måndag 16 oktober 2017

"ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์รีโมทคอนโทรลเป็นประมุข"


Somsak Jeamteerasakul
"ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์รีโมทคอนโทรลเป็นประมุข" *
9 เดือนครึ่งที่ผ่านมา กษัตริย์วชิราลงกรณ์ใช้เวลาอยู่ในเยอรมัน 4 เดือนกับ 3 สัปดาห์
(* รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 2 ควรจะกล่าวไว้)
ไหนๆ ไม่กี่วันนี้ ผมพูดถึงการ "โนโชว์" ของกษัตริย์วชิราลงกรณ์ แม้แต่ในวันเกิดตัวเอง (ที่ให้รัฐและสังคมทุ่มเงินมหาศาลจัด) เลยขอถือโอกาสอัพเดตข้อมูลเรื่องการไปอยู่ในเยอรมันของเขา
ตั้งแต่ในหลวงภูมิพลสวรรคตเมื่อ 9 เดือนครึ่งที่แล้ว (13 ตุลาคม 2559) วชิราลงกรณ์ไปอยู่เยอรมัน 5 ครั้ง ถึงวันนี้รวมเป็นเวลาประมาณ 4 เดือนกับ 3 สัปดาห์แล้ว ดังนี้
มาเยอรมันครั้งที่ 1 : วันที่ 28 ตุลาคม - 10 พฤศจิกายน 2559
มาเยอรมันครั้งที่ 2 : วันที่ 13 มีนาคม - 5 เมษายน 2560
มาเยอรมันครั้งที่ 3 : วันที่ 15 เมษายน - 8 พฤษภาคม 2560
มาเยอรมันครั้งที่ 4 : วันที่ 13 พฤษภาคม - 7 กรกฎาคม 2560**
มาเยอรมันครั้งที่ 5 : วันที่ 10 กรกฎาคม - ปัจจุบัน**
**(ถ้าไม่นับว่า เขากลับไทยแค่ 2 วัน งานเข้าพรรษากับอาสาฬหบูชา วันที่ 8-9 เดือนนี้ ต้องนับว่า เขากำลังไปนานกว่าทุกครั้ง คือถ้านับจาก 13 พฤษภา ก็ 2 เดือนกว่าแล้ว)
ล่าสุด ผมได้รับการบอกมาว่า เขามีกำหนดการกลับไทยครั้งต่อไป วันที่ 7 สิงหาคม แต่เรื่องนี้ ก็ไม่สามารถยืนยันได้ร้อยเปอร์เซนต์ (ทุกครั้งที่มีคนบอกเรื่องกำหนดการไป-กลับของเขา จะบอกสำทับด้วยว่า "He's unpredictable") ก็คอยดูกันต่อไปว่า จะใช่หรือไม่
(อันที่จริง ผมคุยเล่นๆกับบางคนว่า ถ้าเขาฉลาดหรือมีเซ้นซ์ของความรับผิดชอบหน่อย วันแรกที่มีเรื่องน้ำท่วมสกลนคร เขาควรรีบบินกลับมาทันที แต่อย่างว่านะ เขาขี้เกียจเกินไปน่ะ อยู่ขับเครื่องบินเล่นแถวยุโรปสบายกว่า)
อย่างที่ผมพูดไปหลายครั้ง ไม่มีประเทศใดในโลก (กรณีประเทศเครือจักรภพ ไม่นับ เพราะเป็นกรณีพิเศษ) ที่ยอมให้ประมุขของประเทศ ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศมากขนาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าพิจารณาถึงการรวบอำนาจ รวบสมบัติสาธารณะ และใช้จ่ายเงินงบประมาณสาธารณะอันมหาศาลแบบนี้
ระดับที่สังคมไทยยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ เป็นอะไรที่น่าอนาถ และเหลือเชื่อ เรียกว่าหาไม่ได้ในโลกแล้ว พูดแบบเปรียบเปรยได้ว่า เหมือนปล่อยให้กษัตริย์ตบหน้า ถ่มน้ำลายใส่ แล้วประชาชนยังก้มลงกราบ และเอาน้ำลายหรือรอยโดนตบไปบูชา

 สมศักดิ์ เจียม @somsakjeam 30 juli
"ระบอบ ปชต.อันมีกษัตริย์รีโมทคอนโทรลเป็นประมุข" 9 เดือนครึ่งนี้ วชิราลงกรณ์ใช้เวลาอยู่ในเยอรมัน 4 เดือน 3 สัปดาห์

เกิดอาการวิปริตขึ้นในกรุงเทพฯน้ำท้วมเพราะความอาเพศจากงานเผาศพมหาปีศาจ !!!



โพสต์ทูเดย์ รายงานเมื่อบ่ายวันที่ ๑๔ ต.ค. “น้ำท่วมสูงบนถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงแยกสุทธิสาร-ดินแดง หลังจากฝนตกหนักเป็นเวลานาน ปริมาณน้ำสูงจนรถเก๋งธรรมดาแล่นผ่านไม่ได้ ต้องจอดเสียโดนน้ำเข้าเครื่อง...การจราจรเป็นอัมพาตนานหลายชั่วโมง ในช่วงเช้ามืดถึงช่วงสาย”
ด้าน Voice TV 21 แจ้งว่า “ผู้ว่าฯ กทม.ขอโทษประชาชน ที่ไม่สามารถรับมือน้ำท่วมรอระบายได้ เนื่องจากน้ำฝนเยอะมากจริงๆ” พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ คสช. ตั้งสงสัยไม่แกร่งกล้าเท่าผู้ว่าฯ ปชป. จากการเลือกตั้ง
จึง “ยอมรับ อุโมงค์ยักษ์บางซื่อยังใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะประตูระบายน้ำริมคลองยังสร้างไม่เสร็จทุกจุด”
ขณะที่ หทัยรัตน์ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสไปดูสถานีสูบน้ำบึงมักกะสัน “พบว่าเครื่องสูบน้ำเสียทุกตัวจนระบายน้ำจากเขตดินแดงไม่ได้ https://www.facebook.com/Hathai.Hathai/posts/10155786645769122 

อย่างไรก็ดี กรมอุตุฯ ประกาศรัวๆ ติดกันมาเป็นฉบับที่ ๘ ว่าพายุขนุนจะขึ้นฝั่งตอนใต้ของเมืองฮานอยแล้วอ่อนกำลังลงเป็นแค่พายุ ดีเพรสชั่น ความกดอากาศต่ำเมื่อเข้าถึงลาว ส่งผลให้ภาคอีสานของไทยโดนหางเลข ยังคงมีฝนไม่หยุดช่วง ๑๖-๑๘ ต.ค.

ใกล้วัน 'งานเผาปีศาจใหญ่' ลูกๆปีศาจ พี้ค' สุดๆ

เมื่อใกล้วัน 'งานใหญ่' (พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.๙) เข้ามา พสกนิกรผู้จงรักภักดีอย่างล้นพ้น ต่างแสดงออกถึงความซาบซึ้งและติดมั่น 'หาไหนเปรียบมิได้'


ดังปรากฏทั่วไปตาม 'platforms' หรือเวทีความเห็นบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเราเก็บบางส่วนมาแบ่งปันที่นี่ เพื่อการมีส่วนร่วมและบริการประชาคม ดังเช่น


๑. ควันหลงจากการซ้อมริ้วขบวนสำหรับพระราชพิธี ซึ่งไทยพีบีเอส 'ThaiPBS @ThaiPBS 3h3 hours ago' รายงานว่า


"(คลิป) สมเด็จพระเทพฯ-พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงร่วมซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ"
https://twitter.com/twitter/statuses/919719360264134657


ขณะที่พสกนิกรฯ นางหนึ่งแสดงความเห็นเป็นปฏิกิริยาต่อภาพ ไว้บนเพจสนทนาของพรรคประชาธิปัตย์


๒. ก่อนหน้านั้น พล.อ.หญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ผู้ซึ่งเพิ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้าฝ่ายในมาหมาดๆ (อันทำให้มีราชศักดิ์เป็นท่านผู้หญิง) ได้โดยเสด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๑๐ ไปทรงบำเพ็ญกุศลทอดผ้าพระกฐิน

พสกนิกรฯ พากันแชร์ภาพท่านผู้หญิงใหม่ในเครื่องแบบเต็มยศกันขรม


๓. ด้วยความห่วงใยว่าจะมีประชาชนเดินทางไปร่วมพระราชพิธีฯ ในวันที่ ๒๖ ตุลาคมกันอย่างยิ่งกว่าล้นหลาม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เกรงว่าคนพิการจะได้รับความลำบาก จึงออกประกาศชักชวนให้ไปตามซุ้มใกล้บ้านแทน


๔. ในราชอาณาจักรอันยิ่งยงเช่นประเทศไทยแลนด์ ความจงรักภักดีย่อมมีขอบเขต พสกนิกรเจอปัญหาพะว้าพะวังในการส่งรูปรัชกาลที่ ๙ ต่อๆ กันทางสื่อสังคม เพราะมีคนเตือนให้ระวัง พลั้งเผลออาจต้องขึ้นศาลทหาร

โพสต์ของ Tewarit Bus Maneechai ตั้งคำถามไว้น่าห่วง "เห็นข้อความลักษณะนี้ส่งต่อๆ กันในไลน์หลายที่ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จริงไหม มีใครทราบข้อมูลการถูกดำเนินคดีดังกล่าวหรือเปล่า ถ้ามีรบกวนขอด้วยครับ
-----
สำหรับคำชี้อแจงของสำนักราชเลขาฯ เกี่ยวกับการนำภาพไปใช้มีดังนี้ ...
การเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ภาพพระราชกรณียกิจ พระราชดำรัส พระบรมราโชวาทและสื่อวีดิทัศน์ ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปเผยแพร่ ต้องได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต"

อ่า เราไม่ทราบเหมือนกัน ไม่ถนัดทางนี้


๕. พี้คที่สุดเห็นจะเป็นโพสต์ของกระทาชายนายนี้ ที่ใช้แฮ้สแท็กว่า #เหมือนมาก เขาลงภาพที่ใครได้ดูต้องตะลึง


lördag 14 oktober 2017

ประกาศเตือนฉบับที่ 7 พายุ"ขนุน" ขอให้ปชช.ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด..

ประกาศเตือนฉบับที่ 7 พายุ"ขนุน" ขอให้ปชช.ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
https://www.matichon.co.th/news/695820

ฝนระลอกค่ำ น้ำท่วมถนน6จุด บก.จร.แจ้งเตรียมพร้อมเดินทาง
https://www.matichon.co.th/news/695775
กนอ.ผนึกเอกชนรับมือน้ำท่วม ตั้งศูนย์เฝ้าระวัง 24 ชม. พร้อมระบบเตือนภัย-แผนฉุกเฉิน โฟกัส 6 นิคมอุตฯที่เคยน้ำท่วมใหญ่ปี”54 มั่นใจเอาอยู่ โรงสีชี้ที่นาภาคเหนือ อีสาน ลุ่มเจ้าพระยาไม่กระทบ พ่อค้าจ้องกดราคาช่วงผลผลิตทะลักเดือน พ.ย.-ธ.ค.
9.00 INDEX “คสช.” คือ ปัจจัยชี้ขาด”เลือกตั้ง” ชี้ขาด “ปฏิญญา ทำเนียบรัฐบาล”

เพื่อสหพันธรัฐไท ตอน : เรี่ยราดพิธี เผาผีหัวหน้าโจร


เบื้องหลังความเน่าเฟะของวชิราลงกรณ์

"หมอหยอง:วังไทยเครื่องในเน่ายังจะเอากันตายอีกหลายตลบ"

ข่าวลับกรองแล้ว 1 พฤศจิกายน 2558 
"หมอหยอง:วังไทยเครื่องในเน่ายังจะเอากันตายอีกหลายตลบ"
สืบความลับจับมาตีแผ่เผยแพร่เป็นประจำในขบวนการประชาธิปไตยไทยในสแกนดิเนียเวียโดยกลุ่มเสียงประชาชนไทย(สปท.)  http://thaiscandemo.blogspot.com/
*ทำไมหมอหยองและทีมงานจึงถูกกวาดล้างอย่างหฤโหด? ใครเป็นคนทำ? และทำไมจึงต้องทำอย่างนี้?...ไม่ต้องถามเพราะคนที่ทำไม่บอกและก็บอกแล้วว่าห้ามถาม!! เพราะเป็นเรื่องของมือที่มองไม่เห็นที่มีหลายมือ...คำตอบมีเพียงว่า "วังไทยเครื่องในเน่ายังจะเอากันตายอีกหลายตลบ" แต่ก่อนจะถึงมือที่มองไม่เห็นในฐานะคนสั่งการจะตายชาวบ้านทั้งเหลืองทั้งแดงจะต้องตายกันก่อนอย่างที่เห็น
*นามสกุล "วารุณประภา" ก็ไม่ใช่เล็กๆ แต่ก็ต้องไปรับศพ พ.ต.ต.ปรากรม  คนในครอบครัวอย่างโศกเศร้าและห้ามทุกคนในครอบครัวพูด  ในเงื่อนไขต้องรีบเอาไปเผาทันทีจึงจะรับไปได้, ส่วนศพ พลตรี พิสิฐศักดิ์ เสนีวงศ์ ณ อยุทธยา ในฐานะราชองครักษณ์ใกล้ชิด,เห็นนามสกุลก็รู้เป็นสายพันธุ์เจ้าเหลืองก็ยิ่งหนักใหญ่, อ้างว่าฆ่าตัวตายเอง, อย่าว่าแต่ไม่มีใครในครอบครัวที่จะกล้าพูดแม้แต่ข่าวหนังสือพิมพ์ที่เป็นทางการก็ไม่ให้ลงทั้งๆที่ยศและตำแหน่ง, เครื่องราช, สายสกุลต้องได้รับพระราชทานเพลิงศพก็ต้องเผากันอย่างเงียบๆ
*ใกล้ครบรอบปีการกระโดดตึกตายในค่ายทหาร (ตามข่าว)  ของ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ยศสูงระดับ ผบก.1 กองปราบสายตรงของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่จับนายแต่ลูกน้องก็ต้องไปกระโดดตึกตายทันทีและก็นำไปเผาในวันนั้นทันทีสูตรเดียวกันกับ พ.ต.ต.ปรากรม คือญาติๆไม่กล้าถามและไม่กล้าสงสัย
*ตาสว่างกันหรือยังเสื้อเหลืองเพื่อน หมอหยอง และ เพื่อนปรากรม?...ยังอยากจะตายตามไปรับใช้เจ้าในชาติหน้ากันอีกใหม?


*สำหรับเสื้อแดงชัดแล้ว ต้องเปลี่ยนระบอบ เท่านั้นชีวิตคนไทยจึงจะดีขึ้น...เสื้อเหลืองส่วนหนึ่งคงตาสว่างแต่อีกส่วนยังแกล้งโง่แต่คงแกล้งโง่ได้อีกไม่นานก็ต้องเห็นความจริงว่าในครอบครัวอลเวงนี้เลวทุกคน "เห็นประชาชนผู้เสียภาษีเลี้ยงตัวเองเป็นข้าทาส"...เห็นข้าทาสที่รับใช้ใกล้ชิดเป็นมดปลวก...ใช้ให้ไปหาเงินมาถวายมีปัญหาก็ฆ่าทิ้ง...แม้แต่คนที่เข้ามาเป็นเมียเป็นผัวก็ไม่เว้น วันนี้ศพหมอเก้ง ผัว จุฬาภรณ์ ยังหาทรากไม่เจอแต่ก็ช่วยกันตอแหลด้วยจงรักภักดีว่า "ยังไม่ตายบวชพระอยู่ที่นั่นอยู่ที่นี่!!" แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยมีข่าวจริงรอดมาให้เห็นเลย


*ถ้าไม่รู้ว่าเขาหาเงินกันอย่างไรให้พลิกไปอ่านข่าวลับกรองแล้วเมื่อ 1ธันวาคม2557 สปท.เคยจำแนกไว้แล้ว(กดลิ้งดูใหม่ยังทันสมัย)
-------------

ข่าวลับกรองแล้ว 1 ธันวาคม 2557
-------------
*สปท.บอกให้เอาบุญสำหรับทหารตำรวจเหลืองที่ยังหน้ามืดตาบอดต้องการจะรับใช้หาเงินถวายแล้วไม่ต้องตาย, แบบนี้ไม่มีอันตรายถึงชีวิตคือ (1) หาส่งส่วยตามระบบคือเก็บส่วยหวย, บ่อน, ซ่องกระหรี่ จากสถานีตำรวจระดับอำเภอส่งขึ้นจังหวัด, ภาค, จนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ผบ.ตร.,ผบ.ชน.นำขึ้นถวายทุกพระองค์ (หากมีการโกงกันบ้างในเส้นสายข่าวรั่วบ้างแต่ไม่ถึงคนรับสูงสุดก็ไม่เป็นไร) และท่านทุกพระองค์ก็จะช่วยคุ้มครองให้ทุกคนที่ช่วยเก็บส่วยถวายได้มีอยู่มีกินอิ่มหนำสำราญแบ่งส่วนกันไปด้วย การไม่อนุญาติให้ทุกรัฐบาลนำหวยใต้ดินขึ้นบนดินและไม่อนุญาติให้เปิดบ่อนคาสิโนที่ถูกต้องตามกฎหมายเหมือนประเทศทั่วไปเพราะจะทำให้ทุกคนขาดรายได้ (เจ้ามือหวยขนาดเล็กตามอำเภอต้องจ่ายมือละ 30,000-50,000 บาท ต่อเดือน,ส่วนมือใหญ่ต้องแสนขึ้นอำเภอหนึ่งมีเจ้ามือ 5-8ราย)/ (2) จัดตีกอล์ฟ, จัดกีฬาต่างๆรายได้ถวายเป็นพระราชกุศล  (3) พ่อค้านายทุนแบ่งกำไรที่ตราครุฑหน้าบริษัทช่วยให้เสียภาษีน้อยลงก็จะนำเงินไปถวายแล้วก็ได้ออกข่าวทีวีสองทุ่ม


*การหาเงินที่เป็นอันตรายและต้องระวังและตายมาหลายคนแล้วคือการจัดหาเงินเพียงต่อเดียวแล้วทูลเกล้าถวายเลยเพราะตรวจสอบการอมและเกิดการระแวงได้ง่าย, ก่อนหน้านี้ก็มีตายเซ่นสังเวยให้เห็นแล้วเช่น นาย ประเสริฐ วงศ์ลาวัลย์ ทั้งๆที่หนีไปบวชแล้วก็ถูกสังหารในผ้าเหลืองทิ้งศพไว้ที่จังหวัดชัยนาทเมื่อ 18 กันยายน 2552 (ถามอากู๋เกิลดูได้) หรือล่าสุดการตายของ 'เสี่ยอู๊ด' นายสิทธิกร บุญฉิม นักสร้างพระคนดังที่มีผลงานล่าสุดคือสร้าง'พระสมเด็จเหนือหัว' ขายทุกส่วนราชการและทุกรัฐวิสาหกิจ, ก็ต้องติดคุกสังเวยแบบเดียวกับหมอหยองเพราะอมหัวคิวมากไปแต่ถวายทูลเกล้าน้อยและสุดท้ายก็ต้องจบชีวิตอย่างมีปริศนา (หลังออกจากคุก) ในโรงแรมที่จังหวัดพิษณุโลก, หรือแม้แต่ท่านผู้หญิงวิริยา ที่จัดหาเงินถวายเป็นประจำตามสั่งก็ถูกขับไล่ไม่ให้เข้าวังเมื่อไม่พอพระทัยและระแวงตามคำเพ็ดทูลของขี้ข้าด้วยกันเป็นต้น, การหาเงินที่รับจากผู้จ่ายสายตรงต่อเดียวถึงผู้รับเลยนี้อันตรายมากถ้าพลาดหรือผิดอารมณ์เป็นตายหรือติดคุกมืดอย่างทรมานดังเช่นหมอหยองและพรรคพวกวันนี้ (แต่สำหรับผู้ที่มีเกราะคุ้มกันชั้นท่านผู้หญิงหรือวรชายาก็อาจจะรอด)


*วิธีหาเงิน "แนวพระราชนิยม" ที่ทำกันทุกคนในครอบครัวอลเวง คือตั้งมูลนิธิสารพัดมูลนิธิเพื่อทำการค้าและรับเงิน (บีบ) บริจาคเพื่อการกุศล (บังหน้า) และการจัดโครงการกิจกรรมตามพระราชประสงค์ซึ่งลักษณะนี้กำลังเป็นที่นิยมของบรรดาไพร่, หมอดูและพวกทรงเจ้าเข้าผีที่เห็นช่องทางเพราะบรรดา มรว.,มล.เชื้อพระวงศ์ทั้งหลายส่วนมากจะหน้าบางไม่กล้าเข้าพบเพื่อตบทรัพย์บรรดาเจ้าสัว,ดังนั้นวันนี้รอบๆทุกพระองค์แม้แต่เทพถ่างในส่วนงานหาเงินขึ้นทูลเกล้าก็จะมีพวกนามสกุลไพร่เปลี่ยนใหม่ดึงกันเป็นสายเข้ามารับใช้ใต้เบื้องยุคลบาทเป็นแถวเป็นทิวซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นละครสมบทบาทตามแต่พระทัยประสงค์ (สอพลอ) ถึงขนาดประทับทรงได้ทุกรัชกาล (รัชกาลที่ 9 ถ้าไม่มีการกวาดล้างหมอผีความงมงายคงได้ประทับทรงเร็วๆนี้)
*ก่อนหมอหยองจะโด่งดังถึงขนาดเจ้าสัวซีพีและเบียร์ช้างต้องเอาเงินไปถวายผ่านพร้อมกราบไหว้หมอหยองต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ
ว่าที่รัชกาลที่10 ก็หากินรับงานประทับทรงตั้งศาลพระพรม, ดูฮวงจุ้ยทั้งในไทยและอาเซี่ยนแม้แต่บริษัทกาแฟดาวเรืองในลาวยังเคยพึ่งบารมี 'เทพหยอง' ,เมื่อไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆถึงขั้นหมอบคลานปัดละอองธุลีที่พระเกือกฟ้าชายได้, มีหรือที่ตำรวจทหารจะไม่หวังพึ่งเทพหยองในการถวายเงินเพื่อเลื่อนยศ


*หมดหมอหยองยังมีอีกหลายหมอทั้งที่อยู่รอบตัวทุกพระองค์และพร้อมจะเดินเข้าไปตายใหม่อีก  เพราะความหอมของผลประโยชน์และอำนาจที่อบอวลอยู่ในวัง,และยิ่งได้นายกฯโง่ๆแบบประยุทธ์ที่พร้อมจะปิดประเทศเพื่อปกป้องครอบครัวอลเวงก็ยิ่งเป็นหลักประกันในผลประโยชน์ของพวกไพร่ที่สอพลอเพราะหมายถึงเม็ดเงินงบประมาณจำนวนมากที่ คสช.จะประเคนไปให้วัง  เพื่อทำโครงการเหลวไหลต่างๆซึ่งแม้จะเสี่ยงภัยแต่กำไรสูงจึงจูงใจมาก


*อำนาจมาก, ผลประโยชน์มาก, งมงายมากและห้ามตรวจสอบจากสาธารณะคือลักษณะพิเศษของวังไทย ซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งของแต่ละวังของทุกคนในครอบครัวอลเวงรวมทั้งขี้ข้าที่ต่างวังก็ทะเลาะกัน...รายงานข่าวจากชั้นในว่า..จะมีใบปลิวบัตรสนเท่ห์ของขี้ข้าที่ด่าแทนนายและด่ากันเองว่อนข้ามวังกันทุกวันดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดเหตุที่ผิดปกติเช่นการจับกุมและสังหารโหดในราชสำนักซึ่งได้กลายเป็นตัวเร่งให้ประชาชนต่าสว่างอย่างรวดเร็วและอย่างมีประสิทธิภาพ


*ทำไมต้องสังหาร?...เพราะรู้เรื่องเน่าๆในวังมากและเคยไว้วางใจให้ไปทำเรื่องเน่าๆนั้นด้วยเมื่อเกิดปัญหาเจ้าไม่พอใจจะต้องดำเนินคดีก็กลัวว่าพวกนี้จะปากสว่างแล้วไปทำให้แล้วไปทำให้ประชาชนตาสว่าง


*เกิดการรัฐประหารเพื่อราชสำนักไม่ถึง 6 เดือนก็เกิดการกวาดล้างในราชสำนักกรณี ศรีรัศมิ์-พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ จนถึง นายบุญธรรม บุญเทพประทาน (ป๋าชื่นไพร่คนดังย่านพระราม 9 ) ต้องติดคุกคดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติเขาเทพประทาน อ.ปากช่องและพ่วง 112 ด้วยคงจำกันได้,พอเริ่มขึ้นปีที่ 2 ของ คสช.ก็เกิดคดีไพร่หมอหยองและพวกขึ้นอีก...อย่างนี้ คสช.จะตอบคำถามสังคมอย่างไรเพราะการรัฐประหารไม่ได้ทำให้ราชสำนักมั่นคงขึ้นเลย


*นับแต่นี้ไปเรื่องเน่าที่หลากหลายแนวจะปรากฎขึ้นเรื่อยๆเพราะการแตกร้าวในวังใกล้ถึงจุดแตกหักและยิ่ง คสช.ใช้อำนาจเถื่อนโดยใหทหารมือสังหารเข้าไปจัดการกับผู้ต้องหาตามความประสงค์ของราชสำนักโดยผิดกฎหมายและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างป่าเถื่อนทั้งตำรวจ, ศาลและทหาร ร่วมมือกันหมดต่างประเทศก็ยิ่งต่อต้าน,ราชสำนักก็จะยิ่งพังทะลายเพราะกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีของนานาชาติ,และเมื่อประธานใหญ่ใกล้สิ้นใจนับแต่นี้เหตุการณ์ต่างๆก็จะถาโถมมากยิ่งขึ้น...ภาวะอาการป่วยที่รักษาไม่ได้เช่นนี้หมอไทยแผนโบราณวินิจฉัยโรคว่าเป็นโรคน้ำเหลืองเสียเครื่องในเน่าจะมีอาการผุผองเกิดขึ้นตามร่างกายเรื่อยๆจนเน่าตายไป...แต่อีกไม่นานมันจะพุผองที่ตาทั้งสองข้างวันนั้นก็จะเห็นคนชั้นสูงสูงตายและติดตะรางกันแทนไพร่กันบ้างซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ที่มากับการรัฐประหารซ้อนในภาวะที่มีวิกฤติการตายของกษัตริย์ภูมิพล...อีกไม่นานอีกไม่นาน!!