Thai E-News
Pipob Udomittipong
Yesterday at 2:21 AM ·
เรื่องสงคราม #ยูเครน ผมว่าบทความนี้วิเคราะห์ดีที่สุด ผู้เขียนเชื่อว่า #รัสเซีย จะไม่บุกถล่ม #ยูเครน
อย่างที่คาดการณ์กัน เพราะประเมินจากการแทรกแซงทางทหารที่ผ่านมา
รัสเซียเน้นการทำสงครามต้นทุนต่ำ “cost-effective wars”
ทั้งกรณีการบุกจอร์เจีย ซีเรีย ลิเบีย และไครเมียเมื่อปี 2014
เป็นการแทรกแซงทางทหารในระดับที่ได้ผลพอใจ
เกิดความเสียหายน้อยสุดแล้วก็หยุด ไม่เคยทำสงครามแบบ full-scale
ที่มีต้นทุนสูง
Harun Yilmaz นักวิชาการที่เชี่ยวชาญเอเชียกลางบอกว่า
กรณีการบุกจอร์เจียในปี 2008
รัสเซียบุกเข้าไปเพียงเพื่อกดดันให้กองทัพจอร์เจียต้องถอยร่น
ไม่ได้รุกคืบถึงขั้นยึดครองพื้นที่เศรษฐกิจของปท.
รวมทั้งแหล่งท่อก๊าซและน้ำมัน แม้จะสามารถทำได้ เพราะต้นทุนสูงเกินไป
กรณีแทรกแซง
ซีเรีย ในปี 2015 เป้าหมายของรัสเซียคือการช่วยกอบกู้สถานภาพของรบ.บาชาร์
อัล
อัสซาดที่กำลังเพลี่ยงพล้ำให้ฝ่ายต่อต้านที่ได้รับการหนุนหลังจากพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ
ในกรณีนี้ รัสเซียเลือกที่จะไม่ส่งทหารเข้าไปจำนวนมากเหมือนชาติพันธมิตร
มีแต่การสนับสนุนเครื่องบินรบ ทหารหน่วยพิเศษ ทหารรับจ้าง
ที่ปรึกษาด้านทหาร และส่งเรือรบไปขู่ พร้อมกับส่งทูตไปเจรจาไม่ให้ชาติต่าง ๆ
สนับสนุนปตอ.ให้กับฝ่ายต่อต้าน จากการยิงปูพรมของเครื่องบินรัสเซีย
และความช่วยเหลือของทหารอิหร่าน ภายในเวลาไม่กี่เดือน รบ.บาชาร์ อัล
อัสซาดก็สามารถยึดพื้นที่คืนได้เป็นจำนวนมาก
จากนั้นรัสเซียก็หยุดปฏิบัติการ
ในลิเบียก็แบบเดียวกัน
เป็นการแทรกแซงทางทหารเพียงชั่วคราว
เพื่อกดดันกองทัพของกลุ่มอำนาจเก่าของนายพล Khalifa Haftar
เพื่อให้เกิดการเจรจากับรบ,ลิเบียที่รัสเซียสนับสนุน ส่วนในไครเมีย
รัสเซียส่งกำลังทหารรับจ้าง และทหารที่ไม่ระบุสังกัดเข้าไปปฏิบัติการ
ไม่ได้มุ่งยึดครองพื้นที่
มีแต่การติดอาวุธและฝึกกองกำลังให้ฝ่ายต่อต้านในพื้นที่เพื่อสู้รบกับรบ.ที่กรุงเคียฟ
จัดทำประชามติเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการแบ่งแยกพื้นที่
เพราะคนในพื้นที่ส่วนใหญ่เชื้อสายรัสเซียอยู่แล้ว
เป็นการแทรกแซงที่มีต้นทุนน้อย
Harun Yilmaz
จึงเชื่อว่าการเสริมกำลังอย่างมากบริเวณพรมแดน เป็นแท็กติกของรัสเซีย
เพื่อกดดันให้ชาติตะวันตกหันมาเจรจาอย่างจริงจัง
ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกรีฑาทัพไปยึดกรุงเคียฟอย่างที่กลัวกัน
นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1991
ที่รัสเซียสามารถกดดันให้เกิดการเจรจาเรื่องความมั่นคงในยุโรปได้
และรัสเซียไม่ได้กลัวว่ายูเครนจะเข้าไปสมาชิกของ NATO แต่อย่างใด
สิ่งที่รัสเซียกังวลคือการเข้ามาติดตั้งระบบขีปนาวุธ
และระบบต่อต้านขีปนาวุธของสหรัฐฯ ในยูเครน และจะกดดันเช่นนี้ต่อไป
จนกว่าจะได้คำมั่นจากชาติตะวันตกในเรื่องนี้
https://www.aljazeera.com/.../no-russia-will-not-invade...
Inga kommentarer:
Skicka en kommentar