måndag 1 september 2014

เชิญฟังคลิป อ. สุรชัย แซ่ด่าน ประจำวันที่ ๑ ก.ย. ๕๗ ตอน " ต่อสู้อย่างไรจึงจะชนะกษัตริย์ภูมิพล "



คลิกhttps://www.youtube.com/watch?v=58-0P2sEEFo&feature=player_detailpage
คุยกับ อ.สุรชัย แซ่ด่าน 05 - ต่อสู้อย่างไรจึงจะชนะ

[​IMG]





Publicerades den 1 sep 2014
รายการคุยกับ อ.สุรชัย แซ่ด่าน ตอนที่ 5 สัมภาษณ์โดย ดีเจซุนโฮ คลิปนี้ พูดคุยในประเด็นสำคัญ คือแนวทางการต่อสู้อย่างไร จึงจะสามารถประสบชัยชนะ ต่อระบอบกษัตริย์ไทย อาจารย์สุรชัยมีเหตุผล มีข้อเท็จจริงอย่างไร จึงกล้าเสนอแนวทางเช่นนี้ และทำไมถึงยืนยันชัดเจนว่าปัญหาของประเทศไ­ทยเวลานี้ ต้นตอที่แท้จริงคือระบบกษัตริย์ โปรดพิจารณารับฟัง









๑ ก.ย. ๕๗ อัพเดทข่าว "ความจริง" ที่ไม่เป็นข่าว...ในสังคมเผด็จการกะลาแลนด์


Foto: ในเมื่อพวกเรากินหลากหลายราคา 50 บาท เราอยู่ไม่ได้ ดังนั้นเราชาวสวนยางควนหนองหงษ์ เตรียมปิดถนนประท้วง 16 ก.ย.นี้
#โจรสลัด




-คนดี ไม่มีที่อยู่ แอดมินนกฮูก ชาวสวนยางจุดไฟเผาตัวเองตายเมื่อวานซืน ไม่มีพวกสลิ่มหรือข่าวช่องไหนเอามาพูดถึงบ้างเลยแฮะ เงียบเป็นเป่าสากกันหมด แถมตอนนี้เค้าออกมาปิดถนนกับทางรถไฟที่ภาคใต้กันเต็มไปหมดแล้ว ข่าวกลับเงียบกริบหมด สงสัยโดนสั่งห้ามออกข่าวแหงๆ ปลิ้มกันมั้ยละคับชาวสวนยาง...


-http://www.thaipost.net/news/270814/95283
(หมายเหตุ: ชมคลิปอาจองกับพลังปิระมิดได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=s3mFcK6qf_k )

Foto: คสช ตั้งนักวิทยาศาตร์ลวงโลกอย่าง อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ที่ศรัทธาในมนุษย์ต่างดาว พลังปิระมิด และเรื่องเหนือธรรมชาติ มาดูแลการศึกษาให้บุตรหลานท่าน ความงมงายเกิดขึ้นกับวิทยาศาสตร์แน่นอน

http://www.thaipost.net/news/270814/95283
(หมายเหตุ: ชมคลิปอาจองกับพลังปิระมิดได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=s3mFcK6qf_k )
คสช ตั้งนักวิทยาศาตร์ลวงโลกอย่าง อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ที่ศรัทธาในมนุษย์ต่างดาว พลังปิระมิด และเรื่องเหนือธรรมชาติ มาดูแลการศึกษาให้บุตรหลานท่าน ความงมงายเกิดขึ้นกับวิทยาศาสตร์แน่นอน




[​IMG][​IMG]
[​IMG][​IMG]
-นี่ก็ปัญหา..ไม่มีใครช่วยหาตลาด...ต้องดิ้นรนช่วยตัวเอง...เพื่อความอยู่รอด...

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - พ่อค้า แม่ค้าผลไม้จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บรรทุกลองกอง ทุเรียน มังคุด มาแร่ขายถึงตลาดนัด อ.เมืองสงขลา เนื่องจากผลไม้ล้นตลาดราคาถูก ประชาชนแห่ซื้อ ขายดิบขายดี โดยเฉพาะ ลองกองราคา กก.10 บาท มังคุด 15 บาท ทุเรียนพันธุ์ กก.20 บาท นับเป็นประวัติศาสตร์ที่ลองกองราคาตกต่ำสุดๆ

[​IMG]
หากในหมู่บ้านหนึ่ง ทุกครัวเรือนเอาสินค้าที่ตนเองผลิตมาวางขายหรือแลกเปลี่ยนกัน จะทำให้ผลผลิตเหล่านั้นเกิดการกระจายไปทั่วหมู่บ้าน การหมุนเวียนเหล่านั้นคือเศรษฐกิจชุมชน เป็นหลักของเศรษฐศาสตร์จุลภาค มันจะทำให้ผลผลิตของชุมชนเกิดความพอเพียงหรือเกิดการปรับเพื่อความพอเพียง ชองชุมชน เมื่อชุมชนมีความมั่นคง ผลผลิตเหล่านั้นจะถูกกระจายออกนอกชุมชนโดยอัตโนมัติ ซึ่งนั่นคือหลักการของการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชน เป็นแนวทางแห่งการต่อสู้กับกลุ่มทุนภายใต้กระแสทุนนิยม

เบื้องหลังภาพ ฝากให้ดู." ความจริง.".อีกด้านของทหาร....ตัวตนที่แท้จริงของพวกทหารที่จะมาปฎิรูปประเทศ??? ชี้นำประชาชน...




งานอะไร? ที่ไหน? ไม่สามารถบอกได้   ฝากให้ประชาชนช่วยกันหาคำตอบด้วย...[​IMG]
Foto: ฟินจังเลย กูอยากเป็นทหารบ้างจังครับ .....ว่าแต่งานแบบนี้เงินใครวะ

-เมื่อนายพลที่เคยสลายการชุมนุม ปี53 มาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม แล้วมันจะมีความยุติธรรมได้ยังไง!!ไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือครับ#โจรสลัด  คลิก (4 foton)


อาณาจักรไบกอน Returnss foto.








พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา...รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม

Foto: ทหารนักเลง!ก็สมควรโดน!

Foto: ยุคทหารครองเมือง อุกอาจ กร่าง พกอาวุธสงคราม นี่ถ้าไม่ใช่ทหารกับทหาร แต่เป็นทหารกับประชาชน เรื่องนี้คงตายฟรีกันอีกแน่ๆ

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd09USTNOemN5T0E9PQ%3D%3D&sectionid





-เปิดหน้าไอ้นายทหารบกสารเลว..  ใช้อำนาจเถื่อนยกพวกมากระทืบ สห.ทหารอากาศ  ...ทำผิดนอกเวลาราชการ..แต่ไม่นำคดีขึ้นศาลทหารเหมือนประชาชนทั่วไป  แค่สั่งขังตักเตือน...บอกได้คำเดียวทุเรศมาก...


ยุคทหารครองเมือง อุกอาจ กร่าง พกอาวุธสงคราม นี่ถ้าไม่ใช่ทหารกับทหาร แต่เป็นทหารกับประชาชน เรื่องนี้คงตายฟรีกันอีกแน่ๆ
(เรื่องเกี่ยวเนื่อง)

เรื่องนี้สนุกแน่  เบื้องล่างยังไม่จบ....


Foto: เชิญแล้วนะฮะ










"เกมส์..อันตราย". เรื่องราวลึกลับซับซ้อนการแย่งชิงอำนาจของฝ่ายอำมาตย์ที่กำลังเข้มข้นชิงไหวชิงพริบใช้สารพัดวิชามารกันขณะนี้ เรื่องราวของสารขันธ์แลนด์แดนอันตรายรอบด้าน บ้านเมืองถูกปิดตายและประชาชนถูกจับเป็นตัวประกันปิดหูปิดตาอยู่ในความมืด...นี่มันเกิดอะไรขึ้น..???


เรื่องราวเขียนให้อ่าน.."อย่าเชื่อทันที".อ่านแล้วคิดไตร่ตรอง..ฝึกสมองค้นหาเหตุผลความจริง....


โดย...นางลำดวน,

ดิฉันขอวิเคราะห์.....การตายของเจมในคุกว่า
เป็นการฆาตกรรมของพวกอำมาตย์ฝ่ายสี่เสา
เพื่อหวังผลให้คนเสื้อแดงเจ็บแค้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จนกระแสจุดติด..และยืมมือฝ่ายเสื้อแดงมาผสมโรงกับเสื้อเหลือง
หวังโค้นล้ม คสช ตามวิชามารแผนชั่วของพวกมัน
แต่ก่อนหน้านี้คนแดนไกลได้ออกมาปรามคนเสื้อแดง
ให้อยู่เฉยๆนิ่งๆปล่อยให้ คสช ทำงานให้เต็มที่ 1 ปี แล้วค่อยมาว่ากัน....

ทั้งหมดนี้....คือเรื่องเกมอำนาจของอำมาตย์ทั้งสองฝ่าย

---ฝ่ายอำมาตย์โบราณมีบ้านสี่เสาเป็นแกนมีสาวก....
ปชป...พธม...กปปส...และทหารวงษ์เทวัญเป็นกองกำลัง
และทะเหี้ยกลุ่มนี้ที่สั่งยิงนายขวัญชัย...และฆ่าไม้หนึ่ง
และถ้ามันชิงลงมือทำรัฐประหารก่อน คสช มีหวังแกนนำ
นปช ตายเกลื่อนและต้องหนีกันหัวซุกหัวซุน

---ฝ่ายอำมาตย์หัวก้าวหน้ามีวงษ์สุวรรณเป็นแกนมีสาวก
พท...นปช...และทหารบูรพาพยัคฆ์เป็นกองกำลังได้ชิงลงมือ
ทำรัฐประหารตัดหน้าวงษ์เทวัญ....และเป็นฝ่ายชนะจนสามารถ
รวบยอดอำนาจทั้งหมดมาอยู่ในมือ....เป็นฝ่ายคุมเกมได้เปรียบ
มาถึงทุกวันนี้.....และเป็นธรรมดา Power Game ที่ฝ่ายอำนาจ
โบราณพยายามจะทวงคืน.....ให้จงได้

-----ส่วน ปชช ฝ่าย ปชต ใจเย็นๆรอดูเหี้ยมันกัดกันจนแหลกลาญ
กันไปข้างหนึ่ง.....เมื่อสบโอกาสเราจะร่วมกันเอาคืน ปชต มาเป็น
ของ ปชช โดยถาวร...ให้สำเร็จ....นะเจ้าคะ


ขุนเขาบอก : วิถีทาง ประชาธิปไตย ไกลเหลือเกิน..... มีไอ้บ้า สั่งฆ่าคน โดนฟ้องสาน โทษประหาร สานไม่ฟ้อง กลัวของสูง



ขุนเขาบอก :

วิถีทาง ประชาธิปไตย ไกลเหลือเกิน.....

กะลาแลนด์ แผ่นดินนี้ มีเรื่องเล่า
เทพเจ้า เอากะลา มาครอบหัว
เดินไม่ได้ ไปไม่เป็น เห็นแต่ตัว
ตามืดมัว หัวเกรียนโกร๋น โดนกะลา(ครอบ)

ป่วยเหลือเกิน เดินตามหมา กะลาครอบ
ผิดเป็นชอบ กรอบกำหนด เป็นกฎหมา
ตราถ้อยคำ ทำมะนูน คุณขอมา
ครอบกะลา พาลงเหว เลี้ยวลงคลอง

คอรอมอ ไม่ต้องเสือก กูเลือกเอง
ชงกันเอง เบ่งกันไป ไม่เสียของ
ไม่ต้องถาม ทำตามกู เพื่อปรองดอง
กินขิงดอง แทนขิงแก่ แน่กะลา(แลนด์)

อัยการ กูไม่สึก ใครจะทำไม
สึกเมื่อไร ได้ฉิบอ๋าย ตายอย่างหมา
การท่องเที่ยว ไม่ต้องฝัน มันไม่มา(ฝรั่ง)
เรื่องการค้า อย่าได้หวัง นั่งตบยุง

มีไอ้บ้า สั่งฆ่าคน โดนฟ้องสาน
โทษประหาร สานไม่ฟ้อง กลัวของสูง
ปฏิวัติ กันทำไม (แค่)จับไม้พยุง
ป้ากับลุง ขุดหน่อไม้ ได้ตะราง

กะลาเอ๋ย กะลาแลนด์ แดนพิศวง
ยังเดินหลง เป็นวงกต หัวจดหาง
ประชาชน โดนโขกสับ ลับลวงพราง
วิถีทาง ประชาธิปไตย ไกลเหลือเกิน.....

ขุนเขาจากแดนไกล
...................................................

By  Equality,

ประเทศทรงกะลาครอบ...

ตอนวัยเล็ก เด็กชอบขำ อำเพื่อนเล่น
ว่าไอ้เวร เถรยายชี ไอ้อีบ้า
เสือกไว้ผม เจียนหูรอบ ครอบกะลา
เพื่อนฝูงฮา ว่าใครตัด จัดให้มึง

แค่ทรงผม ก็สุดฮา แทบบ้าแล้ว
ดันเป็นแนว การปกครอง ของประเทศ
ครอบกะลา คลุมถุงชน ล้นขอบเขต
จนเป็นเหตุ เทศ-ไทยถุย ว่าทุยแลนด์

นั่นก็แหล นี่ก็แหล แย่ทุกเรื่อง
ดันคุยเขื่อง เฟื่องเฟ้อ เซ่อฉิบหาย
ทั้งหน้าด้าน หน้าทน คนไม่อาย
ชาติฉิบหาย วายชน ไม่สนใจ

ดีแต่จ้อ หลอหน้า บ้าคำพูด
I am good and great yes alright
คนไทยอด หมดเรี่ยวแรง ช่างแม่งไร
ให้ตูได้ ใหญ่คับฟ้า นำหน้าคน...ขอใหญ่ก่อน ประชาธิปไตยเอาไว้ทีหลัง 


"ประชาธิปไตยไม่ได้หล่นมาจากท้องฟ้า  
มีแต่ประชาชนต้องลุกขึ้นสู้กอบกู้มา
จะนั่งรอประยุทธ์จันทร์โอชานั้นอย่าหวัง
ไม่มีที่ไหนในโลกที่พวกเผด็จการจะยอมลงจากบัลลังก์
เราชาวไทยทุกคนต้องรู้จักการจัดตั้ง 
เพื่อโค่นล้มราชบัลลังก์เผด็จการให้ล่มสลาย 
แล้วจึงจะได้สถาปนาระบอบประชาธิปไตยขึ้นมาใหม่
ให้กับประชาชนชาวไทยกันทั่วหน้า " ( นี้คือหนทางที่จะได้ประชาธิปไตย)   โดย เกล็ดแก้ว




คดีตัวอย่าง ศาลทหาร. ผู้พิพากษามาจากทหาร... อัยการเป็นทหาร. ".คดีเล็กไปคดีใหญ่ "ส่งขึ้นศาลทหารทั้งนั้น...ยุคอำมาตย์ทรราชให้ทหารยึดอำนาจครองเมือง...นี่คือระบบเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จหล้าหลัง...

By   George Orwell
ระบบทหารทำลาย “การตรวจสอบ” ไปแทบทั้งหมด ศาลทหารศาลชั้นเดียว ผู้พิพากษามาจากทหาร อัยการเป็นทหาร ใครมันจะตรวจสอบได้ แต่เดี๋ยวนี้คดีของคนเล็กคนน้อยก็ถูกโยนเข้าศาลทหารหมด คดีจับเด็กแว๊นก็ทหารทำ คดีมาเฟียก็ทหารทำ อีกหน่อยคงต้องไปจดทะเบียนสมรสกับทหาร

“มีชายชาวอาข่า บนดอยแถวอำเภอแม่ฟ้าหลวง ถูกตำรวจบุกไปจับปืนแก๊ป 1 กระบอกที่บ้าน ตอนแรกถูกเอาไปฝากขังที่ศาลพลเรือนปกติ ศาลรับฝากและให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพ...
ย์ 3 หมื่นบาท

แต่พอไปรายงานตัวตามกำหนดครั้งที่ 5 อัยการพลเรือนกลับให้ส่งเรื่องไปยังศาลทหาร ทำให้ต้องยื่นประกันตัวใหม่เป็นเงิน 1.2 แสนบาท โดยชายอาข่าถูกขังที่เรือนจำมาอาทิตย์กว่า เพิ่งจะได้รับการประกันเมื่อสินเดือนที่ผ่านมา และยังต้องขึ้นศาลทหารต่อไปในข้อหาความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน โดยไม่มีทนาย

ท่ามกลางชาวบ้านที่มานั่งๆ ยืนๆ รอการประกันตัวครอบครัวของพวกเขา ทำให้รู้สึกว่ายังมีความทุกข์ทนอีกมหาศาลของคนเล็กคนน้อย ซุกซ่อนอยู่ตามหลืบมุมต่างๆ ของประเทศแห่งความสุข ที่ "เรา" เองก็มองไม่เห็น” @มิตรสหานท่านหนึ่ง

"รำลึก ๒๒ ปี คนดีที่จากไป" แด่ สืบ นาคะเสถียร คนดีที่แท้จริงนักต่อสู้ที่ยอมสละชีวิตตนเองเพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรม......



วันสืบ นาคะเสถียร
ทุกวันที่ 1 กันยายน ของทุกปี


Posted Image

สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัด อุทัยธานี แลกชีวิตของตนเองเมื่อวันที่ 1
กันยายน 2533
เพื่อ ปลุกจิตสำนึกของคนในสังคมให้ตื่นขึ้น ให้รับทราบความเป็นไปของสถานการณ์ป่าไม้ และ สัตว์ป่าเมืองไทย คุณสืบ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นจริงจังใน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายหลังการเสียชีวิตของคุณสืบ 18 วัน มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ได้รับการก่อตั้งขึ้นเมื่อ ?วันที่ 18 กันยายน 2533? วันเดียวกับการครบรอบ 94 ปีของกรมป่าไม้ หน่วยงานต้นสังกัดของนักอนุรักษ์นี้

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ กำหนดขอบข่ายและทิศทางการทำงานไว้ 5 ประการ คือ

  • การสนับสนุนการจัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร ตลอดจนผืนป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ

  • การปรับปรุงสวัสดิการเพื่อการเสริมสร้างขวัญ และกำลังใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า

  • งานรณรงค์ป้องกันรักษาผืนป่าอนุรักษ์และทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้การรณรงค์แนวความคิด “ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ”

  • งานประชาสัมพันธ์และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม เพื่อขยายแนวร่วม และเผยแพร่งานอนุรักษ์ส่วนกว้าง

  • งานส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยสัตว์ป่า โดยจัดตั้งกองทุนสัตว์ป่าขึ้น

ประวัติ
สืบ นาคะเสถียรหรือนามเดิมชื่อ“สืบยศ” เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2492 ที่ตำบลท่างาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายสลับ นาคะเสถียร เคยดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ปราจีนบุรี? มารดาชื่อ นางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร สืบ นาคะเสถียรมีพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยสืบ นาคะเสถียร เป็นบุตรชายคนโต น้องชายและน้องสาวอีก 2 คนคือคุณกอบกิจ นาคะเสถียรและคุณกัลยา รักษาสิริกุล? คุณสืบมีบุตรสาว 1 คน ชื่อชินรัตน์ นาคะเสถียร ในวัยเด็ก สืบ นาคะเสถียร ได้ช่วยงานในนาของมารดา ทำงานอยู่กลางแจ้งทั้งวันโดยไม่ปริปากบ่น บุคลิกประจำตัว คือเมื่อเขาสนใจหรือตั้งใจทำอะไรแล้วก็จะมีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำอย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จ? ครั้นเรียนจบชั้นประถม 4 ต้องจากครอบครัวไปเรียนอยู่ที่ โรงเรียนเซนหลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา จนกระทั่งเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5




พ.ศ.2511 เข้าศึกษาในคณะวนศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สืบมีความตั้งใจในการศึกษาอย่างเต็มประสิทธิภาพและเข้าร่วมกิจกรรมนิสิต โดยเป็นที่ทราบกันดีระหว่างผู้ใกล้ชิดว่า สืบ นาคะเสถียร เป็นผู้มีใจรักศิลปะ และสูงส่งในเชิงมนุษยสัมพันธ์ มีระเบียบในการดำเนินชีวิต
ในสมัยเรียนอย่างมีแบบแผน พ.ศ.2514 จบการศึกษาจาก คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมา พ.ศ.2516 สืบ นาคะเสถียร



เข้าทำงานที่ส่วนสาธารณะของการเคหะแห่งชาติ
พ.ศ.2517 สืบเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาวิชาวนวัฒน์วิทยา ที่คณะวนศาสตร์ มหาลัยเกษตรศาสตร์ จนสำเร็จการศึกษา

และ ในปีพ.ศ.2518 ได้เริ่มชีวิตข้าราชการ โดยบรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ และเริ่มชีวิตข้าราชการกรมป่าไม้




เมื่อปี พ.ศ.2518 ใน กองอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงหน่วยงานเล็ก ๆ ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น เขาตัดสินเลือกกองนี้เพราะต้องการทำงาน เกี่ยวกับสัตว์ป่ามากกว่างานที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ ป่าไม้โดยตรง สืบ เริ่มงานครั้งแรกที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาเขียว-เขาชมภู่ จังหวัดชลบุรี ได้ผลักดันให้สืบ ต้องเข้าไปทำหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย อย่างเลี่ยงไม่พ้น ที่นั่นเขาได้จับกุม ผู้บุกรุกทำลายป่าโดยไม่เกรงอิทธิพลใดๆ ผู้ต้องหาล้วนได้รับการปฏิบัติอย่างสุภาพนิ่มนวล และที่นี่ สืบเริ่มเรียนรู้ว่า การเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ซื่อสัตย์ นั้นเจ็บปวดเพียงไหน
สืบ ทำงาน อยู่ 3-4 ปี ในปี พ.ศ.2522 สืบก็ได้รับทุนจาก British Council ไปเรียนระดับปริญญาโท สาขาอนุรักษ์วิทยาที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ จากนั้น พ.ศ.2524 กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าเขต ห้ามล่าสัตว์ป่า บางพระ มีส่วนร่วมในการจัดการและประสานงาน รวมทั้งเป็นวิทยากร ฝึกอบรมพนักงาน พิทักษ์ป่าอีกหลายรุ่น




จนกระทั่ง พ.ศ.2526 สืบได้ขอย้ายตัวเอง เข้ามาเป็นนักวิชาการ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า ทำหน้าที่วิจัยสัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว “ผมหันมาสนใจงานวิจัยมากกว่าที่จะวิ่งไปจับคน เพราะรู้ว่าจับได้แต่คนตัวเล็ก ๆ ตัวใหญ่ ๆ จับไม่ได้ก็เลย อึดอัดว่ากฎหมายบ้านเมืองนั้นมันใช้ไม่ได้กับทุกคน มันเหมือนกับว่าเราไม่ยุติธรรมเรารังแกชาวบ้าน”
ใน ระยะนี้ เป็นจังหวะที่สืบได้แสดงความเป็นนักวิชาการออกมาอย่างเต็มที่ งานวิจัยศึกษาสัตว์ป่าเป็นงานที่สืบ ทำได้ดีและมีความสุขในการทำงานวิชาการมาก สืบรักงานด้านนี้เป็นชีวิต จิตใจ อันเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาได้ผูกพัน กับสัตว์ป่าอย่างจริงจัง เขาเริ่มใช้เครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง วีดีโอ กล้องถ่ายภาพนิ่งและการสเก็ตซ์ภาพ ในการบันทึกงานวิจัยทั้งหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้กลาย เป็นผลงานการวิจัยสัตว์ป่าชิ้นสำคัญของเมืองไทยในเวลาต่อมา

และใน เวลา ต่อมา พ.ศ.2529 สืบได้รับมอบหมาย ปฏิบัติงานในหน้าที่ หัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้าง ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนรัชชประภา (เชี่ยวหลาน)? จังหวัด สุราษฏร์ธานี ให้เข้าไปช่วยเหลืออพยพสัตว์ป่าที่ตกค้าง ในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเกิดจากการสร้างเขื่อนเชี่ยวหลาน สืบได้ทุ่มเทเวลาให้กับการกู้ชีวิตสัตว์ป่าที่หนีภัยน้ำท่วม โดยไม่ได้นึกถึง ความปลอดภัยของตนเองเลย จากการทำงานชิ้นดังกล่าวสืบ นาคะเสถียรเริ่มเข้าใจ ปัญหาทั้งหมดอย่างถ่องแท้ เขาตระหนักว่าลำพังงาน วิชาการเพียงอย่างเดียว ย่อมไม่อาจหยุดยั้งกระแส การทำลาย ป่าและสัตว์ป่าอันเป็นปัญหา ระดับชาติได้ ดังนั้น เมื่อมีกรณี รัฐบาลจะสร้างเขื่อนน้ำโจน ในบริเวณทุ่งใหญ่ฯ สืบจึงโถมตัวเข้าคัดค้านเต็มที่




พ.ศ.2531 สืบได้กลับเข้ามารับราชการที่กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ และต่อมา พ.ศ.2532 สืบ นาคะเสถียร ได้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
สืบ ได้พยายามในการที่จะเสนอให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และห้วยขาแข้งมีฐานะเป็นมรดกของโลก โดยได้รับการยกย่องอย่างเป็นทางการ จากองค์การ สหประชาชาติ สืบเล็งเห็นว่า ฐานะดังกล่าวจะเป็นหลักประกัน สำคัญที่คอยคุ้มครองป่าผืนนี้เอาไว้ อย่างถาวร ปลายปี พ.ศ. 2532 สืบได้รับทุน ไปเรียนต่อระดับปริญญาเอก ที่ประเทศอังกฤษ พร้อม ๆ กับได้รับมอบหมาย ให้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ที่มีความสำคัญมากไม่แพ้ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร แต่ในที่สุด สืบ ก็ตัดสินใจเดินทางเข้ารับตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แม้จะรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วย ความยากลำบากนานัปการ

เช้า มืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2533 สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจผ่าทางตันด้วยการสั่งเสียลูกน้อง คนสนิท และเขียนจดหมายสั่งลา 6 ฉบับ ชำระสะสางภาระ รับผิดชอบและทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง มอบหมาย เครื่องใช้ และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่า ให้สถานีวิจัย สัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ตาม วัตถุกระสงค์ดังกล่าว ตั้งศาลเพื่อแสดงความคารวะต่อ ดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระ จนจิตใจสงบขณะที่ฟ้ามืดกำลัง เปิดม่านรับวันใหม่ เสียงปีนดังขึ้นนัดหนึ่งในราวป่าลึก ที่ห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร ก็ปิดม่านชีวิตของเขาลง และเป็นบทเริ่มต้น ตำนานนักอนุรักษ์ไทย สืบ นาคะเสถียร ผู้ที่รักป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติ ด้วยกาย วาจา? และหลังจากนั้นอีกสองอาทิตย์ต่อมา ห่างจากบริเวณที่เกิดเสียงปืนดังขึ้นไม่กี่สิบเมตรบรรดาเจ้าหน้าที่ ระดับสูงของกรมป่าไม้ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นายอำเภอ ป่าไม้เขต และ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อีกนับร้อยคน ต่างกุลีกุจอมาประชุมกันที่ห้วยขาแข้ง อย่างแข็งขัน เพื่อหามาตรการป้องกันการบุกรุก ทำลายป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร รอวันนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เขามาดำรงตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้แล้ว แต่หากไม่มีเสียงปืนนัดนั้น การประชุมดังกล่าวก็คงไม่เกิดขึ้นเช่นกัน…

ขอบคุณที่มา : มูลนิธิ สืบ นาคะเสถียร

เดินต่อไป.....