torsdag 28 december 2017

เบื้องหน้าเบื้องหลัง.".ตูนฟีเวอร์" ใครได้ประโยชน์???


27 ธ.ค. 2560 หลังจากวันที่ 25 ธ.ค.ทีผ่านมา อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ "ตูน บอดี้สแลม" และทีมงานก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยา�...
ผบ.ทบ.ย้ำพร้อมส่งเครื่องบินรับตูนกลับกทม. ย้ำไม่ถือว่าสิ้นเปลืองเมื่อเทียบกับสิ่งที่ตูนทำ ขณะที่นักวิ่งโครงการก้าวทยอยเดินทางกลับแล้ว เผย 'ตูน' ยังสุขภาพแข็งแรงไม่ได้บาดเจ็บรุนแรง แต่เจ้าตัวขอพักต่อที่เชียงรายอีก2-3วัน

28 ธ.ค. 2560 หลังจากวันที่ 25 ธ.ค.ทีผ่านมา อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ "ตูน บอดี้สแลม" และทีมงานก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยา�...
.......................................................................

ทำดีต้องมี Gimmick :คอลัมน์ ใบตองแห้ง - ข่าวสด

ทำดีต้องมี Gimmick
ใบตองแห้ง
ตูน บอดี้สแลม ออกวิ่งวันแรก ได้เงินบริจาคแล้ว 40 ล้าน แต่รวมเงินประเดิมจากคิงเพาเวอร์ 24 ล้าน กัลฟ์เอนเนอร์จี 10 ล้าน เป็นเงินชาวบ้านรายย่อย 6 ล้านเท่านั้น
แหงสิครับ ถึงแม้ร็อกสตาร์อยากเห็นคนไทย 70 ล้านคน ร่วมแรงร่วมใจคนละ 10 บาท ให้ได้ 700 ล้าน ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาล แต่ก็รู้กันว่าเงินก้อนใหญ่จะมาจาก บริษัทห้างร้าน โดยเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งจะปิดบัญชีปลายปี สามารถบริจาคหักภาษีได้ 2 เท่า เพราะเป็นการบริจาค เข้ามูลนิธิ ร.พ.พระมงกุฎฯ
ตลอดระยะเวลา 55 วัน สิ่งที่เราจะเห็นควบคู่กับภาพแฟนคลับคล้องพวงมาลัย ใบละ 100 ใบละ 20 ก็คือการประกาศบริจาคเงินก้อนใหญ่ ของภาคธุรกิจ ที่จะเลือกทำ CSR ในจังหวะที่เหมาะสม
มองในแง่นี้ งานวิ่ง “ก้าวคนละก้าว” ของ “พี่ตูน” จึงวิ่งดุ่มๆ รับพวงมาลัยไปเรื่อยไม่พอ อย่างน้อยๆ ทีมงาน ก็ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้เป็นข่าวต่อเนื่อง 55 วัน แม้แน่ละ วันแรกๆ เริ่มได้สวย มีสื่อแห่ตาม ทั้งทีวี หนังสือพิมพ์ เฟซบุ๊กไลฟ์ แถมคนบันเทิงเชียร์สนั่น แต่ตามหลักวิชาข่าว ถ้าวิ่ง 55 วันไม่มีอะไรต่างกัน มันก็ไม่เป็นข่าว ไม่เรียก คนสนใจ มันต้องมีสีสัน มีช่วงเวลาสะเทือนใจ มีภาพตื้นตัน มีเสียงหัวเราะ มีน้ำตา รวมทั้งมีวาทกรรม
พูดหยั่งงี้ เดี๋ยวโดนข้อหาเอาจิตใจคนต่ำช้าไปวัดจิตใจวิญญูชน “พี่ตูน” วิ่งด้วยความบริสุทธิ์ใจ ยังยุยงให้ดราม่า ปัดโธ่ ต้องดูสิว่าเราอยู่ในสังคมอะไร ถึงจะเป็นการรณรงค์ให้คนทำความดี ก็ต้องมีศาสตร์และศิลป์ ต้องเข้าใจกระแสสังคม ต้องรู้จักชง พยุง หรือชูกระแส โดยทำตามความเหมาะสม ไม่ได้บอกให้เสแสร้งซักหน่อย
“พี่ตูน” เริ่มต้นดีมีชัยไปครึ่งหนึ่ง เช่นพูดว่า “ถึงตาย ก็ไม่เสียดาย” ใครวิจารณ์ก็ช่าง “ผมทำมากกว่าพูด” แฟนคลับ น้ำตาซึม แต่ช่วงเวลามันยาว จากนี้ไปถึงคริสต์มาส ทุกคนต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ ให้พาดหัวข่าวได้ทุกวัน เช่นมวลมหาดารานักร้องที่อยากเป็นคนดี ต้องสลับคิวไปช่วยวิ่ง แต่ละอำเภอแต่ละจังหวัดที่ “พี่ตูน” ผ่านก็ต้องสร้างสีสันแปลกๆ กันไป หมอ พยาบาล คนไข้ ช่วยสร้างภาพตื้นตันสะเทือนใจ นักการเมืองก็ไม่ห้ามนะ วิ่งชูป้ายได้ (โดนด่ายิ่งดี ทำให้สื่อมีประเด็นขายข่าว)
คนดีเด่นดังก็ฟิตร่างกายไว้ เพื่อร่วมทำดี เช่นมาถึง สุราษฎร์ฯ ก็ให้ลุงกำนันร่วมวิ่ง มาถึงกรุงเทพฯ ลุงตู่รับ ไม้ผลัด ไม่แน่นะ อาจได้เกิน 3 พันล้าน ขึ้นกับวิธีบริหารจัดการ ให้สังคมมีอารมณ์ร่วม

ย้ำอีกที จะได้เงินบริจาคมากแค่ไหนขึ้นกับกระแส จึงต้อง มีวิธีบริหารกระแส ถึงแม้เป็นการรณรงค์ให้ทำดี
เราอยู่ในสังคมที่ข้อมูลข่าวสารท่วมท้น ผู้คนบริโภคสื่อแบบฉาบฉวย เปลี่ยนใจง่าย มีดราม่าใหม่ๆ ทุกวัน ยุคนี้สมัยนี้ทำดีไม่มีคนเห็นไม่พอนะ ต้องชวนคนอื่นทำดีไป ด้วยกัน ฉะนั้น ปิดทองหลังพระก็ต้องเซลฟี่ จะได้มีคน ปิดทองหลังพระเยอะๆ ไง
เรื่องพวกนี้ นักรณรงค์ทางสังคมรู้ดี รู้พอๆ กับ PR นักโฆษณา หรือ IO อย่างน้อยต้องเจนจบวิชา “ดราม่า 101” เช่นยุคนี้สมัยนี้ถ้าอยากขาย “สินค้า” ก็ต้องขาย “สตอรี่” ตั้งแต่สารต้านอนุมูลอิสระ เครื่องสำอาง อาหารเสริม ไปจน รณรงค์รักษ์โลก รักษ์เต่า บริจาคเข้ามูลนิธิ
เมื่อ 2-3 ปีก่อนเคยมีข่าว มูลนิธิแห่งหนึ่งให้คนชั้นกลางในเมืองรับอุปการะเด็กยากไร้ ทุกปีเด็กเขียนจดหมาย มาขอบคุณ แต่พอตามไปถึงที่ เด็กไม่รู้เรื่องเลย อันที่จริงมูลนิธิไม่ได้โกง โปร่งใสทุกบาทสตางค์ เพียงใช้ Gimmick ดึงดูดใจ (แต่พอความจริงปรากฏก็ทำให้เสียเส้น)
เราอยู่ในยุคที่คนทำดีต้อง PR เพื่อขยายผลแห่งกรรมดี ขณะเดียวกัน ความดีก็ “ขายได้” มันก็เลยจะสับสนหน่อยๆ เช่น คำว่าเติมเต็ม แบ่งปัน คิดบวก ธุรกิจเพื่อสังคม ฯลฯ ทุกวันนี้กลายเป็นวาทกรรมทำเงินของบริษัทโฆษณา
ซุปตาร์ดารานักร้องสมัยนี้ ก็ต้องหัดทำไร่ไถนา พาลูกดำนา อยู่กะธรรมชาติ เข้าวัด ปฏิบัติธรรม เดินจงกรมเหยียบขี้หมา ฯลฯ ถามว่าจริงใจหรืออยากอัพเกรด ก็แยกยากเหมือนกัน เพราะมันกลายเป็น “วัฒนธรรมป๊อป” ไปแล้ว
การทำความดีสมัยนี้ จึงแยกจากกระแสลำบาก แต่กรณี “พี่ตูน” ก็คือจริงใจซะอย่าง ปัดโธ่ ไม่จริงใจคงไม่วิ่ง 2 พันกิโล ส่วนคนอื่นๆ จะช่วย Gimmick อย่างไรก็เป็นธรรมดา

........................................

ภาพแทนล้านคำบรรยาย.

Matichon Online - มติชนออนไลน์
Image may contain: 2 people, text
(ป๋าคนดี กับ ประยุทธ์เด็กดี???)
คลิกดู-https://www.matichon.co.th/news/782470

ตู่-ตูน ขวัญใจมหาชน : คอลัมน์ ใบตองแห้ง


ตู่-ตูน ขวัญใจมหาชน : ใบตองแห้ง

ซูเปอร์โพลยกลุงตู่กับพี่ตูนเป็นขวัญใจมหาชน ด้านการเมือง ด้านบันเทิง แบบทิ้งห่างคู่แข่ง กรุงเทพโพลล์ยกพี่ตูนเป็นบุคคลน่าชื่นชมยกย่องที่สุดในรอบปี แบบทิ้งห่างลุงตู่ 83.5% ต่อ 11.4%
แหม่ ไม่ค่อยจะเป็นธรรม เอามาวัดกันได้ไง ลุงตู่ไม่ใช่ซุป”ตาร์ แต่เป็นซุป”ฮีโร่เหมือนกันนะ ไปพิษณุโลก สุโขทัย ประชาชนยกให้เป็นฮีโร่ ตูนก็บรรลุเป้าหมาย วิ่งถึงแม่สาย วันเดียวกัน
กระนั้นไม่เป็นไร ยกย่องตูนไปเถอะ ลุงตู่ชอบด้วยซ้ำ เพราะตูนทำเพื่อชาติ เหมือนที่ลุงตู่ทำมา 3 ปี ต่างแค่วิธีการ
คนหนึ่งเป็นนักร้อง คนหนึ่งเป็นนักให้โอวาทออกทีวี ทำความดีเหมือนกัน ลุงตู่จึงสนับสนุนทุกอย่าง สั่งตำรวจทหารอำนวยความสะดวก ส่วนราชการ จังหวัด ผู้ว่าฯ ช่วยระดมเงินบริจาค แม้แต่กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลชุมชน ก็ต้องระดมเงินช่วย จะแบมือรอรับเฉยๆ ได้ไง

กระแสบ่นว่ารัฐบาลเอาแต่ซื้อรถถัง เรือดำน้ำ ไม่จัดงบให้ โรงพยาบาลอย่างเพียงพอ ก็เลยเงียบหายไป กลายเป็นรัฐบาล กองทัพ ร่วมสร้างมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่กับตูน (และท่าน ว.) นี่ก็เพิ่งส่งเครื่องบิน ทบ.ไปรับ
แน่ละครับ รัฐบาลยินดีสนับสนุนเต็มที่ ให้ตูนเป็นสัญลักษณ์แห่งการทำความดี เป็นพรีเซ็นเตอร์แห่งความร่วมแรงร่วมใจ มีปัญหาอะไรเราก็ช่วยกันคนละไม้ละมือ ไม่ใช่เอาแต่บ่น เอาแต่เรียกร้อง หรือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ต้อง “ทำมากกว่าพูด”
อ๊ะอ๊ะ พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าตูนเป็นเครื่องมือของรัฐบาล เพราะตูนไม่ได้คิดอะไร คิดแค่จะช่วยโรงพยาบาล เหมือนเคยทำที่บางสะพาน แต่พอเริ่มโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ก็กลายเป็นอภิมหาปรากฏการณ์ ซาบซึ้งตื้นตันใหญ่โต เพราะสังคมไทยกำลังโหยหา “ไอดอลแห่งความดี”
จนบางคนคาดหวังไปไกลว่า ตูนจะสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวให้คนไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งความกลมเกลียวของคนในชาติ ที่ขัดแย้งมาสิบปี สร้างพื้นที่ตรงกลางที่คนโหยหา

ซึ่งเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ นั่นมันหน้าที่ของน้องเกี่ยวก้อยหน้าดำ มาฝากความหวังพี่ตูนของน้องก้อยรัชวินได้ไง
เพียงแต่พอตูนวิ่ง ระดมเงินบริจาค ก็ต้องอาศัยทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งวัฒนธรรมไทยใจบุญสุนทานแต่โบราณ วัฒนธรรมคลั่งไคล้ดาราเซเลบในสมัยปัจจุบัน วัฒนธรรมโปรโมชั่นงานอีเวนต์แบบแกรมมี ฯลฯ มาเป็นเครื่องมือทำความดี รวมทั้งอาศัยการอุปถัมภ์จากทุกฝ่าย จะปฏิเสธความคาดหวังได้อย่างไร ใครเกาะกระแสทำบุญก็ต้องรับ
แต่หลังจากนี้ เชื่อว่าตูนฉลาดพอที่จะเฟดตัวเองไปอยู่ในจุดที่เหมาะสม เพราะรู้ว่าไม่ง่ายนักที่จะมาเป็นไอดอลแห่งพื้นที่ตรงกลางอะไรนั่น
ว่าที่จริง รัฐบาลก็ไม่ได้ต้องการให้ตูนมาสนับสนุน แค่ต้องการให้เป็นไอดอลแห่งการทำดี เป็น “ฮีโร่ในระบบ” ผู้นำกระแสจิตอาสา เสียสละ ร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อชาติบ้านเมือง
นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 ผ่านประชามติและประกาศใช้ ก็ได้กำหนดโครงสร้างอำนาจที่จัดลำดับชั้นไว้อย่างมั่นคงแน่นอน ไม่สามารถพลิกผันด้วยอำนาจเลือกตั้ง อย่างหลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐแห่งความมั่นคงเริ่มกระชับอำนาจทางความคิด ทางวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนยอมรับระบบที่กำหนด และเป็น “คนดีของระบบ” ซึ่งมีหน่วยงานความมั่นคงเป็นศูนย์กลาง
รัฐจึงปลูกฝังให้ประชาชนเป็นพลเมืองดี สำนึกในหน้าที่ เชื่อมั่นในรัฐบาลที่ใช้อำนาจเป็นกฎหมาย ไม่ต้องมาจากเลือกตั้ง เพราะใส่นาฬิกาธรรมาภิบาล
ประชาชนมีหน้าที่ร่วมมือเชื่อฟังข้าราชการ ตำรวจ ทหาร กอ.รมน. ผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามลำดับชั้น ร่วมกันทำความดี เช่น บริจาคทำบุญ ช่วยผู้ยากไร้ รักสัตว์ ปลูกป่า รักษาสิ่งแวดล้อม งดเหล้าเข้าพรรษา สวดมนต์ข้ามปี อย่านั่งท้ายรถกระบะ (เพราะรัฐบาลห่วงใย)
ถ้าเชื่อฟังแล้วรัฐบาลจะดูแลให้ทุกอย่าง จะทำให้หายจน แจกของขวัญ แจกบัตรคนจน ไม่ต้องฝากความหวังกับการ เลือกตั้ง เพราะเลือกอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ ประชาธิปไตยแบบตัวแทนหมดสมัยแล้ว ต้องเป็น “ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม” คือร่วมมือเชื่อฟังอย่างนี้แหละ

ตูนจึงเป็นจิ๊กซอว์ที่โผล่มาโดยบังเอิญ ในขณะที่รัฐกำลังต้องการฮีโร่ของระบบ คนดีของระบบ รวมทั้งสังคมก็กำลังโหยหาไอดอลแห่งความดี
ขณะที่พวก “เด็กดื้อ” หัวแข็ง ต่อต้านโครงสร้างอำนาจ วิพากษ์วิจารณ์ระบบ ก็จะถูกเบียดขับออกไปเป็นคนนอกของสังคม แบบไผ่ ดาวดิน, เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล, รังสิมันต์ โรม, จ่านิว ฯลฯ พวกเรียกร้องเสรีภาพประชาธิปไตยทั้งหลายก็จะกลายเป็นพวกชังชาติ โทษฐานไม่ยอมร่วมสร้างชาติ และจะรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า “บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา”
นั่นคือภาพที่ตัดกันในรอบปีที่ผ่านมา

กระเจิงป่า “ประชาธิปไตย”........

ขุนเขาบอก:

กระเจิงป่าประชาธิปไตย”........

ค่ำคืนไร้ดาว. น้ำค้างพราว. ฟ้าหม่น
หลั่งอุทก  อัสสุชล. เสรีชน  เสื่อมสลาย
ธรณี  ร่ำกันแสง. อาญาแรง  ทิ่มแทงกาย
ค่าของคน  โดนทำลาย. เพียงสิ่งหมายคือศรัทธา

ศรัทธาเขา  เอามาอ้าง. พระผู้สร้าง  ผู้สูงส่ง
แม้นใครหยาม  ความมั่นคง. ชีพปลิดปลง  โดยข้อหา
ปาฏิหาริย์  แห่งกฎหมาย. ดั่งพิษร้าย  กรายนรา
โจรแต่งตั้ง  นั่งนครา. ทั้งพารา  ดั่งห่าลง

ตะวันรอ  ไม่ยอแสง. สีเหลืองแดง  ยังแบ่งข้าง
หนึ่งนรา  ตาสว่างอีกหนึ่งข้าง  ยังไหลหลง
ปฎิรูป  ดั่งธูปใหม้. เสรีไทย  ไม่มั่นคง
ประชาธิปไตย  ไม่ยืนยง. อานิสงค์  ลงที่ใคร

คะนึงนาง  ที่ร้างบ้าน. ชาตรีชาญ  ระรานรบ
จ้องประยุทธ์  ชุดนักรบ. หวังสยบ  ความพิสมัย
เป็นชายชาญ  ระรานหญิง. สงบนิ่ง  ประชาธิปไตย
ฟ้าสีทอง  ผ่องอำไพ. ลิบๆใกล  ไม่รุ่งเรือง

มองฟ้าหม่น  ระคนเศร้า. สิทธิ์ของเรา  เขาละเมิด 
เอื้อนายทุน  เป็นหุ่นเชิด. แสนประเสริฐ  คือสีเหลือง
สีหนึ่งเห็น  เป็นพระเจ้า. สีอื่นเล่า  ว่าเผาเมือง
ยุติธรรม  ยังลำเอียงมีค่าเพี้ยง  เบื้องบาทา

น้ำค้างพราว  หนาวสะท้าน. ลับกับกาล  คือสันติ
ไร้ความสุข  ทุกกรณี. สิทธิ์เสรี  ไม่ต้องหา
อารัมภบท  จนหมดเปลือก. ไร้ทางเลือก  หนอประชา
ดั่งกวางทอง  ต้องศาสตรา. กระเจิงป่าประชาธิปไตย”........




รายการ มีคลิปรายการ : มีปัญหาปรึกษาลุง


 

รายการ มีปัญหาปรึกษาลุง กับ สามทหารเสือ
ตอน : สหพันธรัฐไทใช้ได้ชัวร์
โดย : ส.ข้าวเหนียว–ส.ยังบลัด-ส.112-ลุงสนามหลวง
วันพุธ 27/12/2017 เวลา 21.00 น. ประเทศไทย

 

2017 Year in Review ปีวชิราลงกรณ์รวบอำนาจและทรัพย์สินเงินทองสาธารณะ ปี คสช.เสื่อมอำนาจ แต่คงไม่ถึงกับพัง จุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญจะมาถึงในเกือบปีข้างหน้า คือช่วงจะให้มีการโอนถ่ายอำนาจสู่การเลือกตั้ง ซึ่ง คสช.มีทางเลือกอยู่ 3 ทาง..




2017 Year in Review ปีวชิราลงกรณ์รวบอำนาจและทรัพย์สินเงินทองสาธารณะ ปี คสช.เสื่อมอำนาจ แต่คงไม่ถึงกับพัง จุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญจะมาถึงในเกือบปีข้างหน้า คือช่วงจะให้มีการโอนถ่ายอำนาจสู่การเลือกตั้ง ซึ่ง คสช.มีทางเลือกอยู่ 3 ทาง...

ไม่ต้องตื่นเต้นดีใจมากนะครับ เข้าใจว่า เขามาแค่วันเดียว คืนนี้ก็บิน "กลับบ้าน" อีก



 Somsak Jeamteerasakul

ไม่ต้องตื่นเต้นดีใจมากนะครับ เข้าใจว่า เขามาแค่วันเดียว คืนนี้ก็บิน "กลับบ้าน" อีก   

ไม่ต้องตื่นเต้นดีใจมากนะครับ เข้าใจว่า เขามาแค่วันเดียว คืนนี้ก็บิน "กลับบ้าน" อีก (บ้านเยอรมัน) คล้ายกับตอน "วันมหิดล" (24 กันยา) ที่บินกลับมาวันเดียวเพื่อวางพวงมาลา "พระราชปิตุลา" (ดูกระทู้เก่าอันนี้ https://t.co/lPmy7Nu6Uv และอันนี้ https://t.co/12esLbN39h หรือดูตารางการไป-กลับเยอรมันปีที่ผ่านมา ที่นี่ https://t.co/uY3xZeeqdR)
(ข่าวมติชน ซึ่งผมแค็พภาพมา พิมพ์วันที่ผิด เป็น 27 แทนที่จะเป็นวันนี้ https://goo.gl/Mjap8z)
ความจริงก่อนหน้านี้ ผมก็รอดูๆอยู่ว่า จะกลับไหม เพราะรู้ว่า ช่วงนี้เขาอยู่เยอรมัน และน่าจะอยู่อีกเป็นเดือนๆ แต่ถ้าเขาไม่กลับ ก็จะเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เพราะตามประเพณี กษัตริย์ต้องเป็นคนวางพวงมาลาอดีตกษัตริย์จักรีเอง (วันจักรี วันปิยะ หรือ ร.6) วันพระเจ้าตากนี้ สมัย ร.9 ก็จะเสด็จประจำ หลังๆประชวร ก็ให้ "พระบรม" รััชทายาทเสด็จแทน วชิราลงกรณ์ตอนนี้ยังไม่มีรัชทายาท ถ้าไม่เสด็จเอง จะเป็นอะไรที่ผิดประเพณีมาก โดยเฉพาะนี่เป็นเรื่อง "พระเจ้าตาก" อาจจะกลายเป็นถูกตีความกันใหญ่โตได้ ก็เลยต้องบินกลับมาวันเดียวแบบนี้
- เผื่อใครจำไม่ได้ เขาเพิ่งบินกลับเยอรมันวันที่ 10 เดือนนี้ ดูกระทู้นี้ https://t.co/fh5nWmjNsD
- ถ้าดูตารางไป-กลับเยอรมันปีที่แล้ว จะเห็นว่า ปีกลายระหว่าง พฤศจิกายน 2559 ถึง มีนาคม 2560 เขาอยู่ไทย ดังนั้น ตอนวันพระเจ้าตากปีกลายก็อยู่ไทยพอดี ไม่ต้องบินไป-กลับวันเดียวแบบนี้