจากที่ทำกันในระยะหลังๆ ล้วนแสดงออกมาในลักษณะว่า "ไม่รู้ทำไงได้ ข้างบนสั่งลงมา")
แน่นอน ไม่มีใครสามารถเข้าถึงและไปถามกษัตริย์องค์ใหม่ด้วยตัวเองว่า "ท่านสั่งให้ทำเรื่องพวกนี้จริงหรือไม่"

(จริงๆก็เหมือนกรณี ปรากรม-หมอหยอง-พิสิฐศักดิ์ น่ะแหละ มีแต่การลือกันเยอะ บ้างก็ว่า "ท่าน" สั่งให้ "สั่งสอน" แล้วบรรดาลิ่วล้อ "หนักมือ" ไปหน่อย บ้างก็ว่า "ท่านสั่งเอง" ขนาดนั้นเลย มีการลือกันถึงวิธีทรมานแบบพิศดาร จับใส่หม้อน้ำร้อนอะไรแบบนั้นเลย)
พูดแบบบ้านๆคือ มีวิธีการใช้อำนาจแบบ "มาเฟีย" (เวลา "ดอน" สั่งให้ทำอะไร ลูกน้องระดับต่างๆ ไปลงมือทำ ไม่สามารถสาวไปถึง "ดอน" ได้ แต่ลูกน้องก็ทำโดยพูดกันว่า "นายสั่งมา" และทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งคนลงมือและเหยื่อที่ถูกกระทำล้วนเข้าใจกันแบบนี้)
กรณี "ไผ่ ดาวดิน" นั้น ไม่ว่ากษัตริย์ใหม่ หรือคนรอบๆใกล้ชิดกษัตริย์ใหม่ จะเป็นคนสั่ง (เพราะ "ท่านโกรธ" และเพื่อสั่งสอนเป็นตัวอย่างไม่ให้มายุ่งกับเรื่องไลฟสไตล์หรือเบื้องหน้าเบื้องหลังของ"ท่าน") จริงๆหรือไม่ แต่นี่คือความเข้าใจของคนที่เกียวข้องกรณี "พิศดาร" นี้จำนวนไม่น้อยในขณะนี้
ถ้ากษัตริย์ใหม่และคนใกล้ชิด ไม่ต้องการให้ภาพลักษณ์กษัตริย์ใหม่ แย่ลงมากกว่านี้ (บางคนอาจจะคิดว่า "ไม่ทรงพระแคร์" ก็ได้ ซึ่งก็มีส่วนจริง) ควรยุติกรณีนี้เสียโดยเร็ว
(พูดแบบ realistic ตอนนี้ มีความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นๆ ที่ "ไผ่" จะเจอ "แจ๊คพ็อต" คือจากเรื่องขี้หมูขี้หมา - แชร์ข่าวบีบีซีพร้อมกับคนอีกเกือบ 3 พันคน - จะกลายเป็นว่าต้อง "ติดยาว" ไปจนถึงตลอดการดำเนินคดีในศาลและการตัดสินเอาผิดเล

"เรื่องเม้าธ์เจ้า(พ่อ)" - "บิ๊กจุ๋ม" ถูก "เสี่ย" สั่ง "ซ่อม" ต่อ
"เรื่องเม้าธ์เจ้า(พ่อ)" - แก้เซ็งน่ะ คุยเรื่องเม้าธ์ๆดีกว่า (ถือเสียว่าอ่าน หน้า 4 ไทยรัฐ หรือคอลัมภ์ "ลัดดาซุบซิบ" อะไรแบบนั้นก็แล้วกัน)
มีคนบอกว่าคุณ "บิ๊กจุ๋ม" โดนสั่งให้ถูก "ซ่อม" ต่อ เดิมควรจะครบกำหนดวันแล้ว แต่ไม่รู้ "เสี่ย" เกิดยังขัดใจอะไรอยู่ เลยต้องถูก "ซ่อม" ต่อไปอีก
..............
ใคร "ตกข่าว" ไม่รู้ว่า ใครคือ "เสี่ย" ใครคือ "บิ๊กจุ๋ม" หากันเอาเอง เรื่อง "บิ๊กจุ๋ม" ไปทำขัดใจ "เสี่ย" จนโดนสั่ง "ซ่อม" นี่ เริ่มมาเมื่อหลายสัปดาห์แล้ว แต่นี่คือ "อัพเดต" ว่าถูกให้ "ซ่อม" ต่ออีกรอบ

  

..........................................................

ฤๅ กฎหมายไทยไร้มาตรฐาน(?) สังคมไทยจึง วิปริตเสื่อมโทรม.ไร้กฎกติกา.คนไม่เกรงกลัวเคารพกฎหมาย.

ดีเอสไอ เผย เพชรบูรณ์มีนายทุนดอกเบี้ยโหด 3 เจ้าใหญ่ ผงะ! 6 ปี เงินฝาก 1 พันล้าน ที่ดินเกือบ2 พันไร่ ส่งสรรพากร ฟันคดีภาษี #มติชนออนไลน์ #มติชนในประเทศ #นายทุนเงินกู้ #ดอกเบี้ยโหด



คลิกดู-ยึดทรัพย์เจ้าแม่เงินกู้รายใหญ่เมืองคอน พบเงินสดนับล้าน-ทองคำหนักร่วมร้อยบาท
กอ.รมน.ตรัง บุกจับผู้ต้องหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ทำสวนยางพารากว่า 100 ไร่

เมื่อวันที่ 1 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.พิชิต โชติแก้ว...
(หมายเหตุ-"อำนาจมืด..ธุรกิจนอกกฎหมาย..มาเฟียผู้มีอิทธิพล"  ภายใต้การควบคุมดูแลของพวกชนชั้นปกครองไทย " อำมาตย์ศักดินา นายทุน ขุนศึก นักการเมือง" )

วาระแห่งชาติ (?) .ม.44 กฎหมาย(เผด็จการ)ถาวร

กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในพิ …
ท่านคิดเห็นอย่างไรที่ 'วิษณุ' ระบุว่า รัฐบาลนี้ไม่มีม็อบปิดทำเนียบ เพราะมีศูนย์ดำรงธรรม?
กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อสร้างธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ 4 หน่วยงาน ว่า รัฐบาลรณรงค์เรื่องธรรมาภิบาลอย่างมาก พร้อมกันนี้ยังตั้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน จึงเห็นได้ว่าไม่มีประชาชนออกมาชุมนุมปิดทำเนียบรัฐบาลเหมือนอดีตที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่ว่ารัฐบาลไปปิดกั้นการแสดงออก แต่ว่าทุกจังหวัดล้วนมีศูนย์ดำ...See More