Unless they have some other plan, my Facebook will continue to be accessible in Thailand, and it’s an embarrassment that the country’s digital economy minister doesn’t even know how the internet works. 4/4
onsdag 2 juni 2021
Now they have announced 8 pages they want to block
ศาลสั่งลบ 8 บัญชีเฟซบุ๊กวิจารณ์สถาบันกษัตริย์
Andrew MacGregor Marshall Retweetade
ศาลสั่งลบ 8 บัญชีเฟซบุ๊กวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ 'ปวิน' 'แอนดรูว์' 'ตลาดหลวง' 'สุดา' 'ป้าหนิง DK' 'อั้ม เนโกะ' 'คนไทยยูเค' และ 'Pixel HELPER' ครอบคลุมถึงหากเปิดใหม่โดยบุคคลเดียวกันก็ต้องปิดตามคำสั่ง
2 มิ.ย. 2564 มติชนรายงานว่า วันนี้ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เชิญผู้ให้บริการมารับทราบคำสั่งศาลที่มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ในบัญชีผู้ใช้บริการในเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และรหัสประจำตัวผู้ใช้บริการเฟซบุ๊ก (Facebook ID) และข้อมูลหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP ADDRESS) ที่มีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) เชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้บริการเฟซบุ๊ก จำนวน 8 บัญชี ออกจากระบบคอมพิวเตอร์
ได้แก่ 1. Pavin Chachavalpongpun 2. Andrew MacGregor Marshall 3. รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง 4. Suda Rangkupan 5. ป้าหนิง DK 6. Aum Neko 7. KTUK – คนไทยยูเค และ 8. Pixel HELPER
สำหรับบัญชีสำคัญทั้ง 8 บัญชี เป็นบัญชีเฟซบุ๊กเป็นหลัก โดยคำสั่งศาลในครั้งนี้ ครอบคลุมไปถึงว่า แม้จะปิดและเปิดใหม่ในคอนเทนท์เดียวกัน หรือโดยบุคคลเดียวกัน ก็ต้องปิดตามคำสั่งนี้ ส่วนผู้กระทำความผิดแม้ว่าจะอยู่ต่างประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันทำงานถือเป็นความผิดนอกราชอาณาจักร อีกทั้ง กรณีที่ผู้อื่นนำคอนเทนท์ที่ศาลมีคำสั่งปิด ไปโพสต์หรือแชร์ต่อ ก็จะมีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน
ชัยวุฒิ กล่าวว่า กระทรวงฯ ยังได้ทำความเข้าใจกับผู้ให้บริการเกี่ยวกับประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์ ระยะเวลา และวิธีการปฏิบัติสำหรับการระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการ พ.ศ. 2560 และประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง ขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูล คอมพิวเตอร์และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องระงับการแพร่หลายข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 14 (2) (3) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามคำสั่งศาลโดยรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากมีเหตุล่าช้าก็ต้องดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง
พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าในการโพสต์ข้อมูลต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังและไม่กระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันกระทรวงฯ ให้ความสำคัญและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัด โดยนอกเหนือจากเจ้าของบัญชีโซเชียลซึ่งเป็นผู้เผยแพร่โดยการโพสต์/แชร์ข้อมูลเท็จ และเนื้อหาที่กระทบความมั่นคงแล้ว กรณีที่ศาลมีคำสั่งปิดกั้นข้อมูลเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลที่กระทบความมั่นคง แต่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มไม่ให้ความร่วมมือ เท่ากับเป็นการรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดก็จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายด้วย
ทั้งนี้ กระทรวงฯ ให้ความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อจัดการปัญหาข่าวปลอม และตระหนักว่าขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายต้องใช้เวลา และตัวผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต/แพลฟตอร์มล่าช้า ต้องมีการประสานให้ดำเนินการให้เร็ว อีกทั้งมีข้อปัญหาทางเทคนิค ยกตัวอย่าง เฟซบุ๊ก ที่ไม่ปิดกั้นให้ครบทุกยูอาร์แอลตามที่มีคำสั่งศาล เป็นต้น ดังนั้น จึงเตรียมตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามการดำเนินการ และศึกษาในการแก้ไขกฎหมายควบคู่กัน เพื่อให้ปัญหาเฟคนิวส์สร้างความเสียหายหมดไปโดยเร็วที่สุด
“หากไม่ปฏิบัติตามจะเข้าข่ายการกระทำความผิด ตามมาตรา 15 ผู้ให้บริการผู้ใดให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทําความผิด ตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทําความผิด ตามมาตรา 14 ให้รัฐมนตรีออกประกาศกําหนดขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการทําให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนําข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นออกจากระบบคอมพิวเตอร์ถ้าผู้ให้บริการพิสูจน์ได้ว่าตนได้ปฏิบัติตามประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามวรรคสอง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ” ชัยวุฒิกล่าว
นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี "ได้อภิปรายงบสถาบันกษัตริย์ในสภาผู้แทนราษฎร ".
เมื่อวานนี้ เบญจา แสงจันทร์ สส.ก้าวไกล ได้อภิปรายงบสถาบันกษัตริย์ในสภาผู้แทนราษฎร นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แม้จะยังทำไม่เต็มที่
ดูเพิ่มเติม https://facebook.com/somsakjeam/pos
tisdag 1 juni 2021
กอ.รมน. ขอตั้งงบ 600 ล้าน สร้างกำแพงชายแดนไทย-มาเลเซีย
ส.ส. พรรคประชาชาติวิจารณ์แผนสร้างกำแพงชายแดนว่า นายกฯ “กำลังขังวิถีชีวิตของพี่น้องมลายู” และ “กำลังมีอคติอย่างร้ายแรงกับพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้”
งบ 2565 : ส.ส. ประชาชาติแฉ กอ.รมน. ขอตั้งงบ 600 ล้าน สร้างกำแแพงชายแดนไทย-มาเลเซีย “ปิดกั้นพี่น้องชาติพันธุ์มลายู”
- หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
การประชุมสภาเพื่ออภิปรายงบปี 2565 เกิดขึ้นเป็นวันที่สอง
ในวันที่ 2 ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 วงเงิน 3,100,000 ล้านบาท ในวาระ 1 ขั้นรับหลักการ ส.ส. ฝ่ายค้านยังเดินหน้าวิจารณ์การตั้งงบด้านความมั่นคงของรัฐบาล พร้อมเปิดเผยว่า กอ.รมน. เตรียมทุ่มงบ 600 ล้านบาท สร้างกำแพงกั้นชายแดนไทย-มาเลเซีย
นายกมลศักดิ์ ลีมาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ อภิปรายตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีแผนสร้างกำแพงบริเวณลุ่มน้ำโก-ลก อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อ "ปิดกั้นพี่น้องชาติพันธุ์มลายู" ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยกับมาเลเซีย ซึ่งปรากฏในคำขอตั้งงบผูกพัน 3 ปีของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) วงเงิน 640 ล้านบาท
ในปี 2565 กอ.รมน. ตั้งงบในโครงการนี้ 128 ล้านบาท จากนั้นในปี 2566 และ 2567 ขอตั้งงบอีกปีละ 256 ล้านบาท ซึ่งนายกมลศักดิ์วิจารณ์ว่าสะท้อนความไม่เข้าใจต่อวิถีชีวิตและสังคมประเพณีของพี่น้องชนชาติมลายู เนื่องจากคนตากใบมีเครือญาติอยู่ฝั่งมาเลเซีย และมีการค้าขายระหว่างกันหลายสิบปี พร้อมอ้างข้อมูลว่าในแต่ละปีมีรายได้การค้าขายรายย่อยของประชาชนในชายแดนกว่า 3,000 ล้านบาท
"ท่านนายกฯ กำลังขังวิถีชีวิตของพี่น้องมลายู ท่านกำลังทำคล้าย ๆ กับอิสราเอลสร้างกำแพงกั้นปาเลสไตน์ ท่านไม่รู้หรือว่ากำแพงเบอร์ลินที่สร้างมานานในเยอรมนี เขายังทุบทำลายเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว การแก้ปัญหาความมั่นคงด้วยวิธีเหล่านี้ไม้ได้ตอบโจทยที่แท้จริง ท่านนายกฯ กำลังสร้างกำแพงหัวใจของพี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านกำลังจัดสรรงบโดยไม่เข้าใจความรู้สึกจริง ๆ ของพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านนายกฯ กำลังมีอคติอย่างร้ายแรงกับพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมหวังว่าจะมีการปรับเปลี่ยนงบในวาระที่ 2-3" นายกมลศักดิ์กล่าว

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
พรรคประชาชาติมีฐานเสียงที่ชายแดนภาคใต้เป็นสำคัญ
จนถึงเวลา 19.00 น. ของวันนี้ (1 พ.ค.) ยังไม่มีตัวแทนของรัฐบาลชี้แจงแผนสร้างสะพานชายแดนไทย-มาเลเซีย แต่อย่างใด
อัดรัฐมองคน 3 จ. เป็น "ภัยมั่นคง" จัดงบซื้ออาวุธชายแดนใต้ 1.2 พันล้าน
ในปี 2565 รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นวงเงินรวม 31,444.3 ล้านบาท โดยอยู่ในแผนบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 7,144.3 ล้านบาท และงบของกระทรวงและกรมอื่น ๆ อีกราว 24,300 ล้านบาท
ภายใต้ "ยุทธศาสตร์ชาติ" ในประเด็นความมั่นคง กำหนดตัวชี้วัดไว้ว่าต้องปรับลดงบด้านความมั่นคงปีละ 10 % และลดจำนวนเหตุรุนแรงปีละ 20% นั่นทำให้ "งบดับไฟใต้" ตามแผนบูรณาการในปี 2565 ลดลงจากปีที่ก่อน 1,145 ล้านบาท หรือคิดเป็น -13.8%

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ตาม ส.ส. จังหวัดชายแดนภาคใต้รายเดิมตรวจสอบพบว่า รัฐบาลได้ตั้งงบจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ให้ 3 องค์กรที่ใช้อำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 คือ ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองเป็นวงเงินรวมกัน 1,266 ล้านบาท ทำให้เขารู้สึก "เศร้าใจ" และเห็นว่า "เป็นการจัดงบแบบมองคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น 'ภัยต่อความมั่นคง' มาโดยตลอด"
สำหรับงบจัดซื้ออาวุธในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่นายกมลศักดิ์ ซึ่งเป็นนักการเมืองเชื้อสายมุสลิม พูดถึง มีดังนี้
- กอ.รมน. 339 ล้านบาท
- กองทัพบก 362 ล้านบาท
- กองทัพเรือ 134 ล้านบาท
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 118 ล้านบาท
- กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย 275 ล้านบาท (ซื้อรถหุ้มเกราะ และครุภัณฑ์อาวุธ)
"ไหนบอกว่าสถานการณ์ดีขึ้น ไหนบอกว่าการก่อเหตุรุนแรงลดลง แต่การจัดสรรงบท่านกลับไปเน้นที่การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เสียดาย น่าจะเอาเงินเหล่านี้มาตอบสนองการแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยากจนที่สุดในประเทศ และการศึกษาก็ติดอันดับท้าย ๆ ของประเทศ" นายกมลศักดิ์กล่าว
ก้าวไกลเกาะติดงบการข่าว พบพูโลนียังเคลื่อนไหว
ขณะที่ ส.ส. พรรคก้าวไกล ยังเกาะติดการตั้ง "งบข่าวกรอง/งบไอโอ (หน่วยปฏิบัติการจิตวิทยา) อย่างเช่นปีก่อน ๆ โดยนายณัฐวุฒิ บัวปทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เมื่อดูสัดส่วนของงบประมาณแล้วพบว่างบโฆษณาชวนเชื่อ ยังคงมีสัดส่วนสูงสุดเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณทั้งหมด ตามด้วยงบความมั่นคง 35% ขณะที่งบกระบวนการสันติภาพที่ควรได้รับความสำคัญเป็นอย่างสูงกลับมีสัดส่วนเพียง 8% เท่านั้น

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
พรรคก้าวไกล ต้นสังกัดของนายณัฐวุฒิ บัวปทุม เคยเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องขบวนการไอโอมาแล้ว
โครงการ "ส่งเสริมและเผยแพร่ความจริงที่ถูกต้อง" ที่เคยปรากฏในปีงบประมาณ 2563 และถูกเพื่อนร่วมพรรคของเขาตั้งฉายาว่าเป็น "งบล้างสมอง" ด้วยการส่งทหารเข้าโรงเรียนไปปลูกฝังค่านิยมแบบทหารให้เด็กนักเรียน พยายามครอบงำประชาชนให้คิดในแบบที่กองทัพต้องการ ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นโครงการ "เสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อสันติสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้" ตั้งแต่ปี 2564 และยังมีการตั้งงบโครงการเดียวกันนี้ในปี 2565 แต่ปรับลดลง 103 ล้านบาท ซึ่งนายณัฐวุฒิพบว่า "รายละเอียดแทบจะถอดแบบกันมา"
นายณัฐพลกล่าวต่อไปว่า กอ.รมน. ได้ตั้ง "งบสายข่าวชายแดนใต้" ไว้ถึง 850 ล้านบาท แบ่งเป็น งบข่าวกรองเชิงรุก 310 ล้านบาท และยังมีงบนอกแผนบูรณาการอีก 540 ล้านบาท
ส.ส. ก้าวไกลระบุด้วยว่า ลองเปิดเว็บไซต์พูโลนี (Pulony) สามารถเข้าถึงได้ตามปกติ และยังคงผลิตบทความสร้างความแตกแยก โจมตีองค์กรสิทธิมนุษยชนและประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐบาล จึงตั้งคำถามว่าเว็บแบบนี้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างสันติภาพอย่างไร และเห็นว่า "หากสภาจะยังสนับสนุนงบประมาณแบบที่เป็นอยู่นี้ ก็ไม่ต่างกับการราดน้ำมันเข้าไปในกองไฟ"
เขายังเรียกร้องให้รัฐบาลล้มเลิกโครงการโฆษณาชวนเชื่อ "หยุดงานข่าวกรองที่รุกล้ำข้อมูลส่วนบุคคลแบบล้นเกิน หยุดสร้างสายข่าวทูตแห่งความแตกแยก แล้วเอางบเหล่านั้นมาเพิ่มพูนให้กับกระบวนการสันติภาพ"

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ต้องเอ่ยปากเตือนนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. ก้าวไกล หลังพบว่าถอดหน้ากากพูดคุยกับเพื่อน ส.ส. ซึ่งเป็นการละเมิดกฎเว้นระยะห่างของประธานสภา

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส. ภูมิใจไทย เป็นอีกคนที่อภิปรายแสดงความไม่เห็นด้วยกับการตัดงบ สธ. โดยกล่าวว่า "การจัดทำงบปีนี้พิลึกพิลั่นจริง ๆ และไม่มีใครรู้ว่าการจัดทำงบประมาณครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาลและรัฐสภาแห่งนี้ก็ได้"
วัคซีนโควิด "อำนาจอ่อน" จากจีน สู่มิตรประเทศในอาเซียน
สหภาพยุโรปและอีก 5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร บราซิล และแคนาดา จะครอบครองวัคซีนส่วนเกินเหล่านั้นมากกว่า 90% ของทั้งหมด
.
องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ว่า ได้อนุมัติการใช้งานฉุกเฉินวัคซีนซิโนแวคของจีนแล้ว เพื่อให้การรับประกันต่อนานาประเทศ ผู้ให้ทุน หน่วยงานจัดหา และชุมชนต่าง ๆ ว่าวัคซีนชนิดนี้ได้มาตรการสากลด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และการผลิต
.
ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก ให้การรับรองวัคซีนอื่น ๆ เพื่อใช้งานแบบฉุกเฉิน ได้แก่ ไฟเซอร์/ไบออนเทค, โมเดอร์นา, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และแอสตร้าเซนเนก้า
.
หลังองค์การอนามัยโลกประกาศรับรอง บัญชีเฟซบุ๊กของสถานทูตจีนประจำประเทศไทยก็เผยแพร่ข้อความสั้น ๆ ทันที โดยมีผู้ติดตามบัญชีนี้ เข้ามาแสดงความยินดี และความเห็นในทางบวกเป็นจำนวนมาก
Oh No!! #สยามไบโอไซเอนซ์ ที่ได้รับเงินสนับสนุน 600 ล้านบาทจากรบ.ไทย เป็นแค่โรงงาน OEM รับจ้างผลิตให้เขาเท่านั้นเอง
Thai E-News
โป๊ะแตก ราคาค่าโง่ #สยามไบโอไซเอนซ์ ที่ได้รับเงินสนับสนุน 600 ล้านบาทจากรบ.ไทย เราเป็นแค่โรงงาน OEM รับจ้างผลิตให้เขาเท่านั้นเอง ไม่มีสิทธิตัดสินใจเกี่ยวกับลำดับการส่งมอบสินค้าแต่อย่างใด - Oh No!!

Pipob Udomittipong
14h ·
#สยามไบโอไซเอนซ์ ที่ได้รับเงินสนับสนุน 600 ล้านบาทจากรบ.ไทย ทำสัญญาแบบ contract manufacturing agreement #CMO กับ #AstraZeneca แบบเดียวกับ SK Bioscience ของ #เกาหลีใต้
สรุปว่าเราเป็นแค่โรงงาน OEM รับจ้างผลิตให้เขาเท่านั้นเอง ไม่มีสิทธิตัดสินใจเกี่ยวกับลำดับการส่งมอบสินค้าแต่อย่างใด แล้วทำไมต้องเอาเงินภาษีไปอุดหนุน ป่วยการที่จะให้เปิดเผยสัญญา
https://www.blognone.com/node/121367
.....
25 February 2021
ที่มา Blognone.com
SK Bioscience ผู้รับจ้างผลิต (contract manufacturing organization - CMO) ของ AstraZeneca ออกมาเตือนว่าตนเองเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตเท่านั้น แม้วัคซีนอยู่ในโกดังแล้วก็ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ว่าจะส่งมอบให้ประเทศใด โดยการกำหนดโควต้าและลำดับการส่งมอบก่อนหลังเป็นสิทธิ์ของ AstraZeneca
ทางกรมควบคุมโรคของเกาหลีใต้ก็ยอมรับเงื่อนไขนี้ แต่ย้ำว่าการที่มีโรงงานของ SK Bioscience อยู่ในประเทศจะทำได้การกระจายวัคซีนทำได้ง่ายขึ้น โดยเกาหลีใต้จองซื้อวัคซีนของ AstraZeneca ไว้ทั้งหมด 10 ล้านโดส และได้รับ 1.5 ล้านโดสเป็นล็อตแรก พร้อมๆ กับไทยและเวียดนามที่ได้รับ 117,000 โดส
SK Bioscience สร้างโรงงานผลิตวัคซีนมาตั้งแต่ปี 2012 ล่าสุดมีกำลังผลิตปีละ 500 ล้านโดส ก่อนหน้านี้บริษัทผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนอีสุกอีใสมาก่อนแล้ว เฉพาะวัคซีน COVID-19 นั้นบริษัทรับจ้างทั้ง AstraZeneca และ Novavax ผลิต ขณะที่วัคซีนของบริษัทเองกำลังวิจัย NBP2001 และ GBP501 โดย GBP501 น่าจะเริ่มทดสอบเฟส 3 ได้ในไตรมาส 3 ปีนี้
ล่าสุด SK Bioscience เตรียมนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยเสนอขายหุ้นมูลค่าอย่างต่ำ 1 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 27,000 ล้านบาท
ที่มา - Korea Biomed, 2

Pipob Udomittipong
ใครสังเกตเหมือนผมเปล่า #สยามไบโอไซเอนซ์ ทำตัวลึกลับมาก ใบแถลงข่าวช่วงหลัง ๆ มีแต่ภาษาอังกฤษ จะหาดูย้อนหลังในเว็บไซต์ก็ไม่มี ไม่มีการทำ PR อย่างจริงจังให้มันคุ้มค่ากับเงิน 600 ล้านบาท ไม่พยายามสร้างความมั่นใจให้คนไทยเลยว่าเราจะได้วัคซีนตามกำหนด ลองเทียบกับเว็บไซต์ของฝาแฝด SK Bioscience เกาหลีใต้สิ ข้อมูลครบมาก เพราะเขาจดทะเบียนในตลาดหุ้นด้วย ไม่ลึกลับเหมือนของเรา https://www.skbioscience.co.kr
Pipob Udomittipong
ใครเคยเห็นบรรยากาศในโรงงานของ #สยามไบโอไซเอนซ์ บ้าง? เคยมีนักข่าวไทยไปทำข่าวในโรงงานมั้ย? อันนี้บรรยากาศภายในโรงงานผลิตวัคซีน AstraZeneca ของ SK Bioscience ในเกาหลีใต้ https://youtu.be/qsMwBCoAyG0
Pipob Udomittipong
SK Bioscience #เกาหลีใต้ ลงนามในสัญญากับ #AstraZeneca ปลายเดือนก.ค. เริ่มผลิตวัคซีนส่งไทยปลายก.พ.
#สยามไบโอไซเอนซ์ #ไทย ลงนามในสัญญากับ #AstraZeneca กลางเดือนต.ค. จะเริ่มผลิตวัคซีนส่งไทยได้เมื่อไร

Pipob Udomittipong
#สยามไบโอไซเอนซ์ ทำสัญญากับ #AstraZeneca แบบ contract manufacturing agreement รับจ้างเขาผลิต ว่างั้นเถอะ
https://www.nationthailand.com/in-focus/30401773
Nattawut Chaingam
ตอนนี้เกาหลีได้แอสตร้าไปกี่โดสแล้วมีข้อมูลมั๊ยครับ จะได้ประเมินถูกว่า sbs ต้องส่งออกเยอะป่าว
Pipob Udomittipong
Nattawut Chaingam ไม่ทราบว่าผลิตได้เท่าไรนะครับ แต่เกาหลีใต้คงขาดวัคซีนเหมือนกัน แสดงว่า SK Bioscience น่าจะผลิตไม่ทัน หรือส่งออกเยอะ ตามข่าวนี้ต้องรอนำเข้าวัคซีนผ่าน COVAX และอื่น ๆ ด้วย วันก่อนเห็นว่า สหรัฐฯ อนุญาตให้ขายจอห์นสันให้ 1 ล้านโดส (ให้เฉพาะทหาร) https://www.reuters.com/.../skorea-eyes-mid-may-arrival.../
Nattawut Chaingam
Pipob Udomittipong ขนาดเค้าทำเสร็จก่อนเรา แถมแบ่งมาให้เราตั้งแสนกว่า โรงงานก็ใหญ่กว่า จินตนาการได้เลยว่าแป้กแน่ๆ sbs มิน่าวิ่งหา sinopharm กันใหญ่
Satienpong Huyanan
อย่างน้อย โรง SK Bioscience เขาก้อออกมาพูดเตือนชัดเจนนะครับ เรื่องอย่าคาดหวังการส่งวัคซีนจากล็อตแรกๆ ที่ผลิตได้
Satienpong Huyanan
ยังไง รัฐก้อต้องเปิดสัญญาที่จัดซื้อครับ มี TOR มีอะไรไหม
Sittichoke Aupara
แต่เราได้ "ถ่ายทอดเทคโนโลยี" มานะครับ
ซึ่งแปลว่า ต่อไปสยามไบโอสามารถทำของอย่างอื่นที่ใช้เทคโนโลยีแบบนี้ขายได้ แต่ไม่ได้แปลว่าจะปั้มแอสตร้าออกมาให้คนไทยใช้ได้
ยกเว้นว่าจะปั้ม "แอสตร้าไทย" ออกมาออกมาใช้กันเองในประเทศ แต่แบบนั้นบริษัทแม่เค้าไม่ยอมหรอก

Sitt Peerapong
ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ และโป๊ะแตกได้ถูกเวลา นี่แทบจะฟางเส้นสุดท้ายของระบอบเลยนะ
.
SK Bioscience cautions against chance for early supply of AZ vaccines http://www.koreabiomed.com/news/articleView.html?idxno=10421
Rosenun Chesof
แผนจัดการวัคซีนของมาเลเซีย ในเดือนมิย. - กค. จะมี AZ 610,000 โดสเข้ามา ตอนนี้กำลังรอการรับรองจาก NPRA (อย มาเลเซีย) เป็นลอตที่ผลิตจากโรงงานในไทย




