แล้วผู้แปล "แอนิมอล ฟาร์ม สงครามกบฏของสัตว์" ฉบับภาษาไทย คิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร
fredag 31 maj 2019
torsdag 30 maj 2019
"เกร็ดความรู้ " (อัพเดท ) ว่าด้วยประเด็น "ทหารมีไว้ทำไม?" "สถาบันกษัตริย์มีไว้ทำไม?
พูดถึงประเด็น "ทหารมีไว้ทำไม?" "สถาบันกษัตริย์มีไว้ทำไม?" ที่ผมพูดถึงในกระทู้ก่อนหน้านี้
ความ irony หรือตลกร้ายอย่างหนึ่งเกี่ยวกับบทความของนิธิที่เป็นที่ฮือฮากันคือ ถ้าพูดกันจริงๆ ในภาวะที่โลกยังเต็มไปด้วยรัฐประชาชาติ (nation state) แบบนี้ ทหารคงจะจำเป็นต้องมีอยู่ แม้ในกรณีประเทศไทยเอง เพียงแต่ต้องไม่ใช่ในแบบนี้ (เช่นต้องเลิกเกณฑ์ ต้องลดกำลังคน และต้องเลิกอัตราพวกนายทหารระดับสูง - จำนวนนายพลเป็นต้น - ลงอย่างชนิดมโหฬารจากที่เป็นอยู่) คือ "คำตอบ" ของนิธิในลักษณะที่มีนัยยะว่า ไม่จำเป็นต้องมีทหาร ไม่ว่าของไทยหรือของโลก เป็นอะไรที่ไม่ถึงกับเป็นจริงนัก (หลายคนอาจจะไม่ตระหนักว่า บทความนิธิ ไม่ได้เขียนถึงไทยโดยเฉพาะ รวมทั้งคำถาม "ทหารมีไว้ทำไม" ด้วย แต่ครอบคลุมสำหรับทั้งโลกเลย)
แต่ถ้าถามถึงประเด็นว่า "สถาบันกษัตริย์ไทยมีไว้ทำไม?" อันนี้พูดได้ว่า เอาเข้าจริง ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรเลย
ถ้าพูดแบบง่ายๆเปรียบเทียบใน ๒ ประเด็นนี้ คือ
ทหารยังไงคงต้องมี แต่สถาบันกษัตริย์ ไม่มีก็ได้
(ในกรณีไทย การไม่มีสถาบันกษัตริย์ จะมีผลต่อทหารที่สำคัญมากๆด้วย คือ ทหารไม่มีข้ออ้างในการเข้าแทรกแซง มีอำนาจทางการเมืองอีกต่อไป)
ถ้าใครตามการดีเบตในอังกฤษ ประเด็นเรื่องสถาบันกษัตริย์มีประโยชน์อะไร เหตุผลใหญ่อันหนึ่งของคนที่เชียร์ให้มี คือ สถาบันกษัตริย์อังกฤษ ความจริง "นำเงินเข้าประเทศ" ปีละหลายร้อยล้าน เพราะสถาบันกษัตริย์เป็นอะไรที่เรียกว่าเป็น tourist attraction (สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว) ที่สำคัญมากๆ ไม่ได้หมายถึงตัววังนะครับ เพราะไม่มีกษัตริย์ วังก็เป็นที่ท่องเที่ยวได้ เหมือนในประเทศยุโรปอื่น (เช่นกรณีไทย ถ้าไม่มีสถาบันกษัตริย์ วังก็ยังเป็นที่ท่องเที่ยวได้ จริงๆจะมีวังเปิดให้เป็นที่ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น) แต่กรณีอังกฤษที่ว่าสถาบันฯเป็นสิ่งดึงดูดใจเรื่องคนท่องเที่ยว หมายถึงบรรดาเจ้าอังกฤษนี่เหมือนเป็น "ดารา" เลย คือนอกจากมีคนหล่อคนสวยหลายคนในครอบครัว เรื่องราวต่างๆของพวกเขายังมีลักษณะเหมือน soap opera หรือ fairly tale ด้วย คือก็เหมือนกับเรื่องดารานั่นแหละ มีการลุ้นจีบกัน (ตอนเป็นโสด) มีงานแต่งงานสวยๆ (เหมือนพวกดารา) แล้วบางทีก็มีเรื่องทะเลาะกัน มีชู้ ฯลฯ .... พูดง่ายๆคือ เจ้าอังกฤษเหมือนดาราดังครอบครัวใหญ่ทั้งครอบครัวที่ดึงดูดให้คนสนใจ แม้แต่พวกทหารรักษาพระองค์แต่งตัวแปลกๆ ก็มีให้ทัวริสต์ดูเล่น ถ่ายรูปเล่น เหมือนดูขบวนดารา หรือหนังคอสตูมอะไรแบบนั้น
แต่กรณีเจ้าไทย จะอ้างเรื่องนี้ก็ไม่ได้ เพราะนอกจากไม่มีเจ้าไทยที่หล่อหรือสวยจริงๆแล้ว ที่สำคัญ ความคอนเซอเวทีฟของเจ้าไทย เข้มงวดเรื่องที่ใครจะพูดถึง ยังไม่ทำให้เกิด "เสน่ห์" ของการชวนติดตามแบบกรณีอังกฤษด้วย เอาเข้าจริง ทัวริสต์ที่มาเที่ยวไทย จะได้รับการเตือนเสมอว่า อยู่ในไทยต้องระวังมากๆเรื่องเจ้า .. พูดอีกอย่างคือ เรื่องเจ้าทำให้ทัวริสต์เครียดเสียมากกว่าจะเป็นความบันเทิงที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวแบบอังกฤษ
ทีนี้ "เหตุผล" ของการต้องมีสถาบันกษัตริย์ในแง่อื่นมีอะไร?
ประเด็นใหญ่ที่คนรักเจ้าหรือรัฐไทยมักจะยกกันขึ้นมาคือ "เป็นศูนย์รวมจิตใจ" .. ต่อให้เราไม่เถียงกันว่า ในอดีตเคยเป็นจริงไหม แต่ว่า วิกฤติปัจจุบันทีกินเวลา ๑๐ ปีเต็มๆ และสังคมไทยที่ตอนนี้แตกแยกกันชนิดสุดๆ ลงไปถึงระดับประชาชนธรรมดาๆ เรียกว่าถึงระดับที่ (ผมยืมคำมาจากคอมเม้นท์อันนึงในกระทู้หลายสัปดาห์ก่อนของผม) "อยากจะฟาดปากกันเต็มที" อะไรแบบนั้น .. สิ่งนี้เป็นข้อพิสูจน์อย่างดีว่า
"เหตุผล" เรื่อง "เป็นศูนย์รวมจิตใจ" มันไม่เวิร์คเลย เรียกว่าล้มเหลวสุดๆแล้ว (และคงไม่มีใครคิดว่า พระบรมฯที่ขึ้นมาแทน จะสามารถเป็น "ศูนย์รวมจิตใจ" ได้) - ประเด็นสำคัญมากที่คนรักเจ้าไม่เข้าใจเกี่ยวกับการทีมี "คดีหมิ่นฯ" เป็นร้อยๆคดีและมีการเอาคนเข้าคุกกันเป็นเบือในช่วงวิกฤติ ๑๐ ปีนี้ คือ มันสะท้อนความเสื่อมของสถาบันฯอย่างที่เป็นอยู่ขนาดไหน คือเงื่อนไขสำคัญของการเป็น "ศูนย์รวมจิตใจ" ได้ คือจะต้องมีภาวะที่ไม่ได้มีการจับคนเข้าคุกเป็นระนาวด้วยเรื่องหมิ่นฯแบบนี้ คือจะต้องมีภาพที่ "คนไทยทุกคน" ยึดถือเอาสถาบันฯเป็น "เครื่องยึดเหนี่ยว" ยิ่งจับก็ยิ่งทำให้ "ภาพมายา" เรื่อง "ศูนย์รวมจิตใจ" กลวงไร้ความหมาย
สรุปแล้ว "ฟังชั่น" หรือเหตุผล (raison d'être) การดำรงอยู่ของสถาบันกษัตริย์ไทยว่า "มีไว้ทำไม" มาถึงจุดนี้ ต้องบอกว่า มองไม่ออกว่าเหลืออะไรแล้ว ...
ไทยปิด"สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์
นครมิวนิก" เตรียมเปิดเป็น "สถานกงสุลใหญ่" แทน - คือปิด เพื่อ"อัพเกรด" น่าจะ"อัพเกรด"ให้มากกว่านี้ เช่นเปลี่ยนเป็น กท.ต่างปท.(สาขา2) หรือทำเนียบ รบ.ไทย (สาขา2) หรือเจรจาเยอรมัน ขอเอามิวนิคเป็นเมืองหลวงแห่งที่สองของไทย
ฮี่ฮี่
ไทยประกาศปิด "สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ นครมิวนิก" และเตรียมเปิด "สถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก" แทน
พูดง่ายๆคือปิด เพื่อ "อัพเกรด" สำนักงานตัวแทนประเทศไทยในมิวนิก-รัฐบาวาเรียและรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก
"กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์" ที่ปิดไป นี่คือระดับต่ำสุด มีไว้ออกวีซ่าเท่านั้น ไม่ใช่นักการทูตอาชีพ ไม่ใช่คนไทยด้วยซ้ำ ท่านสุดท้ายก่อนปิด คือ Mrs. Barbara Riepl (กงสุลกิตติมศักดิ์) โดยมี Mrs. Stephanie Reinhart เป็นเลขานุการ
ทุกวันนี้ ประเทศไทยมีสำนักงานตัวแทนประเทศในเยอรมัน คือ สถานเอกอัตรราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน และมีสถานกงสุลใหญ่แห่งเดียวคือ "สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต" ซึ่งเป็นที่เข้าใจได้ เพราะแฟรงก์เฟิร์ต เป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจ ส่วนที่เหลือเป็นเพียง "สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์" ที่ มิวนิก (ที่ปิดนี้), ฮัมบูร์ก, ชตุทท์การ์ท, และ ดึสเซลดอร์ฟ
ทำไมต้อง "อัพเกรด" ที่มิวนิกเป็น "สถานกงสุลใหญ่"?
ผมว่า ความจริงที่ว่า ทุกวันนี้ ประมุขประเทศไทยอยู่ที่มิวนิก กว่าครึ่งของปี (ตัวเลขปีกลาย 7 เดือนใน 12 เดือน) คงเป็นปัจจัยสำคัญแหละ กฎหมายหลายฉบับของไทย ไป "ออกประกาศเป็นกฎหมาย" ในระหว่างกษัตริย์ไทยอยู่ในมิวนิกนี่แหละ เรียกว่า ทรง "เซ็นชื่อ" หรือ "เอ๊กเซอร์ไซส์อำนาจอธิปไตยของประเทศไทย" ณ นครมิวนิกหลายครั้งหลายหนแล้ว
จะว่าไป อันที่จริง น่าจะ "อัพเกรด" ให้มากกว่านี้ด้วยซ้ำนะ เช่น เปลี่ยนเป็นกระทรวงต่างประเทศไทย (สาขาสอง) หรือ ทำเนียบรัฐบาลไทย (สาขาสอง) - หรือให้สุดๆไปเลย เจรจากับเยอรมัน ขอเอามิวนิกเป็นเมืองหลวงแห่งที่สองของไทยเสียเลย ฮี่ฮี่

"ธุรกิจการเมือง" การต่อรองเพื่ออำนาจ+โควต้าผลประโยชน์ที่ลงตัวของนายทุนเท่านั้น???
‘เจ้าสาวไม่กลัวฝน’ พรรคลูกบรรหาร ยิ้มรับจับมือ พปชร. หลังสู่ขอร่วมรัฐบาล
แกนนำพลังประชารัฐเทียบเชิญชาติไทยพัฒนาร่วมรัฐบาล บรรยากาศต้อนรับอบอุ่น ผู้สื่อข่าวแซวสมศักดิ์ว่าเป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ เจ้าตัวไม่ตอบแต่อมยิ้ม หลังเจรจาเสร็จไม่มีแถลงจุดยืน แต่กัญจนา ยิ้มรับ พร้อมจับมืออุตตม โดยมีรายงานว่าชาติไทยพัฒนาจะได้ตำแหน่ง รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ รมช.กระทรวงเกษตรฯ
https://prachatai.com/journal/2019/05/82707
แกนนำพลังประชารัฐเทียบเชิญชาติไทยพัฒนาร่วมรัฐบาล บรรยากาศต้อนรับอบอุ่น ผู้สื่อข่าวแซวสมศักดิ์ว่าเป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ เจ้าตัวไม่ตอบแต่อมยิ้ม หลังเจรจาเสร็จไม่มีแถลงจุดยืน แต่กัญจนา ยิ้มรับ พร้อมจับมืออุตตม โดยมีรายงานว่าชาติไทยพัฒนาจะได้ตำแหน่ง รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ รมช.กระทรวงเกษตรฯ
https://prachatai.com/journal/2019/05/82707
คลิกดู-‘เจ้าสาวไม่กลัวฝน’ พรรคลูกบรรหาร ยิ้มรับจับมือ พปชร. หลังสู่ขอร่วมรัฐบาล | ประชาไท Prachatai.com
ดีลรัฐบาลล่ม อิสราเอลยุบสภาจัดเลือกตั้งใหม่ เหตุพรรคร่วมเสียงแตก
รัฐสภาอิสราเอลมีมติยุบสภา หลังจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้แม้เลือกตั้งจบมาแล้วตั้งแต่ เม.ย. ที่ผ่านมา เหตุ พรรคแกนนำจัดตั้งไม่สามารถรวมเสียงในสภาเกินครึ่งหนึ่งได้ เพราะเสียงแตกในนโยบายยกเว้นการบังคับเกณฑ์ทหารในหมู่ชาวยิวเคร่งศาสนา เข้าคูหากันใหม่ 17 ก.ย. นี้ https://prachatai.com/journal/2019/05/82709
รัฐสภาอิสราเอลมีมติยุบสภา หลังจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้แม้เลือกตั้งจบมาแล้วตั้งแต่ เม.ย. ที่ผ่านมา เหตุ พรรคแกนนำจัดตั้งไม่สามารถรวมเสียงในสภาเกินครึ่งหนึ่งได้ เพราะเสียงแตกในนโยบายยกเว้นการบังคับเกณฑ์ทหารในหมู่ชาวยิวเคร่งศาสนา เข้าคูหากันใหม่ 17 ก.ย. นี้ https://prachatai.com/journal/2019/05/82709
บีบ พปชร.ยอมทุกตำแหน่ง ปชป.ไม่ทิ้งคำสัญญา-ภท.มัดจำกระทรวงใหญ่
https://www.prachachat.net/politics/news-332724
https://www.prachachat.net/politics/news-332724
(หมายเหตุ-"ธุรกิจการเมือง."เพื่ออำนาจและผลประโยชน์ โดยกลุ่มนายทุนผูกขาด(หน้าเดิมๆ)ที่เล่นการเมืองเพราะต้องการมีอำนาจไว้เอื้อผลประโยชน์รักษาธุรกิจผูกขาดการลงทุนของตัวเองและพรรคพวกเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับผลประโยชน์ปากท้องประชาชนและปัญหาประเทศชาติแต่อย่างใด. .)
“ไม่มีเจ้าบ่าว เจ้าสาวนะคะ เป็นการมาเชื้อเชิญ” กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าว
(ผีเน่ากับโลงผุ.-ธุรกิจการเมือง"อำนาจและผลประโยชน์ที่ลงตัว".???)
("บอกเล่าความจริง"ที่มาของรางวัล??? )
ผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในไทย คือผู้นำรางวัลนี้มาให้..
นี่คือส่วนหนึ่งในคำกล่าวของ Jacoboi หรือ ปรัชญา สุรกำจรโรจน์ หนึ่งสมาชิกกลุ่มศิลปิน Rap Against Dictatorship บนเวทีสิทธิมนุษยชนนานาชาติ หลังขึ้นรับรางวัล Václav Havel Prize for Creative Dissent ในงาน Oslo Freedom Forum ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
สำหรับรางวัลนี้ได้รับเกียรติจาก Human Rights Foundation หรือ มูลนิธิสิทธิมนุษยชน มอบให้กับผู้กล้าหาญ มีความคิดสร้างสรรค์ในการคัดค้านความไม่ยุติธรรม ... See More
ผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในไทย คือผู้นำรางวัลนี้มาให้..
นี่คือส่วนหนึ่งในคำกล่าวของ Jacoboi หรือ ปรัชญา สุรกำจรโรจน์ หนึ่งสมาชิกกลุ่มศิลปิน Rap Against Dictatorship บนเวทีสิทธิมนุษยชนนานาชาติ หลังขึ้นรับรางวัล Václav Havel Prize for Creative Dissent ในงาน Oslo Freedom Forum ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
สำหรับรางวัลนี้ได้รับเกียรติจาก Human Rights Foundation หรือ มูลนิธิสิทธิมนุษยชน มอบให้กับผู้กล้าหาญ มีความคิดสร้างสรรค์ในการคัดค้านความไม่ยุติธรรม ... See More
Prenumerera på:
Inlägg (Atom)
