söndag 28 maj 2017

#ไม่มีประมุขรัฐที่ไหนในโลกที่ใช้ชีวิตในต่างประเทศมากขนาดนี้..."60 วัน" ที่อยู่เยอรมัน ตอนนี้ เป็น 60+ ไปเรื่อยๆแล้ว


 

Somsak Jeamteerasakul
7 เดือนที่ผ่านมา กษัตริย์วชิราลงกรณ์อยู่เยอรมัน 2 เดือน (และตอนนี้กลับไปเยอรมันอีกแล้ว)

7 เดือนที่ผ่านมา กษัตริย์วชิราลงกรณ์อยู่เยอรมัน 2 เดือน
(และตอนนี้กลับไปเยอรมันอีกแล้ว)
นับจากวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2560 คือ 7 เดือนหลังการสิ้นพระชนม์ของในหลวงองค์ก่อน กษัตริย์วชิราลงกรณ์ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมันรวมกันประมาณ 60 วันหรือ 2 เดือน ดังนี้
มาเยอรมันครั้งที่ 1 : วันที่ 28 ตุลาคม - 10 พฤศจิกายน 2559
มาเยอรมันครั้งที่ 2 : วันที่ 13 มีนาคม - 5 เมษายน 2560
มาเยอรมันครั้งที่ 3 : วันที่ 15 เมษายน - 8 พฤษภาคม 2560
[รวม 3 ครั้งนี้ ประมาณ 60 วัน]
มาเยอรมันครั้งที่ 4 : วันที่ 13 พฤษภาคม -
เท่าที่ผมรู้และลองเสิร์ชค้นหาดู #ไม่มีประมุขรัฐที่ไหนในโลกที่ใช้ชีวิตในต่างประเทศมากขนาดนี้ (ยกเว้นกรณีป่วยและไปรักษาตัว เช่น สีหนุไปอยู่ในจีน หรือกรณีในระหว่างเกิดสงคราม แล้วลี้ภัยชั่วคราว หรือไม่ก็เพราะติดการศึกษา)*
ยิ่งถ้าเรานึกถึงปริบทของอำนาจและอภิสิทธิ์มหาศาลที่กษัตริย์มีเหนือสังคมไทย ทั้งทางกฎหมายและการเมือง (ทั้งที่เคยมีอยู่นานแล้ว และที่กษัตริย์องค์นี้สร้างเพิ่มขึ้นในรัฐธรรมนูญ และในกฎหมายราชการในพระองค์ล่าสุด) ทางเศรษฐกิจ (ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และงบประมาณที่รัฐทุ่มเทในการรักษาและโปรโมตสถาบันกษัตริย์) และทางวัฒนธรรมสังคม (การโฆษณาเชิดชูสถาบันกษัตริย์ทุกวันทางสื่อและระบบการศึกษา)
ลักษณะสิ้นเปลืองสูญเปล่า การมีอภิสิทธิ์และอำนาจอย่างไร้ความรับผิดชอบ อยู่ในระดับที่เหลือเชื่อและยากจะพบได้ในโลกสมัยใหม่ศตวรรษนี้มากขนาดไหน ก็ลองประเมินกันดู
.............
เมื่อวันศุกร์ก่อน (12 พฤษภาคม) มีคนบอกผมว่า กษัตริย์วชิราลงกรณ์ได้เดินทางกลับไปเยอรมันอีก หลังจากกลับมาไทยเพื่อประกอบพิธีวิสาขบูชาและแรกนาขวัญ เพียงไม่กี่วัน (กลับมาวันที่ 8 พฤษภาคม)
เช่นเดียวกับการเดินทางไป-มาเยอรมันที่ผ่านมา เรื่องนี้ ยากจะยืนยันร้อยเปอร์เซนต์ได้ (ดูเพิ่มเติมท้ายกระทู้)** นี่เป็นเหตุหนึ่งที่ผมไม่ได้รายงานไป และรอมาจนถึงวันนี้ แต่ว่า น่าสังเกตว่า 5 วันที่ผ่านมา (เสาร์ถึงพุธเมื่อครู่นี้) ไม่ปรากฏข่าวของกษัตริย์ในช่วงข่าวในราชสำนักเลย (ข่าวเรื่องมี "พระราชสาส์น" ไม่นับ)
ยิ่งกว่านั้น ในเย็นวันศุกร์นั้นเอง (12 พฤษภาคม) กษัตริย์ได้ปรากฏตัวชมการแสดงดนตรีที่ "ลานหมุดหน้าใส" (ตามข่าวราชสำนักใช้คำว่า "เป็นการส่วนพระองค์" - ผมเอ่ยขึ้นมาเพื่อบอกอีกครั้งว่า การจะอ้างว่า ที่ไม่มีแม้แต่รายงานข่าวการไปเยอรมัน เพราะเป็นเรื่อง "ส่วนพระองค์" เป็นข้ออ้างไร้สาระ เพราะข่าวสองทุ่ม รายงานสิ่งที่เรียกว่า "เป็นการส่วนพระองค์" เสมอ) แต่การปรากฏตัวดังกล่าว กลับอาจจะยิ่งเป็นการยืนยันว่า กษัตริย์เดินทางออกจากไทยวันนั้นจริงๆ เพราะปกติงานแสดงดนตรี กษัตริย์ให้จัดวันเสาร์ แต่อาจจะเพราะว่า กษัตริย์กำลังจะเดินทางกลับเยอรมันในคืนนั้น (ปกติจะขึ้นเครื่องออกจากไทยช่วงราวห้าทุ่ม) เลยให้เลื่อนขึ้นมาจัดในวันศุกร์แทน (หรือจัดเพิ่มเป็นพิเศษ) เพื่อให้กษัตริย์มาชมก่อนกลับ
ไม่ว่ากษัตริย์จะได้เดินทางกลับไปเยอรมันในวันที่ 12 พฤษภาคมตามที่มีคนบอกผมมาแล้วจริงหรือไม่ ก็ไม่มีผลต่อตัวเลขข้างต้น เพราะผมนับตั้งแต่ 13 ตุลาคม 2559 ถึง 13 พฤษภาคม 2560 คือนับเวลา 7 เดือนพอดีหลังการสิ้นพระชนม์ของในหลวงองค์ก่อน และเวลาประมาณ 2 เดือน หรือ 60 วัน ก็นับเฉพาะในช่วงนั้น
.............
* กรณี รัชกาลที่ 7 ตอนปลาย, รัชกาลที่ 8, และ 9 ตอนต้น
รัชกาลที่ 7 ออกจากประเทศไทยในลักษณะที่อาจจะเรียกว่า "ลี้ภัยการเมือง" (self-imposed exile) คือจริงๆมีเหตุทางการเมืองที่พระองค์ต้องการออกไปเพื่อต่อรองกับคณะราษฎร แต่เหตุผลทางการก็เพื่อไปรักษาพระองค์, รัชกาลที่ 8 ระหว่าง 2478-2488 ยังทรงพระเยาว์ไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อให้อยู่ในไทย ก็ต้องมีผู้สำเร็จฯ นั่นคือการอยู่ต่างประเทศช่วงนั้น ยังไม่นับเป็นประมุขจริงๆ และเดิมที่มีแผนจะเสด็จต่างประเทศอีกในปี 2489 แต่มาสวรรคตเสียก่อน ก็ด้วยทรงต้องการศึกษาต่อให้เสร็จ ส่วนรัชกาลที่ 9 หลังรับตำแหน่งต่อจากพระเชษฐาแล้ว ก็ขอไปต่างประเทศ แม้รัฐบาลจะพยายามขอให้อยู่ต่อ (เรื่องนี้เกี่ยวกับกรณีสวรรคตอยู่ แต่ขอผ่านไปในที่นี้) เหตุผลทางการก็เช่นเดียวกับรัชกาลที่ 8 คือทรงศึกษา
** กระทู้นี้ผมเริ่มร่างไว้ตั้งแต่ 2-3 วันก่อน เช้านี้ ผมได้รับการยืนยันโดยมีหลักฐานค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า กษัตริย์ใหม่เดินทางกลับไปเยอรมันจริงๆ เมื่อวันศุกร์ที่ 12 (ถึงเยอรมันวันที่ 13) คือหลังจากไปดูดนตรีที่ "ลานหมุดหน้าใส"
"60 วัน" ที่อยู่เยอรมัน ตอนนี้ เป็น 60+ ไปเรื่อยๆแล้ว
 

วชิราลงกรณ์ไม่สมควรที่จะเป็นกษัตริย์     ( update )

วชิราลงกรณ์ไม่สมควรที่จะเป็นกษัตริย์


โดย แสงตะวัน

ถ้าอ้างตามความหมายของ Saint-Just ที่อธิบายไว้ว่า " กษัตริย์นั้นเป็นทรราชโดยธรรมชาติและเป็นอาชญากรรมชั่วนิรันดร " นั้นกษัตริย์ใหม่ที่ชื่อวชิราลงกรณ์เหมาะสมที่สุดตรงตามคำอธิบายของ Saint-Just ที่กล่าวไว้ " Saint-Just อธิบายว่า กษัตริย์นั้นเป็นทรราชโดยธรรมชาติและโดยตัวของมันเอง เราไม่ต้องพิจารณาเลยว่าการกระทำของกษัตริย์หรือการบริหารราชการแผ่นดินของ กษัตริย์มีความผิดทางอาญาหรือไม่ ถ้ากษัตริย์เป็นทรราช นั่นไม่ใช่เพราะความผิดจากการบริหารราชการแผ่นดินของเขา แต่เขาเป็นทรราชก็ด้วยลักษณะของความเป็นกษัตริย์นั่นแหละ Saint-Just เสนออย่างชาญฉลาดว่า การที่กษัตริย์ยึดครองอำนาจสูงสุดของประชาชนไปใช้เอง นั่นแสดงให้เห็นว่าลักษณะของความเป็นกษัตริย์เป็นอาชญากรรมนิรันดร (crime éternel) ต่อประชาชน มนุษย์จึงย่อมมีสิทธิสัมบูรณ์ในการลุกขึ้นสู้และติดอาวุธ   Saint-Just อธิบายว่า ไม่มีใครสามารถครองราชย์ได้อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง เพราะ กษัตริย์ทั้งหลายล้วนแล้วแต่เป็นกบฏและเป็นผู้แย่งชิง (usurpateur) อำนาจของประชาชนไป "

 " ยิ่งถ้าเรานึกถึงปริบทของอำนาจและอภิสิทธิ์มหาศาลที่กษัตริย์มีเหนือสังคมไทย ทั้งทางกฎหมายและการเมือง (ทั้งที่เคยมีอยู่นานแล้ว และที่กษัตริย์องค์นี้สร้างเพิ่มขึ้นในรัฐธรรมนูญ และในกฎหมายราชการในพระองค์ล่าสุด) ทางเศรษฐกิจ (ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และงบประมาณที่รัฐทุ่มเทในการรักษาและโปรโมตสถาบันกษัตริย์) และทางวัฒนธรรมสังคม (การโฆษณาเชิดชูสถาบันกษัตริย์ทุกวันทางสื่อและระบบการศึกษา)ลักษณะสิ้นเปลืองสูญเปล่า การมีอภิสิทธิ์และอำนาจอย่างไร้ความรับผิดชอบ อยู่ในระดับที่เหลือเชื่อและยากจะพบได้ในโลกสมัยใหม่ศตวรรษนี้มากขนาดไหน ก็ลองประเมินกันดู " ( คัดจากบทความ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล )

วชิราลงกรณ์เป็นคนสั่งให้ประยุทธ์ยึดอำนาจจากรัฐบาลยิ่งลักษ์ เมื่อวันที่ 22 พ.ค 2557 ขณะที่ภูมิพลป่วยหนักนอนรอวันตายซึ่งไม่สามารถสั่งการทำอะไรได้     หลังจากภูมิพลตายลง 13 ต.ค. 2559
ต่อมาวชิราลงกรณ์ก็ขึ้นเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 10 ได้รวบอำนาจทุกอย่างไว้ในมือและเพิ่มอำนาจทุกอย่างให้แก่ตนเองยิ่งกว่ารัชกาลที่ 9 ผู้เป็นพ่อเสียอีก    เวลานี้เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปในสังคมไทยและทั่วโลกว่าวชิราลงกรณ์คือกษัตริย์จอมเผด็จการที่มีจิตวิตถาร โมโหร้ายเหี้ยมโหดผิดมนุษย์   ประพฤติตัวไม่เหมาะสมที่จะเป็นประมุขของรัฐ เป็นอันตรายต่อชาติ เป็นภัยต่อสังคม  ผลาญเงินภาษีของชาติไปปีละมากมายมหาศาลทำตัวเป็นอันธพาลแห่งชาติ ใช้ชีวิตอย่างเสเพลอยู่ในต่างประเทศ... ฯลฯ

ดังนั้นประเทศไทยและประชาชนชาวไทยจึงไม่มีความจำเป็นที่จะมีกษัตริย์เผด็จการทรราชอย่างวชิราลงกรณ์   ระบอบกษัตริย์เผด็จการทรราชได้ถูกโค่นล้มลงไปแล้วตั้งแต่ปี 2475 ประชาชาติไทยและสังคมไทยจะต้องพัฒนาก้าวไปข้างหน้าสู่ประชาธิปไตย  สู่สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ความเท่าเทียมกันของการเป็นมนุษย์ ไม่ใช่จะให้อยู่ใต้ตีนของกษัตริย์ทรราช.

การเลือกตั้งที่ไร้ค่าภายใต้ระบอบเผด็จการกษัตริย์ทรราช

คลิปน่าสนใจ รัฐธรรมนูญไร้ความหมาย (อัพเดท )


 
คลิกฟัง-รธน. ไร้ความหมาย รัฐบาลเป็นง่อย พิการ อยู่ใต้การกำกับของ ขรก. ทหารมีอำนาจควบคุม ประกาศกฎ

ฟ้องด้วยภาพ.. เหตุเกิดที่ประเทศไทย แห้ไขด่วน

นศ.ม.ดัง เข้าห้องน้ำชักโครกแตก บาดขาเลือดอาบ คาดขึ้นเหยียบรับน้ำหนักไม่ไหว

นักศึกษาสาวเข้าห้องน้ำในม.ดัง ถูกกระเบื้องชักโครกแตกบาด …
ม่จอดให้สักคัน (คลิป)



ตอบคำถาม.???

Prachachat - ประชาชาติ
"บิ๊กตู่" ชวนคนไทยตอบ 4 คำถาม หากเลือกตั้งแล้วได้รบ.-นักการเมืองไม่ดี จะทำอย่างไร

แผ่นดินจึงดาล: สุรชาติ บำรุงสุข กองทัพกับประชาธิปไตยไทย



คำสั่ง..เผด็จการ !


เลขาธิการ กพฐ. ออกหนังสือบูรณาการการขับเคลื่อนการบริหารจัดการการศึกษา ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. เตือน ผอ.-บุคลากร สนง.เขตพื้นที่การศึกษา ห้ามวิพากษ์-แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ระบุกำลังทำความเข้าใจในรายละเอียด
สั่งห้าม ผอ.-บุคลากร สนง.เขตพื้นที่ฯ แสดงความคิดปมปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ตามคำสั่ง หน.คสช.
http://prachatai.org/journal/2017/05/71681
(ผู้ต้องสงสัย???"แพะ"ปฏิเสธ. แบะๆๆๆ)
คุมตัวหญิงวัย 51 ปี เข้า มทบ.11 สอบคดีระเบิด รพ.พระมงกุฏเกล้า
หน่วยงานด้านความมั่นคงคุมตัวหญิงอายุ 51 ปี จากบ้านพักย่านประเวศ ไปมณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อซักถามเกี่ยวกับกรณีจดหมายเตือนเรื่องระเบิด 3 ฉบับ เบื้องต้นให้การปฏิเสธ
http://prachatai.org/journal/2017/05/71680
คุมตัวเจ้าหน้าที่ รพ.พระมงกุฎฯ เข้าสอบที่ มทบ.11 อาจเกี่ยวเหตุบึ้ม

lördag 27 maj 2017

บีบีซีไทย - BBC Thai

แผ่นดินไหวขนาด 4.0 ที่เชียงราย

Matichon Online - มติชนออนไลน์
ศูนย์ ปภ.เขต 10 เเจ้งเหตุแผ่นดินไหวขนาด 4.0 ที่เชียงรายเวลา 22.14 น. ปชช.รู้สึกถึงความสั่นไหวในหลายอำเภอ

แผ่นดินจึงดาล: วรเจตน์ ภาคีรัตน์ กฎหมายและตุลาการ

ประชาไท Prachatai.com

แผ่นดินจึงดาล: วรเจตน์ ภาคีรัตน์ กฎหมายและตุลาการ

บทสัมภาษณ์ 9 นักวิชาการในชุด ‘แผ่นดินจึงดาล’ นี้ ประชาไทตัดทอนมาจากบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มในหนังสือ ‘แผ่นดินจึงดาล: การเปลี่ยนผ่านในสภาพบังคับ’ เพื่อมองอดีต ปัจจุบัน และอนาคตประเทศไทยภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ว่ามันจะนำพาเราไปสู่อะไร...

ในมุมมองของ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งรัฐธรรมนูญ ทั้งศาล ล้วนเป็นผลพวงของระบอบใหญ่ของประเทศ ผลผลิตจากระบอบย่อมตอบสนองต่อความต้องการของระบอบ และแน่นอนว่านี้ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของอำนาจ
บทสนทนายาวนานชิ้นนี้ วรเจตน์ชำแหละอย่างรวบรัดต่อปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 สถาบันตุลาการและศาล นักกฎหมายและเนติบริกร ตุลาการภิวัตน์และฝ่ายปฏิปักษ์ประชาธิปไตย ที่กำลังพาสังคมไทยเข้ารกเข้าพง   
แต่ในน้ำเสียงของวรเจตน์ก็ดูเหมือนจะแฝงด้วยความหวังว่า สักวันความเปลี่ยนแปลงจะปรากฏ หากสามารถสร้างชุดคุณค่าหรือหลักการบางอย่างร่วมกันได้ ซึ่งเขารู้ดีว่าไม่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะหยุดหวัง

รัฐธรรมนูญฉบับล็อคประเทศ ไม่แก้ปัญหาความขัดแย้ง

ผมเคยพูดไว้นานแล้วและยังยืนยันว่า รัฐธรรมนูญที่ผ่านการออกเสียงประชามติจะเป็นตัวปิดล็อกการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดโดยหนทางทางรัฐธรรมนูญ กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยระบบของมันแทบเป็นไปไม่ได้ รัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาในครั้งนี้เป็นฉบับซึ่งแก้ได้ยากที่สุดหรือเรียกว่าเกือบจะเป็นไปไม่ได้เลย และกลายเป็นอะไรที่ล็อกสังคมไทยไว้ให้เดินไปในทิศทางที่กำหนดเท่านั้น ที่สำคัญ มันจะไม่แก้ปัญหาความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ในสังคมไทยซึ่งเป็นความขัดแย้งในระดับที่ลงลึกไปถึงรากฐานแล้ว
ปัญหาที่เหลืออยู่ก็คือ ปวงชนชาวไทยในฐานะเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและเป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญจะปรากฏตัวขึ้นเมื่อใด และจะมีกำลังมากพอที่จะกดดันให้องค์กรของรัฐยอมรับความเป็นเจ้าของอำนาจของเขาและเปิดทางให้เกิดกระบวนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญนอกเหนือไปจากการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามที่บัญญัติไว้หรือไม่ ถ้าได้ โอกาสที่จะเปลี่ยนรัฐธรรมนูญโดยกระบวนการกดดันทางการเมืองผ่านคำอธิบายทางกฎหมายก็พอจะมีอยู่ แต่ถ้าไม่ได้ก็เหลือสองทางคืออยู่กับรัฐธรรมนูญนี้จนแก่เฒ่าตายไป หรือมิฉะนั้นก็จะเป็นการเปลี่ยนโดยกำลังทางกายภาพ เท่าที่ผมดูตอนนี้ยังไม่มีเหตุการณ์บ่งชี้ว่าปวงชนชาวไทยจะปรากฏตัวและมีกำลังมากพอที่จะกดดันในทางการเมืองได้ แต่ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมีปัจจัยผลักดันให้เกิดขึ้น
ในทางกฎหมาย ปัญหาทางปฏิบัติจากรัฐธรรมนูญใหม่อาจจะยังไม่เกิดตอนนี้ แต่จะปะทุในวันข้างหน้า โดยโครงสร้างที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ ยากที่จะทำให้การบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่น มองในระยะยาวต่อไปอีก ถ้าไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเสียก่อน ถึงจุดหนึ่งก็คงจะมีเสียงเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญหรือทำรัฐธรรมนูญใหม่ ทีนี้ ถ้าการแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปไม่ได้เสียแล้วจะเป็นอย่างไรต่อ สิ่งนี้เป็นปัญหาแน่นอนในวันข้างหน้า ประเด็นเรื่องความรุนแรงที่อาจจะเกิดมีขึ้นนั้น จึงไม่ใช่ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เหตุที่บอกว่าอาจเป็นไปได้เพราะว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่กลไกการแก้ไขรัฐธรรมนูญล็อกตัวเองไว้อย่างแน่นหนามาก หากแรงกดดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในอนาคต มันไม่เพียงพอให้องค์กรของรัฐที่มีส่วนในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญดำเนินการแก้ไข สุดท้ายของที่เขียนเอาไว้ให้แก้ไม่ได้ มันก็ต้องถูกทำลายลงโดยสภาพ  ‘Final Say

ปัจจุบัน การพูดครั้งสุดท้ายอยู่ในรูปของมาตรา 44 และอยู่เหนือตัวบทกฎหมายด้วยซึ่งคงจะใช้กันไปอีกช่วงหนึ่ง มาตรา 44 เห็นได้ชัดว่าไม่ถูกต้องตามระบบ ตรวจสอบไม่ได้ เมื่อใช้บ่อยๆ เข้าก็อาจจะเสื่อมมนต์ขลังไป Final Say ไม่ใช่เรื่องการใช้อำนาจอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องอำนาจและการยอมรับ คนพูดสุดท้ายอาจพูดไม่ถูกทั้งหมดแต่เขาพูดในกรอบอำนาจที่เขามีและคนยอมรับได้ เอาแบบนี้แล้วจบ แต่ถ้าคนพูดไม่ได้พูดในกรอบอำนาจของเขาหรืออำนาจที่เขาใช้พูดมันไม่มีความชอบธรรม เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คนไม่ฟัง ไม่เชื่อ มันก็จะไปสู่สถานการณ์อีกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าเราจะไปถึงจุดนั้นเร็วหรือช้าเพียงไร
ส่วน Final say ในรูปแบบอื่นที่เคยมีมา แล้วบัดนี้ไม่มีอีกต่อไป เชื่อว่าสังคมคงไปสร้างตัวระบบขึ้นมาใหม่ที่มันรับกันได้ในที่สุด อาจใช้เวลาบ้างแต่ไม่อาจหลีกหนีได้ ขณะที่ศาลคือ Final Say เฉพาะในทางกฎหมาย จะไปยุ่งกับเรื่องอื่นที่ไม่ใช่กฎหมายไม่ได้ บ้านเราชอบพูดเรื่องใช้แนวทางนิติศาสตร์หรือรัฐศาสตร์ นี่เป็นวิธีคิดที่ผิด เวลาที่ศาลตัดสินต้องตัดสินข้อพิพาททางกฎหมาย ข้อพิพาทอื่นๆ เช่น ข้อพิพาททางสังคม ทางการเมือง ทางวัฒนธรรม ทางเศรษฐกิจ ทางศิลปะ ฯลฯ ต้องทำให้ข้อพิพาทนั้นกลายเป็นประเด็นทางกฎหมายศาลจึงจะตัดสินได้ เพราะศาลไม่ได้มีความรู้ทุกอย่าง ศาลไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะตัดสินได้ทุกเรื่อง

นักกฎหมายที่รับใช้อำนาจ

ผมเคยพูดครั้งหนึ่งสั้นๆ ในงานเสวนาเรื่องกฎหมายคืออะไรว่า ลักษณะนักกฎหมายของเราที่มีสภาพรับใช้อำนาจที่ขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตยนั้นไม่ใช่แนวคิดในสำนักกฎหมายไหนเลย ไม่เกี่ยวกับไอเดียทางนิติปรัชญาอะไรเลย สำนักกฎหมายบ้านเมืองเห็นว่ากฎหมายคือกฎหมาย ถ้ามันผ่านออกมาแล้วมีสภาพบังคับ คนยอมรับ มีประสิทธิภาพในการใช้บังคับ ก็ย่อมเป็นกฎหมายไม่ว่าจะออกมาโดยเผด็จการหรือไม่ แต่สำนักนี้ไม่ได้บอกว่า คุณต้องก้มหัวเคารพกฎหมายนั้นตลอดกาล นักกฎหมายในกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งบอกว่าการต่อต้านอำนาจเผด็จการที่ทำให้รัฐกลายเป็นรัฐอันธพาลนั้นต้องต่อต้านจากมิติทางศีลธรรม ไม่ใช่มิติทางกฎหมาย แน่นอนแนวความคิดของสำนักกฎหมายบ้านเมืองหรือปฏิฐานนิยมทางกฎหมายมีปัญหาอยู่เมื่อเผชิญกับอำนาจดิบเถื่อนที่สามารถยึดกุมระบอบการปกครองได้ แต่ไม่ใช่ว่าคนที่ถือความคิดที่เน้นการวินิจฉัยความเป็นกฎหมายโดยเกณฑ์ที่แน่นอน เที่ยงตรงแบบนี้ เป็นพวกรับใช้อำนาจเสมอไป

คนที่เชื่อในกฎหมายธรรมชาติก็รับใช้อำนาจได้ พอๆ กับคนที่ไม่เชื่อเพราะบางทีคิดว่าที่ตัวทำอยู่นั้นดี คือหลงดี ติดดี แล้วได้ประโยชน์ไปพร้อมกันด้วย มีตัวอย่างให้เห็นมากมายด้วยว่าการรับใช้อำนาจนั้นได้ดี มีตำแหน่ง ตัวระบบที่เป็นอยู่ตอบสนองความเป็นเนติบริกร ลองถามนักกฎหมายว่ามีตำแหน่งแบบนี้เอาไหม 70-80 เปอร์เซ็นต์ ก็คงเอา อันนี้ในระยะยาวจะสร้างจารีตที่ไม่ดีขึ้นมาในวงการกฎหมายด้วย นักกฎหมายรุ่นใหม่ๆ ที่หวังได้ดีก็จะไม่กล้ามีจุดยืนตรงข้ามกับนักกฎหมายที่มีอำนาจ มีตำแหน่ง เพราะกลัวจะไม่ก้าวหน้า ถ้าไม่ทำตัวรับใช้ชัดเจนไปเลย ก็จะทำตัวให้คลุมเครือเข้าไว้ ความจริงสภาพแบบนี้เกิดขึ้นกับวงการอื่นด้วย แต่ผมคิดว่าวงการกฎหมายน่าจะเป็นวงการหนึ่งที่เห็นตัวอย่างชัดที่สุด

วันนี้...กับเมื่อสามปีที่แล้ว .ทำไมทหารจึงยึดอำนาจ " ตามใบสั่งของอำมาตย์ทรราช " ตอกย้ำให้เห็นความชั่วช้าเลวร้ายของพวกอำมาตย์เผด็จการทรราช..

สามปีหลังทหารยึดอำนาจ ทุกสิ่งทุกอย่างชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ ประชาชนได้คำตอบ รู้ว่าทหารทำตามคำสั่งใคร รู้ว่าว่าปัญหาทั้งหมดมาจากเจ้าของระบอบเผด็จการอำมาตย์ทรราชราชาธิปไตย   ที่สั่งการให้ทหารยึดอำนาจรัฐทุกครั้งที่ผ่านมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของพวกระบอบเหลือบศักดินาที่กำลังเสื่อมสุดๆใกล้ล่มสลายนั่นเอง...อำมาตย์คิดปิดความชั่วตนเองด้วยการสั่งให้ทหารยึดอำนาจ เพื่อปิดประเทศอันกว้างใหญ่ไพศาลด้วยฝ่ามืออำมาตย์ แล้วมันจะปิดมิดได้อย่างไร.?.ประชาชนไทย ๖๕ ล้านคนไม่ได้โง่เหมือนอำมาตย์คิดนะ ... ในยุคไฮเทค "โลกไร้พรหมแดน". ทำให้คนไทยตื่นตัวสนใจติดตามข่าวสารได้รับรู้ความจริงตอบตัวเองได้ว่าอะไร?คือสาเหตุหลักที่มาของปัญหาความวุ่นวายทั้งหมดในสังคมไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน  หมดสิ้นความจงรักภักดีเสื่อมศรัทธาต่อ"สิ่งสมมุติ"..ของระบอบเผด็จการอำมาตย์ทรราชราชาธิปไตย   .จึงจำเป็นต้องลุกขึ้นต่อต้านปลดแอกออกจากบ่า...

โฆษณาชวนเชื่อย้อนยุด  สนับสนุนระบอบเผด็จการ .จึงนำระบอบผีดิบไดโนเสาร์คืนชีพมาใช้

" โฆษณาชวนเชื่อ " เผด็จการอำมาตย์ประเทศสารขันธ์ยุคผีดิบไดโนเสาร์คืนชีพ  วีธีที่เผด็จการทหารยึดอำนาจรัฐแทบจะไม่มีเหลืออยู่ในโลกแล้ว  แต่ยังเหลือให้เห็นก็ในประเทศไทย...ซึ่งเป็นการพิสูจน์ความจริงให้ประชาชนไทยทั้งประเทศได้รู้ได้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าทำไมทหารจึงยึดอำนาจ
" ตามใบสั่งของอำมาตย์ทรราช "

การยึดอำนาจครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่อง  คือทหารรับไม้ต่อจากแก๊งค์กวนเมืองม็อบกบฎ"เทพ+เทือก" ม็อบของอำมาตย์ที่ทำงานไม่สำเร็จทั้งในและนอกสภา    ซึ่งเวลานี้เผด็จการอำมาตย์ทรราชราชาธิปไตยเสื่อมสุดๆใกล้ล่มสลายเพราะปัญหาการแย่งชิงอำนาจกันภายในครอบครัว   เมื่อแผนการต่างๆล้มเหลวเผด็จการอำมาตย์ทรราชจึงสั่งการให้ทหารยึดอำนาจเพื่อปิดประเทศทำลายล้มล้างระบอบประชาธิปไทย ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน....เหมือนในอดีตที่ผ่านมาเผด็จการอำมาตย์เคยให้ทหารทำการยึดอำนาจรัฐเข่นฆ่าประชาชนมาแล้ว ๑๘ ครั้ง   ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๑๙   ซึ่งผ่านมาเพียงแค่หนึ่งอาทิตย์ประชาชนออกมาต่อต้านแล้วทั่วประเทศ  ซึ่งคงต้องล้มเหลวอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว  

การยึดอำนาจของทหารครั้งนี้เป็นการปล้นประเทศปล้นอำนาจประชาชนโดยตรง ประชาชนไม่ยอมรับจึงออกมาต่อต้น ตาม"สิทธิและหน้าที่"ในฐานะประชาชนไทยเจ้าของประเทศร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีคนทั่วโลกที่เข้าใจสาเหตุและที่มาของปัญหาในประเทศไทยเหมือนกับประชาชนไทย    ได้ออกมาแถลงการณ์ประนามการที่ทหารยึดอำนาจครั้งนี้  

ดังนั้จึงเป็นสิทธิและหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่รักความถูกต้องยุติธรรม  มีหัวใจรักประชาธิปไตยต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องปกป้องสิทธิของตนเองที่ถูกเผด็จการอำมาตย์ทรราชปล้นเอาไป   โดยช่วยกันนำความจริงมาเปิดเผย  ช่วยกันประนามไม่ยอมรับไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกเผด็จการอำมาตย์ทรราชราชาธิปไตยพวกเหลือบที่เกาะกินผลประโยชน์ของประเทศชาติและเลือดเนื้อของประชาชน

ความสามัคคีของประชาชนคือพลังอันยิ่งใหญ่   แน่วแน่มั่นคง  ไม่หวั่นไหว  ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน  มีสติ ใช้ปัญญา ช่วยกันคิด ช่วยกันสร้าง ร่วมจับมือกันเดินหน้ามุ่งสู่จุดหมายปลายทางคือระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง...ชัยชนะเป็นของประชาชน ประชาชนจงเจริญ ประเทศไทยจงเจริญ...เผด็จการอำมาตย์ทรราชจงพังพินาศ.....

ด้วยจิตคารวะ
ราษฎรไทยผู้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไทยไม่เปลี่ยนแปลง
๓๑พ.ค.๕๗
...........................................................................................................

หมายเหตุ-ไปเจอมา  ให้อ่านประกอบ

คสช.โฆษณาหลอกประชาชนว่า"รัฐประหารกินได้"..ใครจะเชื่อ...
กลับมาโปรโมทตัวเองอีกรอบ ฮิฮิ
ผมเขียนบทความนี้เย็นวันพุธ
ถึงตอนนี้มองออกมากขึ้น แต่ก็พิสูจน์ว่าไม่ได้มองผิด
สิ่งที่ คสช.กำลังทำ คือพยายามทำให้เห็นว่า "รัฐประหารกินได้"เสียดายคิดไม่ทัน

ไม่ได้ใช้คำนี้ในบทความ "รัฐประหารกินได้"
กำลังจะมาสู้กับหลักการ "ประชาธิปไตยกินได้"
ต้องยอมรับว่าเซอร์ไพรส์เหมือนกัน กับการใช้อำนาจของ คสช.
ซึ่งรู้จักใช้ทั้งไม้นวมไม้แข็ง
แม้ด้านหนึ่ง จัดการกับผู้ต่อต้านอย่างเฉียบขาด "เชือดไก่ให้ลิงดู"
แต่อีกด้านหนึ่ง ถ้าใครยอมจำนน หรือถูกบีบให้ยอมจำนน ก็ใช้ไม้นวม
ให้ยุติบทบาท ไม่ให้เคลื่อนไหว ไม่ให้แสดงความเห็น
แต่ไม่ตามจองล้าง โดยเฉพาะนักการเมือง
ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยหรือตระกูลชินวัตร (เน้นนะครับ รัฐประหารครั้งนี้ไม่ยักมุ่งทักษิณ)

คสช.กำลังใช้อำนาจเด็ดขาด
ปิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ห้ามวิพากษ์วิจารณ์
ให้ทุกคนในประเทศนี้อยู่เฉยๆ แล้วเราจะจัดการให้เอง
ทำส่ิ่งดีๆ ให้แบบ delivery ส่งถึงบ้าน ไม่ต้องเสียค่ามอเตอร์ไซค์ 20 บาทด้วยซ้ำ

คสช.กำลังพยายามทำให้เห็นว่า "รัฐประหารกินได้"
รัฐประหารกำลังจะทำสิ่งดีๆ ให้ประเทศ

หนึ่ง ทำให้สงบ ปรองดอง ไม่ฆ่าฟันกัน
สอง ทำเมกะโปรเจกท์ รถไฟฟ้า ระบบบริหารจัดการน้ำ
ทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 (เอ๊ย ไม่ใช่ นั่นสฤษดิ์ 555) นำประเทศก้าวไกลไปโลด
 

นี่เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก เพราะ คสช.ต้องการพิสูจน์ว่า "ประชาธิปไตยไม่ได้ผล"
สำหรับประเทศนี้ ต้องใช้อำนาจเฉียบขาดเข้ามาทำสิ่งดีๆ ให้
แต่อย่าลืมว่า คสช.ต้องแบกรับความคาดหวัง
ความเรียกร้องต้องการ ของคนกลุ่มต่างๆ ในสังคม ที่สูงกว่าทุกครั้ง
สูงกว่ารัฐบาลจากเลือกตั้งด้วย โดยเฉพาะความต้องการปฏิรูปนั่นนี่สารพัด


กรุงเเทพฯ -ต่างจังหวัดฝนตกหนัก น้ำรอระบาย


กษัตริย์ทรราชคือผู้ผลิตกลุ่มทหารเผด็จการแห่งชาติ

กษัตริย์ภูมิพลและลูกชาย คือผู้ผลิตกลุ่มทหารเผด็จการแห่งชาติ ตั้งแต่สฤษดิ์ ธนรัตน์ จอมเผด็จการ โหด ถึงประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าเผด็จการ คสช.คนปัจจุบันซึ่ง ถูกสร้างขึ้นมาโดยกษัตริย์ใหม่ผู้เป็นลูกชายหัวหน้าจอมเผด็จการ เพื่อให้ทำหน้าที่ อย่างเดียวกันคือ ปล้นประเทศชาติ ปล้นประชาชน เพื่อรักษาอำนาจ และผลประโยชน์ให้แก่ หัวหน้ามาเฟียจอมโหดคือกษัตริย์ทรราช และครอบครัว...


[​IMG]

๑๙ ก.ย.๔๙  อำมาตย์ให้ทหารยึดอำนาจปล้นประเทศฉีกรัฐธรรมนูญ.

[​IMG]
๒๒ พ.ค.๕๗ อำมาตย์ให้ทหารยึดอำนาจฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญ


ประมวลภาพ กษัตริย์ใหม่ "ลูกชาย"ผู้สืบทอดอำนาจของกษัตริย์ภูมิพล
Image may contain: 3 people, people standing, shoes and indoorImage may contain: 2 people, people standing and shoes
Image may contain: 1 person, plant and outdoorImage may contain: one or more people, people standing and outdoor