lördag 24 februari 2018


ประยุทธ์ เทียบ การเลือกตั้ง กับ กล้วย
ในการปราศรัยประจำสัปดาห์ตอนหนึ่งเมื่อวานนี้ (23 ก.พ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งไว้อย่างน่าสนใจ โดยเปรียบเทียบกับการเลือกเลือกตั้งแบบไทยกับต่างชาติ คล้ายกับการเลือกรับประทานผลไม้ 2 ชนิด คือ “กล้วย” กับ “แอปเปิล”
“การเลือกตั้ง ถ้าเราเปรียบเทียบก็ไม่ต่างอะไรกับการเลือก “กล้วย” นะครับ กล้วยที่เปลือกยังเขียวอยู่ ก็ยังไม่สุก ไม่พร้อมจะรับประทาน ..คลิกดูเพิ่ม-. See More
 
"...ผมก็ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนร่วมมือกัน "เป็นหู เป็นตา" อย่านิ่งเฉยต่อการกระทำผิดนะครับ" นายกฯ กล่าว
 

จุดฟืนสุมไฟ..ใครได้ประโยชน์??? บ้านเมืองแตกแยกระส่ำระสายไม่ปกติ..


เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดเหตุเผายางรถยนต์ ยิงจุดตรวจเจ้าหน้าที่ วางเพลิง หลายจุด ที่ จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส



ผู้ป่วยไตเดือดร้อนหนัก รพ.รัฐใน จ.อุบลราชธานี เรียกเก็บเงินค่ามัดจำทำเส้นฟอกเลือด 3 หมื่น
เครือข่ายผู้ป่วยโรคไตโวย โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี เรียกเก็บเงินมัดจำค่าทำเส้นฟอกเลือด 30,000 บาท ถ้าไม่จ่ายก็ไม่ได้รับบริการ สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ป่วยทั้งเขต อัดไม่เป็นธรรม กีดกันการเข้าถึงบริการ พร้อมยื่นข้อเรียกร้องห้ามเก็บเงินร่วมจ่าย-เงินมัดจำทุกกรณี
https://www.prachatai.com/journal/2018/02/75587

วัฒนา เมืองสุข ปฏิเสธข่าวภรรยาเปิดตลาดสวนหลวงล้อมบ้าน "ป้าทุบรถ" ย้ำเมียชื่อ "พัชรา" ไม่ใช่ "พัชรี" ขณะที่ล่าสุดผู้ว่า กทม. สั่งปิดตลาด 3 ใน 5 แห่ง เพราะไม่มีใบอนุญาตตั้งตลาด มีผลตั้งแต่ 27 ก.พ. นี้
โจรนราฯวางระเบิด 3 จุด รูปแบบใหม่ใช้กระเป๋าตังค์ พกพาง่ายเลี่ยงตรวจสอบ


โรมจวก คสช.สร้างปีแห่งคอร์รัปชั่น ถามคนกลัวเลือกตั้งวุ่นวายไม่กลัวคนโกงหรือ? นัดชุมนุมอีก 10 มี.ค.

กรองกระแส เมื่อเริ่ม จากกลัว รวมพล คนอยากเลือกตั้ง ก็เป …
เป้าหมาย คงเดิม ปรปักษ์ ยังคงเดิม
จากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 มายังรัฐประหาร
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เหมือนกับสถานการณ์จะเปลี่ยน
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแทบไม่มีอะไรเปลี่ยน
ทุกอย่างยังเริ่มต้นจากความกลัวต่อปรปักษ์ทางการเมืองเดิม

(หมายเหตุ- "หยุดกงล้อประวัติศาสตร์"อย่าปล่อยให้พวกชนชั้นปกครองฉวยโอกาส"หมุนกลับได้อีกครั้ง"เพื่อใช้ประชาชนออกมาเป็น"เหยื่อล่อ"เหมือนทุกครั้งในอดีตที่ผ่านมา..(เกิดเป็นคนเจ็บแล้วต้องรู้จักจำ) วิกฤตสถานการณ์บ้านเมืองครั้งนี้ไม่มีใครช่วยใครได้นอกจากทุกคนต้องลุกขึ้นช่วยเหลือตัวเอง
ฝากถึงพี่น้องประชาชนเพื่อนร่วมชาติ  อย่าประมาท จงมีสติ  ใช้ปัญญา  ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองคิดพิจารณาไตร่ตรอง จะได้รู้ได้เข้าใจว่าปัญหาของประเทศไม่ได้มาจากประชาชนเป็นผู้สร้าง
แต่ปัญหาความวุ่นวายทั้งหมดของประเทศมาจากการแย่งชิงอำนาจ   แย่งชิงผลประโยชน์  แย่งชิงศรัทธาจากมวลชน  ของพวกชนชั้นปกครอง(อำมาตย์ศักดินา  นายทุน  ขุนศึก  นักการเมือง)  
ทุกสังคมที่พัฒนาแล้วพลังอำนาจของมวลชนคือส่วนสำคัญที่สุดในการสร้างสังคม ( แต่สังคมไทยพลังมวลชนถูกพวกชนชั้นปกครองไทย" มอมเมา แบ่งแยก  ทำลาย"ไม่ให้มีความเข้มแข็งมาตลอดเวลาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน)
ฝากถึงพี่น้องประชาชนไทยเพื่อนร่วมชาติทุกคนอย่าลืม "ปัญญาคืออาวุธ" สำคัญในการเดินทางมุ่งสู่จุดหมายปลายทาง  เพื่อปลดปล่อยตัวเองออกเป็นไทจาก"สังคมทาสยุคใหม่"  ซึ่งถนนมีหลายสายให้ทุกคนเลือกเดินได้ตามความรู้ความสามารถความเหมาะของแต่ละคน ... )

คลิป... “ประเทศไทยภายใต้การเปลี่ยนแปลง : อดีต ปัจจุบัน อนาคต ในบริบททางเศรษฐกิจ การเมือง กฎหมายและสังคม”


คลิปจากงานเสวนาหัวข้อ “ประเทศไทยภายใต้การเปลี่ยนแปลง : อดีต ปัจจุบัน อนาคต ในบริบททางเศรษฐกิจ การเมือง กฎหมายและสังคม” จัดโดย สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องในงานสัมมนาสภานิสิต นักศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 24
วิทยากรโดย สิริพรรณ นกสวน สวัสดี, สฤณี อาชวานันทกุล, อภิชาต สถิตนิรามัย และปิยบุตร แสงกนกกุล รับชมคลิปที่ [1] https://youtu.be/sol5jLzDcgk และ [2] https://youtu.be/i2KoE2Bqqts

การเมืองเรื่องเบา ๆ หมู่นี้ชักจะมีข่าวแปลก ๆ ถี่ขึ้น



 

การเมืองเรื่องเบา ๆ  หมู่นี้ชักจะมีข่าวแปลก ๆ ถี่ขึ้น

คอลัมน์ คนเดินตรอก โดย วีรพงษ์ รามางกูร

ข่าวแปลก ๆ นี้ผู้คนแต่ละกลุ่มก็แปลกันไปตามรสนิยมของคนแต่ละคน ข่าวที่ชอบของผู้ที่เชื่อเรื่องโชคลางก็คือ ข่าวรถยนต์ถอยไปชนกระถางบัวและกระถางต้นข่อยแตก
แม้จะเป็นเรื่องปกติธรรมดาเพราะอุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ตามที่เห็นในภาพกระถางที่ปลูกต้นข่อยก็เก่าก็ย่อมจะผุพังไปตามอายุขัย แต่ที่แปลกคือการแขวนโคมแดงที่ประตูทำเนียบ ที่เป็นข่าวฮือฮาตามหน้าหนังสือพิมพ์ ทีวี และสื่อออนไลน์
ที่ฮือฮากันมากก็คือ พบเห็นก้านธูป 36 ดอก ที่ปักจนเผาไหม้หมดในพุ่มไม้ดัด ที่ทำเนียบรัฐบาล กลายเป็นข่าวการเมืองไป เพราะยังไม่เคยมีใครไปจุดธูปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยธูปถึง 36 ก้านที่ทำเนียบ เคยแต่เห็นทางโทรทัศน์ เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล หัวหน้ารัฐบาลใหม่ก็จะไปเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในทำเนียบ 2 แห่ง คือรูปพระพรหมที่หลังคาตึกไทยคู่ฟ้า โทรทัศน์ก็จะตามไปถ่ายภาพ ทำข่าวให้เห็นกันทั่วไป อีกที่คือการนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองพร้อมดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้เจ้าที่เจ้าทางที่ศาลพระภูมิ นอกนั้นก็นึกไม่ออกว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไร นอกจากพระพุทธรูปในห้องทำงานของรัฐมนตรีที่นำมาจากบ้านและของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
เพื่อน ๆ ชาวอินเดียเคยแสดงความไม่เข้าใจ ทำไมคนไทยนิยมบูชาพระพรหมแทนที่จะบูชาพระนารายณ์ พระวิษณุ หรือพระศิวะ พระพรหมนั้นเมื่อท่านตื่นบรรทมก็เป็นเวลาที่พระศิวะได้ทำลายโลกเสร็จ พระพรหมท่านก็สร้างโลกใหม่ให้พระนารายณ์บริหาร ใช้เวลาสร้างพอดีกับวันหนึ่ง แล้วท่านก็เข้าบรรทม พระพรหมท่านจึงไม่มีทางทราบว่าใครบูชา สวดมนต์ อ้อนวอน สรรเสริญท่าน ส่วนผู้ที่อยู่กับเราหลังจากพระพรหมเข้าบรรทมแล้วก็คือ
พระนารายณ์และพระศิวะ แล้วแต่ใครจะเชื่อถือเทพองค์ใด เพราะท่านอวตารลงมาทำหน้าที่ในการปราบยุคเข็ญในโลก แต่คนไทยชาวพุทธกลับนิยมบูชาพระพรหม ตั้งศาลพระพรหมที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่โรงแรมเอราวัณอันเป็นชื่อช้างทรงของพระอินทร์ จนชาวจีนจากฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และจีนบนผืนแผ่นดินใหญ่ ก็พลอยเคารพนับถือและเดินทางมาไหว้มาบนบาน มาแก้บนเมื่อประสบความสำเร็จตามที่ได้บนบานเอาไว้
ส่วนข่าวกระถางบัวกับกระถางต้นข่อยแตกในวันตรุษจีนก็ถือกันว่าเป็นอัปมงคล ทั้ง ๆ ที่ทำเนียบตึกไทยคู่ฟ้าเป็นสถานที่ราชการ เป็นสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนไทย สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ก็ยังพลอยเป็นข่าวที่ไม่มีการแก้ข่าว ข่าวประเภทนี้สื่อมวลชนชอบเสนอเป็นข่าว ครั้งหนึ่งอีกาที่อาศัยอยู่ในทำเนียบฝูงใหญ่ ถูกอีกาจากสวนสัตว์
เขาดินวนาบินมาโจมตีสู้กันอยู่ กลายเป็นข่าวให้วิพากษ์วิจารณ์กันไป เมื่อพันธมิตรนำนักรบศรีวิชัยมายึดทำเนียบ ดัดแปลงสนามหญ้าให้เป็นท้องนา สัตว์ประจำทำเนียบคือตัวเงินตัวทองถูกจับไปเป็นอาหารอันโอชะของผู้ที่มาชุมนุมยึดทำเนียบ เมื่อถอยออกไป ข้าวของสิ่งมีค่า เช่น กระเบื้องลายคราม ของขวัญที่ผู้นำต่างประเทศมอบให้นายกรัฐมนตรีไทยหลายคนหลายสมัยก็พลอยสูญหายหมดสิ้นไปอย่างไร้ร่องรอยด้วย
เมื่อคราวอีกาที่ทำเนียบถูกอีกาต่างถิ่นบุกเข้ามาโจมตีนั้น ช่างกล้องโทรทัศน์เก็บภาพไว้ได้ เป็นข่าวไปทั่วโลกว่าคนไทยถือว่าเป็นเรื่องไม่เป็นมงคล เหมือนกับคางคกกับกบในคลองที่สะพานเหลืองยกพวกตีกันก็เป็นข่าวอัปมงคล แต่ในที่สุดคางคกชนะ เพราะกบถูกคนจับไปเป็นอาหาร สงครามระหว่างกบกับคางคกสะพานเหลืองจึงยุติลง บัดนี้คงไม่มีแล้ว เพราะคลอง 2 ฟากถนนถูกถมเพื่อขยายถนนพระราม 4 ไปเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้
มีข่าวอีกาจากเขาดินมาจิกตีนกพิราบที่ทำเนียบอีกแล้ว จะเกิดอาเพศอะไร ต้องคอยดูต่อไปสำหรับผู้ที่เชื่อทางนี้พรรคชาติไทย ที่หนังสือพิมพ์ตั้งฉายาให้เป็นพรรคปลาไหล ด้วยเหตุ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ท่านเป็นนักการเมืองเต็มตัว สามารถลื่นไหลไปได้เรื่อย ๆ นักข่าวไล่ท่านไม่มีจน จึงได้รับฉายาว่าเป็นปลาไหลใส่สเกต พรรคชาติไทยที่ท่านเป็นหัวหน้าก็เลยถูกขนานนามว่าเป็นพวกปลาไหลไปด้วย
เมื่อจะมีการเลือกตั้งรัฐบาลก็นำต้นข่อยมาปลูกหน้าทำเนียบเพื่อป้องกันไม่ให้พรรคปลาไหลชนะการเลือกตั้ง เข้ามานั่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพราะใบข่อยนั้นชาวบ้านเอาไปรูดปลาไหลเพื่อเอาเมือกออกก่อนจะนำไปปรุงอาหาร แต่พรรคชาติไทยก็สามารถเข้าทำเนียบเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจนได้ กลายเป็นเรื่องขำขันกันในยุคนั้นเคยเข้าร่วมรัฐบาลเป็นรองนายกรัฐมนตรี เมื่อจะเข้าทำเนียบก็ตกใจเพราะเห็นผู้ชุมนุมมาเรียกร้องให้เปิดเขื่อนปากมูลเข้าล้อมทำเนียบไว้ถึง 2 ชั้น
การชุมนุมดูเหมือนจะทำอย่างถาวร เพราะมีการตั้งเต็นท์บ้าง ปลูกเพิงบ้าง ล้อมทำเนียบไว้ทุกด้าน ตั้งเครื่องหุงหาอาหารกันอย่างคึกคัก มีมาเปลี่ยนผลัดกันครั้งละสัปดาห์ แต่ก็เป็นการชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ เมื่อนักข่าวไปสัมภาษณ์หญิงชราที่เข้าร่วมชุมนุมว่ามาร่วมชุมนุมเพื่อเรียกร้องอะไร หญิงชราผู้นั้นตอบว่าไม่ทราบ ทางผู้ใหญ่บ้านจัดมาก็มา เพราะเกรงใจถือโอกาสมาเที่ยวกรุงเทพฯด้วย เพราะได้รับเลี้ยงอาหาร 3 มื้อ พร้อมเบี้ยเลี้ยงวันละ 500 บาทด้วย
เมื่อไปถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านมาจากการเลือกตั้ง มีฐานเสียงอยู่ภาคอีสาน ก็ได้รับคำตอบว่าไม่ต้องกังวล ท่านเป็นคนจัดผู้ชุมนุมมาล้อมทำเนียบไว้เอง เหตุผลก็คือ เอามวลชนของท่านมายึดพื้นที่รอบทำเนียบไว้ก่อน เพื่อป้องกันพรรคฝ่ายตรงกันข้ามจัดผู้ชุมนุมมาล้อมทำเนียบเพื่อประท้วงรัฐบาล เพราะพื้นที่ถูกยึด โดยผู้ชุมนุมซึ่งเป็นพรรคพวกนายกรัฐมนตรีจากภาคอีสานจัดมา
การจัดการชุมนุมทางการเมืองในบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นเองเพราะความเดือดร้อนหรือความไม่พอใจ แต่มักจะเกิดขึ้นโดยมีการจัดการของกลุ่มผู้มีอำนาจทางการเมืองและมีทรัพยากรทางการเงิน ทั้งจากภายในรัฐบาลเองหรือจากพรรคพวกภายนอก พวกเราที่เป็นผู้เสนอข่าวก็เข้าใจไปตามที่ผู้จัดชุมนุมต้องการที่จะให้เข้าใจ เพราะไม่มีใครกล้าเสนอข่าวความเป็นจริง เพราะต้องการโหน
กระแสไหลไปตามเหตุการณ์ที่เชี่ยวกราก การจัดการชุมนุมถ้าจะให้เกิดความสำเร็จต้องสร้างกระแสความคิดผ่านสื่อหลักคือ หนังสือพิมพ์ เพราะถือเป็นผู้ผลิตข่าวตัวจริง ต่อจากนั้นสื่อมวลชนสาขาอื่น เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หรือสื่อออนไลน์ต่างก็รับเรื่องนำเอาไปอ่านวิพากษ์วิจารณ์ต่อให้เกิดอารมณ์ร่วม โดยไม่ต้องลงทุนหาข่าว หาข้อมูลเอง สร้างกระแสความรู้สึกและอารมณ์ร่วมให้เกิดขึ้น แม้จะไม่บ่อยนัก เพราะการปลุกกระแสความรู้สึกไม่ได้ประสบความสำเร็จเสมอไป ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความอดทน ต้องให้สถานการณ์สุกงอม ส่วนข้อเท็จจริงที่ใช้โจมตีกันนั้นเป็นเรื่องรอง ยิ่งพูดเท็จผู้คนยิ่งเชื่อ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ถ้าคิดตามโดยไม่ไตร่ตรองก็จะเชื่อไปกับกระแสในขณะนั้น
การเชื่อโชคลางของสังคมไทยตั้งแต่ระดับสูงมาถึงระดับล่าง ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีลงมาถึงระดับชาวบ้าน พ่อค้าแม่ขาย ชาวไร่ชาวนา นักมานุษยวิทยาฝรั่งอธิบายว่า เพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่มีพื้นฐานมาจากเกษตรกรรม ซึ่งมักจะประสบความไม่แน่นอนเรื่องดินน้ำอากาศ แม้คนไทยจะนับถือพุทธศาสนาที่สอนให้เชื่อเหตุเชื่อผล เชื่อกรรม คือการกระทำของตนเองทั้งชาตินี้และชาติหน้า แต่คนไทยก็เชื่อโชคลาง ผีสางนางไม้ เห็นอะไรผิดปกติก็จะเอาดอกไม้ธูปเทียน ผ้าเขียวผ้าแดงผ้าเหลืองไปผูก พร้อมกับขอหวยหรือบนบานขอโน่นนี่ไปเรื่อย ถ้าไม่ได้ก็แล้วไป
แต่ถ้าได้อย่างที่ขอก็จะร่ำลือว่าศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนก็จะแห่ไปกราบไหว้ขอหวย ขอให้มีโชคมีลาภที่นิยมกราบไหว้กันมากก็คือ ต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นตะเคียน ต้นโพธิ์ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ที่ยังยืนต้นอยู่หรือล้มฝังดินอยู่เป็นเวลานาน เมื่อนับถือกราบไหว้ต้นไม้หรือไม้ซุงฝังดิน ก็พลอยกราบไหว้เรือที่เอาไม้ทั้งต้นมาขุด ที่นิยมนำมาขุดกันมากคือไม้ตะเคียน ขุดทำเรือยาว หรือเรือที่ใช้บรรทุกสิ่งของ รวมทั้งเอามาทำเสาบ้าน ไม้ตะเคียนเป็นไม้ที่ทนน้ำทนฝน แต่คนไทยภาคกลางไม่นิยม เพราะเชื่อว่าไม้ตะเคียนนั้นมี “เจ้าแม่” สิงสถิตอยู่ ยิ่งเป็นไม้ที่ยังไม่แห้งสนิทตกน้ำมันก็ยิ่งเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์จริง วันดีคืนดีก็จะมีเรื่องเล่าว่ามีคนเห็น “เจ้าแม่” เดินออกมาจากเสาต้นที่ตกน้ำมัน เป็นต้น
ในระยะที่ประเทศอยู่ในภาวะที่มีการประกาศกฎอัยการศึก ประชาชนและสื่อมวลชนถูกจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก ข่าวการเมืองจึงเป็นข่าวที่หายากหรือหาได้ก็เขียนเป็นข่าวไม่ได้ แม้ว่าสมัยนี้สำนักพิมพ์ต่าง ๆ ก็พัฒนาตัวเองจนใหญ่โตกลายเป็นบริษัทมหาชนแล้วก็ตาม ก็ยังหวั่นไหวเมื่อถูกขอความร่วมมือ ข่าวโชคลาง อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ข่าวเสือดำมักกะสัน ข่าวไข่พญานาคก็เป็นข่าวพาดหัวได้หลายวัน เหมือนกับข่าวใครเป็นเจ้าของลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 30 ล้านบาท ข่าวเจ้าสัวบุกป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ห้วยขาแข้ง ข่าวเสือดำถูกยิงเอามาประกอบอาหาร ตามด้วยข่าวอุจจาระกองใหญ่ กลบข่าวการเมืองที่ฮือฮามาก่อนหน้านี้เสียสิ้น

เรื่องโชคลางกับการเมืองไทยนั้นเป็นของคู่กัน

รายการสหพันธรัฐไท เปิดใจประชาชน ตอน : สหพันธรัฐมัดใจทุกฝ่าย


 

รายการ : สหพันธรัฐไท เปิดใจประชาชน
ตอน : สหพันธรัฐมัดใจทุกฝ่าย
โดย : ส.ข้าวเหนียว–ส.ยังบลัด-ส.ร้อย-ลุงสนามหลวง
วันเสาร์ : 24/02/2018 เวลา 21.00 น. ประเทศไทย
(ยูทูบปลอดภัย กดไลค์/กดแชร์ ทุกคลิ้ปเพื่อสกัดเครือข่าย คสช.)...
ดูเพิ่มเติม

09.00 INDEX คิดถึง บวรศักดิ์ อุวรรโณ คิดถึง วิษณุ เครืองาม

09.00 INDEX คิดถึง บวรศักดิ์ อุวรรโณ คิดถึง วิษณุ เครืองาม
https://www.matichon.co.th/news/853621
09.00 INDEX คิดถึง บวรศักดิ์ อุวรรโณ คิดถึง วิษณุ เครือ …

การ์ตูนล้อการเมือง

จุดเด่นของการ์ตูน “ไข่แมว” ที่แตกต่างจากการ์ตูนล้อการเมืองอื่นๆอยู่ที่ไหน?*
* [ตัดตอนมาจากบทความเกี่ยวกับ "ไข่แมว" ซึ่งผมกำลังร่างๆอยู่ โพสต์ให้ดูเผื่อจะมีประโยชน์ และเผื่อจะมี feedback ที่ผมอาจจะเอามาใช้ในแก้ไขร่างได้]
ในคำสัมภาษณ์ "ประชาไท" เมื่อถูกถามว่า “อะไรที่คุณคิดว่าเป็นจุดเด่นของเพจนี้” ผู้เขียน “ไข่แมว” ตอบว่า
.........................
"คงเป็นเพราะความไม่เข้าใจในมุขบางมุข แล้วคนเสพเกิดความอยากรู้ เลยต้องหาข้อมูลเองตามคอมเมนต์หรือหาข่าวอ่าน ทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เสพเอง อันนี้เป็นเรื่องของประโยชน์มากกว่า ส่วนจุดเด่นคงเป็นการ์ตูนใบ้ล่ะคับ ที่ต้องจินตนาการเอาเอง
จริงๆ ผมก็ไม่รู้ว่าจุดเด่นของเพจนี้คืออะไร คือบางทีเราก็อยากจะวาดไม่ให้มันโจ่งแจ้งมาก อยากให้มันตีความได้หลายแบบแล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคน ก็เลยไม่ใส่คำพูดดีกว่า ถ้าใส่คำพูดปุ๊บ มันก็เหมือนจะเป็นการชักจูงเขาเกินไป ต้องเข้าอย่างใจนี้ทุกคน และมันจะดูสุ่มเสี่ยงต่อทางเพจผมด้วยที่ทำล้อเลียน"
.........................
ผมเห็นด้วยว่า จุดเด่นจุดหนึ่งของ “ไข่แมว” คือการที่หลายครั้ง มีการซ่อนมุขไว้ในภาพวาด (รวมถึงซ่อน “ตัวละคร” หรือสิ่งต่างๆไว้ในที่ซึ่งมองไม่เห็นชัดเจน) แล้วคนอ่านต้องมาช่วยกัน “เดา” หรือ “อธิบาย/ตีความ” ซึ่งก็มักทำกันอย่างสนุกสนานว่าใครจะเป็นคน “มองเห็น” หรืออธิบายมุขหรือตัวละครหรือสิ่งของที่ซ่อนไว้ในภาพได้ก่อน (ลักษณะอีกอย่างที่อาจจะเรียกว่าเกี่ยวข้องกัน คือหลายครั้ง “ไข่แมว” เล่นกับข่าวที่ยังไม่ถึงกับรู้กันแพร่หลายอย่างรวดเร็วมาก คนอ่านต้องมาถามไถ่กันว่าภาพนั้นพาดพิงหรือสื่อถึงเรื่องอะไร)
แต่เรื่องการซ่อนมุขให้คนอ่านพยายามตีความนี้ เป็นลักษณะที่ “ไข่แมว” แชร์ในบางระดับร่วมกับการ์ตูนก่อนหน้านั้น คือ “มานี มีแชร์” อันที่จริง ผมคิดว่าโดยทั่วไป อาจจะกล่าวได้ว่า “มานี มีแชร์” มีลักษณะของการ “ซ่อน” สารที่ต้องการสื่อมากกว่า อย่างน้อยก็เพียงเพราะว่าส่วนมาก “มานี มีแชร์” ใช้ตัวละครและภาพสิ่งของและเหตุการณ์ในลักษณะเป็นสัญลักษณ์มากกว่าอยู่แล้ว
ผมคิดว่า จุดเด่นที่สุดที่แตกต่างจาก – หรือเด่นชัดกว่า – การ์ตูนล้อการเมืองอื่นคือ “ไข่แมว” น่ารัก!
อาจกล่าวได้ว่า การ์ตูนล้อการเมืองทุกสำนักล้วนมีความ “น่ารัก” มากน้อยอยู่ด้วยกันทั้งนั้น เพราะความเป็นการ์ตูน แต่ผมคิดว่า ถ้าเทียบกันแล้ว “ไข่แมว” มีความเด่นในเรื่องความ “น่ารัก” (adorable) นี้ มากและชัดกว่าใครๆ
การ์ตูนอรุณ วัชรสวัสดิ์ สมัย 14 ตุลา ก็อาจจะเรียกว่ามีความน่ารักอยู่ (โดยเฉพาะรูป “หม่อมน้อง”) “ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน” ก็อาจจะถือว่ามีความน่ารัก ส่วน “มานี มีแชร์” นั้น ภาพวาดและการลงสี สวยมากในแบบคลาสสิค แต่จะเรียกว่า “น่ารัก” คงไม่ได้ จากการที่เต็มไปด้วย ภาพการเอาเก้าอี้ทุบตี เลือดสาด ถึงคอขาดบ่อยๆ (อันที่จริง “มานี มีแชร์” มีลักษณะเด่นอย่างหนึ่งในแง่ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและภาพ “โหดๆ” ที่อยู่ในรูปและสีสันที่สวยงามคลาสสิค)
ผมเสนอว่า ข้อพิสูจน์หรือแสดงออกว่าจุดเด่นของ “ไข่แมว” คือความน่ารัก คือการที่ “ลุง” ตัวละครที่อาจจะเรียกว่าเป็น “ตัวร้าย” ที่สุดของ “ไข่แมว” ก็ยังมีลักษณะ “น่ารัก” แม้ว่า “ไข่แมว” จะเสียดสี ประชดประชัน หรือวาดให้ “ลุง” ทำอะไรที่โง่เขลา หรือชวนหัวเราะเยาะมากมายอย่างไร จนหลายครั้ง ลงเอยที่ “ลุง” ต้องมานั่งเศร้าอยู่คนเดียว จากการกระทำโง่เขลาที่ล้มเหลวของตน แม้คนดูอาจจะสะใจ ขำ หัวเราะเยาะเย้ย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแบบเอ็นดูๆพร้อมกันไปด้วย และในบางครั้งที่ “ไข่แมว” เสนอภาพ “ลุง” กำลังยิ้ม (เช่นที่เอาไปทำเป็นลายเสื้อยืด) ก็ดูน่ารักมาก ทั้งๆที่ เขาคือ “ตัวร้าย” ของเรื่อง
หลายครั้ง “ไข่แมว” ชวนให้ผมนึกถึงความน่ารักของตัวละครต่างๆในการ์ตูนญี่ปุ่นยอดนิยมของผมเรื่อง “อาราเล่” ที่เต็มไปด้วยคาแร็กเตอร์แปลกๆน่ารักน่าชัง ผมนึกไม่ออกว่า มีการ์ตูนล้อการเมืองของไทยสำนักไหนเป็นแบบการ์ตูน “ไข่แมว” ที่มีลักษณะเต็มไปด้วยตัวละครประจำที่ดูน่ารักน่าชังหลายๆตัวในทำนองคล้าย “อาราเล่” (การ์ตูน Pixel Crazy 8bit อาจจะใกล้เคียง แต่ “Pixel Crazy 8bit” ก็ไม่ใช่การ์ตูนล้อการเมืองล้วนๆเสียทีเดียว)
ผมเห็นว่า นี่คือจุดเด่นและเสน่ห์สำคัญที่สุดของ “ไข่แมว” คือแม้จะเป็นการ์ตูนล้อการเมืองที่เจ็บแสบ แหลมคม ชวนขบขัน (ซึ่งเป็นลักษณะที่แชร์ร่วมกับการ์ตูนล้อการเมืองฝีมือดีอื่นๆ) “ไข่แมว” ยังชวนให้ผู้อ่านรู้สึกดี สบายใจ ดูแล้วอารมณ์ดี เพราะความ “น่ารัก” ของ “ไข่แมว”