onsdag 31 augusti 2022

The EU has reached an agreement on Russian visas

EU settlement on Russian visas

Of: 

Amanda Hällsten 

Paula Westerberg 

Published: Yesterday 15.40 

Updated: Yesterday 17.30 

Ann Linde.

Ann Linde. Ann Linde. Photo: LOTTE FERNVALL 

NEWS 

There was no total stop for Russian tourist visas within the EU. 

But now they agree to tear up the agreement that made the procedure simpler and cheaper. 

- This means that it will be incredibly difficult to get a visa to the EU for Russian citizens, says Ann Linde to TT. 

Since 2007, the EU has had an agreement with Russia on visa facilitation, making it easier for Russians to get visas to the EU. 

But during the EU foreign ministers' meeting in Prague today, it was decided that that agreement should be cancelled. It follows that the processing times for visas will be longer, and that the price will more than double, according to SR.

- This means that it will be incredibly difficult to get a visa to the EU for Russian citizens. There will be an incredibly sharp change in the possibilities of entering the EU for Russians, says Ann Linde to TT. 

Some EU countries would rather see a total visa freeze, but that did not happen, which was expected because the issue is dividing the EU. 

Poland, Estonia, Latvia and Lithuania say they will implement their own visa freeze for Russians if the EU does not do so, while Hungary and others are against it, SVT reports. 

Germany is also opposed and according to Euronews, the country's Chancellor Olaf Scholtz said after a meeting in Oslo with Nordic leaders that this is not the Russian people's war, but Putin's, and that one must be clear about that. 

เหตุเกิดที่ประเทศไทย..

4 ชม. 
 
บ่ายวันนี้ทนายอานนท์ ยื่นหนังสือคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมให้ตรวจสอบว่า อรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีศาลอาญาที่สั่งให้ตรวจพยานหลักฐานใหม่อีกครั้งในคดีที่ทนายอานนท์โพสต์จดหมาย #ราษฏรสาส์น ถึง ร. 10 ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้พิพากษาที่มีอำนาจออกคำสั่งในคดีว่าเป็นการแทรกแซงก้าวก่ายหรือไม่และให้ย้ายไปช่วยงานในศาลอื่นเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบ
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน, แว่นกันแดด และ ข้อความ
 
ช่วงสายวันนี้มีการรายงานว่า อนัส ดือเระ นักกิจกรรมด้านวัฒนธรรมมลายูปาตานีถูกล้อมจับจากหอพักไปตอนตี 4 ก่อนถูกปล่อยตัวมาเมื่อ 11.30 น. หลังจากมีการรายงานข่าว กอ.รมน.ภาค 4 ชี้แจงว่าแค่เชิญตัวไปสอบถามข้อมูลเพื่อหาตัวผู้ต้องหาที่กำลังหลบหนี ระหว่างสอบถามมีผู้นำชุมชนร่วมฟังด้วย

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และ ข้อความ

The climate threat Doomed zombie ice will raise the water level at least 27 cm

Doomed Zombie Ice Shock Raises Sea Levels

Of: 

Paula Westerberg 

Published: Today 13.35 

Updated: Today 15.48 

NEWS 

Scientists have for the first time been able to establish a minimum level for how much the water level will rise due to climate change. 

That will be 27 centimeters – or three times more. 

And it all has to do with something called zombie ice. 

Greenland's ice sheet is melting. We have known that for a long time. But we didn't know how much, until now. 

A study by the Geological Survey of Denmark and Greenland (GEUS) was published on Monday. Scientists have used a new method and concluded that 3.3 percent of the Greenland ice sheet will melt. That's 110 trillion tons of ice. 

According to the study, this is unavoidable, the ice is doomed, and has been called "zombie ice". 

As the zombie ice melts, sea levels will rise by an average of 27 centimeters across the globe. However, it will vary regionally, and in some areas the levels will be lower, in others even higher. 

- And 27 centimeters is only from Greenland's ice. And it is only one of several components that lead to increased water levels, says Andreas Peter Ahlstrøm, chief research consultant at GEUS.

It was, among other things, by looking at the balance of the ice that the researchers arrived at their results. Nina Kirchner, docent in glaciology at Stockholm University and director of the Tarfala research station, explains: 

- It snows in the winter, and then the glacier gets added. Then it melts in the summer. You can compare it to a bank account. And at the end of the year, you check whether you went minus or plus. A glacier always wants to be in balance. 

Andreas Peter Ahlstrøm, Geological Survey of Denmark and Greenland.

Andreas Peter Ahlstrøm, Geological Survey of Denmark and Greenland. Photo: Andreas Peter Ahlstrøm

Nina Kirchner, docent i glaciologi vid Stockholms universitet och föreståndare för Tarfala forskningsstation.

Nina Kirchner, docent in glaciology at Stockholm University and director of the Tarfala research station. Photo: Nina Kirchner 

Reaction to what has already been 

But because ice is an inert material, there is a delay in how it is affected by climate change. 

- It lags behind. What is happening now, the ice sheet will react to in many, many years, says Nina Kirchner. 

The researchers behind the study calculated how the ice balance will be affected by how the climate has been over the past 20 years. And that is precisely why they can say that this will definitely happen, because it is a reaction to climate change that has already happened. 

- So it is completely regardless of what the climate will look like in the future, says Andreas Peter Ahlstrøm. 

What this research doesn't show, however, is time. An answer to when the ice will melt and thus the water level will rise, is not given. It says in the study that it will happen in this century, which the authors have been criticized for because it is not supported by research. One of the authors has explained that it was a "qualified guess", AP writes. 

Arkivbild.

Archive image. Photo: Felipe Dana / AP 

27 cm is only the lowest level 

A water rise of at least 27 centimeters would have a major impact on society. 

- Everyone living in coastal areas would be affected. And the infrastructure in the big cities is not adapted for this. In addition, we know that extreme weather events are becoming more extreme and happening more frequently because of climate change. That together with a 27 centimeter higher water level is not so fun, says Nina Kirchner. 

And 27 centimeters is just a minimum scenario. According to the study's worst-case scenario, the water level rises by 78 centimeters. 

Are you worried? 

- No. I work with this so I have to keep distance from it. But as a private person, I am, says Nina Kirchner. 

She explains that it is a matter of us having to reverse the trend and that many and large efforts will be required. 

Do you think we will succeed? 

- I hope so. We have to.

ตามหาคนหายต้องไปถามกับหัวหน้าโจร " กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ " " I love you all the same "

 





อิทธิพล สุขแป้น หรือ ดีเจซุนโฮ หรือ เบียร์ ผู้ลี้ภัยในลาว

หายตัวไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559

ดีเจซุนโฮเคลื่อนไหวกับกลุ่มเชียงใหม่ 51 ถือว่าเป็นกลุ่มเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่ และยังเป็นผู้จัดรายการวิทยุชุมชนที่มีเนื้อหาวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์และการเมืองในช่วงเวลานั้น ดีเจซุนโฮเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 2552 ทั้งการขึ้นปราศรัยกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และการร่วมกับกลุ่มเสรีปัญญาชน โดยดีเจซุนโฮถูก คสช. เรียกให้ไปรายงานตัวตามคำสั่งคสช. ฉบับที่ 25/2557 แต่เขาเลือกที่จะลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และยังคงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหารผ่านยูทูปและเฟซบุ๊กอยู่เสมอ
 ชีวิตในช่วงที่ลี้ภัยนั้นนอกจากวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เขาทำอาชีพขายปลาร้าสับในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเขาจะเป็นคนไปส่งสินค้าเองโดยใช้รถจักรยานยนต์ที่มีตะกร้าผูกไว้ท้ายรถ

วันที่ 18 มิถุนายน 2559 ญาติของดีเจซุนโฮระบุว่า ยังได้มีการติดต่อพูดคุยกับเจ้าตัวอยู่ ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน 2559 ดีเจซุนโฮได้ไปรับประทานอาหารกับคนไทยด้วยกันในร้านแห่งหนึ่งและแยกย้ายกันกลับ มีพยานระบุว่าได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย บริเวณถนนข้างทางที่มีหญ้าขึ้นรกนั้นปรากฏรองเท้ากีฬาข้างหนึ่งของดีเจซุนโฮ และรถจักรยานยนต์จอดทิ้งไว้ในระยะห่างจากตัวร้านอาหารเพียง 1 กิโลเมตร

บุคคลที่เกี่ยวข้องกับดีเจซุนโฮสืบทราบข้อมูลมาว่า เขาถูกเจ้าหน้าที่ไทยคุมตัวไปไว้ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ แต่ติดตามสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกลับได้รับการปฏิเสธ ทั้งนี้ คสช. เองก็ยอมรับว่ามีการติดตามความเคลื่อนไหวของดีเจซุนโฮจริง แต่ปัดว่าไม่มีส่วนรู้เห็นต่อการจับกุมหรือการหายตัวไปของเขา



วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ ผู้ลี้ภัยในลาว

หายตัวไปเมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 2560

โกตี๋ เป็นแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงในจ.ปทุมธานี เขาเคยเป็นการ์ดให้แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และเป็นที่รู้จักในฐานะสาย “ฮาร์ดคอร์” โกตี๋เป็นดีเจวิทยุคลื่น FM 106.10 สถานีวิทยุ..เพื่อมวลชน..(REDGARD RADIO) เคลื่อนไหวเป็นอิสระจากนปช. ต่อมาเขาถูกออกหมายจับในคดีมาตรา 112 ก่อนจะเลือกลี้ภัยไปลาว

จอม เพชรประดับ ผู้ลี้ภัยที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาโพสเฟซบุ๊กเปิดเผยเรื่องของโกตี๋ว่า “ผมได้รับคำยืนยันจากคนที่ใกล้ชิดกับ โกตี๋ ว่าโกตี๋ได้ถูกชายชุดดำ ประมาณ 10 คน คลุมหน้าด้วยหมวกไหมพรมพร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าจับตัวไปเมื่อประมาณ 9.45 ตามเวลาท้องถิ่นในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา...”

คำบอกเล่าของจอมยังเสริมอีกว่าในการจับกุมนั้น มีชายชุดดำซุ่มอยู่รออยู่แถวละแวกบ้าน ในขณะที่โกตี๋กำลังจะลงจากรถชายชุดดำได้เข้าจับกุมคนที่อยู่ด้วยกันสามคน คือ โกตี๋, เพื่อน และภรรยาของโกตี๋เอง โดยใช้ผ้าดำคลุมหัว นำมือไขว้หลังและมัดเอาไว้ ก่อนจะทิ้งทั้งสองที่กลายเป็นพยานในที่เกิดเหตุไว้บริเวณหน้าบ้าน และนำตัวโกตี๋ไปคนเดียว

เพื่อนของโกตี๋เล่าว่า ชายชุดดำที่มาจับกุมพวกเขานั้นพูดภาษาไทยและใช้อุปกรณ์ช็อตไฟฟ้าช็อตเข้าที่ต้นคอของพวกเขา พร้อมกับการขู่ไม่ให้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ นอกจากนั้น เพื่อนทั้งสองคนนี้ยังได้ยินเสียงโกตี๋พูดว่า "โอ้ย หายใจไม่ออก" ก่อนจะไม่ได้ยินเสียงโกตี๋อีกเลย



สุรชัย แซ่ด่าน, ไกรเดช ลือเลิศ หรือกาสะลอง, ชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือ ภูชนะ ผู้ลี้ภัยในลาว

หายตัวไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2561

สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือสุรชัย แซ่ด่าน เคลื่อนไหวทางการเมืองมาตั้งแต่วัยหนุ่ม เคยเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ ระหว่างปี 2519-2524 และถูกจับ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจนกระทั่งปี 2539 เขาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารในปี 2549 ในฐานะ “แดงอิสระ” ขึ้นเวทีปราศรัยหลายครั้ง และโดนคดีมาตรา 112 รวม 5 คดี จำคุกจริง 2 ปี 7 เดือนก่อนได้รับพระราชทานอภัยโทษ หลังลี้ภัยไปลาวยังคงเคลื่อนไหวจัดรายการทางยูทูป หรือที่เรียกว่า “วิทยุใต้ดิน”

วันที่ 12 ธันวาคม 2561 เพื่อนผู้ลี้ภัยชาวลาวเดินทางไปพบทั้งสามที่บ้านพักแต่ไม่พบ หลังจากนั้นหนึ่งวันพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น จะเดินทางเพื่อประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการไทย-ลาว (Joint Cabinet Retreat: JCR) ครั้งที่ 3 และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ที่นครเวียงจันทร์ เพียงหนึ่งวัน

ผ่านไป 17-18วัน ถึงปรากฏภาพศพลอยติดฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งกลายเป็นข่าวดังในปีนั้น

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561 บริเวณตำพลท่าจำปา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พบศพนิรนามศพแรก ตามมาด้วยศพที่สอง บริเวณตลิ่งใกล้บริเวณตลาดนัดไทย - ลาว อำเภอธาตุพนม จ.นครพนม ในวันที่ 27 ธันวาคม และพบศพที่สามที่บ้านสำราญเหนือ ต.อาจสามารถ จังหวัดนครพนม ในวันที่ 29 ธันวาคม โดยภายหลังศพที่พบในวันที่ 26 ธันวาคมนั้นถูกกระแสน้ำพัดพาหายไป แม้จะมัดเชือกป่านไว้กับไม้ริมตลิ่งก็ตาม

เมื่อตรวจดีเอ็นเอแล้ว พบว่า สองศพนั้นตรงกับชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือสหายภูชนะ และไกรเดช ลือเลิศ หรือกาสะลอง สภาพทั้งสองศพนั้นคล้ายกัน คือถูกใส่กุญแจมือไขว้ไว้ด้านหน้า ลำคอถูกรัดด้วยเชือกป่าน ถูกของแข็งทุบใบหน้า คว้านท้องยัดด้วยเสาปูนยาว 1 เมตร ห่อด้วยกระสอบป่าน เย็บติด 2-3 กระสอบแล้วหุ้มด้วยตาข่าย ยังไม่มีการยืนยันถึงความเป็นอยู่ของสุรชัย

"อาจารย์พูดไว้ตั้งแต่สมัยนู้นแล้วว่า การปฏิวัติเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยมีอยู่สามอย่าง ไม่ตายก็ติดคุก ไม่ติดคุกก็ต้องหนีการไล่ล่า ป้าทำใจตั้งแต่ยังไม่แต่งงานกับอาจารย์" ป้าน้อย ภรรยาของสุรชัยให้สัมภาษณ์กับ BBC News

ไกรเดช ลือเลิศ เขาเคยเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มนปช. หรือแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ รวมถึงเป็นทีมงานถ่ายทอดสดการชุมนุมและเวทีเสวนาต่างๆ ทั้งของกลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มนักวิชาการตั้งแต่ช่วงหลังการรัฐประหารปี 2549 ไกรเดชเป็นคนมีความรู้และเชี่ยวชาญในเรื่องระบบไอที ทำให้เขาเป็นคนคอยช่วยเหลือการถ่ายทอดสดออนไลน์ของสุรชัยในช่วงก่อนและหลังลี้ภัย
ชัชชาญ บุปผาวัลย์ ก่อนหน้าเขาไม่ได้สนใจการเมืองเท่าไหร่นัก จนกระทั่งมีการจัดกิจกรรมชุมนุมขึ้นในพื้นที่กรุงเทพ กับความคิดที่ว่า ‘ในที่ชุมนุมน่าจะขายของได้’ ทำให้เขาเริ่มโฆษณาติดตั้งจานดาวเทียมในม็อบพันธมิตร ก่อนจะสนใจการปราศรัยของกลุ่มนปช. หรือแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ทำให้้นอกจากไปร่วมชุมนุมแล้วเขายังรับติดตั้งจานดาวเทียมให้กับช่องเสื้อแดงอีกด้วย จนกระทั่งในปี 2551 ชัชชาญเคยลงสมัครเลือกตั้งท้องถิ่น. และช่วยงานนักการเมืองในภาคอีสานหาเสียง หลังลี้ภัยชัชชาญเลือกที่จะอยู่ที่ไซยะบุรี ก่อนจะย้ายมาอยู่ร่วมกับสุรชัย แซ่ด่าน และเริ่มจัดรายการวิทยุใต้ดิน ที่เวียงจันทร์

ในวันที่ 12 ธันวาคม 2563 ชัชชาญบอกกับบุตรชายทางไลน์ว่าจะหายไป 3 วัน หลังจาก 3 วันก็ยังไม่มีใครสามารถติดต่อเขาได้ จนกระทั่งวันที่ 23 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของชัชชาญ บุตรชายก็ยังไม่สามารถติดต่อผู้เป็นพ่อได้หลังจากนั้นไม่กี่วันถึงพบ 2 ศพลอยบริเวณแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนมในช่วงปลายเดือนธันวาคม

“สงกรานต์ปีที่เขาตาย ผมไปเจอเขา ก่อนกลับน้องชายก็เข้าไปกอด แล้วเรียกให้ผมไปกอดพ่อ พ่อก็บอกว่า “ไม่ต้องกอดๆ” เหมือนแค่มองตาเราก็เข้าใจกันแล้วไม่ต้องแสดงออก” กึกก้อง บุปผาวัลบ์ บุตรชายของชัชชาญ ให้สัมภาษณ์กับทาง the101.world


ชูชีพ ชีวสุทธิ์ หรือลุงสนามหลวง, กฤษณะ ทัพไทย หรือ สหายยังบลัด
และสยาม ธีรวุฒิ หรือ สหายข้าวเหนียวมะม่วง ผู้ลี้ภัยในลาว


หายตัวไปเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562

ชูชีพ ชีวสุทธิ์ เคยประธานชมรมนิยมไทย ที่มีการแสดงออกต่อเหตุการณ์ความรุนแรงในอดีตและปัจจุบัน เช่น ร่วมติดโปสเตอร์และแจกใบปลิวเปิดโปงกรณีการจับผู้ต้องสงสัยว่าร่วมกับคอมมิวนิสต์มาฆ่าและเผาในถังน้ำมัน 200 ลิตร หรือ เหตุการณ์ ‘ถีบลงเขาเผาลงถังแดง’ ที่ภาคใต้ ช่วงหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เขาเลือกที่จะเข้าป่าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ในเขตอีสานใต้ ภายหลังจากออกจากป่าชูชีพทำธุรกิจส่วนตัว และจัดรายการวิทยุวิเคราะห์การเมืองไทย ในวันที่ 20 สิงหาคม 2551 ศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติหมายจับชูชีพ ในข้อหามาตรา 112 ชูชีพเลือกที่จะลี้ภัยออกนอกประเทศ
สยาม ธีรวุฒิ เด็กหนุ่มวัย 29 ปี อดีตนักกิจกรรมกลุ่มประกายไฟ เคยเกี่ยวข้องกับละครเวทีเรื่อง “เจ้าสาวหมาป่า” หลังลี้ภัยไปในปี 2557 เข้าร่วมจัดรายการวิทยุกับผู้ลี้ภัยคนอื่นด้วย

กฤษณะ ทัพไทย เคยเข้าป่าอีสานใต้ หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ก่อนจะออกมาทำอาชีพทำป้ายโฆษณา โดยกฤษณะถูกทางการกล่าวหาในคดีความเกี่ยวกับความมั่นคง

9 พฤษภาคม 2562 'เพียงดิน รักไทย' หนึ่งในผู้ลี้ภัยทางการเมืองเปิดเผยผ่านช่องทางยูทูปว่า ทั้งสามคนถูกจับกุมที่เวียดนามเมื่อเดือนมกราคม 2562 ถูกส่งตัวกลับไทยแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้า คาดว่าการจับกุมสืบเนื่องมาจากทั้งสามคนใช้พาสปอร์ตอินโดนีเซียปลอมเดินทางเข้าเวียดนาม เหตุที่ต้องข้ามจากลาวไปเวียดนามอาจเป็นเพราะมีเจ้าหน้าที่ไม่ทราบฝ่ายพยายามที่จะติดตามและกวาดล้างกลุ่มผู้ลี้ภัยทางการเมืองในลาว


วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยในกัมพูชา

หายตัวไปเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563

วันเฉลิม อายุ 37 ปี เจ้าของเพจเฟสบุ๊ค ‘กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษินแน่ๆ’ เคยเป็นนักกิจกรรมด้านสังคม ที่ทำงานร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนหลายด้าน เช่น ด้านเด็กและเยาวชน รณรงค์ ป้องกันเอชไอวี และเอดส์ เขาเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่พักอาศัยอยู่ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และกำลังทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร

‘โอ๊ย หายใจไม่ออก’ เป็นเสียงสุดท้ายที่สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของวันเฉลิมได้ยินทางโทรศัพท์ ก่อนสายจะตัดไป เธอได้เล่าว่า วันเฉลิม ถูกอุ้มหายตัวไปจากหน้าคอนโด ที่กรุงพนมเปญ เมื่อเย็นวันที่ 4 มิถุนายน 2564 ขณะเดินลงมาซื้อลูกชิ้นปิ้งหน้าคอนโด และได้กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามเข้าไปช่วย แต่กลุ่มคนที่มาอุ้มตัวมีอาวุธปืนด้วย โดยหลังจากสายโทรศัพท์ตัดไปแล้ว เธอพยายามโทรกลับไปหลายสายและติดต่อกับทางเพื่อนของน้องชาย จึงได้ทราบว่าวันเฉลิมได้หายตัวไป

กรณีของวันเฉลิมกลายเป็นข่าวดัง เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆ พี่สาวเป็นผู้คุยโทรศัพท์อยู่ในจังหวะที่ถูกอุ้ม และมีภาพในกล้องวงจรปิดบันทึกช่วงเวลาเกิดเหตุไว้ได้ แม้จะมีการร้องเรียนต่อทั้งทางการไทยและกัมพูชา โดยองค์กรทั้งไทย กัมพูชา และองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง แต่ก็ไม่อาจตามตัวจนพบได้


ผ่านไปหลายปี คนที่ถูก “อุ้มหาย” ก็ยังไร้ร่องรอย มีหลายชีวิตยังคงไร้ร่าง ไร้เสียงจนถึงปัจจุบัน

วีรบุรุษผู้ยุติสงครามเย็น ที่สูญสิ้นศรัทธาจากประชาชนในประเทศ

จากวีรบุรุษผู้ยุติสงครามเย็น สู่ผู้นำคนสุดท้ายของสหภาพโซเวียต ที่สูญสิ้นศรัทธาจากประชาชนในประเทศ
.
มิคาอิล กอร์บาชอฟ ได้ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 91 ปี ในวันที่ 30 ส.ค. 2022
.
อ่านรายละเอียดได้ทางนี้ https://bbc.in/3RjKkFZ

อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน และ ข้อความ

........................................................
 
เฉพาะ 7 พรรคการเมืองมีที่นั่งในสภาปัจจุบัน และแกนนำพรรคได้เปิดเผยจำนวนเก้าอี้ ส.ส. เป้าหมายในการเลือกตั้ง 2566 พบว่า พวกเขาตั้งเป้าหิ้ว ส.ส. เข้าสภารวมกันถึง 785 เสียง จากที่นั่งที่มีอยู่จริง 500 เสียง
 
เสียงในสภาเปลี่ยนไปอย่างไรจากเลือกตั้ง 62 ถึงเลือกตั้ง 66
 
bbc.com
เสียงในสภาเปลี่ยนไปอย่างไรจากเลือกตั้ง 62 ถึงเลือกตั้ง 66

 

ดัชนีข้าวแกงชี้! รัฐบาล 'ประยุทธ์' ประมาทราคาอาหารแพง - #มองโลกมองไทย

 

#TheDailyDose (31ส.ค.65) Mikhail Gorbachev ให้เสรีภาพแก่ประชาชน ปลดแอก Iron Curtain

 

#ใบตองแห้งOnAir LIVE! (31 ส.ค.2565) 7 วันไม่มีประยุทธ์ ประเทศก็อยู่ได้

 

#Overview ประจำวันที่ 31 สิงหาคม 2565

#TalkingThailand ประจำวันที่ 31 สิงหาคม 2565

LIVE! ตาสว่าง (31 ส.ค.65) : เปิดชื่อแคนดิเดทนายกยุคหลัง 3 ป. 'ภูมิใจไทย' ปะทะแพทย์ชนบท

 

#WakeUpThailand ประจำวันที่ 31 สิงหาคม 2565

tisdag 30 augusti 2022

Details: Trump's secret "info" about Macron's sex life

The FBI seized secret files on Macron 

Of: 
 
Paula Westerberg Published: Today 20.25 
 
NEWS 
 
The FBI seized hundreds of classified documents that Donald Trump kept at Mar-a-Lago. 
 
One file is called "Info re: President of France". 
 
And ex-president Trump allegedly bragged about having "secret information about Emmanuel Macron's sex life". 

During one night earlier in August, the FBI conducted a raid on Donald Trump's luxury residence Mar-a-Lago. The raid was unannounced and, according to CNN, must have been connected to an investigation into Trump's handling of official documents. 
 
Now  reports Rolling Stonethe that the list of documents the FBI got after the raid has raised some questions. There is a document called "info re: President of France". 
 
And according to information to Rolling Stone, Donald Trump, both during his time as president and afterwards, should have boasted that he had secret information about Emmanuel Macron's sex life.
 
Dokumenten ska innehålla information om Emmanuel Macron.
 
The documents must contain information about Emmanuel Macron. Photo: Henrik Montgomery/TT 
 
Caused "freakout" 
 
Trump is also said to have said that he received some of the information about the French president through "intelligence" that he saw or was informed about, two sources with insight into the matter told Rolling Stone. 
 
However, it is not clear whether the document "info re: President of France" even deals with Emmanuel Macron's private life.
 
Donald Trump ska ha skrutit om att ha haft ”hemliga uppgifter om Emmanuel Macrons sexliv”.
 
Donald Trump allegedly boasted about having "secret information about Emmanuel Macron's sex life". Photo: Chris Seward/AP 
 
Still, the document's very existence has caused a "freakout," two other sources told Rolling Stone. Both France and the United States wanted to find out if it was about some kind of crime against national security. And Trump's earlier statements that he knows things about Macron's sex life fueled the situation further. 
 
But when Trump reportedly bragged about what he knew about Macron's sex life, he was generalizing and not being specific. 
 
- It is often difficult to know whether he is lying or not, says one of the sources to Rolling Stone.

ใบตองแห้ง: ตู่หมดความจำเป็น? / กาฝากรัฐราชการ

ประยุทธ์หมดความจำเป็นหรือยัง? ระบอบอำนาจที่สถาปนาขึ้นจากรัฐประหาร 2557 และรัฐธรรมนูญ 2560 ยังจำเป็นต้องใช้ประยุทธ์เป็นผู้นำหรือไม่ ประยุทธ์ยังมีประโยชน์ หรืออยู่ต่อไปจะเป็นโทษเป็นภัย ต่อเครือข่ายอนุรักษนิยม “อำนาจเหนือประยุทธ์”

แน่ละ นี่เป็นประเด็นการเมือง ที่ศาลรัฐธรรมนูญคงยืนยันว่าไม่มีผลต่อการวินิจฉัย แต่ในทางการเมือง ย่อมมีผลต่อการวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ว่าจะแตกต่างอย่างไร ระหว่างประยุทธ์อยู่หรือไป

รัฐประหาร 2557 เกิดเพื่อคุ้มครองการเปลี่ยนผ่าน รัฐธรรมนูญ 2560 ถอยหลัง “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ไปครึ่งก้าว เลือกตั้ง 62 ใช้ 250 ส.ว.โหวตนายกฯ สถาปนา “ประชาธิปไตยเสมือน” ประยุทธ์และทีมงานรัฐประหารกวาดต้อนสมคบนักการเมืองอุปถัมภ์ ต่างตอบแทนผลประโยชน์ ทำลายพรรคฝ่ายประชาธิปไตยทั้งด้วยสูตรคำนวณเศษมนุษย์ ยุบพรรค ดูด ส.ส.

2 ปีที่ผ่านมา เกิดการลุกฮือของคนรุ่นใหม่ “ทะลุเพดาน” แต่ถูกปราบปรามอย่างหนักหน่วง ทั้งการใช้กำลัง คฝ. รถฉีดน้ำ กระสุนยาง และตั้งข้อหาร้ายแรง จับกุมคุมขัง หน่วงเหนี่ยว กว่าจะให้ประกัน

ถามว่าถึงวันนี้ “เอาอยู่” หรือยัง แน่ใจนะว่าคนรุ่นใหม่จะไม่เป็นภัย แน่ใจนะว่าไม่ต้องใช้ประยุทธ์แข็งกร้าวเป็นผู้นำรัฐอำนาจนิยม เพื่อควบคุมประชาชนให้อยู่ในโอวาท

คำถามแรกคือ ถ้าประยุทธ์มีอันเป็นไป ระบอบอำนาจนี้จะยังคงเป็นรัฐอำนาจนิยม แต่เปลี่ยนตัวผู้นำ เป็นนายกฯ นั่งหลับ หรือเป็นหนูบุรีรัมย์ จะ match กันไหม

อย่าลืมว่าประยุทธ์คือสัญลักษณ์ของ “รัฐเป็นบิดา” ตั้งตัวเป็นญาติผู้ใหญ่สอนสั่งอบรม ซึ่งหาคนบุคลิกใกล้เคียงได้ยาก ที่จะเป็นที่ยอมรับของรัฐราชการ ฝ่ายความมั่นคง

คำถามต่อมา งั้นอำนาจที่ประยุทธ์รับใช้อยู่ จะยอมรับการปรับเปลี่ยนไปสู่ผู้นำที่แข็งกร้าวน้อยกว่า ประนีประนอมกว่า การใช้อำนาจอย่างยืดหยุ่นกว่า ได้หรือไม่

ในระยะต่อไปคือเครือข่ายอำนาจอนุรักษ์จะยอมรับรัฐบาลจากเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ว่าพรรคไหนชนะ เพราะถึงอย่างไร 250 ส.ว.ก็อยู่ได้แค่ปี 2567

ว่าอันที่จริง รัฐประหาร 57 คงไม่ได้วางแผนอยู่ยาว 5+3 ปี จนหอกย้อนมาทิ่มก้นประยุทธ์เช่นวันนี้ แต่มันผิดแผนเพราะการถอยหลังประชาธิปไตยสวนทางสังคมที่เปลี่ยนไปข้างหน้า จนย้อนแย้งรุนแรง

ความต้องการของเครือข่ายอนุรักษ์คือออกแบบประชาธิปไตยถอยหลัง แล้วกลับสู่เลือกตั้ง สืบทอดอำนาจรัฐประหารไปช่วงหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนคุ้นชินกับ “แอก” กับการมีอำนาจและมีสิทธิเสรีภาพน้อยลง กว่าที่เคยมีมาหลายสิบปี (ซึ่งก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยเต็มใบอยู่แล้ว แต่นี่ยิ่งน้อยลงอีก) จากนั้นค่อยปล่อยมือ

แต่กลับปล่อยมือไม่ได้ เพราะยิ่งบานปลายเช่นเกิดม็อบราษฎร ทะลุเพดานอย่างไม่เคยคาดคิดกันมาก่อน

เครือข่ายอำนาจซึ่งต้องใช้ประยุทธ์เป็นผู้นำแข็งกร้าวมา 8 ปี จึงไม่มีทางลง จนมาถึงจุดที่ต้องใช้ประยุทธ์ต่อไป หรือจะเปลี่ยน เปลี่ยนแค่ไหน

ระบอบที่รัฐประหารและรัฐธรรมนูญวางไว้นั้นเปรียบเหมือนหัวหอมซ้อนเป็นชั้นๆ อำนาจรัฐราชการ ทหาร ตำรวจ กระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ 250 ส.ว. โดยมีประยุทธ์เป็นเหมือนก้อนหินใหญ่ทับไว้ เป็นโครงสร้างที่ใครอย่าแตะ

ถ้าเปลี่ยนประยุทธ์ จะยอมให้รื้อโครงสร้างนี้หรือไม่ เอาง่ายๆ แค่แก้รัฐธรรมนูญยังไม่ยอม จะยอมให้ปฏิรูปกองทัพ รื้อองค์กรอิสระ รื้อกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ มองยาวไปคือ จะยอมให้พรรคฝ่ายค้านเข้ามาเป็นรัฐบาลหรือไม่ เป็นแล้วรื้อโครงสร้างได้แค่ไหน หรือได้แค่เป็นรัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง แล้วต้องพนมมือทุกสารทิศ ยอมรับโครงสร้างเดิม

เช่น ไหนๆ 250 ส.ว.ก็จะอยู่แค่ปี 2567 จะต้องแก้รัฐธรรมนูญทำไม

ประยุทธ์อยู่หรือไปจึงต้องมองเครือข่ายอำนาจด้วย ยอมหรือไม่ ไม่ยอมแล้วจะทำอย่างไร จะปรับเปลี่ยนอย่างไร ถ้าเปลี่ยนประยุทธ์ แล้วจะประนีประนอมหรือไม่ เช่นลดละเลิกการใช้ 112,116 (โทษประยุทธ์คนเดียว? ประยุทธ์เอากลับมาใช้ใหม่) หรือจะกลายเป็นฉวยโอกาสการเมืองผ่อนคลาย กวาดเข้าคุกให้หมดเสี้ยนหนาม

ระบอบประยุทธ์ไม่ใช่ประยุทธ์คนเดียว เพียงแต่ตัวประยุทธ์มีความสำคัญเพราะเหมือนก้อนหินใหญ่วางทับฐานราก ถ้าประยุทธ์ถูกขุดทิ้งไปคือโอกาสรื้อโครงสร้าง แต่เครือข่ายอนุรักษ์จะยอมไหม ถ้าประยุทธ์ถูกขุดทิ้งไปแล้วพอใจกับการไล่ประยุทธ์คนเดียว ก็กลายเป็นภาพลวงตารอบใหม่

พูดให้ถึงที่สุด ขบวนไล่ประยุทธ์มี 2 แนวทาง แนวหนึ่งคือมุ่งรื้อโครงสร้าง แก้รัฐธรรมนูญ ไปสู่การปฏิรูปทั้งระบบ

อีกแนวหนึ่งคือทุกอย่างประยุทธ์ทำคนเดียว รัฐประหารคนเดียว ป้อม ป๊อก ไม่เกี่ยว สืบทอดอำนาจคนเดียว ถวายสัตย์ไม่ครบก็ผิดคนเดียว ฉวยโอกาสแปดปีประชาชนเบื่อหน่ายสุดๆ กับความไร้ประสิทธิภาพ ไร้สมอง ไร้ฝีมือ ไล่ประยุทธ์แล้วเริ่มต้นใหม่ ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เดินหน้าสู่เลือกตั้ง รู้รักสามัคคี บลาๆๆ

มองไปข้างหน้าแล้วประเมินสถานการณ์ ยังไม่เชื่ออยู่ดีว่า เครือข่ายอำนาจจะยอมให้ปรับเปลี่ยนประยุทธ์ เพราะเป็นการถอยก้าวใหญ่ แล้วไม่ใช่แค่ก้าวเดียว

ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ประยุทธ์ตกเก้าอี้ เครือข่ายอนุรักษ์จะถูกรุกให้ถอยอีก แต่ถ้าประยุทธ์ไม่หลุด ก็จุดชนวนที่ย้อนเป็นภัยต่อเครือข่ายอำนาจเช่นกัน

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์ www.khaosod.co.th/politics/news_7231818

2022-08-30 22:22

ตำรวจหญิงทารุณทหารหญิง อ้างเป็นกิ๊ก ส.ว. ฝากเข้าเป็นทหารแล้วขอตัวไป “ช่วยราชการ” เป็นคนรับใช้ ตำรวจหญิงอยู่ราชบุรี แต่ชื่ออยู่ใต้ ได้รับทั้งค่าเสี่ยงภัย เงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ อายุราชการทวีคูณ แถมน่าสงสัยว่าเข้ารับราชการตำรวจได้อย่างไร

นี่ไม่ใช่คดีทำร้ายร่างกายแล้วจบ เพราะสังคมตั้งคำถามทั้งตำรวจ ทหาร ส.ว. ว่าใช้อภิสิทธิ์ฝากเมียน้อยฝากคนใช้เข้ารับราชการง่ายๆ ได้อย่างไร กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทำไมสมยอมให้อ้างชื่อ ได้สิทธิพิเศษบนหยาดเหงื่อคราบเลือดทหารตำรวจที่เสี่ยงภัยจริง

“ภาษีกู” ทั้งนั้นที่เอาไปเลี้ยงเมียน้อยจ้างคนใช้

ที่สำคัญ คนทั้งประเทศเชื่อว่า ไม่ได้มีแค่รายเดียว การใช้อภิสิทธิ์เส้นสายฝากเข้าทหารตำรวจน่าจะมีเต็มไปหมด ถ้า ส.ว.ฝากได้ นายพลก็ฝากได้ อาจเป็นลูกหลานญาติมิตรเอื้อเฟื้อมีน้ำใจ อาจเป็นทหารตำรวจแล้วทำตัวดีไม่ทารุณใคร ไม่เป็นข่าวฉาว จับไม่ได้ ทั้งที่ใช้อภิสิทธิ์เป็นกาฝาก “ภาษีกู”

ราชการฝากได้ไหม ได้ วิ่งเต้นเส้นสายเต็มไปหมด แต่อย่างน้อยราชการต้องผ่านสนามสอบใหญ่ เช่นสอบ ก.พ. สอบครู ถ้าฝากได้คือเป็นลูกจ้างก่อนแล้วค่อยดิ้นสอบบรรจุ แต่ตำรวจทหาร โดยเฉพาะสายงานธุรการ ใช้ข้ออ้างขาดแคลนบ้างเปิดรับพิเศษบ้างพิจารณาโดยคณะกรรมการ ไม่มีสอบแข่งขัน หรือสอบเป็นพิธี ไม่เปิดรับสมัครวงกว้าง

แน่จริงกล้าไหม ตำรวจทหารสายธุรการที่กินเงินภาษีอยู่ทุกวันนี้ ที่ไม่ได้จบ จปร.หรือสามพราน ไม่ได้ผ่าน ร.ร.นายสิบ ลองเปิดเผยชื่อนามสกุลดูซิ ลูกหลานใคร

ทหารไทยนั้นมีลักษณะพิเศษ คือหัวโต พุงโต นายพลเพียบ งานธุรการซ้ำซ้อน กำลังรบหลักแบบ พล.1 พล.2 พล.9 พล.ม. เป็นกำลังพลส่วนน้อย ที่ขยายใหญ่คืองานกิจการพลเรือน ความมั่นคงภายใน แล้วก็มีฝ่ายการเงิน ธุรการ สารบรรณ เต็มไปหมด

พูดง่ายๆ ไม่มีใครฝากลูกฝากเมียเข้าหน่วยรบหรอก มีแต่ฝากเข้าธุรการสารบรรณหรือกิจการพลเรือนอย่างลูกหลานจันทร์โอชา

แล้วก็ไม่มีใครฝากลูกฝากเมียไปอยู่ชายแดนใต้ มีแต่ชื่อ หรือโฉบไปโฉบมา เพื่อเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง อย่างที่เคยมีข้อกล่าวหารอง ผบ.ตร.คนดัง

พูดให้ถึงที่สุดจึงเป็นปัญหาโครงสร้างของทหารตำรวจ ใหญ่เทอะทะ อำนาจมาก ตรวจสอบไม่ได้ งบไม่อั้น ต่างจากครู ที่ถูกคุมอัตราด้วยจำนวนนักเรียน จนเกิดดราม่า ประกาศจ้างครูช่วยสอนเดือนละ 3,500 หมอพยาบาล ก็ถูกคุมอัตราด้วยงบบัตรทอง ตามรายหัวประชากร ถ้ามีมากเกิน ร.พ. “ขาดทุน”

ดังนั้น ถ้าปลัดอธิบดีฝากกิ๊กไปอยู่ ร.พ.หนองอีแหนบ แล้วขอตัวมาช่วยราชการที่บ้าน หมอพยาบาลจะโวยแหลกเพราะถูกกินแรง แต่ตำรวจสันติบาล โรงเรียนช่างฝีมือทหาร ไม่ยักเดือดร้อน

กอ.รมน.ก็เหมือนกัน ทหารตำรวจชายแดนใต้ ไม่ยักเรียกร้องผู้บังคับบัญชาให้ตรวจสอบรายชื่อ ว่าใครบ้างมาแขวนชื่อไว้เอาเบี้ยเสี่ยงภัยนับอายุราชการทวีคูณเพื่อเลื่อนขั้น

พูดกันจริงๆ ทหารตำรวจชายแดนใต้มีมากเกินไป เพราะใช้การทหารนำการเมือง ใช้กำลังกดปราบ วิสามัญ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นแค่คำขวัญ ยิ่งไม่สงบยิ่งเพิ่มงบเพิ่มอำนาจทหาร

กอ.รมน.มีไว้ทำไม ใช้งบปีละ 5,400 ล้าน 20 ล้านจัดงานแสดงดนตรีให้ตู่สะอื้น กอ.รมน.เป็นหน่วยงานตกค้างจากยุคสงครามเย็น ทำ propaganda ปฏิบัติการจิตวิทยา จัดตั้งมวลชนต่อต้านคอมมิวนิสต์ แต่สงครามสงบ 40 ปี ยังไม่ยุบ กอ.รมน. เปลี่ยนเป็นกลไกต่อต้านเสรีภาพประชาธิปไตย ปกป้องอำนาจอนุรักษนิยม

ตลกร้ายคือรัฐราชการไทยที่อ้างคุณธรรม เอาเข้าจริงมีอภิสิทธิ์เหลื่อมล้ำ แม้กระทั่งข้าราชการกันเอง ข้าราชการบางหน่วยทำงานหนัก ไม่ได้เงินพิเศษ บางหน่วยแทบไม่ต้องทำอะไร ได้เบี้ยประชุม

เงินพิเศษในระบบราชการมีอะไรบ้าง เงินประจำตำแหน่ง รถประจำตำแหน่ง (หรือค่าตอบแทนเหมาจ่ายรถประจำตำแหน่ง) ซึ่งดูเผินๆ เหมือนมีหลักเกณฑ์ เฉพาะข้าราชการระดับสูง เช่น อธิบดี ปลัดกระทรวง ซึ่งมีไม่กี่คน

แต่พอแยกโครงสร้าง แล้วไปดูตัวเลขจริง กระทรวงกลาโหมมีนายพลเทียบเท่าอธิบดีถึง 244 คน ศาลยุติธรรมมีผู้พิพากษาชั้นสี่ ได้ค่าตอบแทนเท่าปลัดกระทรวง พันกว่าคน อัยการก็น่าจะเป็นพันคน

องค์กรอิสระ พรรคก้าวไกลเพิ่งอภิปรายงบศาลรัฐธรรมนูญ ขอซื้อรถประจำตำแหน่งประธาน 8 ล้าน ตุลาการมีรายได้ 5.3 แสนต่อเดือน รวมเงินเดือนเงินประจำตำแหน่งค่ารับรองเบี้ยประชุมและเงินบำเหน็จ

ค่ารับรองเหมาจ่าย เดือนละ 5 หมื่นกว่าบาท ได้ทุกองค์กรอิสระ โดยเพิ่งจะมีในรัฐธรรมนูญ 60

เบี้ยประชุมก็มีคำถาม ประชุมในเวลาราชการทำไมต้องจ่ายเบี้ย ประชุมออนไลน์ก็ได้ จนเคยเกิดดราม่า ป.ป.ท.ประชุมไต่สวนจำนำข้าว ประชุม 2 ครั้งขอเบี้ย 7 หมื่นเพราะอ้างว่าประชุม 47 สำนวนพร้อมกัน ค่าปราบโกงนะนั่น

สินบนนำจับ จับของเถื่อน จับยาเสพติด เคยเห็นไหม ตำรวจ-ป.ป.ส.-ปปง.-ศุลกากร เข้าชื่อยาวเฟื้อย เพื่อแบ่งรางวัลและได้เลื่อนขั้น จับจริงไม่ว่ากัน แต่ผู้กำกับโจ้รวยหลายร้อยล้านเพราะอ้างว่านำยึดรถหรู คิดว่าผู้กำกับโจ้ทำคนเดียวเท่านั้น?

รัฐราชการไทยไม่ได้มีกาฝากแค่กิ่งสองกิ่งหรอก เผลอๆ เป็นพุ่มใหญ่กว่าต้นไม้ด้วยซ้ำ

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์ www.khaosod.co.th/politics/news_7233779