fredag 24 april 2015

เสรีไทยวิจารณ์ร่างรธน.เผด็จการคสช.

เสรีไทยวิจารณ์ร่างรธน.เผด็จการคสช.
ตอนที่1"งาช้างไม่อาจจะงอกจากปากคสช.ได้"

โดยเลขาธิการองค์การเสรีไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ  

https://www.youtube.com/watch?v=IIWJrd83AFs
☆โปรดติดตามตอนต่อไป

ข่าวในพระราชสำนัก...เสด็จพระราชดำเนินไปประทับเปลี่ยนพระราชอิริยาบถและทอดพระเนตรทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยา ณประทับเปลี่ยนพระราชอิริยาบถ หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เป็นการส่วนพระองค์...

”วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2558 เวลา  14.10  น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ไปประทับเปลี่ยนพระราชอิริยาบถ และทอดพระเนตรทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยา ณ หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เป็นการส่วนพระองค์

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงหอประชุมกองทัพเรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปยังชั้น 3 ณ ห้องชมชลธี เพื่อประทับเปลี่ยนพระราชอิริยาบถ เสวยพระสุธารส และทอดพระเนตรทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยา

หอประชุมกองทัพเรือ หรืออาคารชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2545 ในพื้นที่ของกองทัพเรือ เพื่อใช้รองรับการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค (APEC) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2546 และเนื่องจากหอประชุมแห่งนี้มีชื่อเสียงทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและเป็นจุดชมทิวทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยาที่งดงาม จึงได้รับเกียรติให้ใช้จัดงานพิธีและกิจกรรมต่างๆ ที่สำคัญในระดับชาติและนานาชาติอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2549 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และพระประมุขกับพระราชวงศ์ต่างประเทศ ที่ทรงเข้าร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มาทอดพระเนตรขบวนเรือพระราชพิธี ณ ราชนาวิกสภา และทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติที่หอประชุมกองทัพเรือแห่งนี้

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับ ณ ห้องชมชลธี เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา 15.25  น.”



วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2558 เวลา 14.10 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ไปประทับเปลี่ยนพระราชอิริยาบถ และทอดพระเนตรทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยา ณประทับเปลี่ยนพระราชอิริยาบถ  หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เป็นการส่วนพระองค์
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงหอประชุมกองทัพเรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปยังชั้น 3 ณ ห้องชมชลธี เพื่อประทับเปลี่ยนพระราชอิริยาบถ เสวยพระสุธารส และทอดพระเนตรทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยา
หอประชุมกองทัพเรือ หรืออาคารชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2545 ในพื้นที่ของกองทัพเรือ เพื่อใช้รองรับการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค (APEC) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2546 และเนื่องจากหอประชุมแห่งนี้มีชื่อเสียงทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและเป็นจุดชมทิวทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยาที่งดงาม จึงได้รับเกียรติให้ใช้จัดงานพิธีและกิจกรรมต่างๆ ที่สำคัญในระดับชาติและนานาชาติอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2549 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และพระประมุขกับพระราชวงศ์ต่างประเทศ ที่ทรงเข้าร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มาทอดพระเนตรขบวนเรือพระราชพิธี ณ ราชนาวิกสภา และทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติที่หอประชุมกองทัพเรือแห่งนี้
การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับ ณ ห้องชมชลธี เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา 15.25 น.




Xomjit No.34 ประจำวันที่25-04 -2515 ตอน : ระบอบภูมิพลไม่มีวัน.แพ้.(ตามเสด็จหญิงทอมดูงานประเทศจีน)

#กษัตริย์ภูมิพลป่วยหนักใกล้ตายพวกอำมาตย์ร้ายพากันวางแผนจะยึดอำนาจ
#การแย่งชิงราชบัลลังก์คือสาเหตุของปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยปัจุบัน
#กษัตริย์ภูมิพลป่วยหนักใกล้ตายพวกอำมาตย์ร้ายพากันวางแผนจะยึดอำนาจเพื่อขัดขวางไม่ให้ฟ้าชายขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป !

    

วิกฤติของประเทศไทยที่เป็นอยู่ในเวลานี้คือวิกฤติการแย่งชิงราชบัลลังก์ระหว่าง ลูกชาย ลูกสาว และเมียของกษัตริย์ภูมิพล  เป็นเรื่องภายในครอบครัวซึ่งกษัตริย์ภูมิพลเองไม่สามารถจัดการให้มันลงตัวได้  แต่ โยนปัญหาครอบครัวให้เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย โดยมี รัฐบาล รัฐสภา ประชาชนและประเทศชาติเป็นฝ่ายรับผิดชอบแก้ไขปัญหาให้โดยตัวเองไม่กล้ารับผิด ชอบ นี้คือสาเหตุของปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในเวลานี้

ก่อนการยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 กษัตริย์ภูมิพลป่วยหนัก  แต่ประชาชนไม่รู้   และมีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าหลังจากการยึดอำนาจ  พระเทพ ฯลูกคนที่สามซึ่งกษัตริย์ภูมิพล ต้องการให้ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป  ได้ ไปทำพิธีต่ออายุให้กษัตริย์ภูมิพลในจังหวัดทางภาคเหนือในขณะเดียวกัน กษัตริย์ภูมิพลก็เข้าโรงพยาบาลทำการผ่าตัดใหญ่ที่กระดูกสันหลังซึ่งป่วยมาจน บัดนี้   และได้ทำโรงพยาบาลศิริราชเป็นพระราชวังสำหรับกษัตริย์ภูมิพลโดยเฉพาะ  การยึดอำนาจเป็นการส่งสัญญาญถึงประชาชนใน ๒ เรื่อง  ชี้บอกถึงว่าทางวังจะมีการเปลี่ยนแปลงรัชกาลคือ :

1)    คณะรัฐประหารใช้ภาษาว่าเป็นระยะเปลี่ยนผ่าน ซึ่งพลเอกเปรมเองก็ได้ออกมาพูดว่า “ เป็นคนไทยเกิดมาต้องทดแทนบุญคุณแผ่นดิน “  นั้นหมายความว่าพลเอกเปรมจะเป็นคนกำหนดว่าใครจะเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป ปัญหามีอยู่ว่า พลเอกเปรมรับคำสั่งมาจากใคร ?  เมื่ออ่านรัฐธรรมนูญปี พ.ศ 2540 และปี พ.ศ. 2550  ในหมวดพระมหากษัตริย์  จะมีข้อความเหมือนกัน โดยให้พลเอกเปรมเป็นคนเสนอชื่อรัชทายาทที่จะขึ้นครองราชย์สืบทอดราชบัลลังก์ต่อรัฐบาล  โดยให้รัฐบาลเสนอต่อรัฐสภาเป็นที่ชัดเจนว่าให้ผู้หญิงขึ้นเป็นกษัตริย์ได้    ดังนั้นรัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์การแก้ไขที่จะเกิดขึ้นใหม่  ทางพรรคประชาธิปัตย์จึงได้เสนอห้ามแตะต้องอย่างเด็จขาด    นั้นหมายความว่าห้ามแตะต้องอำนาจพลเอกเปรมในรัฐธรรมนูญ  ถ้า เป็นเช่นนั้นจริงก็ไม่ได้แก้ไขต้นเหตุแห่งความวุ่นวายในการแต่งตั้งกษัตริย์ จึงเป็นสาเหตุแห่งความวุ่นวายของปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้

2 ) เรื่องการสืบราชสันตติวงค์ตามกฏมณเทียรบาลเป็นหน้าที่ของกษัตริย์ภูมิพลโดย ตรงในการตัดสินใจแต่งตั้งรัชกาลที่ 10 ว่าจะให้ใครเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป   แล้วเรื่องยุ่งยากทั้งหมดก็จะหมดสิ้นไป   แต่กษัตริย์ภูมิพลกลับไม่ทำอะไร  ปล่อยให้ปัญหาความยุ่งยากของครอบครัวเป็นปัญหาของประชาชนในประเทศต้องเกิดความขัดแย้งกันเป็นปัญหาวุ่นวายอยู่ในเวลานี้   นอกจากนั้นยังโยนเรื่องนี้ให้เป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลและรัฐสภา  ซึ่งตามหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ   ได้บัญญัติไว้ว่าไม่ให้แก้ไขและใครแตะต้องไม่ได้    จึงกลายมาเป็นหมวดที่ควบคุมรัฐบาลและรัฐสภาไปในตัว  ดังนั้นการมีรัฐบาลที่พลเอกเปรมควบคุมได้ก็คือตัวกำหนดองค์รัชทายาทรัชกาลที่ 10   ฉนั้นพลเอกเปรมจึงต้องการควบคุมรัฐบาลเพื่อให้การแต่งตั้งรัชกาลที่ 10 เป็นไปตามความประสงค์ของตน   คนที่จงรักภักดีเช่นอดีตนายกสมัคร  สุนทรเวช  ที่ขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้เพราะนายสมัคร จะเอาเจ้าฟ้าชายขึ้นเป็นกษัตริย์รัชกาลที่  10    และรัฐบาลทักษินก็ต้องการฟ้าชายขึ้นเป็นกษัตริย์  ซึ่งตามกฏมณเทียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงค์  ในฐานะเป็นองค์มกุฏราชกุมารฟ้าชายย่อมเป็นผู้มีสิทธิ์มากกว่าคนอื่น   แต่พลเอกเปรมมีความขัดแย้งกับฟ้าชายไม่ยอมให้ฟ้าชายขึ้นเป็นกษัตริย์ รัชกาลที่ 10   เพราะเปรมต้องการให้พระเทพ ฯ ขึ้นเป็นกษัตริย์

ด้วยเหตุนี้การยึดอำนาจ  วันที่ 19  กันยายน  2549   จึงทำเพื่อการนี้ โดยเฉพาะ  หลังจากการยึดอำนาจมีการวางแผนที่จะควบคุมอำนาจไว้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปี    เพราะไม่รู้ว่ากษัตริย์ภูมิพลจะตายเมื่อไหร่  โดยได้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญให้อำนาจรัฐสภา อำนาจรัฐบาลอยู่ภายใต้อำนาจตุลาการทั้งหมดในช่วงเวลาถึง 9 ปี  ภายใต้คำพูดที่เรียกว่า “ ตุลาการภิวัฒน์ “
แล้วใครเป็นคนใช้ศาลได้ถ้าไม่ใช่กษัตริย์ภูมิพลเอง ?

ดังนั้นเมื่อรู้ปัญหาชัดเจนเช่นนี้กษัตริย์ภูมิพลควรแต่งตั้งรัชกาลที่ 10 ขึ้นมาเสียเอง  เป็นการแก้ปัญหาทั้งหมดให้จบสิ้นไป   ประชาชนจะได้ไม่ต้องแบ่งแยกทางความคิดและเข่นฆ่ากันเหมือนกับที่เป็นอยู่ในเวลานี้ประเทศชาติจะได้เดินหน้าพัฒนาต่อไปเสียที
แล้วทำไมกษัตริย์ภูมิพลจึงไม่ทำ ? .

#จากประวัติศาสตร์ทำให้เรารู้ว่าในราชวงค์จักรีมีการแย่งชิงราชบัลลังก์กันมาตลอดเวลา   เริ่มต้นโดยเจ้า  #พระยามหากษัตริย์ศึก  ได้  #ฆ่าพระเจ้าตากสิน   หลังจากนั้น ได้ตั้งตัวเองเป็นกษัตริย์แล้ว   #สถาปนาราชวงค์จักรี   ขึ้นมา  จากนั้นมาก็มีการแย่งชิงราชบัลลังก์กันมาแทบทุกรัชกาล  พี่ฆ่าน้อง  ลูกฆ่าพ่อ (ร 2 ฆ่า ร 3 ) น้องฆ่าพี่  ( ร 9 ฆ่า ร 8 )  อาฆ่าหลาน  แม่ฆ่าลูก ลูกฆ่าพ่อเป็น  #เรี่องธรรมดาในประวัติศาสตร์ของราชวงค์จักรี   การที่กษัตริย์ภูมิพลได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ก็เแย่งชิงราชบัลลังก์มาจากพี่ชาย  #โดยการฆ่ารัชกาลที่ 8 ในหลวงอานันท  ถึงรุ่นลูกกษัตริย์ ภูมิพลก็ควรจะจัดการปัญหาให้เรียบร้อย  ซึ่งเป็นหน้าที่ของกษัตริย์ตามกฏมณเทียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงค์  ไม่ควรปล่อยให้มีการแย่งชิงกันฆ่ากันเหมือนในอดีตซึ่งทำให้เป็นสาเหตุปัญหาใหญ่ของประเทศชาติ  ของประชาชน  ของรัฐบาล และของรัฐสภา  ที่จะต้องมาแก้ปัญหาให้ครอบครัวกษัตริย์เพราะมันเป็นเรื่องภายในครอบครัวของกษัตริย์ภูมิพลเอง 

@NADIER


คลิกฟัง -.http://youtu.be/3rzAnSHsbsk


เถียงแทนเจ้า No.34 [2015-04-25] ตอน ระบอบภูมิพลไม่มีวัน.แพ้.(ตามเสด็จหญิงทอมดูงานประเทศจีน) 
สัปดาห์นี้ดีเจซุนโฮได้ตามเสด็จคุณหญิงสิรินเทพไปประเทศจีนดูงานที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง รวมถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างราชวงค์ของไทยกับอเมริกา และสาเหตุที่ศักดินาต้องมาพึ่งพาประเทศจีนและรัสเซีย รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่กำลังมีการอภิปรายกันอยู่ในสภา และความกังวลของหญิงทอมที่มีต่อประชาชนที่เตรียมลุกขึ้นสู้

 คลิกดูเพิ่มเติม


ทันข่าว ทันสถานการณ์ ก้าวทันโลก ก้าวทันเกมส์"คสช.ม.44" ยกระดับนำประเทศไทยและประชาชนไทยให้หลุดพ้นออกจากระบอบโบราณของอำมาตย์เผด็จการทรราชาธิปไตย

มติชนออนไลน์

-เผย 4บิ๊กมท.โดนคดีทุจริต เป็นอดีตผวจ.ยกแผง115ราย


-เดินหน้าซื้อเรือดำน้ำ! กองทัพเรือ ชง ครม.งบ 3.6 หมื่นล้าน! - เเพลมไต๋สนใจจีน





เสรีไทยวิจารณ์ รธน.เผด็จการ คสช."งาช้างไม่อาจจะงอกจากปากคสช.ได้­" ตอนที่1 โดยเลขาธิการองค์การเสรีไทย นายจารุพงศ เรืองสุวรรณ

ThaiE - News



Published on Apr 23, 2015


 



คลิกฟัง  https://www.youtube.com/watch?v=IIWJrd83AFs


ปฎิวัติประเทศไทย No 26 กับ อ.สุรชัย แซ่ด่าน ตอน:อิทธิฤทธิ์แดงนอกเขย่าบัลลังก์ประยุทธ


วันที่ยี่สิบสี่ "คสช.ม.44" หวั่นเสียภาพประเทศ! จัดระเบียบสังคมเพื่ออำมาตย์ ลดเป้าส่งออกเหลือ 1%?

หวั่นเสียภาพประเทศ! แท็กซี่สุวรรณภูมิ ไม่หยุดวิ่ง ให้ทุกคันรับผู้โดยสารไม่เกิน4คน






-ป่วน! 1,700 เเท็กซี่สุวรรณภูมิขู่หยุดวิ่งวันนี้ -"ประจิน"ท้า บอก"ก็ให้ลองดู"








-รัฐบาลฮิปสเตอร์ไม่ตามกระแสใคร ไม่เน้นลดค่าครองชีพ แต่เน้นลดการเติบโตทางเศรษฐกิจ แค่ไตรมาสแรกก็ลดอัตราการเติบโตเหลือ 1% แล้ว4%ที่หม่อมอุ๋ยโม้เดือนก่อนล่ะ


คลิกอ่าน-http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1429666111



คลิกอ่าน-http://news.voicetv.co.th/thailand/195399.html

คลิกดูเพิ่ม-Visa översättning

ปรี๊ดๆๆๆๆออกไปออกไป!!! รอดูกฎหมาย ม.44 ว่าจะดีจริงไหมครับ ‪#‎โจรสลัด‬
~



คลิกดูเพิ่ม-Visa översättning