torsdag 2 september 2021

 ด่วน!! เจ้าหน้าที่พิเศษสหประชาชาติทางด้านนักปกป้องสิทธิ Mary Lawlor ทวีตเรียกร้องให้รัฐบาลไทยนำตัวเพนกวินและนักโทษทางการเมืองคนอื่นๆที่ติดโดควิดออกไปรักษาตัวในโรงพบาลที่พร้อมดูแลมากกว่าของกรมราชฑัณฑ์ เพราะได้รับรายงานอันน่าวิตก




7 สภา นศ. แถลงประณาม 'ประยุทธ์' พร้อมเรียกร้องให้ นศ. ทั่วประเทศร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย

 7 สภา นศ. แถลงประณาม 'ประยุทธ์' พร้อมเรียกร้องให้ นศ. ทั่วประเทศร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย


2021-09-01

ประชาไท

1 ก.ย. 2564 วันนี้ (1 ก.ย. 2564) เวลา 13.10 น. เพจเฟซบุ๊กสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เผยแพร่แถลงการณ์ประณามความล้มเหลวของรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยสภานักศึกษาธรรมศาสตร์ร่วมกับสภานักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วประเทศอีก 6 แห่ง ได้แก่ สภานิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร, สภานักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, สภานักศึกษาองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, สภานักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น, สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ 2557 ประเทศไทยภายใต้การบริหารของประยุทธ์ ในฐานะรัฐบาลจากการยึดอำนาจ และผู้สืบทอดอำนาจจากการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งพบแต่ความฉิบหาย ทั้งมิติของสังคม เศรษฐกิจ รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม

ประการแรก รัฐบาลเผด็จการแต่งตั้งพวกพ้องซึ่งไร้ศักยภาพและความรู้ในการดูแลประชาชน มาดำรงตำแหน่งที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศ การกระทำนี้ ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนและพวกพ้อง โดยมิได้แยแสชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนแม้แต่น้อย ดังที่ปรากฏให้เห็นอย่างประจักษ์ชัด อาทิ การจัดหาวัคซีน ซึ่งเอื้อผลประโยชน์ทางการเมือง ทำให้การจัดหาวัคซีนเป็นไปอย่างล่าช้า มากกว่านั้น รัฐบาลยังนำเข้าวัคซีนราคาสูง แต่คุณภาพต่ำให้กับประชาชน ทั้งยังไม่ได้มีการวางแผนจัดหาวัคซีนคุณภาพสูงให้กับประชาชน จนทำให้เกิดความสูญเสียเป็นจำนวนมาก เศรษฐกิจไทยมีแต่ถอยหลัง เกษตรกร ธุรกิจ ภาคครัวเรือน ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยได้รับผลกระทบ ทำให้ต้องปิดกิจการ อัตราการว่างงานสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีเพียงกลุ่มทุนใหญ่ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเพียงเท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์

ประการต่อมา รัฐบาลเผด็จการละเมิด และไม่ได้เคารพต่อสิทธิมนุษยชน อาทิ การเข้ายึดพื้นที่จากโครงการทวงคืนผืนป่า โดยสนใจเพียงแค่ตัวเลข ไม่ได้สนใจมิติสังคม และวิถีชีวิตของชาวบ้าน และยังมีการดำเนินการทางกฎหมายว่าด้วยการใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อีกทั้งยังมีการสลายชุมนุมอย่างโหดเหี้ยม ป่าเถื่อน ขัดต่อหลักสากลจนทำให้มีผู้สูญเสียอวัยวะ โดยอ้างว่าเป็นการสลายการชุมนุมตามหลักสากล

ประการสุดท้าย รัฐบาลเผด็จการ มิได้แก้ปัญหาใดใดเลย แม้แต่ “โครงการคลองโอ่งอ่าง” ซึ่งแท้จริงไม่ใช่โครงการของตน หากแต่เป็นส่วนของการปกครองส่วนกรุงเทพ เผด็จการกับอ้างผลงานอันไร้ประโยชน์เพื่อเชิดหน้าชูตาแก่ตน โดยเหตุผลมิใช่เพราะไร้สติปัญญา แต่ปัจจัยสำคัญคือรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐบาลอันมิชอบทำจากการรัฐประหารสืบทอดอำนาจ ผ่านการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งร่างภายใต้การประกาศใช้มาตรา 44 อีกทั้งยังพบว่าการเลือกตั้งปัจจุบัน พบข้อครหามากมายในเรื่องความโปร่งใส เช่น เรื่องบัตรเขย่ง

ปัจจัยดังกล่าว ทำให้เห็นได้ชัดว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้มีการบริหารประเทศที่ยึดโยงกับประชาชน ผลงานของพวกเขามีเพียงแต่การปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นนำ ดังนั้น นักศึกษามหาวิทยาลัย จึงขอยืนหยัดเคียงข้างประชาชน ข้อเสนอเรียกร้อง ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เปิดทางให้มีรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งต้องเป็นรัฐบาลที่ได้มาตามวิถีประชาธิปไตย ไม่ใช่การรัฐประหาร หรือการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และปฏิรูปทางการเมือง ให้ประเทศไทยก้าวหน้าขึ้นตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย

ในการนี้ นักศึกษามหาวิทยาลัยขอร่วมต่อสู้และเป็นกำลังใจให้กับประชาชนในสถานการณ์ที่บ้านเมืองพบแต่ความวิกฤต ผู้นำไม่ได้มีสติปัญญาแก้ไขปัญหา ขอยืนเคียงข้างนักต่อสู้ที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องเพื่อสิทธิเสรีภาพ และประชาธิปไตย ขอสดุดีการต่อสู้ของประชาชน ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ อย่างแท้จริง

ศักดินาจงพินาศ ! ประชาราษฎร์จงเจริญ !

ผู้แทนนิสิตนักศึกษาทั้ง 7 แห่ง


เบนจา อะปัญ หนึ่งในสมาชิกสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ร่วมอ่านแถลงการณ์ดังกล่าวที่อุนสาวรีย์ประชาธิปไตยช่วงเที่ยงวันนี้ ให้สัมภาษณ์กับวอยซ์ออนไลน์ โดยระบุว่าสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คาดหวังว่าจะเกิดการร่วมมือกันของเครือข่ายสภานักศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนขบวนการประชาธิปไตยทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย เพราะสภานักศึกษาไม่ได้มีหน้าที่แค่อยู่ในสภานักศึกษา แต่ด้วยความที่เราเป็นผู้แทนจึงจำเป็นทต้องออกมาเคลื่อนไหวข้างนอกด้วย


ด้าน เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ หรือบิ๊ก นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผู้ร่วมอ่านแถลงการณ์ดังกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 วันที่ผ่านมา ฝ่ายรัฐบาลตอบไม่ตรงคำถาม ไม่ชี้แจงข้อมูล แสดงให้เห็นว่าไม่มีความสามารถที่จะบริหารประเทศได้อีกต่อไปแล้ว


"เป็นหลักพื้นฐานเบื้องต้นของประชาธิปไตยว่าอย่างน้อยแล้วคุณได้รับความไว้วางใจจากประชาชน แต่สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธทำมาตลอดเวลาถูกตั้งกระทู้ถามสดคือไม่ตอบ ไม่เข้าสภา ตอบไม่ตรงข้อมูล บอกแค่ไม่ได้ทำ เห็นชัดว่าเขาไม่มีความสามารถ" เกียรติชัยกล่าว พร้อมเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายหรือหรือฝ่ายรัฐบาลต้องทำตามเสียงของประชาชน ให้ประชาชนมีอำนาจสูงสุดจริงๆ ไม่ใช่แบ่งปันผลประโยชน์เพื่อพวกพ้อง


สุดท้าย เกียรติชัยกล่าวว่าขอเชิญชวนสภานักศึกษาทุกมหาวิทยาลัยให้ออกมาร่วมกันขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ออกจากตำแหน่ง พร้อมยืนยันว่าสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังคงยืนหยัดใน 3 ข้อเรียกร้อง คือ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

onsdag 1 september 2021

ลือ ..เสี่ยเผ่นเข้าเยอรมันจริงหรือไม่??

หลวงตาชูพงศ์เปลี่ยนระบอบ 

ลือ ..เสี่ยเผ่นเข้าเยอรมันจริงหรือไม่??

Thai royal plane HS-MVS is still at Munich Airport. Its arrival yesterday may mean that King Vajiralongkorn plans to return to Germany soon.
.................................................................................
Thai royal plane HS-MVS is still at Munich Airport. Its arrival yesterday may mean that King Vajiralongkorn plans to return to Germany soon.
 
Bild

 

คลิปพิเศษ 01-09 : ณ.รัฐสภาเมืองสารขันธ์.. ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

เรื่องเล่าข่าว การเมืองออนไลน์

 

คลิปพิเศษ 01-09 : เดี่ยวมือหนึ่ง เพื่อไทย หมอชลน่าน ขู่เอาประยุทธ์เข้าคุก

คลิปพิเศษ 01-09 : ส.ส.ณัฐชา ก้าวไกล #แหกไอโอ เปิดเอกสารกลางสภาฯ 

คลิปพิเศษ 01-09 : เดี่ยวมือหนึ่งก้าวไกล ส.ส. ศิริกัญญา ใส่ไม่ยั้ง

เวทีซักฟอกรัฐบาล ก็กลายเป็นเวทีแถลงผลงานด้านเศรษฐกิจของนายกฯ ในระหว่างที่เขาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน

อภิปรายไม่ไว้วางใจ : ประยุทธ์ปัดพินอบพิเทา “เจ้าสัว” พร้อมรับคำตำหนิ “นักกู้”
  • หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
  • ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ส.ส. เพื่อไทยพร้อมใจชูป้ายที่มีข้อความว่า "หยุดยุทธ์" กลางสภา ภายหลังเพื่อนร่วมพรรคอภิปรายโจมตีการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจผิดพลาด เมื่อ 1 ก.ย.

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ,

ส.ส. เพื่อไทยพร้อมใจชูป้ายที่มีข้อความว่า "หยุดยุทธ์" กลางสภา ภายหลังเพื่อนร่วมพรรคอภิปรายโจมตีการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจผิดพลาด เมื่อ 1 ก.ย.

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตำหนิฝ่ายค้านใช้เวทีสภาเป็นเวทีหาเสียง ในระหว่างการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทว่าหลังจากนั้นนายกฯ ได้งัดตัวเลขเศรษฐกิจคนละชุดขึ้นมาแจกแจงผลงานของตัวเอง

"ในประวัติศาสตร์ไทย ไม่มีนายกฯ คนไหนช่วยประชาชนได้ขนาดนี้ ไม่มีผู้นำคนไหนยอมถูกต่อว่าว่ากู้เงินเก่ง เอามาช่วยประชาชนมากกว่าครึ่งของประเทศ ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง รัฐบาลคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก รัฐบาลจำเป็นต้องทำ แล้วผมก็ถูกตำหนิ" พล.อ. ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าว

ตลอดสองวันมานี้ ส.ส. ฝ่ายค้านอภิปรายตอกย้ำภาพลักษณ์ "นักกู้" ของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่กู้เงินสูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยตลอดเวลา 8 ปีงบประมาณ ทำให้ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวยืนยันกลางสภาว่า เงินทั้งหมดเข้าสู่กระเป๋าประชาชนโดยตรง 8.5 แสนล้านบาท ไปถึงมือประชาชนโดยตรงกว่า 42.3 ล้านบาท

"กู้ ๆ ท่านก็พูดแล้วพูดอีก มันมีความจำเป็นต้องกู้ แต่กู้แล้วเกิดผลอะไรบ้าง บ้านเมือง ถนน ไฟฟ้า นั่นคือผลงานที่มองไม่เห็น" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

ครม. ของ พล.อ. ประยุทธ์

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ,

ครม. ของ พล.อ. ประยุทธ์

ในวันที่สองของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล วันที่ 1 ก.ย. ส.ส. พรรคเพื่อไทย (พท.) หลายคนพุ่งเป้าวิจารณ์การบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดและล้มเหลวท่ามกลางวิกฤตโรคโควิด-19 และหยิบยกข้อมูลทางสถิติหลายชุดมาแสดงต่อสภา อาทิ

  • ธุรกิจปิดกิจการ/เตรียมปิดกิจการเป็นแสนแสนราย มูลค่าความเสียหายนับล้านล้านบาท
  • ธุรกิจโรงแรมเหลือรอดเพียง 38% ปิดชั่วคราวกว่า 30%
  • ธุรกิจการท่องเที่ยว คงการจ้างงานได้เพียง 51% และมีการเอาพนักงานออก 49% นั่นหมายความว่ามีคนตกงานจากธุรกิจนี้ถึง 2 ล้านคน
  • หนี้สาธารณะพุ่งทะยาน โดยวันที่ พล.อ. ประยุทธเข้าบริหารประเทศอยู่ที่ 5 ล้านล้านบาท ผ่านมา 8 ปี หนี้สาธารณะแตะ 9 ล้านล้านบาท
  • หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงสุดกว่า 90.5% คิดเป็นมูลค่า 14.13 ล้านล้านบาท

ที่มา: บีบีซีไทยสรุปจากคำอภิปรายของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พท. เมื่อ 1 ก.ย. 2564

เพื่อไทยชี้โรคระบาด-ผู้นำไม่มีความรู้ ทำเศรษฐกิจดิ่งเหว

ในช่วง 8 ปีภายใต้การบริหารของ พล.อ. ประยุทธ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พท. ชี้ว่า ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยเติบโตโดยเฉลี่ย 2% ต่อปี ขณะที่ประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน อาทิ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือเวียดนาม ซึ่งมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจไม่แตกต่างจากไทยสามารถคงระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ 5-8% ต่อปี นั่นหมายความว่าแม้ยังไม่เผชิญวิกฤตโรคระบาด เศรษฐกิจไทยก็ย่ำแย่อยู่แล้ว เมื่อเจอกับวิกฤตโรคระบาดและผู้นำที่ไม่มีความรู้ในการบริหารเศรษฐกิจ กราฟจึงยิ่งดิ่งเหวเข้าไปใหญ่

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ อภิปรายกล่าวหานายกฯ ว่า "มีแต่ขายฝันในคืนหลอกลวง" ทำให้คนไทยชอกช้ำ

ที่มาของภาพ, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตำหนิฝ่ายค้านใช้เวทีสภาเ

คำบรรยายภาพ,

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ อภิปรายกล่าวหานายกฯ ว่า "มีแต่ขายฝันในคืนหลอกลวง" ทำให้คนไทยชอกช้ำ

ส.ส. รายนี้ยังยกรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งระบุถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสเติบโตที่ 0.5-0% อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจโลกในภาพรวมก็หดตัวจากภาวะวิกฤตโควิด-19 ที่ -3.2% แต่ประเทศอื่นที่สามารถกระจายวัคซีนโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้เศรษฐกิจโลกในภาพรวมกลับมาขยายตัวได้ถึงระดับ 6% แต่สำหรับ พล.อ. ประยุทธ์ "ไม่สามารถบริหารจัดการวัคซีนที่มีคุณภาพให้ได้ทันท่วงที จนนำไปสู่ความพังพินาศทางเศรษฐกิจ"

นายจุลพันธ์อภิปรายต่อไปว่า มาตรการล็อกดาวน์ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ 2-3 แสนล้านบาท/เดือน เป็นการล็อกดาวน์ที่ไม่มีแบบแผน ส่วนมาตรการเยียวยาก็เหมือน "จับสลากชิงโชค"

เขายังระบุด้วยว่า ในขณะที่คนไทยยากจน แต่เจ้าสัวกลุ่มหนึ่งกลับรวยขึ้นในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา คนรวยที่สุดในไทย 10 อันดับแรก รวยเพิ่มขึ้นถึง 1.2 ล้านล้านบาท

ขณะที่นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พท. กล่าววิจารณ์แผนกระตุ้นการท่องเที่ยวและแผนเปิดประเทศของรัฐบาล โดยตั้งคำถามว่าโครงการ "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ที่ตั้งเป้าหมายว่าจะมีนักท่องเที่ยวกว่า 100,000 ราย แต่ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวตามโครงการดังกล่าวเพียง 25,000 คน ถือเป็นความล้มเหลวหรือไม่ และส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีการวางแผนครบวงจร ทำให้เกิดปัญหาการติดเชื้อในพื้นที่ จนนำมาสู่การปิด กลายเป็นปราสาททรายทลายลงคามือ พล.อ. ประยุทธ์ หรือไม่

นายกฯ บ่น "อเนจอนาถใจ" กับการบิดเบือนข้อเท็จจริง

ในระหว่างการอภิปราย ส.ส. ฝ่ายค้านกล่าวหานายกฯ ว่า "ไร้วิสัยทัศน์" และ "ไร้ภูมิปัญญา" อยู่หลายครั้ง ทำให้เจ้าตัวต้องลุกขึ้นมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยเห็นว่าเป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือ หรือดิสเครดิต เพียงอย่างเดียว

พล.อ. ประยุทธ์ตั้งคำถามกลับไปว่า ในช่วงโควิด-19 มีประเทศไหนมีจีดีพีสูง จนเปรียบเทียบได้ว่าไทยไม่มีอะไรดีเลย อย่าลืมว่ารัฐบาลดูแลประชาชนไปเท่าไร

นายกฯ

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ,

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลุกขึ้นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาประเด็นการบริหารเศรษฐกิจ 2 ครั้ง ระหว่างการประชุมสภาวันที่ 1 ก.ย.

"ผมไม่อยากให้ท่านพูดแบบหาเสียง ตรงนี้ไม่ใช่เวทีหาเสียง เป็นเวทีต้องแก้ปัญหา ผมฟังประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย" และ "บางทีผมก็อเนจอนาถใจเหมือนกันกับการพูดที่ไม่มีข้อเท็จจริง บิดเบือน"

ผู้นำรัฐบาลยังปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการบริหารล้มเหลว จนคนไม่มาท่องเที่ยวในไทย โดยยืนยันว่าเป็นปัญหาที่ทุกประเทศประสบเหมือนกันจากโควิด ซึ่งไทยก็มีมาตรการรองรับแล้ว

"ในส่วนของเรา ผมเสียใจและขอโทษถ้าทำอะไรให้ไม่พอใจ ผมลูกผู้ชายพอ ผมไม่ใช้วิธีอันแยบยลในการบ่อนทำลายกัน ผมเคารพ ผมนับถือ หลายท่านเป็นคนดี หลายท่านเป็นคนรักประเทศชาติ ผมรู้ว่าทุกคนรัก แต่บางคนท่านอาจรักตัวเองมากกว่า เลิกเสียที นึกถึงประเทศของเรา ทุกเช้าตื่นขึ้นมา นึกถึงประเทศว่าจะทำอะไรบ้างวันนี้ ถ้าคิดว่าจะต้องทำลายกันทุกวัน ก็เป็นเรื่องของท่าน" พล.อ. ประยุทธ์กล่าวกับนักการเมืองในสภา

พล.อ. ประยุทธ์ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าเหตุใดจึงนำแต่สถิติแย่ ๆ มานำเสนอ ส่วนสิ่งดี ๆ ไม่นำมา เช่น รายงานของธนาคารโลก และรายงานกองทุนไอเอ็มเอฟ ซึ่งชื่นชมประเทศไทยที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้แบบก้าวกระโดด จาก 0.8% ของจีดีพีในปี 2562 เป็น 3.2% ของจีดีพีในปี 2563 และระดับหนี้สาธารณะของไทยรักษาไว้ที่ 60% ขณะที่ประเทศอื่นทั่วโลกอยู่ที่ 99%

สภา

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

แปรเวทีซักฟอก เป็นเวทีแถลงผลงานรัฐบาล

จากนั้นเวทีซักฟอกรัฐบาล ก็กลายเป็นเวทีแถลงผลงานด้านเศรษฐกิจของนายกฯ ซึ่งมาพร้อมสไลด์ประกอบการชี้แจงในรูปแบบพาวเวอร์พอยท์หลายหน้า สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

  • การกู้เงิน ยืนยันว่าเงินทั้งหมดเข้าสู่กระเป๋าประชาชนโดยตรง 8.5 แสนล้านบาท ไปถึงมือประชาชนโดยตรงกว่า 42.3 ล้านบาท ทั้งนี้วงเงิน 8.5 แสนล้านบาท คิดเป็นกว่า 1 ใน 4 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือ 5% ของจีดีพี
  • ออกกฎหมายให้มีผลถาวร เรื่องลดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ และปรับวิธีคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งไม่เคยทำมาก่อนในรัฐบาลไหนในรอบ 90 ปี
  • ช่วยเหลือลูกหนี้ภาคประชาชนแล้วกว่า 5.1 ล้านบัญชี คิดเป็นยอดหนี้กว่า 1.91 ล้านล้านบาท
  • ช่วยเหลือลูกหนี้ภาคธุรกิจแล้วกว่า 8.9 แสนราย คิดเป็นยอดหนี้กว่า 1.94 ล้านล้านบาท
  • เดินหน้าแก้ไขหนี้สินให้ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ เช่น หนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 6.4 ล้านราย คิดเป็นยอดหนี้ราว 4.58 แสนล้านบาท, หนี้สินครู 9 แสนราย คิดเป็นยอดหนี้ 1.4 ล้านล้านบาท

พล.อ. ประยุทธ์ยืนยันว่าได้ใช้นโยบายการเงินการคลังที่เข้มข้นในการดูแลเศรษฐกิจ ทำให้ปัญหาใหญ่ส่งผลรุนแรงน้อยกว่าที่ควรเป็น และดีกว่าค่าเฉลี่ยของโลกและของหลาย ๆ ประเทศ

"ท่านพูดไปถึงเจ้าสัว นายทุน หาว่าผมพินอบพิเทา ผมไม่เคย ๆ ครับ ผมไม่เคยต้องทำอย่างนั้นกับใคร ผมมีศักดิ์ศรีของผม ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่เคยเจรจานอกรอบนอกกรอบ ผมไม่เคยจริง ๆ ไม่ใช่นิสัยของผม ถ้าท่านโยงไปโยงมา คนนี้แซ่นั้นแซ่นี้ ตั้งแต่ปู่ย่า เผลอ ๆ ท่านก็มีเชื้อสายเหมือนกันล่ะ พูดอะไรกันเรื่อยไปมั่ว" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

วิโรจน์ชี้วาทกรรม "วัคซีนเต็มแขน" อยู่คนละโลกกับประชาชน

ด้าน ส.ส. พรรคก้าวไกลได้อภิปรายโจมตีการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของรัฐบาล โดยเฉพาะวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าของบริษัทผลิตวัคซีนสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน ที่มี บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด (SBS) ของไทยเป็นผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีน

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กล่าวหารัฐบาลว่ากีดกันวัคซีนยี่ห้ออื่น ไม่ยอมให้วัคซีนใดมาก่อนแอสตร้าเซนเนก้า

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ,

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กล่าวหารัฐบาลว่ากีดกันวัคซีนยี่ห้ออื่น ไม่ยอมให้วัคซีนใดมาก่อนแอสตร้าเซนเนก้า

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เริ่มการอภิปรายด้วยการเปิดคลิปวิดีโอที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เคยกล่าวไว้ว่า ในไตรมาส 3 "วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจะมีเต็มโรงพยาบาล อยู่เต็มแขนคนไทย" และไทยจะเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่มี "วัคซีนไม่พอเก็บ"

คำกล่าวของนายอนุทินเกิดขึ้นกลางสภาในระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อ 17 ก.พ. 2564 ซึ่งนายวิโรจน์คือผู้อภิปรายกล่าวหา รมว.สธ. ในวันนั้น และยังตามมาอภิปรายอีกครั้งในวันนี้

นายวิโรจน์กล่าวว่า วาทกรรม "วัคซีนเต็มแขน" จะไม่พูดไม่ได้ เพราะวานนี้ (31 ส.ค.) นายอนุทินก็ยังย้ำคำนี้อีกครั้ง ราวกับ "อยู่คนละโลกกับประชาชน" เพราะข้อมูลการฉีดวัคซีน ณ 1 ก.ย. พบว่า มีประชาชนได้รับวัคซีนเข็มแรก 23.8 ล้านโดส และได้วัคซีนเข็มที่สอง 8.2 ล้านโดส "ถ้าอย่างนี้เรียกเต็มแขน ประชาชนคนต้องเต็มกลืน"

จากนั้นนายวิโรจน์ได้ไล่เรียงเส้นทางวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในไทย ซึ่งเขาเรียกว่า "แผนการจัดหาวัคซีนลวงโลก" โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

  • 5 ม.ค. ครม. มีมติให้จัดซื้อวัคซีน 26 ล้านโดส
  • 23 ก.พ. ครม. มีมติให้จองซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 35 ล้านโดส รวมเป็น 61 ล้านโดส หลังจากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงต้นปี
  • 13 มิ.ย. อธิบดีกรมควบคุมโรคให้สัมภาษณ์ว่าตัวเลข 61 ล้านโดสในแผนการการจัดหาวัคซีน เป็นเพียงศักยภาพในการฉีด ไม่ใช่จำนวนวัคซีนที่ต้องส่งมอบ
  • สิ้นเดือน มิ.ย. รัฐบาลได้รับการส่งมอบวัคซีน 5.13 ล้านโดส จากแผนการจัดหาที่ต้องได้รับ 6.3 ล้านโดส ต่างกันถึง 1.2 ล้านโดส ทำให้ประชาชนหลายคนถูกเลื่อนฉีดวัคซีนออกไป จนติดโควิด-19 แล้วเสียชีวิต
  • 2 ก.ค. ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติเปิดเผยว่าบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าน่าจะส่งมอบวัคซีนให้กับรัฐบาลไทยได้เพียง 5-6 ล้านโดส/เดือน ไม่เป็นไปตามแผนการจัดหาวัคซีนที่ต้องได้รับ 10 ล้านโดส/เดือน และยังชี้แจงต่ออีกว่าในสัญญาไม่ได้ระบุไว้ว่าต้องส่งมอบเดือนละเท่าไร
  • 17 ก.ค. มีเอกสารหลุดปรากฏเป็นข่าว ซึ่งเป็นหนังสือที่แอสตร้าเซเนก้าทำถึงนายอนุทิน ลงวันที่ 25 มิ.ย. เพื่อแจ้งว่าแอสตร้าฯ จะจัดสรรกำลังการผลิต 1 ใน 3 เพื่อส่งมอบวัคซีนให้กับรัฐบาลไทย หรือประมาณ 5-6 ล้านโดส/เดือน และยอดวัคซีนที่จะส่งมอบตอนนี้ เป็นยอดเกือบ 2 เท่าจากที่รัฐบาลไทยเคยประเมินความต้องการให้กับแอสตร้าฯ ที่ 3 ล้านโดส/เดือน
นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส. ภูมิใจไทย รับบท "ผู้ประท้วงหลัก" ขณะนายวิโรจน์อภิปราย เพราะเห็นว่าใช้ถ้อยทำใส่ร้ายและเสียดสี

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ,

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส. ภูมิใจไทย รับบท "ผู้ประท้วงหลัก" ขณะนายวิโรจน์อภิปราย เพราะเห็นว่าใช้ถ้อยทำใส่ร้ายและเสียดสี

ถามนายกฯ ทำสัญญาหละหลวมได้อย่างไร

ย้อนกลับไปเมื่อ 16 มี.ค. นายวิโรจน์ยื่นเรื่องต่อสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อขอให้เปิดเผยสัญญาระหว่างรัฐบาลไทย-แอสตร้าเซนเนก้าว่าด้วยการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้าและสัญญาการจัดซื้อวัคซีน ซึ่ง ส.ส. รายนี้บอกว่าสัญญาที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติส่งให้ เป็นสัญญาจัดซื้อวัคซีน 26 ล้านโดส ที่ลงนามเมื่อ 12 ม.ค. แต่ไม่ได้เปิดเผยสัญญาจัดซื้อ 35 ล้านโดส อีกทั้งเอกสารที่ได้มาก็เต็มไปด้วยการถมดำข้อความเอาไว้ ทั้งนี้เมื่อนำไปเทียบกับสัญญาวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าของสหภาพยุโรป จะมีตารางระบุประมาณการในการส่งมอบวัคซีนแต่ละเดือน แต่สุดท้ายเอกสารที่เขาได้รับมาอีกชุดหนึ่ง ก็ไม่พบตารางและไม่เห็นยอดประมาณการส่งมอบแต่อย่างใด

"เราต้องยอมรับโดยดุษฎีว่าสัญญาที่ พล.อ. ประยุทธ์ไปทำเอาไว้ ไม่ได้มีการระบุยอดประมาณการส่งมอบวัคซีนอะไรเอาไว้เลยจริง ๆ จนต้องตั้งคำถามกับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าไปทำสัญญาที่หละหลวมแบบนี้ได้อย่างไร" นายวิโรจน์กล่าว

สำหรับเอกสารสัญญาสั่งซื้อเพิ่มอีก 35 ล้านโดส นายวิโรจน์ทราบในภายหลังว่าเพิ่งลงนามเมื่อวันที่ 4 พ.ค. จึงตั้งคำถามว่า รัฐบาลกล้าประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนทราบถึงแผนการจัดหาวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดสได้อย่างไร ทั้งที่ยังไม่ได้มีการลงนามจากคู่สัญญา

ส.ส. พรรคฝ่ายค้ายรายนี้ยังหยิบยกหนังสือจากคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ลงวันที่ 24 ส.ค. 2563 ซึ่งระบุว่าหากใช้เงินกู้อุดหนุนบริษัทเอกชน ซึ่งในที่นี้คือ SBS ในการผลิตวัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์ ต้องมีเงื่อนไขจำกัดสิทธิการส่งออกเพื่อให้ไทยได้รับสิทธิในการซื้อวัคซีนที่ผลิตในไทยเป็นอันดับแรกตามจำนวนที่ต้องการ ต่อมา ครม. มีมติ 25 ส.ค. 2563 ให้ใช้งบกลาง 600 ล้านบาทไปอุดหนุนให้กับSBS โดยไม่ใช้งินกู้ จากนั้นนายอนุทินก็รับไม้ต่อไปลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงในการทำสัญญา โดยยอมรับข้อตกลงกับทางแอสตร้าเซนเนก้าให้ส่งออกโดยปราศจากข้อจำกัด

"สิ่งที่ พล.อ. ประยุทธ์ทำเป็นสิ่งที่ไม่สมควร เป็นการนำเอาสถาบันฯ มาสร้างความนิยมทางการเมืองโดยไม่คำนึงชีวิตของประชาชนคนไทยเลย" นายวิโรจน์กล่าว

ในระหว่างการอภิปราย เขาได้เปิดคลิปวิดีโอของ พล.อ. ประยุทธ์ที่กล่าวถึง SBS ว่าเป็น "บริษัทในพระปรมาภิไธย"

นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงเพื่อนร่วมพรรค (ทางนิตินัย) หลายครั้งในระหว่างการอภิปราย

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ,

นายคารม พลพรกลาง ลุกขึ้นประท้วงเพื่อนร่วมพรรค (ทางนิตินัย) หลายครั้งในระหว่างการอภิปราย จนนายวิโรจน์เอ่ยขึ้นว่า "งูครับงู"

การอภิปรายของนายวิโรจน์ใช้เวลายาวนาน โดยมีผู้ประท้วงเป็นระยะ ๆ ทั้งนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงเรื่องการใช้ถ้อยคำบิดเบือน ใส่ร้ายป้ายสี ส่วนนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ซึ่งไปนั่งตรงที่นั่งของ ภท. โดยเขาประท้วงการใช้คำว่า "แผนวัคซีนลวงโลก" เนื่องจากไม่ใช่คำที่ปรากฏในญัตติ นอกจากนี้ยังมี พ.ต.ท. ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อดีตส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ประท้วงเรื่องการพาดพิงสถาบันฯ

  

Overview ประจำวันที่ 1 กันยายน 2564


 

ยุคสังคมไทย เสื่อมทราม เน่าเฟะ ตกต่ำสุดๆ...

Thai E-News

โดนเข้าไปไม่รู้กี่สิบดอก โดยเฉพาะกินค่าแรง 'ไอโอ' ประยุทธ์ตอบได้แค่ “ผมสวดมนต์ทุกวัน” เหมือน “พวกหลวงพี่ที่ฉันหมูกะทะมื้อเย็น”


 

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดนเข้าไปไม่รู้กี่สิบดอก เรื่องด้อยประสิทธิภาพทางปัญญา บริหารจัดการโรคระบาดผิดพลาดทั้งเพ ปล่อยปละคอรัปชั่นบานตะไท ประยุทธ์ตอบได้แค่ “ผมสวดมนต์ทุกวัน...ผมมีประสบการณ์ ๖-๗ ปี” และ พ่อแม่สอนมาให้สุภาพ ใจเย็นๆ

เรื่องสวดมนต์ ต้องไปดู joe black@joe_black317 เขาทวี้ตตอบว่า “พวกหลวงพี่ที่ฉันหมูกะทะมื้อเย็น ก็สวดมนต์ทำวัตรทุกวันนะ โยมประยุทธ์” เรื่องประสบการณ์เจ็ดปีนี่สำลักเลย เพราะอย่างนี้ถึงโดน ไม่ไว้วางใจ หลายหนไง

ส่วนที่บอกพ่อแม่สอนมา นั่นถ้าไม่ประจานตัวเองเสียฉิบ ก็ประจานบิดรมารดาว่าสอนยังไง คนทั้งประเทศจำได้แม่นว่าประยุทธ์สำรอกสำรากขากถุยขนาดไหน แล้วที่ไปแขวะ เสรีพิศุทธ์ ว่า “ท่านเป็นแค่ผบ.ตร. ผมเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ”


 

แน่นอน “ประสบการณ์อาจจะต่างกัน” แต่อดีต ผบ.ตร.เขามาทางที่ถูก ตามครรลอง และด้วยความสามารถตนเอง ไม่ได้ยึดอำนาจแย่งชิง ใช้เล่ห์เพทุบายอยู่ต่อ และตอหลดตอแหลจะอยู่ยาว ดังนั้นมิควร “ฝากไปถึงประชาชนที่ฟังอยู่ให้ดูหน้าผม” เพราะเขาเหม็นเบื่อและระอา

เดอะสแตนดาร์ดรวบรวมไว้ ๒๕ รายการที่ประยุทธ์โดนอภิปรายดอกไหนบ้าง “ไร้ความสามารถที่จะเป็นหัวหน้ารัฐบาล...กู้เงินจำนวนมาก แต่ใช้จ่ายไร้ทิศทาง...การจัดหาวัคซีน มีพฤติการณ์ปิดบังอำพราง ไม่โปร่งใส...ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ...ประชาชน”

ข้อสุดท้าย “อยู่ในสภาพของคนเป็นโรค (เรื้อรัง) โอหังคลั่งอำนาจ” (ที่ฝรั่งเรียกว่า Hubris Syndrome) อันนี้จริงแท้แน่นอน หากแต่ต่างจาก ฮิวบริสฝรั่งตรงที่ของเขาหลงตัวว่าเก่งกาจ อาจไม่รู้ว่า ด้อย แต่ประยุทธ์รู้ทั้งรู้ตน ขี้เท่อ กลับสร้างภาพปกปิด

เช้าวันเริ่มอภิปรายจัดฉากให้ผู้แทนจากชมรมหาบเร่แผงลอยกรุงเทพมหานคร สมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย สมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง” ไปยกป้ายข้างสัปปายะสภาสถาน แล้วให้โฆษก ธนกร วังบุญคงชนะ ออกมาโพนทนา

“นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกท่านขอขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจรัฐบาล...พร้อมที่จะชี้แจงและตอบทุกข้อกล่าวหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ด้วยข้อเท็จจริง ที่สำคัญคือ กำลังใจจากประชาชน...เป็นผลประโยชน์อย่างเดียวของรัฐบาลชุดนี้”

ปัญหาอยู่ที่ประชาชนไม่ค่อยจะมีกำลังกายกัน ถดถอย เสียหายไปเกือบหมดกับรัฐบาลประยุทธ์ “สิ่งที่น่าเสียใจมากที่สุดที่คนไทยยอมรับไม่ได้เลย คือการค้าความตายหากินบนความตายของประชาชนด้วยการจัดซื้อวัคซีนคุณภาพต่ำแต่มีราคาแพง”


 

ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.เพื่อไทยอภิปรายเปิดโปงรัฐบาลประยุทธ์ “เอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชน โดยซื้อวัคซีนเพียงรายเดียว ผูกขาดตัดตอนขัดกันแห่งผลประโยชน์ ทำให้วัคซีน Sinovac เป็นวัคซีนเส้นใหญ่” เขาแฉว่าได้รับข้อมูลจากข้าราชการ

แจงละเอียดการสั่งซื้อวัคซีนจากจีนทั้ง ๕ ครั้ง “ราคาตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ๑๗ ดอลลาร์สหรัฐต่อโด๊ส” ทุกครั้ง แต่ราคาซื้อจริงลดหย่อนลงมาเรื่อยๆ เป็น ๑๕, ๑๔, ๙.๕ และ ๙ ดอลลาร์ ทำให้ยอดเงินทั้งหมดมีส่วนต่าง ไม่รู้หายไปไหน ๒ พันกว่าล้าน

แล้วมาถึงอภิปรายของ ส.ส.พรรคก้าวไกล ณัฐชา บุญไชยอินทสวัสดิ์ เรื่อง ไอโอนั่นเปิดเบิ่งกันทั้งชาติ ตามที่ ส.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล@AmaratJeab ว่า “เอกสารลับ คลิปลับหลุด เกิดจากระบอบปรสิตใช้อำนาจนิยมกดดันกำลังพลชั้นผู้น้อยจนทนไม่ไหว

โกงเบี้ยเลี้ยงคฝ. ไม่พอ ยังโกงเบี้ยเลี้ยงกำลังพล iO ที่วัน ๆ ต้องนั่งปั่นข่าวอวยประยุทธ์ กับแชร์เฟคนิวส์ให้รัฐบาลโจร...เป็นโครงการ 'คนละครึ่ง' คือแบ่งกันระหว่างนายร้อยกับนายพัน ส่วนนายสิบอดนะจ๊ะ” เพจพรรคก้าวไกลช่วยขย่ม “หลุดมาเพียบเลย”

ได้แก่ “ระบุหัวหน้าหน่วยได้รับเงินจากกองทัพบกเดือนละ ๒ แสนบาท ต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ลูกน้องในหน่วย IO คนละ ๗,๔๔๐ บาท/เดือน แต่กำลังพลได้จริงแค่เดือนละ ๑,๕๐๐ บาท และก่อนหน้านี้ไม่ได้แม้แต่บาทเดียว”

นี่ไอโอคนที่แอบปล่อยหลักฐาน “ฝากณัฐชาช่วยทวงเบี้ยเลี้ยงให้ด้วย” สะท้อนความรู้สึกต่ำต้อยถูกกดดันของผู้ปฏิบัติงานเหล่านั้น แบบว่าน่าคิด “กรมทหารราบที่ ๘ ซึ่งได้รับรางวัล ‘นักรบไซเบอร์ดีเยี่ยม’ ได้ตั้งชื่อเพจไว้ว่า ‘เรื่องงานไม่ขยับ เรื่องกินตับขอให้บอก’”

แล้วก็เรื่องหนัก วัคซีนค่าด้อย ซิโนแว็ค เนี่ยยังไม่วายช่วยกันอวย รมว.สาสุข พอทำเนา อนุทินย้ำ “อย่าไปด้อยค่า #วัคซีนซิโนแวค เพราะจะกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน” เฮ้ ประธานฯ ชวน หลีกภัย เอาด้วย “เพราะคนที่ขายหรือให้ ก็ถือเป็นการช่วยเหลือประเทศ”

เกิดจะเป็นนักการทูตผู้ชำนาญกันขึ้นมาเชียว ตี๊ต่างว่าถ้าวัคซีนจีน ที่แท้เป็นแค่ ‘Placebo’ ไม่ใช่ยาจริง แต่ก็ไม่ได้มีพิษ เพียงแต่ไว้หลอกให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานเอง ต้องซูฮกเขาไหมที่ให้ของปลอมมาลองใช้

(https://www.facebook.com/waymagazine/posts/10157977846846456, https://twitter.com/MFPThailand/status/1432718350610845704?s=06…, https://www.facebook.com/VoiceOnlineTH/posts/10162112514934848 และ https://www.facebook.com/thestandardth
บีบีซีไทย - BBC Thai
35 min

ในการลุกขึ้นชี้แจงครั้งแรก รมช.กลาโหม ไม่ได้พูดถึงข้อกล่าวหาเรื่องการ “อมเบี้ยเลี้ยง” นายทหารระดับล่างที่ร่วมปฏิบัติการไอโอ ทำให้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นถามถึงโครงการ “คนละครึ่งรูปแบบใหม่” และขอคำชี้แจงเพิ่มเติม
.
“ได้สั่งตรวจสอบแล้วครับ ถ้าผิดจริงก็ต้องมีการลงโทษ” พล.อ. ชัยชาญตอบ

บีบีซีไทย - BBC Thai
35 min

ในการลุกขึ้นชี้แจงครั้งแรก รมช.กลาโหม ไม่ได้พูดถึงข้อกล่าวหาเรื่องการ “อมเบี้ยเลี้ยง” นายทหารระดับล่างที่ร่วมปฏิบัติการไอโอ ทำให้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นถามถึงโครงการ “คนละครึ่งรูปแบบใหม่” และขอคำชี้แจงเพิ่มเติม
.
“ได้สั่งตรวจสอบแล้วครับ ถ้าผิดจริงก็ต้องมีการลงโทษ” พล.อ. ชัยชาญตอบ

อภิปรายไม่ไว้วางใจ : รมช.กลาโหม สวนกลับก้าวไกลใช้ “เอกสารไม่จริง” กลางสภา แต่สั่งตรวจสอบ “อมเบี้ยเลี้ยง” พลทหารไอโอ

รมช. กลาโหม กับ รมว.ดีอีเอส ระหว่างการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านกรณีไอโอ

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ,

รมช. กลาโหม กับ รมว.ดีอีเอส ระหว่างการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านกรณีไอโอ

กระทรวงกลาโหมสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี "อมเบี้ยเลี้ยง" พลทหารที่ร่วมภารกิจในปฏิบัติการด้านข้าวสาร หลัง ส.ส. พรรคก้าวไกลออกมาเปิดเผยกลางสภา และเล็งให้กองทัพบกดำเนินการกับการใช้ "เอกสารเท็จ" ประกอบการอภิปรายกลางสภา

พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม กล่าวกลางสภาเมื่อ 1 ก.ย. ว่า กองทัพได้ตรวจสอบเอกสารที่ ส.ส. นำมาใช้ประกอบการอภิปราย และระบุว่าเป็นหนังสือที่ทำในเดือน มี.ค.-ก.ค. 2564 พบว่า "ไม่ใช่เอกสารจริง" เพราะมีข้อพิรุธต่าง ๆ ดังนี้

  • การลงลายมือชื่อ (ลายเซ็น) ของแม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบัน ไม่เหมือนกันในเอกสาร 2 ฉบับที่นำมาแสดง โดยฉบับหนึ่ง เป็นลายเซ็นของอดีตแม่ทัพ แต่วงเล็บชื่อแม่ทัพคนปัจจุบัน
  • การพิมพ์นามสุกลแม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบันไม่ถูกต้อง
  • รองผู้อำนวยการกองยุทธการแม่ทัพภาค 2 ได้ย้ายดำรงตำแหน่งใหม่ประมาณปีเศษ จึงไม่น่าลงนามในเอกสารปี 2564 ด้วยชื่อตำแหน่งเดิมได้
  • ยศและตำแหน่งในเอกสารคณะกรรมการสารสนเทศ กองทัพภาคที่ 2 เขียนไม่ถูกต้อง
  • เลขที่ออกหนังสือตามที่นำมาแสดง เป็นเลข 1121 ขณะที่ ณ 31 ส.ค. 2564 เลขหนังสือเพิ่งอยู่ที่ 851 ยังไม่ถึงช่วงเวลาของเลขดังกล่าว

รมช.กลาโหมกล่าวด้วยว่า กองทัพบก (ทบ.) ในฐานะหน่วยที่ได้รับความเสียหาย จะตรวจสอบและดำเนินการตามเหมาะสมเกี่ยวข้องต่อไป

pm

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

รมช.กลาโหม ได้รับมอบหมายจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้เป็นผู้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่วางใจ 6 รัฐมนตรี หลังค่ำวานนี้ (31 ส.ค.) นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล เปิดโปงปฏิบัติการข่าว หรือไอโอ (Information Operation - IO) ที่เชื่อว่าเป็นไปเพื่อปกป้องสรรเสริญ พล.อ. ประยุทธ์

พล.อ. ชัยชาญกล่าวว่า ไม่มีนโยบายสั่งการให้หน่วยงานใดในกองทัพ หรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ไปปฏิบัติการข่าวสารบิดเบือน หรือให้ร้ายผู้ใด แต่ปัจจุบันในสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวลวง ข่าวปลอม สร้างความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน และส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมและประเทศ จึงมีความจำเป็นที่ทุกหน่วยงานต้องติดตามข้อมูล เพื่อสื่อสารความเข้าใจและสร้างการรับรู้ภายให้หน่วยเอง และสร้างการรับรู้แก่ประชาชนทั่วไปให้ทราบว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร โดยใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของกระทรวงกลาโหมที่จัดตั้งขึ้นมา ก็มีหน้าที่เช่นนี้ และคอยตรวจสอบข่าวปลอด ข่าวบิดเบือน เพื่อแจ้งให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ในการลุกขึ้นชี้แจงครั้งแรก รมช.กลาโหม ไม่ได้พูดถึงข้อกล่าวหาเรื่องการ "อมเบี้ยเลี้ยง" นายทหารระดับล่างที่ร่วมปฏิบัติการไอโอ ทำให้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นถามถึงโครงการ "คนละครึ่งรูปแบบใหม่" และขอคำชี้แจงเพิ่มเติม

"ได้สั่งตรวจสอบแล้วครับ ถ้าผิดจริงก็ต้องมีการลงโทษ" พล.อ. ชัยชาญตอบ

ก้าวไกลกล่าวหากองทัพ สร้าง "ไอโอ" อวยนายกฯ

การเปิดโปงขบวนการไอโอเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ทั้ง 3 ครั้ง เปิดประเด็นโดยอดีต ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล

วานนี้ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ. ประยุทธ์ โดยอ้างถึงความเลวร้ายของปฏิบัติการไอโอ เพื่อปกป้องสรรเสริญ พล.อ. ประยุทธ์ ที่เขาเรียกว่าเป็น "ปฏิบัติการไอโอกินรวบประเทศ"

ภาพหน้าจอ

ที่มาของภาพ, Facebook

คำบรรยายภาพ,

ภาพนิ่งประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจของนายณัฐชา

นายณัฐชานำคลิปเสียงมาเปิดเผยกลางสภา โดยกับอ้างว่าได้รับจากบุคคลในกองทัพที่นำเสนอต่อผู้บังคับบัญชา ระบุถึงการจัดตั้งนักรบไซเบอร์ของกองทัพภาคที่ 2 เพื่อปฏิบัติการข่าวสารและการปฏิบัติการด้านไซเบอร์ประจำศูนย์ปฏิบัติการสารนิเทศ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 (ผปขส.ศปก.ทภ. 2)

ส.ส. รายนี้ย้ำว่า หากจะมาอ้างว่าผู้บังคับบัญชาไม่รู้เรื่อง คงไม่ได้ เพราะเอกสารที่ได้รับมา พบว่าต้องรายงานปฏิบัติการไปยังผู้บังคับบัญชา ทั้งในส่วนที่อยู่ในกองทัพภาคที่ 2 และรายงานไปยังศูนย์การบังคับบัญชาที่อยู่ใน กทม. เป็นระยะ ๆ รายสัปดาห์และรายเดือน โดยหนึ่งในภาพที่ได้รับมานั้น มีภาพคล้าย ๆ ผู้บริหารกองทัพบกร่วมประชุมอยู่ด้วย

เขาระบุว่า หน่วยปฏิบัติการไอโอทำกันอย่างเปิดเผยชัดเจน มีการจัดทำนักรบไซเบอร์ แบ่งงานกันทำตามภารกิจเป็น "งานขาว-งานเทา-งานดำ" ทั้งนี้งานขาว หมายถึง การเชียร์นายกฯ และอวยการทำงานของรัฐบาล งานเทาคือ การตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม แก้ต่างแทนรัฐบาล และงานดำคือ การปล่อยถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง ด้อยค่าฝ่ายตรงข้าม และสร้างข่าวปลอม (เฟกนิวส์)

"อยากถาม พล.อ. ประยุทธ์สั้น ๆ ว่า เคยมีไหมจิตสำนึก เพราะสิ่งที่ประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ออกมาจากความเจ็บปวด สุดท้ายกลับมีหน่วยงานปฏิบัติการไอโอคอยโจมตี ใส่ร้าย กล่าวหา ล้วนแล้วแต่เป็นคนในกองทัพภายใต้การบริหารของ รมว.กลาโหม ที่ชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ แทนที่ผู้นำกองทัพจะให้นายทหารถือปืนไปสู้กับอริราชศัตรู กลับให้ไปเป็นนักเลงคีย์บอร์ดข่มเหงประชาชน" นายณัฐชากล่าว

แฉอมเบี้ยเลี้ยงพลทหารระดับล่าง

นายณัฐชาอภิปรายว่า นอกจากนี้ยังพบบัญชีทวิตเตอร์บัญชีหนึ่งเขียนเป็นภาษาอังกฤษ "Narongpan Jittkaewta" ซึ่งอ่านออกเสียงได้ว่า นะ-รง-พัน-จิด-แก้ว-แท้ แม้บัญชีนี้กดติดตามผู้ใช้งานรายอื่นอยู่ไม่กี่คน แต่กลับมีผู้กดติดตามถึง 3.2 หมื่นคน เมื่อตรวจสอบลงไป พบว่าบัญชีนี้เป็นตัวกลางสำคัญในการแชร์ข้อความสร้างความเกลียดชังและเฟกนิวส์ต่าง ๆ ซึ่งทุกครั้งที่แชร์ มีการรับลูก-ส่งลูกต่อ

สำหรับการทำงานของหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายนั้น มีการแบ่งงานกันอย่างชัดเจน หน่วยงานนี้ต้องไปติดตามดูแลเพจหน่วยงานไหน หากทำงานออกมาได้ผลดี จะมีการมอบรางวัลให้ทั้งบุคลากร, หน่วยงาน และผู้บังคับบัญชาอีกด้วย

ก้าวไกล

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

อย่างไรก็ตาม ส.ส. ฝ่ายค้านรายนี้อ้างว่า ตรวจพบสิ่งที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการเรื่องเบิกจ่ายกำลังพลที่ปฏิบัติงานว่ามีการเบิกจ่ายครบและทั่วถึงทุกคนหรือไม่ เพราะหนึ่งในเอกสารที่เขาได้รับมา พบว่าอาจจะมีการ "จัดฉากรับเบี้ยเลี้ยง" เนื่องจากมีการลงนามรับเบี้ยเลี้ยงเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้ที่ลงนามลายมือชื่อคล้าย ๆ กัน

อีกคลิปเสียงที่เขานำมาเปิด อ้างว่ามาจากวงประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอรเรนซ์ ปรากฏเสียงสั่งการให้จ่ายเบี้ยเลี้ยงให้พลทหาร 1,500 บาท/เดือน ทั้งที่คำสั่งบอกว่าจะให้ 240 บาท/วัน หรือคิดเป็นประมาณ 7,400 บาท/เดือน แต่ผู้บังคับบัญชาหักบางส่วนเอาไว้

นายณัฐชาอภิปรายอีกว่า ในรายการงบประมาณปี 2565 กอ.รมน. ได้รขอรับงบประมาณในส่วนของการกำลังพลและการดำเนินงาน 3.7 พันล้านบาท โดยระบุว่าจะนำไปใช้ในการพัฒนาบิ๊กดาต้าแพลตฟอร์มด้านความมั่นคง 1 ระบบ วงเงิน 361 ล้านบาท ทำให้น่าสงสัยว่าการจัดทำพัฒนาบิ๊กดาต้าที่ว่านี้ เพื่อติดตามข้อมูลบุคคลที่ต้องการติดตาม ซึ่งมีทั้งนักการเมือง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง มวลชนฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ เพราะก่อนหน้ามีการส่งรายชื่อ รายละเอียด ผู้ที่ถูกติดตามรวม 45 รายการ

สภา

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ,

ส.ส. ก้าวไกลร่วมถ่ายภาพ หลังปิดการอภิปรายเปิดโปรงขบวนการไอโอ

ในจำนวนนี้มีนักการเมืองในพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้าหลายคน อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า, น.ส. พรรณิการ์ วาณิช โฆษกคณะก้าวหน้า, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้า ก.ก., นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. โดยเฉพาะนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. มีการจัดทำบัญชี การติดตาม จากที่ได้ข้อมูลมาลงรายละเอียดไปถึง บ้านเลขที่ บุคคลในครอบครัว เบอร์โทรศัพท์ เลขทะเบียนรถ

ขณะนายณัฐชาอภิปราย พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ได้นั่งฟังอยู่ในสภา และไม่มี ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลลุกขึ้นประท้วง

 

 

1 ก.ย. รำลึก "สืบ นาคะเสถียร"

บีบีซีไทย - BBC Thai
1 tim

On This Day: 1 ก.ย. รำลึก "สืบ นาคะเสถียร"
.
สืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นักวิชาการและนักอนุรักษ์ธรรมชาติ กระทำอัตวินิบาตกรรมที่บ้านพักในเขตรักษาพันธุ์ฯ จ. อุทัยธานี ก่อนรุ่งสางของวันที่ 1 ก.ย. 2533 วันนี้เป็นวันครบรอบ 31 ปีที่เขาจากไป
.
ความตายของสืบ ได้ปลุกกระแสการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างกว้างขวางในสังคมไทย และต่อมาไม่นาน องค์การยูเนสโกก็ได้ประกาศให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ
.
"สืบ นาคะเสถียร รอคืนวันเหล่านี้มานับตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และอาจจะรู้ดีว่ามันคงไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลย หากไม่มีเสียงปืนในราวป่านัดนั้น" มูลนิธสืบนาคะเสถียรระบุไว้ในประวัติของสืบ
.
ช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา การอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าของไทยมีทั้งความสำเร็จและล้มเหลว แต่ข้อเท็จจริงประการหนึ่งก็คือพื้นที่ป่าไม้ของไทยลดลงและยังคงถูกคุกคามจากโครงการและกิจกรรมสารพัดอย่าง

.
ในวันที่ชื่อของสืบ นาคะเสถียร อาจถูกลืมเลือน และสถานการณ์ป่าไม้และสัตว์ป่าไม่ได้อยู่ในความสนใจของสังคมมากนัก บีบีซีไทยหยิบยกข้อความหนึ่งที่อยู่ใน "บทสัมภาษณ์สุดท้าย" ของสืบที่เผยแพร่ในนิตยสารสารคดีฉบับเดือน ต.ค. 2533 มาเตือนความจำถึงความสำคัญของป่าไม้และนักอนุรักษ์ในตำนาน

Kan vara en bild av 1 person, glasögon och text