onsdagen den 16:e april 2014

ระวังวัน สานตัดสิน โดนตรีน(พวก)กู...จะกล่าวถึง สมไช ไอ้หน้าควาย ...คิดกำแหง แปลงกาย เป็นยักษา สรวมชฎา อ่าองค์ อ้างกงสี ควงกระบอง ป้องปล้น คนอัปรีย์ เหยียดสตรี สีแดง แ...งจัญไร

ขุนเขาบอก :
ระวังวัน สานตัดสิน โดนตรีน(พวก)กู....

 

จะกล่าวถึง สมไช ไอ้หน้าควาย
มันจะตาย ไหมหวา ถ้าไม่พูด
อวดศักดา อาญา เป็นอาวุธ
เหยียดมนุษย์ หยามมนา อสุรี

 

คิดกำแหง แปลงกาย เป็นยักษา
สรวมชฎา อ่าองค์ อ้างกงสี
ควงกระบอง ป้องปล้น คนอัปรีย์
เหยียดสตรี สีแดง แ...งจัญไร

 

สื่อมวลชน คนบาป ชอบคาบข่าว
พวกลิ้นยาว ข่าวอ้าง ข้างถูไถ
รีบลงข่าว ไอ้ห่าราก ปากตะไกร
ไอ้สมไช ได้หน้า ป๋าชื่นชม

 

หน้าที่ตน คนแช่ง แ...งไม่ทำ
เต้นระบำ อวดป๋า น้ำลายขม
จ้องปลดปู ชูเทือก เลือกอาจม
อ้างคนชม ล้มปู ตรูละเซ็ง

 

เอ็งว่ามา ข้าว่าไป ไม่ใช่ท้า
เอ็งยกมา ข้ายกไป ใช่ข่มเหง
ใครพวกมาก เชิญลากไป ใช่ตะเบ็ง
ทั้งพวกเอง ทั้งพวกข้า มาลองกัน

 

สมไชเอ๋ย สมไช ไอ้หน้าหอ
อยากขึ้นวอ นั่งรอหมอบ ชอบนอนฝัน
อยากเป็นใหญ่ ไอ้คางคก โกหกทุกวัน
ระวังวัน สานตัดสิน โดนตรีน(พวก)กู....


 
ขุนเขาจากแดนไกล, Today at 12:27 AM

( แล้วไปยอมรับมันทำไม ? ก็รู้อยู่แล้วว่าศาลหัวควยนั้นมันไม่มีอำนาจ ไม่มีกฎหมายรองรับ มันทำตามใบสั่งนายของมัน คุณเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารของรัฐ เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่ประชาชนเลือกมาตามหนทางประชาธิปไตย เป็นผู้ได้รับอำนาจสูงสุดจากปวงชนชาวไทย คุณยอ่มมีอำนาจเหนือกว่า องค์กรเถื่อนที่ไอ้สมไชมันเป็นตัวแทนอยู่นั้น หน้าที่ของนายกรัฐมนตรีมีสิทธฺิที่ที่จะปฎิเสธคำตัดสินของศาลเถื่อนนั้น แล้วประกาศไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญโจรปี ๒๕๕๐ทั้งหมดแล้ว ร่างรฐธรรมนูญเฉพาะการขึ้นมาใหม่ ชั่วคราวแล้วเดินหน้าต่อไป องค์กรอิสระและศาลหัวดอต่างๆนั้นมันก็จะหมดหน้าที่ของมันไปเอง... นี่คือทางออกไม่ใช่จะมานั่งรอรับคำตัดสินของศาลบ้านั้นอยู่ ก็รู้อยู่แล้วว่าศาลนั้นมันเป็นศาลของใครและทำตามคำสั่งของใคร เพื่อเป้าหมายอะไร...? )  คอมเมนต์โดยผู้รักประชาธิปไตย.

ฟังคลิปชูพงษ์ ประจำวันที่ ๑๕ เมษา ๒๕๕๗

http://www.mediafire.com/listen/0jn1u2i18g1tw22/chupong-usa-2014-04-15.mp3

tisdagen den 15:e april 2014

๑๕ เม.ย.๕๗ อัพเดทข่าวทั่วไป.....ยุคกรุงรัตนโกสินทร์เกิดกลียุค พวกอำมาตย์บ้าคลั่งมัวเมาหลงไหลในอำนาจ ทำลายกฎกติกาบ้านเมืองปล้นทำลายอำนาจรัฐ.........

















20.00 น. สน. บางซื่อ ปิดล้อมไล่ล่าผู้ก่อเหตุ ปิดถ.สุทธิสารชั่วคราว คาดคนร้ายังอยู่ในซ.อินทามระ 25 และ 27 เบื้องต้น เจ็บ 4 คน
20.05 น. อาวุธที่ใช้ก่อเหตุยิงถล่มปากซอยอินทามระ 25 มีทั้ง M16 / 9 มม. 11 มม. เบื้องต้นคนเจ็บ ส่ง รพ.เปาโล และ รพ.พระมงกุฎฯ
20.10 น. ตร.ใช้ชุดจู่โจมปิดล้อม ไล่ล่าหาตัวคนร้าย
20.15 น. นายแจ๊ค จันถาวร อายุ 29 ปี ถูกยิงที่หน้าอก ส่งรพ.เปาโล ตอนนี้เสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นเสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 4



สนุกสนาน. เบิกบาน สำราญใจ เล่นสงกรานต์แบบสบายๆ ..กับ "ชัชชาติ" วันหยุดเก็บตำแหน่งรัฐมนตรีไว้ที่ทำงาน มีชีวิตธรรมดาๆ เหมือนกับพี่น้องเพื่อนร่วมชาติทั่วไป เป็นคนรุ่นใหม่ที่คนในสังคมไทยควรดูไว้เป็นตัวอย่างค่าของคนที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล......

1ท่านชัชชาติ..สมแล้วที่เป็นเน็ตไอดอล
ชัชชาติไปเล่นสงกรานต์   ที่สยามแสควร์...



[Image: 10176110_713916628631433_5102359235742118185_n.jpg]




......................................................................

2. ประชาชนเล่นสงกรานต์... ที่ถนน อักษะ-เขตพระราชฐาน"อย่างไม่มีข้อห้ามใดๆ"


โดย   น่ารักก็ไม่บอก


........ถนน อักษะ – ต่อเนื่องไปจนถึง ถ.เลียบคลองทวีวัฒนา  ก็จะได้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทย นับจากเดือนนี้  ว่า....เป็นครั้งแรก ที่ ถนน อักษะ- ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา ได้มีการชุมนุมทางการเมือง ของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันเสาร์ที่ 5-7เม.ย.57
....เป็นครั้งแรก ที่ ถ.ถนน อักษะ- ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา ได้เปิดให้ประชาชน เข้าไปเล่นสงกรานต์กันได้  อย่างไม่มีข้อห้ามใดๆ
..ไม่มีข้อห้ามในการขายของตามข้างถนน  มีการตั้งร้านของต่างๆได้มากมายตามปกติทั่วๆไป
--ไม่มีข้อห้ามรถบรรทุกที่มีถังน้ำ เข้าไป  เพราะเห็นรถทุกคันมีถังน้ำสาดเล่นกันตลอดทาง
...ไม่มีข้อห้ามรถบรรทุกขนคนเข้าไป...รถทุกคันมีแต่คนนั่งไปทั้งนั้น (ไม่มีขนสัตว์เลี้ยงเลยสักคัน)

…ก็ขอบันทึกภาพและเรื่องราว บนถนนอักษะ   ถนนที่อยู่ในเขตพระราชฐาน สายนี้...
ไว้เป็น ประวัติศาสตร์หน้าใหม่และครั้งแรกของประเทศไทย  เอาไว้ต่อไป 



.เสาร์5 เดือนเมษายน ปี57  และเทศกาลสงกรานต์ปี57 ...ถนนอักษะ ถนนสายธรรมมะ..เป็นถนนสายที่มีคลื่นประชาชน...ได้มารวมกันอยู่บนถนนสายนี้....*****


ลิ้งค์ย่อ  ของกระทู้นี้ครับ
 http://www.prachatalk.com/node/3660/


สำหรับท่านใด ที่เคยไปร่วมบนถนนสายสีแดง วันที่5-7 เม.ย.57
และอยากเห็นภาพเปรียบเทียบ วันนั้น กับวันสงกรานต์  บรรยากาศ ตรงจุดเดียวกัน  เป็นอย่างไร?
ไปชมภาพที่กระทู้นี้ครับ
 http://www.prachatalk.com/node/3613/ 

ฟังคลิปชูพงษ์ เปลี่ยนระบอบประจำวันที่ ๑๒ เมษายน ๑๕๕๗

http://www.mediafire.com/listen/k4k8a4w6k668kzw/chupong-usa-2014-04-12.mp3

måndagen den 14:e april 2014

ฟังคลิปสัมภาษณ์พิเศษ " .ธง แจ่มศรี .".. เป็นการติดอาวุธทางปัญญายกระดับความรู้ เข้าใจปัญหาเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาวะการณ์การต่อสู้เรียกร้องซึ่งยกระดับขึ้นเป็นสงครามชนชั้น.ในเวลานี้.....

ธง แจ่มศรี ตำแหน่งอดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษภายในงานรำลึก 70 ปี พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่เขตงาน 444 ภูสระดอกบัว อ. ดอนตาล จ.มุกดาหาร
https://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=hKeb7VnRLbM

พวกเหี้ยโรคจิตโมฆะบุรุษออกมาเล่นอะไรกัน ?? .คณะรัฐบุคคล" จับฉลาก.".ได้เปรมเป็นนายกฯคนแรกของ"รัฎฐาธิปัตย์" ของพวกไดโนเสาร์.... พวกไอ้แก่อัลไซเมอร์หลงยุค... จะบ้ากันไปถึงไหนหยุดได้แล้ว ปล่อยให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติให้ประชาชนมีอิสระเสรีเลือกอนาคตตัวเองด้วยการเลือกตั้งตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ให้คนรุ่นใหม่ที่ความรู้ความสามารถได้เข้ามาบริหารพัฒนานำพาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าเท่าเทียมนาๆอารยะประเทศ....เวลานี้ยุคไดโนเสาร์มันสิ้นสุดลงแล้ว ......

[​IMG]

พล.อ. สายหยุด-‘คณะรัฐบุคคล’ เสนอป๋าเปรมนำทูลนายกฯ คนกลาง


คณะรัฐบุคคล นำโดยพล.อ.สายหยุด เกิดผล แถลงข่าวเสนอพล.อ.เปรม เป็นคนกลางพูดคุยทุกฝ่ายพร้อมเสนอนายกฯ คนกลางให้ในหลวงลงปรมาภิไธย ย้ำไม่ต้องรอสุญญากาศก็ทำได้
เว็บไซต์เดลินิวส์ รายงานเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ว่า ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น คณะรัฐบุคคล นำโดย พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ พล.อ.อ.เทิดศักดิ์ สัจจะรักษะอดีตรอง ผบ.ทอ. และ ร.อ.ปราศรัย ทรงสุรเวทย์ อดีตผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ได้ร่วมกันแถลงข่าวเรื่อง “ทางออกประเทศไทยเมื่อยิ่งลักษณ์หมดความชอบธรรมในการปกครองประเทศทั้งทางด้านนิตินัยและพฤตินัย


"สายหยุด นำรัฐบุคคล เพื่อนำทูลเกล้าถวายนายกรัฐมนตรี ม. 7 โดยให้เปรมเป็นนายกฯ"
เมื่อวันที่14 เม.ย. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่นคณะรัฐบุคคล นำโดย พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ พล.อ.อ.เทิดศักดิ์ สัจจะรักษะอดีตรอง ผบ.ทอ. และ ร.อ.ปราศรัย ทรงสุรเวทย์ อดีตผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ได้ร่วมกันแถลงข่าวเรื่อง “ทางออกประเทศไทยเมื่อยิ่งลักษณ์หมดความชอบธรรมในการปกครองประเทศทั้งทางด้านนิตินัยและพฤตินัย ”
โดยพล.อ.สายหยุด กล่าวว่า จากวิกฤติทางการเมืองขณะนี้ กลุ่มรัฐบุคคลได้ย้อนดูประวัติศาสตร์และอำนาจหน้าที่ของส่วนต่าง ๆตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลา พฤษภาทมิฬประเทศเราต่างผ่านวิกฤติมาได้ด้วยพระบารมีของประบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นวิกฤติทางการเมืองในครั้งนี้ก็เห็นว่า พระบารมีจะทำให้ประเทศไทยผ่านไปได้แต่เนื่องจากพระองค์ท่านไม่อาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองได้ ซึ่งคณะรัฐบุคคลเห็นว่าโครงสร้างของประเทศไทยยังมีตำแหน่งรัฐบุรุษอยู่และตำแหน่งดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงตำแหน่งที่มีเกียรติศักดิ์ศรี แต่มีหน้าที่ที่รับสนองพระบรมราชโองการโดยรัฐบุรุษในประเทศไทยขณะนี้ก็มีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่จะทำหน้าที่ได้ ในการรับสนองพระบรมราชโองการและพยายามที่จะร่างพระบรมราชโองการขึ้นทูลเกล้าฯ เสนอเมื่อเกิดเหตุการณ์บ้านเมืองยุ่งเหยิงดังนั้นคณะรัฐบุคคล จึงเสนอให้ รัฐบุรุษทำหน้าที่พูดคุยกับองค์กรต่าง ๆ ที่เป็นหลักของบ้านเมืองทั้งตุลาการและทหารและผู้นำทางสังคม เพื่อร่างพระบรมราชโองการ เสนอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ เพื่อให้ลงปรมาภิไธยแต่กรณีดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวกับการเสนอใช้พระราชอำนาจ ตามรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา 7 โดยเราเชื่อว่า เมื่อมีพระบรมราชโองการออกมาแล้วสังคมไทยจะยอมรับเหมือนเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาขณะที่หน้าที่ของเราเป็นเพียงการเสนอแนวทางว่าใครมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง ส่วนเนื้อหาร่างพระบรมราชโองการเป็นเรื่องที่ผู้มีหน้าที่ต้องเป็นผู้ดำเนินการและรับผิดชอบ
เมื่อถามว่าได้มีการนำข้อเสนอนี้แจ้งไปยัง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษ รับทราบและมีการตอบกลับแล้วหรือไม่พล.อ.สายหยุด กล่าวว่า คณะรัฐบุคคล ได้มอบหมายให้นายปราโมทย์ เป็นผู้ประสานไปซึ่งได้มีการส่งไปทั้งในรูปแบบของจดหมายและบทความไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับการตอบรับมา การแถลงข่าวครั้งนี้เราต้องการให้ทุกฝ่าย รวมถึงสื่อมวลชนเข้าใจเนื้อหาดังกล่าวหากสื่อมวลชนเห็นด้วยก็จะได้ช่วยกันเรียกร้องดำเนินการแนวทางดังกล่าว ขณะที่เราเห็นว่าแนวทางดังกล่าวสามารถดำเนินการได้เลยในขณะนี้เพราะเห็นว่าประเทศมีปัญหามากแล้วไม่ต้องรอให้เข้าสู่สภาวะสุญญากาศ เพราะหากฝ่าย กปปส. สามารถปฏิรูปแล้วตั้งรัฐบาลใหม่ได้อีกฝ่ายหนึ่งก็คงจะออกมาต่อต้านใหม่แล้วดำเนินการเหมือนกปปส.ในขณะนี้สุดท้ายสถานการณ์ก็ยังจะไม่ยุติลง
ด้านนายปราโมทย์กล่าวยืนยันว่า ข้อเสนอนี้ไม่ได้เป็นการบีบคั้นแล้วทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทเหมือนที่หลายฝ่ายโจมตีว่าเราเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ที่พูดจาเลอะเทอะโดยแนวทางของกลุ่มได้มีการศึกษาและย้อนดูประวัติศาสตร์แล้วและเราในฐานะประชาชนก็มีสิทธิและหน้าที่ในการตรวจสอบให้ทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่ของตน
ขณะที่นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ที่ได้มาร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่าจะเป็นข้อเสนอที่เหมาะสมตามหลักรัฐศาสตร์ด้วยหรือไม่ว่า แนวทางเรื่องของรัฐบุรุษดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในหลายแนวทางที่สังคมพยายามหาทางออกแต่ก็คงมีประเด็นสำคัญในเรื่องช่วงเวลาว่าต้องรอให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองหรือไม่โดยคณะรัฐบุคคล มองว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดสุญญากาศ แต่อีกมุมมองหนึ่งอาจมองว่าต้องให้มีสุญญากาศซึ่งจะเชื่อมโยงกับรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 7 ซึ่งจะให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้เสนอและรับสนองพระบรมราชโองการขณะที่ตนคิดว่าในแง่ของคนไทยต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าจะแก้ปัญหาและวิกฤติที่เกิดขึ้นขณะนี้มีความหลากหลายทางความคิดบนพื้นฐานที่อยากให้วิกฤติของชาติยุติลงและหาทางออกดังนั้นแนวทางใดถึงเส้นชัยก่อนตนก็คิดว่า เป็นความพยายามของสังคมในการที่จะหาทางออก
นายบรรเจิดยังได้กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยสถานภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี กรณีการย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคง( สมช.) ด้วยว่า กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีความแตกต่างกับกรณีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกร้องให้สิ้นสุดสถานภาพส.ส. กรณีการหนีการเกณฑ์ทหาร เพราะเมื่อยุบสภา นายอภิสิทธิ์ ก็สิ้นสุดจากการเป็นส.ส. ไปโดยปริยาย แต่กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังคงปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีอยู่โดยรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา 182 บัญญัติว่าความเป็นรัฐมนตรีจะสิ้นสุดลงเฉพาะตัวด้วยเหตุการตาย ลาออก ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และขาดคุณสมบัตรหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 174 เมื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่พ้นสภาพการเป็นนายกฯตามรัฐธรรมนูญ ฯ มาตราดังกล่าว ประเด็นที่มีการกล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญก็มีอำนาจที่จะรับวินิจฉัยได้แต่ถ้าระหว่างนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลาออกแล้วฐานะความเป็นรัฐมนตรีย่อมสิ้นสุดลงเฉพาะตัวแล้วจะทำให้วัตถุแห่งคดีที่ศาลจะทำการวินิจฉัยหมดไป ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยอีกและถ้านายกรัฐมนตรีพ้นจากสภาพแล้วส่วนตัวก็มองว่าในทางปฏิบัติและหลักรัฐศาสตร์ คณะรัฐมนตรีก็ไม่น่าจะอยู่ในตำแหน่งได้ต่อไปแต่อาจกรณีนี้อาจมีการตีความอย่างหลากหลาย.