กทม. ค้างหนี้บีทีเอสจนถึง มี.ค. 3.8 หมื่นล้านบาท จ่อฟ้องศาลปกครองเพิ่มเติม
.
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยว่า ภาระหนี้สะสมที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีต่อบีทีเอสตั้งแต่เดือน เม.ย. 2560 ถึงปัจจุบัน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 38,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ค่าจ้างเดินรถและบำรุงรักษา (O&M) ส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 จำนวน 18,000 ล้านบาท และค่าติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) จำนวน 20,000 ล้านบาท
.
ผู้บริหารบีทีเอส กล่าวว่า หนี้ที่กรุงเทพมหานครต้องจ่ายให้บีทีเอสเพิ่มขึ้นมาเป็น 38,000 ล้านบาท เพราะที่ผ่านมา กทม. ไม่ได้ชำระหนี้ในส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-วงเวียนใหญ่-บางหว้าและช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง มาตั้งแต่เดือน พ.ค. 2562 และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต มาตั้งแต่เปิดให้บริการ ซึ่งกินเวลามาแล้ว 3-4 ปี
ความคืบหน้าการทวงหนี้จ้างเดินรถกับกรุงเทพมหานคร และบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ปัจจุบันศาลปกครองได้รับเรื่องไว้พิจารณา โดยกำหนดให้ กทม. และบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ยื่นเอกสารทำคำชี้แจงเพื่อประกอบการพิจารณาทั้ง 2 ฝ่ายต่อศาลปกครอง ภายในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ กทม. และบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ขอเลื่อนส่งเอกสาร โดยในช่วงที่บีทีเอส ฟ้องต่อศาลปกครองทวงหนี้ค่าจ้างเดินรถได้ระบุข้อมูลหนี้ ณ วันที่ 15 ก.ค.2564 วงเงิน 12,000 ล้านบาท
.
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การฟ้องร้องระบบการเดินรถไฟฟ้าและเครื่องกล 20,000 ล้านบาท ต่อศาลปกครองเพิ่มเติม อยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสาร โดยต้องหารือทีมทนายความถึงแนวทางการฟ้องร้อง ซึ่งยืนยันจะมีการฟ้องร้อง โดยขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาเรื่องการชำระหนี้กับบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด
.
อ่านที่มาที่ไปของปมปัญหาสัมปทานสายสีเขียวที่เป็นส่วนหนึ่งของภาระหนี้ของ กทม. ได้ที่นี่ https://bbc.in/38VPqay

Inga kommentarer:
Skicka en kommentar