fredag 22 september 2017

"สังคมทาส" ข้าราชการยุคกรุงรัตนโกสินทร์ยุคปลายยุคปลาย

สำนักช่างสิบหมู่ พร้อมด้วยช่างปั้นปูนสดเมืองเพชรบุรี ทดลองจัดวางประติมากรรมสัตว์หิมพานต์ บริเวณสระอโนดาต รอบพระเมรุมาศ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 กันยายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคราษฎรประสบอุทกภัยในอยุธยา
 
(หมายเหตุ-" เทวดา-สวรรค์-สัตว์หิมพาน-สระอโนดาด" ล้วนเป้นสิ่งสมมุติที่ไม่มีจริงในโลก)

กรุณาแปลบทความนี้ให้ประยุทธ์่ อ่านด้วย

นิคเคอิเอเชียนรีวิว แฉการก่อสร้างรถไฟฟ้าจีนในเวียดนาม ‘ด้อยคุณภาพ’ ‘ล่าช้า’ ‘งบบานปลาย’



China-backed infrastructure projects have caused public discontent in Hanoi by adding to congestion. (Photo by Ken Kobayashi)


China's projects in Vietnam earn reputation for poor quality, delays


Hanoi stuck with rising costs on 'cheap' projects with poor expectancies

September 20, 2017
Source: Nikkei Asian Review


HO CHI MINH CITY -- Hanoi's first elevated railway line has had its trial run in September cancelled without an alternative being proposed by the builders from China.

On Monday, Vietnamese authorities told reporters that further work on the project is not possible until China disburses $250 million in official development assistance (ODA) promised last year.

Construction of the Vietnamese capital's first urban railway was planned to run as a project from 2008 to 2013 at a cost of some $552 million with $419 million loaned from China.

Ground was not broken until 2011. Costs were then projected to run to $868 million by 2016 with an additional $250 million pumped in by Chinese lenders. The final disbursement is now due in March, but complicated procedures applied by China Eximbank have hindered the Chinese consortium headed by China Railways Sixth Group.

The delayed test run is the latest problem on the controversial project, which has been dogged by accidents, fatalities, and injuries to passersby.

Poor quality materials, faulty installations, and untrained workers have raised safety concerns. During his first official visit to Beijing, Prime Minister Nguyen Xuan Phuc said the slow pace of work and accidents have among other things contributed to congestion in Hanoi, causing public dissatisfaction. There are plans to ask the Chinese embassy to work with the consortium on ameliorating the situation.

The Hanoi metro has been seized upon by critics as a prime example of problematic China-backed projects. Surveys suggest most projects suffer from quality concerns, delays, and cost overruns. These include: the $69 million My Dinh National stadium in Hanoi; the $360 million steel complex expansion in Thai Nguyen province; the $264 million iron and steel mill in Lao Cai Province; a $1.4 billion bauxite-alumina project in the central highland; waste-treatment and energy-related projects; and a number of textile factories.

Common to all the projects were low bids and cheaper cost of investment arrangements. According to Pham Chi Lan, a Vietnamese economic analyst, this will turn out to be very expensive in the long run -- costs will continue escalating for low quality results.

Mistakes, shoddy work, obsolete machinery, and accidents have become commonplace, causing a general loss of confidence in China-backed projects. Many are being reappraised, including 12 under the ministry of industry and trade.

Viwasupco, a company implementing a water supply project in Hanoi, last year cancelled a contract with China's Xinxing Ductile Iron Pipes, a supplier for the second phase of a pipeline on the Da river. The company quoted 10% below the approved amount for the project, which is intended to supply clean water to nearly 200,000 households. The contract cancellation followed 17 pipeline fractures on the first phase.

In the northern province of Quang Ninh close to the border with China, a Chinese ODA offer of $300 million for a highway project was turned down because local contractors could do the work better.

The thirst for capital has nevertheless spurred some local investors to disregard public sentiment and take on Chinese partners. Geleximco, a local import-export company, and its Chinese partner, Sunshine Kaidi New Energy Group, last month submitted a joint proposal for approval in principle to develop the multibillion-dollar Long Thanh International Airport near Ho Chi Minh City as a public-private partnership. The companies promised to finish work in three to five years at "the lowest possible cost" for a new airport.

The proposal has been heavily debated, and the government has been urged to be selective with investors, particularly with so much capital at stake. Economist Ngo Tri Long told reporters that Vietnam needs to learn its lessons without prejudice from past experiences with Chinese investors.

Vietnam's defense ministry also raised national security concerns after the country's two main airports, along with the website of flag-carrier Vietnam Airlines, were attacked last year by hackers believed to be from China. China's forceful tactics in the disputed South China Sea have also not gone down well.

(Nikkei)

09.00 INDEX การเดินสาย ประชุม ครม.สัญจร เป็น”การหาเสียง” การเมืองหรือไม่

09.00 INDEX การเดินสาย ประชุม ครม.สัญจร เป็น”การหาเสียง” การเมืองหรือไม่

ทั้งๆที่การประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามิไ …

torsdag 21 september 2017

บีบีซีไทย - BBC Thai

แกนนำผู้ชุมนุมทางการเมืองกลุ่มแรกที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายคดีแพ่งจากการชุมนุม

ทีมล่า ! ความคืบหน้าในการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ

เจอแล้วเก๋งบรอนซ์ พา 'ยิ่งลักษณ์' หนีทางสระแก้ว 'สารวัตรนครปฐม' ครอบครอง'ศรีวราห์'หิ้วสอบเครียด เก็บดีเอ็นเอ พบรอยเคยติดสติ๊กเกอร์คล้ายรูปตราโล่ข้างประตูรถ!

ตอนต่อไป..ความฝันอันสูงสุด???

"บิ๊กตู่" ยกทัพตีเมือง "บรรหารบุรี" ปักหมุดเมกะโปรเจ็กต์น้ำแสนล้าน

ป่วย ..จิตตก ! แล้วจะสงบสุขได้อย่างไร??

ประชาไท Prachatai.com
ประยุทธ์ ชี้ รบ.ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างนักรบไซเบอร์ 1,000 คน เฝ้าระวัง
ประยุทธ์ เปิดงาน Thailand Digital Big Bang 2017 เผยรัฐบาลขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลให้คนไทยได้ประโยชน์ สร้างนักรบโลกไซเบอร์ 1,000 คน เฝ้าระวังแก้ปัญหาโครงข่ายทางไซเบอร์ ย้ำรัฐใส่ใจดูแลประชาชนด้วยการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วประเทศ
https://prachatai.com/journal/2017/09/73339
'ทักษิณ' ถอนฟ้อง 'อาจารย์ม.มหิดล' ฐานหมิ่นประมาท ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีมวลมหาประชาชน เมื่อปี 2556 หลังจำเลยแถลงขอโทษ https://prachatai.org/journal/2017/09/73326
พระมหาอภิชาต ปุณณจนโท สึกแล้ว หลังถูกเจ้าหน้าที่คุมตัว กรณีที่มีการแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวต่อชาวมุสลิม https://prachatai.org/journal/2017/09/73323

เดือดร้นหนัก พายุ..ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน.

วุ่นหนัก! พายุถล่มสิงห์บุรี เสาไฟฟ้าหักทับรถยนต์ ทำทั้งเมืองตกอยู่ในความมืด

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2560 ที่จังหวัดสิง …
นายอำเภอ 'กันตัง' เผยท่วมหนักสุดในรอบ 10 ปี ผู้ว่าฯเตือนประชาชนตามสถานการณ์ฝนใกล้ชิด

คลิปรายการ : เถียงแทนเจ้า รีเทิร์น ประจำวันที่ 21ก.ย.60


 

รายการ : เถียงแทนเจ้า รีเทิร์น
ตอน : แม่อ้ายบอด ยอดมารยา
โดย : ส.ข้าวเหนียว – ส. ยังบลัด- ส.112 และ ลุงสนามหลวง
วันพฤหัส 21/09/2017 เวลา 21.00 น. ประเทศไทย

ถึงเวลาของการคิดการสร้างทางเลือกใหม่

คลิปน่าสนใจ Piyabutr Saengkanokkul live- ถึงเวลาของการคิดการสร้างทางเลือกใหม่

คลิกฟัง-  Piyabutr Saengkanokkul live - ถึงเวลาของการคิดการสร้างทางเลือกใหม่...

หากคุณยิ่งลักษณ์ไม่สู้ อยู่อย่างเงียบๆ รีไทร์ทางการเมือง ก็ยิ่งดีเสียอีก

บทความของ ปิยบุตร แสงกนกกุล

หากคุณยิ่งลักษณ์ไม่สู้ อยู่อย่างเงียบๆ รีไทร์ทางการเมือง ก็ยิ่งดีเสียอีก เพราะนั่นหมายความว่า "การเมืองไทย" เดินหน้าเข้าสู่เฟสใหม่เสียที

จากบทความของ ปิยบุตร แสงกนกกุล ตีพิมพ์ที่ ประชาไท Fri, 2017-08-25 22:35 เรื่อง "เกี่ยวกับ 'Judicialization of Politics' และ การเมืองไทยต้องเดินหน้าสู่ยุคโพสต์-ชินวัตร"

(https://prachatai.com/journal/2017/08/72973?utm_source=dlvr.it&utm_medium=twitter)


1. หากไม่โกหกต่อตนเอง หากซื่อสัตย์ต่อตนเองอยู่บ้าง คงไม่มีใครคิดว่า "คดีจำนำข้าว" เป็นเรื่อง "กฎหมาย"
ผมเห็นว่าการเริ่มต้นกระบวนการในคดีนี้ คือ การ purge โดยผ่านปรากฏการณ์ "Judicialization of Politics" ดังที่เคยเกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ เช่น ปากีสถาน, อินเดีย, ตุรกี, บราซิล, ฯลฯ และเกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่ 2549
เพียงแต่ว่า ที่นี่ แตกต่างจากที่อื่นๆ ตรงที่ว่า "ศาล" มี "เกราะคุ้มกัน" แน่นหนามากกว่าที่อื่นๆ ทำให้การตอบโต้ศาลทำได้อย่างยากลำบาก นานวันเข้า ดุลยภาพของอำนาจระหว่าง Political Actor (ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองจากการเลือกตั้ง ศาล และพลังทางการเมืองอื่นๆ) จึงไม่เกิดขึ้น
(โปรดอ่านความเห็นของผมในส่วนนี้ได้ในโพสก่อนๆ และคลิปการ Live ในเฟสบุ๊กตอนล่าสุด)

2. "Judicialization of Politics" เป็นเรื่องฝืนธรรมชาติของการเมือง นำเรื่อง "การเมือง" มาเป็นเรื่อง "กฎหมาย" ให้ศาลซึ่งมีความชอบธรรมจากอุดมการณ์แบบ "นิติรัฐ-เสรีประชาธิปไตย" เข้ามายุ่งเกี่ยวกับ "การเมือง"
"การเมือง" เป็นเรื่องของความไม่ลงรอยกัน เถียงกัน ขัดแย้งกัน ไม่มีวันจบ
"กฎหมาย" ต้องการให้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างยุติ ชี้ขาดให้จบสิ้น และการยุติก็ได้แรงสนับสนุนจากความคิดแบบ "นิติรัฐ-เสรีประชาธิปไตย"
มันจึงเป็นเรื่องที่ขัดกันอย่างยิ่ง
พลังของ "กฎหมาย" ไม่มีวันที่จะยุติ "การเมือง" ได้ ที่เห็นๆกัน มันเป็นแค่การยุติลงอย่างชั่วคราว เพราะถูกกลไกรัฐกดทับ ถูกกำลังทางกายภาพ กำลังทางอุดมการณ์กดทับ มากกว่า แท้จริงแล้ว "การเมือง" ยังคงดำรงอยู่ ยังไม่ลงรอยต่อไป และไม่มีวันที่จะลงรอยได้ด้วย
3. เมื่อ "Judicialization of Politics" กันมากขึ้น โอกาสที่จะถูก "บิดผัน" นำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกวาดล้างกันทางการเมือง ก็มีมากขึ้น
ทุกความคิด-ทุกระบอบ ต่างก็มีโอกาสที่จะหยิบฉวย "Judicialization of Politics" ไปใช้เพื่อให้ความคิด-ระบอบของฝ่ายตนชนะ
"Judicialization of Politics" แบบ "ประชาธิปไตย" ก็ถูกนำไปใช้ไล่บี้พวกเผด็จการได้
"Judicialization of Politics"แบบ "นีโอลิบ" ก็ถูกนำไปใช้ไล่บี้พวกซ้ายได้
"Judicialization of Politics"แบบ "เผด็จการ" ก็ถูกนำไปใช้ไล่บี้ฝ่ายตรงข้ามกับเผด็จการได้
กรณีของประเทศไทยเป็นแบบใด ให้ท่านลองตรึกตรองพิจารณาดูกันเอาเอง
4. ในกรณีระบอบเผด็จการ นำ "Judicialization of Politics" มาใช้ ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องจัดการแก้ไข คือ เราจำเป็นต้องทำลายความศักดิสิทธิ์ของศาล ทำลายมายาคติ "ศาลเป็นใหญ่" สร้างปัจจัยบังคับกดดันไปที่ "ศาล" เพื่อฟื้นเอาดุลยภาพอำนาจกลับมาใหม่ ไม่ใช่ "ศาล" ครอบงำแบบเบ็ดเสร็จ ให้สังคมเห็นว่า "ศาล" ก็คือ Political Actor ตัวหนึ่ง ไม่ต่างกับนักการเมือง ไม่ต่างกับพลังทางสังคมกลุ่มต่างๆ ไม่ต่างกับกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆในชีวิตทางการเมือง
ทั้งนี้ เพื่อให้การใช้อำนาจของศาลในระบอบเผด็จการ ตามแนวทาง "Judicialization of Politics" นั้น สูญเสียความชอบธรรม ไม่สามารถยึดครองจิตใจคนอีกต่อไป ที่ยังครองอำนาจได้อยู่นั้น มาจากกลไกปราบปรามของรัฐล้วนๆ ไม่ใช่เกิดจากการครองความเป็นใหญ่ผ่านอุดมการณ์ความคิด
5. กรณีคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันนี้ ผมไม่เห็นว่าการไม่มาฟังคำพิพากษา และอาจออกจากประเทศนี้ไปแล้ว เป็นเรื่องผิดหลักการแต่อย่างไร
หากเราวินิจฉัยว่าทั้งหมด คือ "Judicialization of Politics" ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตามมา ก็คือ "การเมือง"
6. กรณีปัญหาว่า ถ้าเช่นนั้น ยอมรับเข้าสู่กระบวนการนี้ตั้งแต่แรกทำไม ทำไมไม่ "ชน" ตั้งแต่แรก? ผมเห็นว่า เงื่อนไขชีวิตและทางเลือกของแต่ละคน การประเมินของแต่ละคน แตกต่างกันไป
การพยายามต่อสู้ตาม "กระบวนการ" ที่พวกเขาขีดเส้นให้เดิน ด้านหนึ่ง ก็คือ การทำลายความชอบธรรมของ "กระบวนการ" เหล่านี้ไปด้วย ฉีกหน้ากากให้คนเห็น นำไปอธิบาย อภิปรายกันต่อได้ว่า นี่คือ การ purge โดยผ่านปรากฏการณ์ "Judicialization of Politics" จริงๆ
หากได้ตามข่าวกันบ้าง ก็คงทราบว่า การเดินของคดีนี้ ไปในทิศทางที่เล่นงานโครงการจีทูจี ของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อ "ชิ่ง" มาให้ถึงคุณยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ปล่อยปละเลยทำให้เสียหาย และที่ทำกันก็เพื่อประโยชน์ของพรรคเพื่อไทยในการเย้ายวนใจให้ประชาชนเลือกเป็นรัฐบาล
ผมคาดไว้อยู่แล้วว่า คุณบุญทรง เตริยาภิรมย์ และคุณภูมิ สาระผล ต้องถูกจำคุกจริงแน่นอน เพราะ ความผิดของสองคนนี้ ใช้ "ชิ่ง" มาให้ถึงนายกฯได้ แต่ที่เหลือเชื่อเกินคาด คือ ติดคุกยาวถึง 42 และ 36 ปี
เมื่อเห็นโทษจำคุกขนาดนี้ ก็น่าคิดว่าคุณยิ่งลักษณ์จะโดนจำคุกหรือไม่ กี่ปี?
7. ผมคิดว่าคนจำนวนมาก ไม่ได้คาดคิดอยู่แล้วว่าคุณยิ่งลักษณ์มีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำทางการเมืองในระยะหัวต่อหัวเลี้ยว หรือผู้นำทางการเมืองแบบปฏิวัติเปลี่ยนแปลงใหญ่ (แน่นอนว่า คงมีหลายคนหวัง แต่ก็เป็นความหวัง ความอยากเห็น เพื่อการต่อสู้ทางการเมืองมากกว่า โดยคาดว่าการเสียสละยอมเข้าคุกจะช่วยให้ "จุดติด" ขึ้นมาได้)
ผมไม่เคยคิดว่าคุณยิ่งลักษณ์จะสามารถทำได้แบบที่อินทิรา คานธี, เบนาซีร์ บุตโต, อองซาน ซูจี, รุซเซฟ ทำ
การเข้าสู่วงการทางการเมืองของคุณยิ่งลักษณ์เป็นเช่นไร เกิดจากอะไร ทุกท่านก็คงทราบกันดีอยู่แล้ว
ต่อให้คุณยิ่งลักษณ์เข้าคุก ผมก็คิดว่าไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ
ในยามบ้านเมือง "เฉื่อยชา-ชิน" กับระบอบเผด็จการเช่นนี้ ไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรที่จะเป็นชนวน "จุดติด" ขึ้นมาได้ คสช เองก็ตรึงกำลังไว้อย่างเต็มที่ ต้องยอมรับว่าระบอบเผด็จการกำลังติดตั้งได้สำเร็จแล้ว เวลาผ่านมา 3 ปีเศษแล้ว สถานการณ์การต่อสู้กับระบอบเผด็จการก็ทำได้ยากขึ้น และต่อให้มีเหตุการณ์ที่จุดติด จน คสช เสียท่า คสช ก็มีไพ่ใบสุดท้าย คือ การจัดให้มีการเลือกตั้ง ทันที
8. สำหรับผม ผมเห็นว่า หากพิจารณาจากบุคลิกลักษณะ การก่อรูปทางความคิด ที่มาที่ไปในการเข้าสู่วงการเมือง ตลอดจนเงื่อนไขความเป็นจริงของการเมืองไทยที่เธอต้องเผชิญแล้ว เท่าที่คุณยิ่งลักษณ์ได้ทำมาตั้งแต่รณรงค์หาเสียงการเลือกตั้ง 2554 จนถึงวันนี้ ผมคิดว่า ทำได้ดีเท่าที่จะทำได้แล้ว
ตั้งแต่หาเสียงโดยใช้เวลาไม่กี่วัน เดินสายไปทั่วประเทศ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ไม่นาน ก็เจออุทกภัยขนาดใหญ่จนเอาตัวแทบไม่รอด เจอ "การเมืองที่แท้จริงแบบไทยๆ" ต้องประนีประนอมกับกองทัพและชนชั้นนำจารีตประเพณีตลอดเวลา เจอการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล เจอการชุมนุมของ กปปส เจอเรื่อง "เหมาเข่ง" เจอคดีความสารพัด ถูกปลดจากนายกฯ ถูกถอดถอนตัดสิทธิ ถูกรัฐประหาร เจอคดี "จำนำข้าว" ทั้งเอาผิดเข้าคุก และเอาเงินจนหมดตัว และอาจมีคดีอื่นๆตามมาอีกมาก
แน่นอน ผมไม่เห็นด้วยกับหลายๆเรื่อง เห็นว่าต้องทำมากกว่านี้ แรงมากกว่านี้ เดินหน้ามากกว่านี้ สู้มากกว่านี้ เคยวิจารณ์ทั้งในทางสื่อและทางเฟสบุ๊คก็หลายครั้งหลายหน แต่สุดท้ายแล้ว คนที่ตัดสินใจ ก็คือ คนที่อยู่ในสนามการเมือง เราเป็นผู้สังเกตการณ์ วิจารณ์ เมื่อเขาไม่ทำ เราก็ผิดหวัง และก็เรียกร้องต่อไป เรียกร้องคนอื่น และในอนาคต วันหนึ่ง หากไม่ได้ดังที่เราหวังเสียที ผมก็ต้องเรียกร้องต่อตนเองให้ลงไปทำเอง
9. ข้อเรียกร้องให้คุณยิ่งลักษณ์ เป็นผู้นำมวลชน เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง หรืออย่างน้อยช่วยเสียสละอิสรภาพของตนเองเพื่อเป็น "สัญลักษณ์" คงเป็นเรื่องคาดหวังเกินจริง เป็นเรื่องเพ้อฝันไป
ถ้าคิดได้แบบนี้ ก็จะไม่ผิดหวังมากนัก
10. หากคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากแผ่นดินนี้ไปจริง ผมคิดว่า ก็มีข้อดี อยู่
หากคุณยิ่งลักษณ์ สู้ จากข้างนอก ก็อาจทำให้การต่อสู้ครั้งใหม่กลับมาคึกคักได้อีก
หากคุณยิ่งลักษณ์ ไม่สู้ อยู่อย่างเงียบๆ รีไทร์ทางการเมือง ก็ยิ่งดีเสียอีก นั่นหมายความว่า "การเมืองไทย"เดินหน้าเข้าสู่เฟสใหม่เสียที
โดยส่วนตัว ผมคิดว่า ไม่น่าจะมีการต่อสู้ใดๆจากคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อีก หากจะมี ก็คงเป็นแค่แถลงการณ์ชี้แจงชิ้นสุดท้ายเท่านั้น แต่คงไม่มีการต่อสู้แบบต่อเนื่องยาวนาน
ถ้าความเห็นของผมไม่ผิด นี่ก็นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่การเมืองไทยกำลังก้าวสู้เฟสใหม่ คือ ยุค "โพสต์-ชินวัตร"
11. การเมืองไทยติดล็อคมานานหลายปี ส่วนหนึ่ง มาจากปัจจัยเรื่องครอบครัวชินวัตร ที่ฝ่ายตรงข้ามนำมาเล่นงาน สร้างเงื่อนไข สร้าง "ผี" เพื่อทำให้พวกเขาครองอำนาจไปได้เรื่อยๆ
ในขณะที่ฝ่ายประชาธิปไตยเอง จะเดินหน้าแบบก้าวรุดหน้ามากกว่าเดิม ก็ไปติดขัดการเมืองแบบพรรคการเมืองเดิม ต้องประคองตัวไปสู่การเลือกตั้ง ต้องเป็นรัฐบาล ต้องประนีประนอม แล้วก็วนกลับมาที่การชุมนุมต่อต้าน การยึดอำนาจ แบบนี้อีก
ถ้าการเมืองไทยเข้าสู่ยุค "โพสต์-ชินวัตร" ได้จริง นั่นหมายความว่าปัจจัยเรื่อง "ชินวัตร" ก็จะหายไป
การสร้าง "ผี" ชินวัตร ก็ทำไม่ได้หรือทำได้ยาก
การเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย ก็สามารถทำได้เต็มที่ไม่ต้องติดเรื่องเงื่อนไขการเมืองแบบเดิม
12. การเมืองยุค "โพสต์-ชินวัตร" เป็นโอกาสอันสำคัญ เป็นพื้นที่ที่เปิดใหม่
ใครที่เห็นว่าการเมืองไทยจะเป็นแบบเดิมๆตลอด 12 ปีนี้ ไม่ได้อีกแล้ว
ใครที่เห็นว่าการเมืองไทยต้องหลุดพ้นจากความขัดแย้งชุดนี้ (ที่ทำให้ คสช เข้าสู่อำนาจและครองอำนาจได้อย่างสบาย) เพื่อไปสู่การสร้างระบบการเมืองใหม่
ใครที่เห็นว่าประเทศไทยสูญเสียโอกาสสำคัญไปกับ "ทศวรรษที่สูญหาย"
ใครที่เห็นว่าประเทศไทยจะเป็นแบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้ คนรุ่นใหม่ คนรุ่นถัดไป ถัดถัดไป จะต้องไม่เจอและทนทุกข์กับสภาพเช่นนี้อีก
ต้องลงมาทำ ช่วยกันทำ ถึงเวลาแล้วที่ต้องลงมือ
พวกเขาเหล่านี้แหละ จะเป็นพลังสำคัญแห่งการเปลี่ยนแปลง
ขอให้ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เริ่มต้นทำอย่างจริงจัง สร้าง "ทางเลือกใหม่" อย่างแท้จริงให้กับสังคมไทย
รักษาเนื้อรักษาตัว ดูแลสุขภาพ พัฒนาความรู้ความคิดให้แหลมคม สนทนาแลกเปลี่ยนหารือประสบการณ์กับแวดวงต่างๆ ยึดมั่นในหลักการอย่างแน่วแน่อดทน
การเมืองที่มีวิกฤติ เปิดโอกาสให้ "ทางเลือกใหม่" ขึ้นมาเสมอ เมื่อยังไม่มีโอกาส ก็ต้องฝึกฝนตระเตรียมความคิดความพร้อมไว้ เมื่อโอกาสยังไม่มาเสียที ก็ต้องสร้างโอกาสขึ้นมา และเมื่อมีโอกาส ก็ต้องใช้มัน
ไม่มีอะไรต้องเสียใจ ไม่มีอะไรต้องผิดหวัง
เดินหน้าเพื่ออนาคต