fredag 3 juni 2011

ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติจะถูกกลั่นแกล้งโดยรัฐบาลเผด็จการของกษัตริย์ด้วยกฏหมายหมิ่นตลอดเวลา ตราบใดที่กษัตริย์ภูมิพลยังเป็นเจ้าของระบอบเผด็จการนี้อยู่

บีบีซี: ชายอเมริกันที่ถูกจับข้อหาหมิ่นฯร้องเรื่องถึงโอบามา

โดย Rachel Harvey
ที่มา บีบีซี
แปลไทยโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
1 มิถุนายน 2011 09:12 GMT

ชายอเมริกันคนหนึ่งถูกจับกุมตัวในประเทศไทยสัปดาห์ที่แล้วด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ได้เรียกร้องขอความช่วยเหลือถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายบารัค โอบามา

ชายคนดังกล่าว ผู้ซึ่งใช้ชื่ออเมริกันว่าโจ กอร์ดอน ถูกตั้งข้อหาว่าได้โพสต์ลิงก์บนบล็อกของเขาไปยังเว็บอัตชีวประวัติของราชวงศ์ซึ่งถูกแบนในประเทศไทย

กฏหมายหมิ่นฯเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงที่นี่ มีโทษสูงสุดคือการถูกจำคุกถึง 15 ปี

สถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพฯได้กล่าวว่า พวกเขาได้ให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมทางการทูตแก่ชายคนดังกล่าว

ชายคนดังกล่าวผู้ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้กล่าวว่าเขาได้ถือสองสัญชาติ ได้รับการสัมภาษณ์ภายในที่คุมขังโดยเว็บไซต์ข่าวแห่งหนึ่ง

นายกอร์ดอนกล่าวว่าเขาไม่มีเจตนาที่จะเกี่ยวข้องกับการเมือง และที่กระทำในประเทศสหรัฐก็เพียงแค่แสดงวิธีการสร้างบล็อคให้กับคนอื่นๆ

"ผมต้องการให้ประธานาธิบดีโอบามาและนางฮิลลารี่ คลินตัน เข้ามาแทรกแซงต่อกรณีของข้าพเจ้า" อ้างจากคำพูดของเขา

ผู้จัดการเว็บไซต์ผู้ซึ่งได้ทำการสัมภาษณ์ ได้แก่คุณจีรนุช เปรมชัยพร ก็เป็นอีกผู้หนึ่งซึ่งถูกข้อหาหมิ่นฯหลังจากที่ไม่ได้ลบข้อความที่เนื้อหาหมิ่นและถูกโพสต์บนเว็บไซต์ของเธอเร็วพอ

โฆษกหญิงในสถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพฯได้กล่าวกับบีบีซีว่า ประเทศสหรัฐได้ร้องให้เจ้าหน้าที่ของไทยรับประกันว่ามีการเคารพเสรีภาพของการแสดงออก และให้นายกอร์ดอนได้รับการดูแลที่เหมาะสม

lördag 28 maj 2011

วิธีมองการเมืองไทยอีกด้านหนึ่งสำหรับผู้ที่คิดว่าการเลือกตั้งจะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง

คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?
เรื่อง คนละเกม
โดย กาหลิบ

พร้อมกับที่คนไทยส่วนใหญ่ให้ความสนใจต่อการเลือกตั้งครั้งนี้และตั้งความหวังไว้เสียสูงลิ่วว่าเศรษฐกิจของชาติจะดีขึ้นและการเมืองคงวุ่นวายน้อยลง คนกลุ่มเล็กๆ ที่มีอำนาจล้นพ้นในสังคมไทยกลับเล่นเกมที่แตกต่างจากมวลชนไทยโดยสิ้นเชิง
นั่นคือเขากำลังเดินเกมลดคุณค่าและความหมายของการเลือกตั้ง และหวังบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยในระยะยาวเพื่อการรักษาระบอบของเขา
เลือกตั้งครั้งนี้จึงแปรปรวนไปมาเหมือนใบไม้ในลมหมุน
เริ่มต้นมาจากการลุ้นระทึกว่าจะได้เลือกตั้งหรือไม่ได้เลือกตั้ง ซึ่งเป็นการท้าทายอำนาจของคนไทยเป็นล้านๆ คนที่แสดงความต้องการชัดเจนว่าต้องการเลือกตั้ง ตามด้วยการให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับต่ำอย่างกรรมการการเลือกตั้งออกมาส่งสัญญาณบ้าๆ บอๆ เสมือนจะล้มเลือกตั้งครั้งนี้ได้ทุกเมื่อ โดยอ้างเหตุผลแบบข้างๆ คูๆ
ให้สายพันธุ์พรรคประชาธิปัตย์ออกมาทำลายหลักการทางการเมืองของระบบรัฐสภา ด้วยการบอกว่าพรรคการเมืองทุกพรรคที่ได้รับเลือกตั้ง สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ทันที ไม่ต้องรอพรรคที่ได้รับเสียงข้างมากสูงสุดพยายามจัดตั้งก่อนอย่างที่ทั่วโลกเขาทำกัน
ส่งสัญญาณผ่านกระบวนการ ปรองดองจนอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างคุณทักษิณฯ ออกมาพูดปรารภทำนองที่ว่า คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอาจจะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ถึงจะเป็นหมายเลขหนึ่งของพรรคที่ได้รับเสียงอันดับหนึ่งก็ตาม คล้ายจะเป็นการยืมมือฝ่ายประชาธิปไตยมาช่วยกวนกระแสบางอย่างให้มวลชนฝ่ายประชาธิปไตยเกิดความไขว้เขว
ตรงกันอย่างประหลาดกับคุณเนวิน ชิดชอบ ที่ออกมาแหย่ว่าคุณยิ่งลักษณ์ฯ และคุณอภิสิทธิ์ฯ อาจไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้งด้วยกันทั้งคู่
สมาชิกพรรคเพื่อไทยก็เรียงหน้าออกมาโต้ตอบคุณเนวินฯ เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ส่งทั้งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคออกมาสวนหมัด
หลายคนในพรรคเพื่อไทยคงลืมไปว่า ประโยคที่คุณเนวินฯ พูดในเชิงพยากรณ์นั้นเป็นข้อความเดียวกับที่ออกจากปากของคุณทักษิณฯ มาหมาดๆ ถึงภาษาที่ใช้จะต่างกัน แต่ความหมายเหมือนกันอย่างชัดเจน
น่าสนใจที่สื่อมวลชนทั้งหลายที่ไป รับงานช่วยระบอบเก่าก็ออกมาช่วยตีข่าวขี้ปากของคุณเนวินฯ จนเป็นข่าวใหญ่ข่าวโตเหมือนชีวิตทั้งชีวิตขึ้นกับเรื่องนี้
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ
ก็เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากสัมมาทิฐิหรือความตั้งใจอันดีของศักดินาไทย ไม่ใช่แม้แต่ความโอนอ่อนผ่อนตามความแข็งแกร่งของฝ่ายประชาชนอย่างที่หลายคนในฝ่ายเราคิด และมิใช่ความอ่อนแอของเขาในช่วงใกล้เปลี่ยนแปลงอย่างที่บางคนเข้าใจ
แต่เป็นกลศึกของฝ่ายเขา
จำได้ไหมว่า เมื่อขบวนประชาธิปไตยในช่วงปี พ.ศ.๒๕๕๐-๒๕๕๒ ทำท่าจะยกระดับขึ้นถึงระดับระบอบ ก็เกิดความแตกร้าวในฝ่ายประชาธิปไตยจนถึงขั้นประณามขับไล่กันกลางเวที แล้วคนที่เหลือบนเวทีนั้นก็นำขบวนไปสู่เป้าหมายที่เล็กลงเรื่อยๆ
เคยประกาศจะรุทำลายรังเผด็จการ ก็ลดลงมาเป็นการขอร้องให้ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่
จากการเลือกตั้งที่ตั้งใจล้างอิทธิพลของฝ่ายอำนาจเก่าให้สิ้น ก็ลดลงมาเพียงได้เป็นรัฐบาลเสียก่อน อำนาจรัฐจะได้จริงหรือไม่ได้จริงก็ช่าง
ตอนนี้ดูเหมือนจะลดเป้าหมายลงไปอีก ขอเป็นแค่ร่วมรัฐบาลก็อาจจะเอา และอ้างเหตุผล แบบเดิมว่าเอาอำนาจรัฐไว้เสี้ยวหนึ่งก่อน ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ทั้งที่คนพูดก็รู้ว่าอำนาจรัฐนั้นมีเพียง ๒ ทางคือได้กับไม่ได้ ไอ้เรื่องแบ่งอำนาจกับเขาอย่างลงตัวชื่นมื่น ไม่เคยปรากฎในสารบบการเมืองไทย
สุดท้ายเขาก็ยอมให้เลือกตั้ง แล้วเล่นเกมตอดนิดตอดหน่อยว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีและใครจะไม่ได้เป็น พรรคไหนจะได้เป็นเบี้ยของเขาในฝั่งรัฐบาลและใครต้องไปเป็นเบี้ยในฝั่งฝ่ายค้าน
ผู้เล่นเกมก็ต้องวิ่งตามเสียงเคาะกะลาไปตลอดทาง จนบางทีก็ลืมว่าเป็นคน
เป้าหมายสุดท้ายของเขาคือสูบความรักใคร่ นับถือ และศรัทธาจากมวลชนไปจนหมด พอเหลือแต่ซากแล้วเขาก็เสนอจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติที่นำโดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล นายพลากร สุวรรณรัฐ หรือคนชนิดเดียวกันนี้ มานั่งแทนรัฐบาลเลือกตั้งที่ประชาชนเคยรักและเคยหวัง
เห็นไหมว่าคนละเกมแท้ๆ ทีเดียว.
-------------------------------------------------------------------------------

fredag 27 maj 2011

Thailand arrests American for alleged king insult

AP

BANGKOK – Thai authorities said Friday they arrested an American citizen on charges he insulted the country's monarchy, in part by posting a link on his blog four years ago to a banned book about the Southeast Asian nation's ailing king.

The man is also suspected of translating, from English into Thai, portions of "The King Never Smiles" — an unauthorized biography of King Bhumibol Adulyadej — and posting them online along with articles he wrote that allegedly defame the royal family, said Tharit Pengdith, who heads the Department of Special Investigation, Thailand's equivalent of the FBI.

The American has denied the charges, according to the Thai-language prachatai.com news website, which tracks cases of lese majeste, as the crime of insulting the monarchy is known.

The 54-year-old Thai-born man lived in the U.S. state of Colorado for around 30 years before returning recently to Thailand for medical treatment, the website said.

Tharit said the man's Thai name was Lerpong Wichaikhammat. Walter M. Braunohler, the U.S. Embassy spokesman in Bangkok, identified the American as Joe Gordon and said a consular officer visited him on Friday morning. He declined comment further, saying only that officials were following the case "very closely."

"We're still looking into what the exact charges are," Braunohler told The Associated Press.

Thailand is a constitutional monarchy but has severe lese majeste laws that mandate a jail term of three to 15 years for any person who "defames, insults or threatens the king, the queen, the heir to the throne or the Regent."

Critics say the lese majeste laws — used with alarming frequency over the last several years — are often a weapon of political harassment and calls have grown recently to amend or abolish them.

Thai-based media routinely self-censor coverage of the royal family, but the Internet has tested the taboo. Thai authorities have responded by trying to block thousands of websites considered subversive, arguing that defending the monarchy is a priority.

Tharit said the man was arrested Tuesday and is facing charges that include inciting public unrest and violating Thailand's Computer Crimes Act. Gordon appeared before a Thai court Thursday, which denied him bail.

A DSI spokeswoman, speaking on customary condition of anonymity, said the American was arrested in the northeastern province of Nakhon Ratchasima and is being held in a Bangkok prison.

Praachatai.com said police arrested the man at his home and seized a computer and cell phone.

Sensitivity over criticism of the monarchy has increased in recent years as the poor health of the country's 83-year-old king has elevated concern about a smooth succession. At the same time, sharp partisan political battles in the wake of a 2006 military coup have unleashed unprecedented questioning of established institutions, including the palace.

Thailand's freedom of speech reputation has taken a battering in recent years, as successive governments have tried to suppress the opposition. Its standing in the Press Freedom Index issued by the Paris-based group Reporters Without Borders slid to 153 last year from 65 in 2002, when the ratings were initiated.

The number of lese majeste cases has grown dramatically in recent years. Between 1990 and 2005, an average of five per year made their way through the Thai court system. Since then, however, there have been at least 400 cases — an estimated 1,500 percent increase, according to David Streckfuss, an American scholar who wrote a recent book studying the harsh laws called "Truth on Trial."

In March, a Thai court sentenced Thanthawut Taweewarodomkul — the operator of an anti-government website — to 13 years on charges of defaming the monarchy and three more years for violating the Computer Crime Act.

The 38-year-old ran a website affiliated with the anti-government Red Shirt movement whose aggressive street protests last year deteriorated into violence and were quashed by the army.

The 2007 Computer Crime Act addresses hacking and other traditional online offenses, but also bars the circulation of material deemed detrimental to national security or that causes panic. It carries a penalty of up to five years' imprisonment and a fine of 100,000 baht ($3,285).

http://news.yahoo.com/s/ap/20110527/ap_o...d_monarchy

---------------------

คำแถลงการณ์ของ นปช.กรณีย์อาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติของรัฐบาลกษัตริย์เผด็จการ

ที่มา เวบไซต์ Robert Amsterdam

คำแถลงการณ์ของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติกรณีอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ

26 พฤษภาคม 2554—แกนนำกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยนปช.ได้ร้องขอให้สำนักงานกฎหมายอัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีรอฟฟ์ ยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ(ไอซีซี) ในนามของกลุ่ม เพื่อขอให้ศาลทำการไต่สวนเหตุการณ์ความรุนแรงต่อกลุ่มผู้ชุมนุมในระหว่างเดือนเมษายนและพฤษภาคม ปี 2553 อย่างเป็นอิสระ

เนื่องมาจากปรากฏหลักฐานและคำให้การของพยานใหม่ คำร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศฉบับใหม่ จะผนวกรายงานล่าสุดของกลุ่มเอ็นจีโอองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน อย่างองค์กรฮิวแมนไรท์วอซซ์เข้าไปด้วย เพราะเนื่องจากองค์กรเห็นถึงความพยายามที่สำคัญในการทำความจริงให้ปรากฏ และสร้างความกระจ่างชัดต่อเหตุการณ์สังหารหมู่ที่กรุงเทพมหานคร

กลุ่มนปช.เชื่อว่า คำร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศฉบับที่สองมีความจำเป็น เนื่องจากมีเหตุการณ์ใหม่หลายเหตุการณ์เกิดขึ้น และทั้งนี้เพื่อจะย้ำให้เห็นถึงเจตจำนงของรัฐบาลไทยที่เพิกเฉยต่อความคืบหน้าในการสอบสวน หรือการดำเนินคดีต่อบุคคลที่มีส่วนรับผิดชอบ รวมถึงการที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะสั่งให้ปกปิดข้อเท็จจริง

หลายเดือนนับตั้งแต่การยื่นของร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศครั้งแรก รัฐบาลใช้วิธีการหลบหลีกหลายวิธี โดยเปลี่ยนย้ายความรับผิดชอบภายในหน่วยงานรัฐหลายหน่วย รวมถึงการที่กองทัพยังเสวยสุยกับการไม่ต้องรับผิดใดๆอย่างชัดแจ้ง มีการร่างนโยบายองค์กรโดยการใช้การดำเนินงานแบบคาดเดา และไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนถึงกรณีของข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงคราม ซ้ำยังแทรกแซงหน่วยงานที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลเอง อย่างคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)

สิ่งที่คนไทยทุกคนรับรู้คือกลุ่มอำมาตย์พยายามที่จะไม่เผชิญหน้ากับความจริงเรื่องเหตุการณ์สังหารหมู่ แม้ว่าจะมีคำแถลงการณ์จากกลุ่มพรรคการเมือง แต่กลุ่มนปช.จะไม่ยอมรับการพูดคุยเรื่องการนิรโทษกรรมจนกว่าความจริงจะปรากฏ และจุดยืนที่หนักแน่นของเราคือ ไม่มีการปรองดองสมานฉันท์ใดที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยปราศจากความรับผิด

ประชาชนชาวไทยจะต้องลุกขึ้นต่อต้านการใช้กฎหมายเผด็จการ และเรื่องสองมาตรฐานที่ทำลายการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย และจำกัดเสรีภาพการแสดงออกอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ด้วยการยึดมั่นแนวทางแสดงหาความจริงและความเป็นธรรมในสังคม อคติอันหยั่งรากลึกและการเซ็นเซอร์ตนเองของสื่อที่จงรักภักดีต่อรัฐบาล ไม่ได้สามารถทำอะไร นอกจากสร้างความมุ่งมั่นให้แก่ที่ปรึกษากฎหมายของกลุ่มนปช.ในความพยายามที่จะอธิบาย และเปิดโปงขวากนามแห่งความอยุติธรรมอย่างเป็นระบบที่ยังคงมีอยู่ในทุกซอกทกมุมของประชาธิปไตยในประเทศไทย

แม้การเลือกตั้งกำลังจะมีขึ้น แต่แกนนำกลุ่มนปช.กลับถูกดำเนินคดีหลายคดี รวมถึง คดีก่อการร้าย ปลุกระดมและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มีการสั่งให้ดำเนินคดีจากพรรคผู้นำรัฐบาลด้วยเหตุผลทางการเมือง ทั้งนี้เพื่อพยายามจำกัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวของเรา และปฏิเสธสิทธิขั้นพื้นฐานของเราในฐานะพลเมือง ก่อนจะมีเหตุการณ์การกักขังตามอำเภอใจ และจำคุกนักกิจกรรมทางการเมืองที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยโดยมิชอบด้วยกฎหมายอีกครั้ง กลุ่มนปช.ตั้งใจที่จะหาโอกาส แสดงความเห็น และนำเสนอข้อเท็จจริงที่ท้าทายต่อข้อกล่าวหาเรื่องก่อการร้ายของรัฐบาล

รายงานฉบับใหม่ทั้งสามฉบับที่สำนักงานกฎหมายอัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีรอฟฟ์เผยแพร่ในวันนี้ ได้รวบรวมข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงระดับของโครงสร้างอคติที่มีอยู่ในระดับสูง รวมถึงการบิดเบือนการใช้ทรัพยากรรัฐของรัฐบาลอภิสิทธิ์เพื่อประกันว่าผลของการเลือกตั้งตกอยู่ประโยชน์ของประชาชนส่วนน้อย

โปรดเข้าร่วมการต่อสู้กับการบิดเบือนการใช้อำนาจของรัฐที่ไร้ประชาธิปไตยและถูกหนุนหลังโดยทหาร

นปช.

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่าที่ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยที่ สิริกิต ทนดูไม่ได้เพราะความอิจฉาริษยาของเธอ

[ภาพ: img_1035.jpg]

torsdag 26 maj 2011

เหยื่อรายล่าสุดคดี ๑๑๒

ชาวอเมริกันเชื้อสายไทยตกเป็นเหยื่อ112รายล่าสุด




โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 พฤษภาคม 2554

เหยื่อคดีมาตรา 112 รายล่าสุด เป็นคนไทยสัญชาติอเมริกัน ชื่อภาษาอังกฤษคือ Mr.Joe W.gordon ชื่อไทย นายเลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ DSI มา 2 วันเพื่อสอบปากคำ วันนื้เป็นวันที่สอง ในข้อหามาตรา 112

พยานผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า DSI บุกเข้าจับกุมโจ หรือเลอพงษ์ ที่บ้านพักของเขาที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อวานนี้ (25 พฤษภาคม) ช่วงบ่าย และควบคุมตัวเข้ากรุงเทพฯมาสอบปากคำที่สำนักงาน DSI

โจ-เลอพงษ์ เป็นคนไทยโดยกำเนิด และเดินทางไปพำนักในสหรัฐอเมริกามาประมาณ 30 ปี ได้สัญชาติอเมริกัน เขาถูกDSIควบคุมตัวระหว่างเดินทางกลับเมืองไทยมาเยี่ยมญาติพี่น้อง ล่าสุดได้มีการติดต่อกับทางสถานฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยแล้วเมื่อช่วงเช้า โดยทนายความของเขา

"เท่าที่ทราบDSIแจ้งข้อหาโจ-เลอพงษ์คือ กล่าวหาว่าเขากระทำผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ และมาตรา 112 แต่ไม่ทราบรายละเอียด"พยานที่รับทราบเหตุการณ์จับกุมระบุ

จากการสืบสวนข้อมูลในกูเกิ้ลพบว่า โจ-เลอพงษ์เคยเขียนเวบไซต์เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ต้นกำเนิดของประเทศสหรัฐอเมริกา ข้อมูลในการสอบโอนสัญชาติเป็นชาวอเมริกัน รวมภาพถ่ายทิวทัศน์ และธรรมชาติในรัฐโคโลราโด และรัฐใกล้เคียง

นอกจากนั้นข้อมูลจากกูเกิลมีชื่อ เลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนจ่าอากาศด้วย

******