måndag 29 november 2021

เชื้อโควิดกลายพันธุ์คืออะไร วัคซีนจะยังใช้ได้ผลอยู่ไหม

บริษัทเวชภัณฑ์หลายแห่งเผยว่า ได้เริ่มต้นกระบวนการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 รุ่นใหม่ที่ได้รับการปรับสูตร เพื่อรับมือกับเชื้อกลายพันธุ์ชนิดใหม่ “โอไมครอน”แล้ว
.
บริษัทโนวาแวกซ์ (Novavax) คาดว่า การพัฒนาวัคซีนต้านโควิดรุ่นใหม่จะแล้วเสร็จ พร้อมสำหรับการทดสอบและการผลิตภายในอีกไม่กี่สัปดาห์
.
ส่วนบริษัทไบออนเทค (BioNTech) ระบุว่า อาจสามารถผลิตวัคซีนรุ่นใหม่ และส่งมอบสินค้าให้ได้ภายใน 100 วัน หากมีการตรวจพบว่า เชื้อโอไมครอนสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันได้
.
ขณะที่บริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ระบุว่า ได้เริ่มทำการศึกษาวิจัยในประเทศบอตสวานา และเอสวาตีนี ซึ่งเป็นแหล่งที่ตรวจพบเชื้อกลายพันธุ์ชนิดนี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานจริงว่า วัคซีนของบริษัทส่งผลอย่างไรต่อเชื้อโอไมครอน
.
ด้าน นพ.พอล เบอร์ตัน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายแพทย์ของบริษัทโมเดอร์นา ตั้งข้อสันนิษฐานว่า เชื้อโอไมครอนอาจสามารถหลบเลี่ยงวัคซีนต้านโควิดที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ และหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะต้องมีการผลิตวัคซีนชนิดใหม่ที่ได้รับปรับปรุงสูตร ซึ่งคาดว่าจะออกมาได้ในช่วงต้นปีหน้า 

 อ่านเพิ่มเติมว่า เชื้อโควิดกลายพันธุ์คืออะไร วัคซีนจะยังใช้ได้ผลอยู่ไหม https://bbc.in/3pa48iv

Ingen fotobeskrivning tillgänglig.

องค์การอนานัยโลกออกมาย้ำอีกครั้งวันนี้ (29 พ.ย.) ว่าขอให้ทั่วโลกเตรียมพร้อมรับมือการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน

ญี่ปุ่นกลับมาปิดพรมแดน
.
รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศอีกครั้งหลังจากเพิ่งผ่อนคลายมาตรการไปได้เพียงแค่ 3 สัปดาห์
.
นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงวันนี้ (29 พ.ย.) ว่าการปิดพรมแดนจะเริ่มตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการระบาดและความรุนแรงของเชื้อก่อโรคโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์โอไมครอน
.
ญี่ปุ่นห้ามนักท่องเที่ยว นักธุรกิจและนักศึกษาต่างชาติเข้าประเทศเกือบตลอดทั้งปีนี้ จนกระทั่งเมื่อต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อสถานการณ์การติดเชื้อในประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลจากการฉีดวัคซีนอย่างครอบคลุมและมาตรการจำกัดการเดินทาง รัฐบาลจึงได้ผ่อนคลายมาตรการห้ามเข้าประเทศ แต่รายงานการพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนในประเทศต่าง ๆ ทำให้ญี่ปุ่นตัดสินใจปิดพรมแดนอีกครั้ง
.
อย่างไรก็ตาม พลเมืองญี่ปุ่น ชาวต่างชาติที่มีที่พำนักถาวรในญี่ปุ่น และชาวต่างชาติที่มีวีซ่าประเภท re-entry จะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้
.
อ่านข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอไมครอน https://bbc.in/3pfzTqG

Kan vara en bild av 1 person och text


söndag 28 november 2021

Wake Up Thailand - เผือก..อะไรด้วย! เนื้อหนังร่างกายเขา ต้องโชว์ขนาดนี้เพราะทำมาหากิน

 

#Overview Extra ประจำวันที่ 28 พฤศจิกายน 2564

 

#TalkingThailand ประจำวันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 VOICE TV

 

ฟ้องเอาผิดมาตรา ๑๑๒ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

Thai E-News

ฟ้อง ม.๑๑๒ เอาผิดคนแต่งภาพพระแก้วมรกต มีคนสงสัยพระองค์ราชวงศ์ไร แล้วยังทรงเชื้อชาติล้านช้าง เข้าข่ายไหม


สามวันมาแล้วนี่ หลังจากที่ เดลินิวส์ ตีไข่ใส่โจ๊ก (แต่ไม่ใส่ขิง) ยังไม่ได้คืบ จากการที่พวก ศปปส.และ ศชอ. (หน่วยป้องสถาบันฯ กับกองสแกนเหยื่อบุลลี่ออนไลน์) พากันไปฟ้อง ปอท. หน่วยปราบฝ่ายต้านรัฐบาลทางไซเบอร์

ว่ามีการตัดต่อดัดแปลงภาพในหลวง ร.๑๐ ทรงเปลี่ยนเครื่องฤดูหนาวพระแก้วมรกต เปรียบเทียบมีสีต่างกันกับภาพสมัย ร.๙ ว่าเฟชบุ๊คใช้นาม Warunee Weerasak’ เอาไปโพสต์แล้วมีคนแชร์กันต่อๆ ไปอีกกว่า ๙๖๘ ครั้ง (ป่านนี้มากกว่านั้นอักโข)

เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีตามความผิดมาตรา ๑๑๒ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” มีการไล้ฟ์สดกิจกรรมยื่นร้องเรียนเมื่อ ๒๕ พ.ย. แล้วปรากฏผู้ใช้นาม Warunee’ นั่นเองไปตอบโต้ว่า “๕๕๕๕๕ เอาเลยจ้าพวกว่าง” กระนั้นเจ้าพนักงานรับเรื่องไปดำเนินการ

หากแต่กระทั่งขณะนี้ก็ยังมีการผลัดกันชมแบ่งกันแชร์อยู่ไม่หยุด พร้อมคอมเม้นต์เพียบ ส่วนใหญ่ถามว่าพระพุทธรูปเข้าข่าย ม.๑๑๒ ด้วยหรือ รายหนึ่งแซวสั้นๆ ว่าพระแก้ว “ราชวงศ์อะไร” คงจะเคยเห็น ตลก.ไทยตีความพิลึกพิลั่น

ว่าบุรพกษัตริย์จากหลายศตวรรษเข้าข่ายกฎหมายครอบจักรวาลฉบับนี้ด้วย รอดูกันแต่ว่าเมื่อไรพวก ตลก.จะตีความข้ามช็อตไปถึงอนาคต ว่ามีผิดถ้ามุ่งหมายหมิ่นสถาบันอีก ๑๐ ปีหรือ ๑๐๐ ปีข้างหน้าด้วย (ไม่ว่าผู้เสียหายจะอยู่ถึงหรือไม่)

ว่าไปถึงแม้พระแก้วมรกตจะมีราชวงศ์ของพระองค์ ก็ไม่ควรเข้าข่าย ม.๑๑๒ ของไทย เนื่องเพราะพระแก้วทรงมีเชื้อชาติล้านช้าง เจ้าไทยไปฉกชิงเอามาจากประเทดลาว ถึงแม้จะทรงประทับในไทยนานพอได้สัญชาติไปแล้วก็ตาม

(https://www.dailynews.co.th/news/511907/)

ยัน มาร์ชัล ดาว ‘ติ๊กต๊อก’ ล้อเลียนระบอบสลิ่มรักเจ้า ถูกเนรเทศกลับฝรั่งเศส แฟนคลับตั้งตารอดูบทบาทจากปารีส


ไปแล้ว คงไม่ลิบลับ ยัน มาร์ชัล (Yanne Eric Marchal) ดาว ติ๊กต๊อก’ (แฟนคลับ ๕ แสนครึ่ง) ล้อเลียนระบอบสลิ่มรักเจ้า และการสืบทอดอำนาจรัฐประหารไทย ขึ้นเครื่อง ทีจี ๙๓๐ รักคุณเท่าฟ้ากลับฝรั่งเศส ตามแรงผลักดันของตำรวจไทย ซึ่งตั้งข้อหา “เป็นภัยต่อสังคม”

Pravit Rojanaphruk โพสต์บนหน้าเฟชบุ๊คถึงเขาเมื่อคืน (๒๗ พ.ย.) ว่า “เขาได้ตัดสินใจจะขึ้นเครื่องกลับฝรั่งเศสคืนนี้ หลัง ตม.ไทยมีคำสั่งเนรเทศ และได้ปรึกษากับทนาย” Natalie Bergman ดีแล้ว “ถ้าอยู่ต่อเพื่ออุทธรณ์อาจเสี่ยงเจอ ม.๑๑๒”

ยันบอกกับประวิตรว่า “ผิดหวัง แม้จะรู้ดีถึงความเป็นไปได้” แรกทีเดียวได้ปรึกษาทนายว่าจะอุทธรณ์คำสั่ง ตม.ภายใน ๔๘ ชั่วโมงตามสิทธิดีไหม สุดท้ายลงความเห็นว่า จะไปต่อสู้เพื่อให้หลุดจากการถูกขึ้นบัญชีดำ (เป็น ‘persona non grata’) ในฝรั่งเศส

“และบอกว่าคงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่ฝรั่งเศสได้ หลังจากอยู่ไทยมา ๑๘ ปี แต่ห่วงธุรกิจในไทยที่มีพนักงาน ๓ คน” เขามีกิจการบรรณาธิการและตัดต่อทางอีเล็คโทรนิค พร้อมทั้งมีลูกขณะอยู่ในไทย เขาเพิ่งเดินทางกลับมาจากไปเยือนฝรั่งเศส

ยันได้รับหนังสือคำสั่งให้ออกนอกประเทศเมื่อเดินทางถึงสุวรรณภูมิ จากการถูกส่งตัวขึ้นเครื่องจากภูเก็ตเมื่อเขาเดินทางกลับจากปารีสไปถึงที่นั่น “เจ้าหน้าที่รายหนึ่งบอกว่าผมโจมตีกษัตริย์ สร้างปัญหาให้กับกษัตริย์” เขาบอกกับประวิตร

ที่สุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ ตม.ไทยจัดการจองตั๋วเครื่องบินของสายการบินไทย จากสนามบินสุวรรณภูมิถึงชาร์ลเดอโกลล์ อย่างเรียบร้อยในราคา ๑๒,๗๕๐ บาท และเช้าวันนี้มีการพูดคุยถึงกรณีของเขาทางคลับเฮ้าส์ ส่องทวิตยามเช้า (ตัวปลอม)

ผู้ร่วมสนทนาคนหนึ่งบอกว่า ตั้งตารอดูได้ว่าเขาจะต้องมีบทบาทล้อเลียนความเป็นสลิ่มของไทย ออกมาจากฝรั่งเศสไม่ขาดสายแน่นอน ขณะที่ในไทยสื่อสังคมพวก ปฏิกิริยารักสถาบันฯ เริ่มพ่นของเสียเป็นพิษกันแล้ว

โดยนำเอาภาพที่เขาถ่ายคู่กับ แยมมี่ ไฟเย็น ระหว่างไปเยี่ยมผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ในกรุงปารีส มาโพสต์ว่าเพราะอย่างนั้นทำให้เขาถูกเนรเทศ

(https://www.facebook.com/pravit.rojanaphruk.5/posts/3235230773371418)

ของจริง กองปราบฯ กับ ‘ดีอีเอส’ ผลาญกว่า ๓๐ ล้าน ซื้ออุปกรณ์อีเล็คโทรนิคตรวจจับบัญชีโซเชียลประชาชน


ของจริงนะ ลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็วเอามาแผ่ “ตร.ซื้ออุปกรณ์เจาะโซเชียลฯ ราคา ๑๗ ล้านบาท” เอกสารสัญญาซื้อยาวเหยียด ๙ รายการ “แต่ไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของเทคโนโลยีเหล่านี้” แค่ระบุไว้อย่างสังเขป

เช่น “ถอดรหัสบนโทรศัพท์มือถือ ถอดรหัสลับ Whatsapp (แอปพลิเคชั่นแช้ท คล้าย LINE) เจาะข้อมูลในเฟชบุ๊ค ทวิตเตอร์ อีเมลของเป้าหมาย กู้คืนข้อมูลที่ถูกลบจากหน่วยเก็บความจำ...รวบรวมและค้นหาข้อมูลสาธารณะบนทวิตเตอร์ ยูทูบ และเว็บไซต์”

หลักฐานที่เอามาชี้ก็คือ มีผู้ใช้งานอุปกรณ์ของแอ้ปเปิ้ลในไทยที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลรายหนึ่ง ได้รับอีเมลแจ้งเตือนว่า มีแฮ้คเกอร์ซึ่ง “สนับสนุนโดยรัฐ” อาจจะได้ทำการโจมตีทางดิจิทัลต่อบัญชีของผู้ใช้อุปกรณ์แอ้ปเปิ้ลคนนั้น

ไม่เท่านั้นหลักฐานระบุด้วยว่า กระทรวงดิจิทัล หรือ ดีอีเอสลงมาเล่นเรื่องนี้ด้วยตนเอง โดยอ้างว่าใช้เป็น “เครื่องมือสนับสนุนตรวจค้นและวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมคอมพิวเตอร์” มูลค่าถึง ๖.๗ ล้านบาท กับซื้อเครื่องมือทำการระบบสืบสวน อีก ๑๒ ล้านบาท


ลูกเกด จึงตั้งคำถามชวนให้ประชาชนคิดหนัก ด้วยความกังวล ว่า เทคโนโลยี่ที่รัฐซื้อมาเพิ่มเติมตอนนี้เหล่านี้ “จะนำไปใช้ในทางที่ละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัว (privacy) ของพวกเราหรือไม่”

เธอเลือกใช้คำ พวกเรา น่าจะเจาะจงถึงบรรดาประชากรในภาคส่วนที่อิดหนาระอาต่อความไร้ประสิทธิภาพทางการบริหาร ก้าวร้าวทางการปกครอง และมูมมามทางการใช้จ่ายงบประมาณของชาติ ของรัฐบาลชุดสืบทอดอำนาจรัฐประหารนั่นเอง

(https://www.facebook.com/107039995116373/posts/120046850482354/)

 

LIVE! กิจกรรมสมรสเท่าเทียม แยกราชประสงค์ #ม็อบ28พฤศจิกา64

“เรียกร้องสิทธิสมรสเท่าเทียม”
.
กลุ่มภาคีสีรุ้งเพื่อการสมรสเท่าเทียม ร่วมกับเครือข่ายกลุ่มเสรีเทยพลัส กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอกฯ จัดกิจกรรมชุมนุมเรียกร้องสิทธิการสมรสเท่าเทียมให้กับคู่รักเพศเดียวกัน พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการแก้กฎหมายทำแท้ง อนุญาตให้ผู้หญิงสามารถตัดสินใจทำแท้งได้อย่างเสรี โดยมีการปิดการจราจร ถ.ราชดำริ บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่ช่วงศูนย์การค้าเกษรพลาซ่าถึงหน้าศูนย์การค้าบิ๊กซี 5 ช่องจราจร
.
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการประดับธงสีรุ้งตลอดพื้นจัดกิจกรรมชุมนุม มีกลุ่มเยาวชน นักเรียนนักศึกษา และประชาชนที่สนับสนุน LGBTQ เข้าร่วมลงชื่อเรียกร้องแก้กฎหมาย แพ่ง ม.1448 ให้มีการรับการสมรสคู่รักเพศเดียวกัน และลงชื่อสนับสนุนการยกเลิกกฎหมายอาญา ม.301 เปิดให้ผู้หญิงสามารถตัดสินใจทำแท้งได้อย่างเสรี เป็นจำนวนมาก
.
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีแสดงดนตรี สลับกับการปราศรัย และการแสดงแฟชั่นโชว์ชุดเจ้าสาวแฟนซี โดยกลุ่มเยาวชน LGBTQ โดยมีตัวแทนพรรคการเมิอง อาทิ พรรคก้าวไกล พรรคไทยสร้างไทย เข้าร่วมสังเกตการณ์

Kan vara en bild av 1 person, promenerar, folkmassa, utomhus och text där det står ”Thai News Pix” 

          Kan vara konst av 3 personer och text där det står ”MARRIAGE EQUAL Thai News Pix”Kan vara en bild av 4 personer, personer som står, utomhus och text där det står ”Thai News Pix” 

          Kan vara en bild av 2 personer+ 5

lördag 27 november 2021

 

จดหมายจากรุ้ง กับเบนจา 26 พ.ย. 64 ศาลอาญากรุงเทพใต้



Warut Fongamornkul
11h ·

หนูชื่อ เบนจา อะปัญ อายุ 22 ปี เป็นนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยี นานาชาติ สิรินธร ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล อายุ 23 ปี เป็นนักศึกษาคณะสังคมวิทยาและมานุษวิทยา ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เช่นกัน
หนูถูกคุมขังอยู่ที่ทันฑสถานหญิงกลางมาแล้ว 50 วัน และ รุ้ง 12 วัน โดยไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวทั้งที่เราไม่เคยคิดจะหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไม่เคยที่จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นแต่อย่างใด
เหตุผลในการฝากขังหนูหลายครั้ง ในคดีดำ 373/2564 บ้างให้เหตุผลว่ารอส่งสำนวน บ้างให้เหตุผลว่าอยู่ในระหว่างเสนอสำนวน หรือรอส่งสำนวนให้ผู้บังคับบัญชา ซึ่งตัวหนูไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการทำงานส่วนนี้อยู่แล้ว การฝากขังหนูแต่ละครั้งจึงไม่เป็นประโยชน์อันใด ทั้งยังเป็นการพรากอิสรภาพจากมนุษย์คนหนึ่งที่ยังไม่ถูกตัดสินว่าเป็นการกระทำผิดอีกด้วย อิสรภาพของหนูขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่เลื่อนลอย การที่ศาลทำแบบนี้ เสมือนกับว่าพวกหนูนั้นได้กระทำความผิดไปแล้ว
ส่วนรุ้งเองนั้นก็ถูกขังระหว่างพิจารณาคดีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ในคดีคร็อปท็อป ทั้งๆที่จำเลยคนอื่นๆในคดีนี้ ก็ได้รับประกันตัว อย่างเบนจาเองก็คือหนึ่งในจำเลยที่ได้รับประกันตัวในคดีนี้เช่นกัน
การที่ศาลขังพวกเราไว้แบบนี้ ทำให้พวกเราต้องเผชิญกับอุปสรรคในการเรียนอย่างร้ายแรง อย่างรุ้งเองก็อยู่ในระหว่างการทำวิจัยที่เป็นงานกลุ่มกับเพื่อน ก็ไม่สามารถทำต่อได้ และในอีก 1 อาทิตย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะมีการจัดสอบปลายภาค ซึ่งเป็นการสอบที่สำคัญมาก และหนูคิดว่าศาลก็คงเข้าใจดีเพราะเคยเป็นนักศึกษามาก่อนเหมือนกัน และถ้าศาลสงสัยว่าถ้าพวกหนูสนใจอยากจะเรียนมาก แล้วจะออกมาทำกิจกรรมการเมืองทำไม?
หนูก็อยากจะตอบให้ศาลฟังว่า ที่พวกหนูมาเล่าเรียนหาวิชาความรู้ เพราะพวกหนูอยากใช้ความรู้ที่พวกหนูมีในการพัฒนาและสร้างสรรค์สังคม หนูเรียนวิศวกรรมเครื่องกลเพื่อที่จะต่อยอดในสาขาวิชาวิศวกรรมอวกาศ เพราะเล็งเห็นว่าวงการอวกาศ อุตสาหกรรมอวกาศ หรือการเรียนรู้ศึกษาเกี่ยวกับอวกาศในประเทศไทยนั้น ยังล้าหลังและต้องได้รับการพัฒนาอีกมาก จึงอยากนำความรู้ที่ตนได้ศึกษามาพัฒนาประเทศไทย ให้ทัดเทียมเท่าทันกับต่างประเทศ เช่นประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น

รุ้ง เลือกเรียนคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เพราะหนูเชื่อว่า การจะแก้ไขปัญหาสังคมได้นั้น เราจำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจในมนุษย์ก่อน ดังปรัชญาของคณะหนูที่ว่า "เข้าใจ เคารพ เปลี่ยนแปลง" คือการเข้าใจในมนุษย์ วัฒนธรรม สังคม เคารพในความแตกต่างหลากหลาย และเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทางที่ดีขึ้นได้ และไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน เราก็มุ่งหวังที่จะใช้ความรู้ ความสามารถทั้งหมดที่เรามีในการช่วยพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น เพราะเราคงไม่อาจอยู่เฉยได้ หากในสังคมนี้ยังมีความผิดปกติ ที่จะเป็นการฉุดรั้งความเจริญของประเทศเรา ที่พวกเราทำไปทั้งหมดก็เพียงเพราะเราใฝ่ฝันถึงสังคมที่ดีกว่านี้ ก็เพียงเท่านั้น
และพวกหนูอยากบอกกับศาลด้วยว่า การขังพวกหนูไว้ในเรือนจำนั้น หากศาลยังมองว่าพวกหนูคืออาชญากรที่เป็นภัยต่อความมั่นคงระดับประเทศ หนูก็คงต้องถามศาลต่อว่า ทำไมถึงมีประชาชนจำนวนมากที่เรียกร้องให้ปล่อยตัวพวกหนู ทั้งคนทั่วไป ศิลปิน ผู้แทนราษฎร หรือองค์กรสิทธิอย่าง Amnesty หลายสาขาทั่วโลก เช่น ออสเตรเลีย ไต้หวัน อเมริกา อังกฤษ และอีกหลายประเทศก็เรียกร้องให้หยุดดำเนินคดีที่ไม่เป็นธรรมและขอให้ปล่อยตัวพวกหนู หรือ UN เอง ก็แสดงความกังวลถึงกรณีการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมในประเทศเราอีกด้วย
การขังพวกหนูไว้แบบนี้ ไม่ได้เป็นประโยชน์อันใดเลย หากเพียงแต่เป็นการพรากอิสรภาพและทำลายอนาคตของพวกหนู เพื่อคงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของกลุ่มคนที่ไม่ต้องการให้เราออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเท่านั้น การขังพวกเราไว้ไม่ได้หยุดยั้งความคิดของประชาชนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ซ้ำยังทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนคนไทยและสายตาของประชาคมโลก ที่มีต่อศาลและกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยอีกด้วย
ท้ายที่สุดนี้ วันนี้เป็นวันคุ้มครองสิทธิ เช่นนั้นหนูก็อยากจะร้องขอให้ศาลช่วยคุ้มครองสิทธิในการประกันตัวของพวกหนูด้วยค่ะ
ลงชื่อ
เบนจา อะปัญ
ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล
26 พฤศจิกายน 2564
ศาลอาญากรุงเทพใต้
Panusaya Sithijirawattanakul
Benja Apan
ตัวหนังสือมันเล็กมาก เลยพิมพ์ให้จะได้อ่านง่าย
รีบออกมานะน้อง พี่รออยู่




แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration
14h ·

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้ส่งจดหมายถึงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ(UN Human Rights Council) ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเรียกร้องให้เปิดประชุมฉุกเฉิน ประเด็นเสรีภาพการแสดงออกในประเทศไทย
.
คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติรับหนังสือดังกล่าวก่อนที่คุณเคลมองต์ วูเล (Clément VOULE) ผู้รายงานพิเศษเรื่องเสรีภาพในการชุมนุมและรวมกลุ่มโดยสันติ ขององค์การสหประชาชาติ (UN Special Rapporteur on the Rights to Freedom of Peaceful Assembly and of Association) ได้แสดงความคิดเห็นบนทวิตเตอร์ว่า "ผิดหวัง" ต่อคำวินิจัยของศาลรัฐธรรมนูญไทยที่มองว่าการชุมนุมเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์มี "เจตนาซ่อนเร้นล้มล้างการปกครอง"
.
เนื้อหาในตัวจดหมายได้กล่าวถึงสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชน การดำเนินคดี การคุมขังเยาวชนและนักกิจกรรมทางการเมืองในประเทศไทย รวมไปถึงประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่วินิจฉัยให้คำปราศรัยข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อของนักกิจกรรม เป็นการล้มล้างการปกครอง
.
แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเรียกร้องให้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เปิดประชุมฉุกเฉิน และให้มีมติเรียกร้องให้รัฐบาลไทย:
- รับรองการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองโดยดูแลให้กรอบรัฐธรรมนูญเป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ
- ยกเลิกมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือที่เรียกว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
- ปล่อยตัวผู้ถูกตั้งข้อหา และ/หรือ ผู้จำคุกภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, มาตรา 112 และ 116 แห่งประมวลกฎหมายอาญาโดยทันที ลบล้างความผิดอย่างไม่มีเงื่อนไข เพิกถอนคำพิพากษา และยกฟ้องผู้ใดก็ตามที่ถูกดำเนินคดีในการกระทำดังกล่าว
- ดำเนินการเพื่อสร้างความมั่นใจว่านักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยได้รับการปฏิบัติตามปฏิญญาสมัชชาใหญ่ว่าด้วยการสืบสวนเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน และรับรองความยุติธรรมต่อกรณีการรายงานการข่มขู่ การคุกคาม และการโจมตีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทุกกรณี
- ดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อรับประกันสิทธิของผู้ต้องหา รวมทั้งมีขั้นตอนที่ชอบด้วยกฎหมาย รับรองความปลอดภัย ให้ประกันตัวตามหลักนิติธรรม
.
เราเชื่อว่าการสนับสนุนการเรียกร้องให้ดำเนินการของหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติรวมถึงการจัดให้มีการประชุมพิเศษ มีความจำเป็นต่อการรักษาหลักการก่อตั้งของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน.