Saint-Just อธิบายว่า กษัตริย์นั้นเป็นทรราชโดยธรรมชาติและโดยตัวของมันเอง เราไม่ต้องพิจารณาเลยว่าการกระทำของกษัตริย์หรือการบริหารราชการแผ่นดินของ กษัตริย์มีความผิดทางอาญาหรือไม่ ....... คัดมาจากบทความตอนหนึ่งของการเสวนาของคณะนิติราษฎร์ เมื่อ ๓๐ กย. ๒๕๕๕ ( จากการอธิบาย ของ Saint - just เราก็สามารถสรูปได้ว่า ภูมิพลก็คือ " ทรราชและ อาชญากรรมนิรันดร " ต่อประชาชนเพราะปล้นอำนาจมาจากปวงชนชาวไทย )
วิจารณ์ลักษณะที่สอง ในสังคมการเมือง อำนาจเป็นของประชาชนเสมอ เพียงแต่ว่ายุคใดสมัยใด อำนาจนั้นจะถูก “แย่งชิง” ไปหรือไม่ หรือประชาชนจะมอบอำนาจนั้นให้แก่ใคร ดังนั้น หากจะย้อนกลับไปหาความเป็นเจ้าของอำนาจ ในท้ายที่สุดก็จะเจอประชาชนในฐานะเจ้าของอยู่ดี การอ้างว่ากษัตริย์เป็นผู้ทรงอำนาจ เป็นผู้ปกครอง มาตั้งแต่นมนาน ในสังคมการเมืองหนึ่งอาจไม่เคยขาดซึ่งสถาบันกษัตริย์เลย นั่นอาจเป็นการอ้างตามประวัติศาสตร์ของพวกราชาชาตินิยม ประวัติศาสตร์ของเจ้า ไม่จำเป็นต้องเป็นโค้ดของเรา Saint-Just อธิบายว่า กษัตริย์นั้นเป็นทรราชโดยธรรมชาติและโดยตัวของมันเอง เราไม่ต้องพิจารณาเลยว่าการกระทำของกษัตริย์หรือการบริหารราชการแผ่นดินของ กษัตริย์มีความผิดทางอาญาหรือไม่ ถ้ากษัตริย์เป็นทรราช นั่นไม่ใช่เพราะความผิดจากการบริหารราชการแผ่นดินของเขา แต่เขาเป็นทรราชก็ด้วยลักษณะของความเป็นกษัตริย์นั่นแหละ
Saint-Just
เสนออย่างชาญฉลาดว่า การที่กษัตริย์ยึดครองอำนาจสูงสุดของประชาชนไปใช้เอง
นั่นแสดงให้เห็นว่าลักษณะของความเป็นกษัตริย์เป็นอาชญากรรมนิรันดร (crime
éternel) ต่อประชาชน
มนุษย์จึงย่อมมีสิทธิสัมบูรณ์ในการลุกขึ้นสู้และติดอาวุธ Saint-Just
อธิบายว่า ไม่มีใครสามารถครองราชย์ได้อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง เพราะ
กษัตริย์ทั้งหลายล้วนแล้วแต่เป็นกบฏและเป็นผู้แย่งชิง (usurpateur)
อำนาจของประชาชนไป
หรือในประกาศคณะราษฎร
“ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศของเรานี้เป็นของราษฎร
ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง
บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศมีอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก
พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบ และกวาดรวบทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน
เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎร เพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั้นเอง”
หากพิจารณาตามแนวทางนี้ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนหรือไม่ เพราะ อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนเสมอ ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตลอดกาล เพียงแต่ว่าบางช่วงบางตอน ถูก “ฉกฉวยแย่งชิงขโมย” ไป และสักวันหนึ่ง ประชาชนก็เอากลับคืนมาจนได้
.........................................................
Thai E-News
ฟังความเห็นม็อบ 2 แบบ- แบบ REDEM (ไม่มีแกนนำ) กับ แบบ #เดินทะลุฟ้า (มีแกนนำ)

Atukkit Sawangsuk
5h ·
ม็อบวันนี้มากกว่าหรือน้อยกว่าเมื่อวาน
บางคนว่าเท่าๆกันเพราะที่มันกว้าง
บางคนว่าเมื่อวานมากกว่า
แต่ที่แน่ๆ องค์ประกอบต่างกัน
เมื่อวานน่าจะคนหนุ่มสาวมากกว่า
วันนี้สัดส่วนคนมีอายุมากขึ้น
แม้บางคนอาจมาทั้งสองม็อบ
:
จุดต่างคือ #เดินทะลุฟ้า เป็นม็อบที่มีแกนนำ
นอกจากไผ่ ก็มีเครือข่าย People Go
มี NGO นักวิชาการ ผู้อาวุโสร่วมหลายราย
ซึ่งในเนื้อหาแม้ชูยกเลิก 112 ปล่อยเพื่อนเรา
แต่ไม่ได้ท้าทายล่อแหลมแบบ "เผาขยะ"
#เดินทะลุฟ้า จึงดู "สงบ" กว่า
ขณะที่ REDEM เน้นการแสดงออกที่ "สะใจ" กว่า
คนไป REDEM จึงอาจไม่มาม็อบวันนี้
:
การแยกกันอย่างนี้ทำให้อ่อนพลังไหม
แยกนะ ไม่ได้แตก ว่าตามธรรมชาติ
สิ่งที่ REDEM ทำคือทำให้เห็นว่า
พรุ่งนี้ ถึงจะเอาไผ่ รุ้ง ไมค์ ครูใหญ่ ฯลฯ เข้าคุก
ก็ไม่สามารถยับยั้งการแสดงออกที่ยิ่งท้าทาย ระบายความโกรธ โดยไม่ต้องมีแกนนำ
...


Inga kommentarer:
Skicka en kommentar