söndag 28 maj 2017

#ไม่มีประมุขรัฐที่ไหนในโลกที่ใช้ชีวิตในต่างประเทศมากขนาดนี้..."60 วัน" ที่อยู่เยอรมัน ตอนนี้ เป็น 60+ ไปเรื่อยๆแล้ว


 

Somsak Jeamteerasakul
7 เดือนที่ผ่านมา กษัตริย์วชิราลงกรณ์อยู่เยอรมัน 2 เดือน (และตอนนี้กลับไปเยอรมันอีกแล้ว)

7 เดือนที่ผ่านมา กษัตริย์วชิราลงกรณ์อยู่เยอรมัน 2 เดือน
(และตอนนี้กลับไปเยอรมันอีกแล้ว)
นับจากวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2560 คือ 7 เดือนหลังการสิ้นพระชนม์ของในหลวงองค์ก่อน กษัตริย์วชิราลงกรณ์ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมันรวมกันประมาณ 60 วันหรือ 2 เดือน ดังนี้
มาเยอรมันครั้งที่ 1 : วันที่ 28 ตุลาคม - 10 พฤศจิกายน 2559
มาเยอรมันครั้งที่ 2 : วันที่ 13 มีนาคม - 5 เมษายน 2560
มาเยอรมันครั้งที่ 3 : วันที่ 15 เมษายน - 8 พฤษภาคม 2560
[รวม 3 ครั้งนี้ ประมาณ 60 วัน]
มาเยอรมันครั้งที่ 4 : วันที่ 13 พฤษภาคม -
เท่าที่ผมรู้และลองเสิร์ชค้นหาดู #ไม่มีประมุขรัฐที่ไหนในโลกที่ใช้ชีวิตในต่างประเทศมากขนาดนี้ (ยกเว้นกรณีป่วยและไปรักษาตัว เช่น สีหนุไปอยู่ในจีน หรือกรณีในระหว่างเกิดสงคราม แล้วลี้ภัยชั่วคราว หรือไม่ก็เพราะติดการศึกษา)*
ยิ่งถ้าเรานึกถึงปริบทของอำนาจและอภิสิทธิ์มหาศาลที่กษัตริย์มีเหนือสังคมไทย ทั้งทางกฎหมายและการเมือง (ทั้งที่เคยมีอยู่นานแล้ว และที่กษัตริย์องค์นี้สร้างเพิ่มขึ้นในรัฐธรรมนูญ และในกฎหมายราชการในพระองค์ล่าสุด) ทางเศรษฐกิจ (ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และงบประมาณที่รัฐทุ่มเทในการรักษาและโปรโมตสถาบันกษัตริย์) และทางวัฒนธรรมสังคม (การโฆษณาเชิดชูสถาบันกษัตริย์ทุกวันทางสื่อและระบบการศึกษา)
ลักษณะสิ้นเปลืองสูญเปล่า การมีอภิสิทธิ์และอำนาจอย่างไร้ความรับผิดชอบ อยู่ในระดับที่เหลือเชื่อและยากจะพบได้ในโลกสมัยใหม่ศตวรรษนี้มากขนาดไหน ก็ลองประเมินกันดู
.............
เมื่อวันศุกร์ก่อน (12 พฤษภาคม) มีคนบอกผมว่า กษัตริย์วชิราลงกรณ์ได้เดินทางกลับไปเยอรมันอีก หลังจากกลับมาไทยเพื่อประกอบพิธีวิสาขบูชาและแรกนาขวัญ เพียงไม่กี่วัน (กลับมาวันที่ 8 พฤษภาคม)
เช่นเดียวกับการเดินทางไป-มาเยอรมันที่ผ่านมา เรื่องนี้ ยากจะยืนยันร้อยเปอร์เซนต์ได้ (ดูเพิ่มเติมท้ายกระทู้)** นี่เป็นเหตุหนึ่งที่ผมไม่ได้รายงานไป และรอมาจนถึงวันนี้ แต่ว่า น่าสังเกตว่า 5 วันที่ผ่านมา (เสาร์ถึงพุธเมื่อครู่นี้) ไม่ปรากฏข่าวของกษัตริย์ในช่วงข่าวในราชสำนักเลย (ข่าวเรื่องมี "พระราชสาส์น" ไม่นับ)
ยิ่งกว่านั้น ในเย็นวันศุกร์นั้นเอง (12 พฤษภาคม) กษัตริย์ได้ปรากฏตัวชมการแสดงดนตรีที่ "ลานหมุดหน้าใส" (ตามข่าวราชสำนักใช้คำว่า "เป็นการส่วนพระองค์" - ผมเอ่ยขึ้นมาเพื่อบอกอีกครั้งว่า การจะอ้างว่า ที่ไม่มีแม้แต่รายงานข่าวการไปเยอรมัน เพราะเป็นเรื่อง "ส่วนพระองค์" เป็นข้ออ้างไร้สาระ เพราะข่าวสองทุ่ม รายงานสิ่งที่เรียกว่า "เป็นการส่วนพระองค์" เสมอ) แต่การปรากฏตัวดังกล่าว กลับอาจจะยิ่งเป็นการยืนยันว่า กษัตริย์เดินทางออกจากไทยวันนั้นจริงๆ เพราะปกติงานแสดงดนตรี กษัตริย์ให้จัดวันเสาร์ แต่อาจจะเพราะว่า กษัตริย์กำลังจะเดินทางกลับเยอรมันในคืนนั้น (ปกติจะขึ้นเครื่องออกจากไทยช่วงราวห้าทุ่ม) เลยให้เลื่อนขึ้นมาจัดในวันศุกร์แทน (หรือจัดเพิ่มเป็นพิเศษ) เพื่อให้กษัตริย์มาชมก่อนกลับ
ไม่ว่ากษัตริย์จะได้เดินทางกลับไปเยอรมันในวันที่ 12 พฤษภาคมตามที่มีคนบอกผมมาแล้วจริงหรือไม่ ก็ไม่มีผลต่อตัวเลขข้างต้น เพราะผมนับตั้งแต่ 13 ตุลาคม 2559 ถึง 13 พฤษภาคม 2560 คือนับเวลา 7 เดือนพอดีหลังการสิ้นพระชนม์ของในหลวงองค์ก่อน และเวลาประมาณ 2 เดือน หรือ 60 วัน ก็นับเฉพาะในช่วงนั้น
.............
* กรณี รัชกาลที่ 7 ตอนปลาย, รัชกาลที่ 8, และ 9 ตอนต้น
รัชกาลที่ 7 ออกจากประเทศไทยในลักษณะที่อาจจะเรียกว่า "ลี้ภัยการเมือง" (self-imposed exile) คือจริงๆมีเหตุทางการเมืองที่พระองค์ต้องการออกไปเพื่อต่อรองกับคณะราษฎร แต่เหตุผลทางการก็เพื่อไปรักษาพระองค์, รัชกาลที่ 8 ระหว่าง 2478-2488 ยังทรงพระเยาว์ไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อให้อยู่ในไทย ก็ต้องมีผู้สำเร็จฯ นั่นคือการอยู่ต่างประเทศช่วงนั้น ยังไม่นับเป็นประมุขจริงๆ และเดิมที่มีแผนจะเสด็จต่างประเทศอีกในปี 2489 แต่มาสวรรคตเสียก่อน ก็ด้วยทรงต้องการศึกษาต่อให้เสร็จ ส่วนรัชกาลที่ 9 หลังรับตำแหน่งต่อจากพระเชษฐาแล้ว ก็ขอไปต่างประเทศ แม้รัฐบาลจะพยายามขอให้อยู่ต่อ (เรื่องนี้เกี่ยวกับกรณีสวรรคตอยู่ แต่ขอผ่านไปในที่นี้) เหตุผลทางการก็เช่นเดียวกับรัชกาลที่ 8 คือทรงศึกษา
** กระทู้นี้ผมเริ่มร่างไว้ตั้งแต่ 2-3 วันก่อน เช้านี้ ผมได้รับการยืนยันโดยมีหลักฐานค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า กษัตริย์ใหม่เดินทางกลับไปเยอรมันจริงๆ เมื่อวันศุกร์ที่ 12 (ถึงเยอรมันวันที่ 13) คือหลังจากไปดูดนตรีที่ "ลานหมุดหน้าใส"
"60 วัน" ที่อยู่เยอรมัน ตอนนี้ เป็น 60+ ไปเรื่อยๆแล้ว
 

วชิราลงกรณ์ไม่สมควรที่จะเป็นกษัตริย์     ( update )

วชิราลงกรณ์ไม่สมควรที่จะเป็นกษัตริย์


โดย แสงตะวัน

ถ้าอ้างตามความหมายของ Saint-Just ที่อธิบายไว้ว่า " กษัตริย์นั้นเป็นทรราชโดยธรรมชาติและเป็นอาชญากรรมชั่วนิรันดร " นั้นกษัตริย์ใหม่ที่ชื่อวชิราลงกรณ์เหมาะสมที่สุดตรงตามคำอธิบายของ Saint-Just ที่กล่าวไว้ " Saint-Just อธิบายว่า กษัตริย์นั้นเป็นทรราชโดยธรรมชาติและโดยตัวของมันเอง เราไม่ต้องพิจารณาเลยว่าการกระทำของกษัตริย์หรือการบริหารราชการแผ่นดินของ กษัตริย์มีความผิดทางอาญาหรือไม่ ถ้ากษัตริย์เป็นทรราช นั่นไม่ใช่เพราะความผิดจากการบริหารราชการแผ่นดินของเขา แต่เขาเป็นทรราชก็ด้วยลักษณะของความเป็นกษัตริย์นั่นแหละ Saint-Just เสนออย่างชาญฉลาดว่า การที่กษัตริย์ยึดครองอำนาจสูงสุดของประชาชนไปใช้เอง นั่นแสดงให้เห็นว่าลักษณะของความเป็นกษัตริย์เป็นอาชญากรรมนิรันดร (crime éternel) ต่อประชาชน มนุษย์จึงย่อมมีสิทธิสัมบูรณ์ในการลุกขึ้นสู้และติดอาวุธ   Saint-Just อธิบายว่า ไม่มีใครสามารถครองราชย์ได้อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง เพราะ กษัตริย์ทั้งหลายล้วนแล้วแต่เป็นกบฏและเป็นผู้แย่งชิง (usurpateur) อำนาจของประชาชนไป "

 " ยิ่งถ้าเรานึกถึงปริบทของอำนาจและอภิสิทธิ์มหาศาลที่กษัตริย์มีเหนือสังคมไทย ทั้งทางกฎหมายและการเมือง (ทั้งที่เคยมีอยู่นานแล้ว และที่กษัตริย์องค์นี้สร้างเพิ่มขึ้นในรัฐธรรมนูญ และในกฎหมายราชการในพระองค์ล่าสุด) ทางเศรษฐกิจ (ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และงบประมาณที่รัฐทุ่มเทในการรักษาและโปรโมตสถาบันกษัตริย์) และทางวัฒนธรรมสังคม (การโฆษณาเชิดชูสถาบันกษัตริย์ทุกวันทางสื่อและระบบการศึกษา)ลักษณะสิ้นเปลืองสูญเปล่า การมีอภิสิทธิ์และอำนาจอย่างไร้ความรับผิดชอบ อยู่ในระดับที่เหลือเชื่อและยากจะพบได้ในโลกสมัยใหม่ศตวรรษนี้มากขนาดไหน ก็ลองประเมินกันดู " ( คัดจากบทความ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล )

วชิราลงกรณ์เป็นคนสั่งให้ประยุทธ์ยึดอำนาจจากรัฐบาลยิ่งลักษ์ เมื่อวันที่ 22 พ.ค 2557 ขณะที่ภูมิพลป่วยหนักนอนรอวันตายซึ่งไม่สามารถสั่งการทำอะไรได้     หลังจากภูมิพลตายลง 13 ต.ค. 2559
ต่อมาวชิราลงกรณ์ก็ขึ้นเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 10 ได้รวบอำนาจทุกอย่างไว้ในมือและเพิ่มอำนาจทุกอย่างให้แก่ตนเองยิ่งกว่ารัชกาลที่ 9 ผู้เป็นพ่อเสียอีก    เวลานี้เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปในสังคมไทยและทั่วโลกว่าวชิราลงกรณ์คือกษัตริย์จอมเผด็จการที่มีจิตวิตถาร โมโหร้ายเหี้ยมโหดผิดมนุษย์   ประพฤติตัวไม่เหมาะสมที่จะเป็นประมุขของรัฐ เป็นอันตรายต่อชาติ เป็นภัยต่อสังคม  ผลาญเงินภาษีของชาติไปปีละมากมายมหาศาลทำตัวเป็นอันธพาลแห่งชาติ ใช้ชีวิตอย่างเสเพลอยู่ในต่างประเทศ... ฯลฯ

ดังนั้นประเทศไทยและประชาชนชาวไทยจึงไม่มีความจำเป็นที่จะมีกษัตริย์เผด็จการทรราชอย่างวชิราลงกรณ์   ระบอบกษัตริย์เผด็จการทรราชได้ถูกโค่นล้มลงไปแล้วตั้งแต่ปี 2475 ประชาชาติไทยและสังคมไทยจะต้องพัฒนาก้าวไปข้างหน้าสู่ประชาธิปไตย  สู่สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ความเท่าเทียมกันของการเป็นมนุษย์ ไม่ใช่จะให้อยู่ใต้ตีนของกษัตริย์ทรราช.

การเลือกตั้งที่ไร้ค่าภายใต้ระบอบเผด็จการกษัตริย์ทรราช

คลิปน่าสนใจ รัฐธรรมนูญไร้ความหมาย (อัพเดท )


 
คลิกฟัง-รธน. ไร้ความหมาย รัฐบาลเป็นง่อย พิการ อยู่ใต้การกำกับของ ขรก. ทหารมีอำนาจควบคุม ประกาศกฎ

ปัญหาสังคม.. เหตุเกิดที่ประเทศไทย

นศ.ม.ดัง เข้าห้องน้ำชักโครกแตก บาดขาเลือดอาบ คาดขึ้นเหยียบรับน้ำหนักไม่ไหว

ตอบโจทย์ ???"4คำถาม."จากทำเนียบ

Prachachat - ประชาชาติ
"บิ๊กตู่" ชวนคนไทยตอบ 4 คำถาม หากเลือกตั้งแล้วได้รบ.-นักการเมืองไม่ดี จะทำอย่างไร

แผ่นดินจึงดาล: สุรชาติ บำรุงสุข กองทัพกับประชาธิปไตยไทย



คำสั่ง..เผด็จการ !


เลขาธิการ กพฐ. ออกหนังสือบูรณาการการขับเคลื่อนการบริหารจัดการการศึกษา ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. เตือน ผอ.-บุคลากร สนง.เขตพื้นที่การศึกษา ห้ามวิพากษ์-แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ระบุกำลังทำความเข้าใจในรายละเอียด
สั่งห้าม ผอ.-บุคลากร สนง.เขตพื้นที่ฯ แสดงความคิดปมปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ตามคำสั่ง หน.คสช.
http://prachatai.org/journal/2017/05/71681
(ผู้ต้องสงสัย???"แพะ"ปฏิเสธ. แบะๆๆๆ)
คุมตัวหญิงวัย 51 ปี เข้า มทบ.11 สอบคดีระเบิด รพ.พระมงกุฏเกล้า
หน่วยงานด้านความมั่นคงคุมตัวหญิงอายุ 51 ปี จากบ้านพักย่านประเวศ ไปมณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อซักถามเกี่ยวกับกรณีจดหมายเตือนเรื่องระเบิด 3 ฉบับ เบื้องต้นให้การปฏิเสธ
http://prachatai.org/journal/2017/05/71680
คุมตัวเจ้าหน้าที่ รพ.พระมงกุฎฯ เข้าสอบที่ มทบ.11 อาจเกี่ยวเหตุบึ้ม