บรรพบุรุษแห่งเนติบริกร มือกฎหมายรัฐประหาร ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ สอดไส้พิษร้ายพันธนาการ
ประชาธิปไตย วางกับดักไว้หลายสิบหลายร้อยชั้น จนกลายเป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ไม่ได้ ต่อให้หมด 250 ส.ว. ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็ไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย
ความเห็นทางกฎหมายของมีชัย ที่ให้นับ 8 ปีประยุทธ์ตั้งแต่ 24 สิงหาคม 2557 มีผลผูกพันศาลรัฐธรรมนูญแค่ไหน
สุพจน์ ไข่มุกด์ ชี้ว่าเป็นแค่ความเห็นส่วนบุคคล ไม่ใช่มติ กรธ. ถึงอย่างไร อำนาจตีความก็เป็นของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ กรธ.
แต่ความเห็นทางกฎหมายของมีชัย มีผลทางการเมืองหรือไม่
มีแน่นอน มีอย่างหนักหน่วง ในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่คนทั้งประเทศเบื่อประยุทธ์ อยากเปลี่ยนเต็มที กระทั่งฝั่งอนุรักษนิยมบางส่วนยังคิดว่าเปลี่ยนเถอะ อาจจะมีอะไรดีขึ้นบ้าง
ความเห็นทางกฎหมายของมีชัย จึงกลายเป็นอาวุธร้ายทิ่มแทงก้นประยุทธ์ ดักคอสร้างความกระอักกระอ่วนศาล
รัฐธรรมนูญ แม้ศาลอาจมีเหตุผล กฎหมายไม่สามารถใช้ย้อนหลัง อย่างไกลสุดควรนับตั้งแต่วันรัฐธรรมนูญประกาศใช้ 6 เมษา 2560
แต่กระแสการเมืองก็จะร้อนแรงลุกเป็นไฟ กระแสต่อต้าน การไม่ยอมรับ ถ้าศาลวินิจฉัยให้ประยุทธ์อยู่ต่อ แม้ศาลอาจให้เหตุผลได้ดีกว่ามีชัย ก็ไม่จบ
ให้สังเกตว่าครั้งนี้คนที่เรียกร้องประยุทธ์ลาออก เช่น 99 พลเมือง เกินครึ่งเป็นอดีตพันธมิตร ทนายขัดขวางเลือกตั้งยืนขวางม็อบราษฎร จะจับมือจตุพรบุกทำเนียบ ณฐพร โตประยูร ผู้ร้องศาลให้วินิจฉัย
คณะราษฎรชูสามนิ้วล้มล้างการปกครองครั้งนี้ก็พูดก่อนมีชัยด้วยซ้ำไปว่า ประยุทธ์ต้องพ้นตำแหน่ง อย่าศรีธนญชัย
ถ้าศาลวินิจฉัยให้อยู่ต่อก็ไม่จบ ไม่สงบ อย่างที่ประยุทธ์คาดหวัง จะได้หน้าด้วยการเป็นเจ้าภาพเอเปกแล้วลงจากตำแหน่ง ยิ่งถ้าศาลวินิจฉัยให้นับจากหลังเลือกตั้ง 62 อยู่ได้ถึง 70 ยิ่งร้อนเป็นไฟ เพราะเท่ากับ 250 ส.ว.ยังโหวต
ประยุทธ์กลับมาได้สมัยหน้า เว้นแต่บอกให้นับจาก 60 ถึง 68 ประยุทธ์ก็ต้องวางมือโดยปริยาย เลือกตั้ง 66 พรรคการเมืองไหนจะเสนอชื่อประยุทธ์เป็นนายกฯ โดยอยู่ได้แค่ 2 ปี
แต่ถ้าศาลชี้ประยุทธ์ตกเก้าอี้ 24 สิงหา 65 สมมติ Scenario กันดีกว่าจะเกิดอะไร
หนึ่ง ชิงยุบสภารักษาการ แปลว่าประยุทธ์รู้ล่วงหน้า รู้ได้ไง
สอง ตกเก้าอี้กะทันหัน ประวิตรรักษาการ ยุบสภาล้างไพ่ใหม่ หรือประชุมสภาเลือกอนุทินเป็นนายกฯ อสม.ปลาบปลื้มน้ำตาไหล ไร่กัญชาจุดพลุควันตลบอบอวล
เปลี่ยนประยุทธ์เป็นประวิตรหรืออนุทินมีอะไรดีขึ้นบ้าง ในแง่โครงสร้างไม่ต่างกัน แต่ในแง่ตัวบุคคล ประยุทธ์เป็นเสมือนก้อนหินใหญ่ทับโครงสร้างไว้ ประยุทธ์เป็นผู้นำอำนาจนิยมแข็งกร้าว เป็นขวัญกำลังใจรัฐราชการ ทหาร ฝ่ายความมั่นคง เครือข่ายอนุรักษ์สุดโต่ง (ซึ่งไม่ได้ยอมรับเชื่อถือประวิตรเท่าประยุทธ์)
พูดแบบบ้านๆ คือผู้คนหวังว่าประยุทธ์ออกไปแล้ว จะเกิดปรองดองประนีประนอม แม้ไม่ถึงขั้น “เกี้ยเซี้ย ก็ลดความแข็งกร้าวดันทุรัง รับฟังและฉลาดขึ้นบ้างในการแก้ไขปัญหาต่างๆ จากนั้นก็นำไปสู่การยุบสภาเพื่อเลือกรัฐบาลใหม่
แต่จริงไหม ประยุทธ์พ้นไปแล้ว การใช้อำนาจจับกุมคุมขังไม่ให้ประกัน ใช้ 112 อย่างไร้เหตุผล ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินพร่ำเพรื่อ จะไม่เกิดขึ้นอีก ประยุทธ์ไม่ได้ใช้อำนาจคนเดียว ทั้ง 3 ป. ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล ก็ห้อยโหนและใช้ประโยชน์จาก
อำนาจนั้น ความไร้ประสิทธิภาพความฉ้อฉลก็มาจากทั้งรัฐราชการและนักการเมืองร่วมรัฐบาล ซึ่งหนักขึ้นทุกวัน
ไม่ได้บอกว่าประยุทธ์ตกเก้าอี้ไม่มีประโยชน์ เพราะถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจบ เพราะโครงสร้างอำนาจยังเหมือนเดิม มันดูเหมือนกับระบอบนี้อยู่มานานจนคนเบื่อหน่าย ไล่ประยุทธ์อย่างไรก็ไม่สำเร็จ จนทำอย่างไรก็ได้ขอให้ไปหวังว่าไปแล้วจะโล่งอก ไปแล้วจะจบๆ
เหมือนแก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ โละอำนาจ 250 ส.ว.ไม่ได้ ได้แค่แก้ระบบเลือกตั้ง ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้หาร 100 แล้วหวังว่าจะชนะถล่มทลาย ทั้งที่ 250 ส.ว.ยังอยู่ องค์กรอิสระยังอยู่
การเป็นนายกฯ ของประยุทธ์ อันที่จริงก็ทั้งไม่ชอบธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่ต้น 5 ปีแรกเป็นนายกฯ จากปืนปล้น 3 ปีหลังเป็นนายกฯ จากกติโกง ตั้ง 250 ส.ว.มาโหวตตัวเอง ถ้าบอกว่าเป็น “นายกฯ เถื่อน” ก็ใช้อำนาจเถื่อนตั้งแต่ 22 พฤษภา 2557 อ.ประจักษ์ ก้องกีรติ จึงบอกว่าถ้าจะยึดหลักกฎหมายกันอย่างเคร่งครัดจริงๆ ประยุทธ์จะต้องติดคุกตลอดชีวิต
ในทางการเมือง สถานการณ์อาจดีขึ้นบ้างถ้าความเห็นทางของกฎหมายของมีชัย มีผลให้ประยุทธ์ตกเก้าอี้ แต่ในแง่กฎหมาย มันเป็น “ดำกินดำ” ที่ตลกสิ้นดี ในฐานะประชาชนก็ขำขื่น ถ้าประยุทธ์จะวางมือ “เสียสละ” ผมพอแล้ว ทั้งที่ประชาชนไล่เท่าไหร่ไม่ไป ใช้อำนาจจับปราบ คนรุ่นใหม่ติดคุกอยู่จำนวนมาก ประยุทธ์เสียสละ ผมพอแล้ว แล้วก็อาจจะได้ขึ้นหิ้งเป็นปูชนียบุคคล
ไม่ได้บอกว่าถ้าประยุทธ์ตกเก้าอี้ไม่มีความหมาย แต่มันควรจะเป็นจุดเปลี่ยนสู่การรื้อระบอบ ไม่ใช่จบแล้วพอใจแล้วไปสู่เลือกตั้ง ทั้งที่ชนะเลือกตั้งก็อาจรื้ออะไรไม่ได้เลย
ที่มา: ข่าวสดออนไลน์ www.khaosod.co.th/politics/news_7209272
........................................................................“สภาล่ม” การประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันพุธไม่ครบองค์ประชุม เพราะ ส.ส. 2 พรรคใหญ่อ้าง “วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน” ไม่เข้าร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. เพื่อให้ผ่านสภาไม่ทัน 180 วัน เพื่อทำให้ร่าง “หาร 500” ตกไปโดยอัตโนมัติ ต้องหวนกลับไปใช้ร่าง “หาร 100” ของ กกต.
เพื่อไทยพลังประชารัฐเกี้ยเซี้ยใช่ไหม โดยพฤติกรรมก็ใช่ แต่อ้างไปถึง “ดีลลับ” ช่างเพ้อเจ้อ สองพรรคใหญ่จับมือกันบนผลประโยชน์ร่วม “หาร 100” พรรคใหญ่ได้เปรียบ แล้วลงเลือกตั้งแข่งกันว่าใครจะได้ที่ 1 ซึ่งได้เปรียบกว่า แต่ยังไม่ได้หมายความว่าจะจับมือกันตั้งรัฐบาล ตามทฤษฎี conspiracy ดีลลับถีบประยุทธ์ตกเก้าอี้พาพ่อแม้วกลับบ้าน (บ้าไปแล้ว ง่ายปานนั้น)
ว่าที่จริง การจงใจทำสภาล่มของ 2 พรรคมี “ความชอบธรรม” แตกต่างกัน เพราะพรรคพลังประชารัฐชักเข้าชักออก เดี๋ยวเอาหาร 100 เดี๋ยวเอาหาร 500 แล้วก็พลิกมาคว่ำเองด้วยวิธีการน่ารังเกียจ ขณะที่พรรคเพื่อไทย ยืนหยัดหาร 100 มาตั้งแต่ต้น จนมีใบสั่งพลิกหลักการเป็นหาร 500 อย่างหน้าด้านๆ พรรคเพื่อไทยจึงอ้างว่าไม่มีหนทางอื่นแล้ว ต้องทำสภาล่มเพื่อให้กลับไปสู่หลักการหาร 100 ตามที่แก้ไขรัฐธรรมนูญกันมา
กระนั้นในสายตาสาธารณชน ก็เป็นวิธีการที่ชวนกระอักกระอ่วน แม้คนในฝ่ายประชาธิปไตยส่วนใหญ่สงวนความเห็นต่าง เก็บปากเก็บคำ รวมทั้งเห็นใจ แต่ลึกๆ ก็รู้สึกอยู่ว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควร เหมือนเล่นเกมเอาชนะโดย ไม่คำนึงถึงวิธีการ แม้เป็นการย้อนศรใบสั่งสามานย์พลิกเป็น “หาร 500” ซึ่งน่าเกลียดกว่า
เรื่องนี้ถ้าให้เห็นภาพชัดต้องย้อนว่า พรรคพลังประชารัฐเป็นผู้ริเริ่มแก้ไขรัฐธรรมนูญระบบเลือกตั้ง ให้เป็นแบบรัฐธรรมนูญ 2540 บัตรสองใบ ส.ส.เขต 400 คน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน ซึ่งโดยหลักการก็ย่อมนำไปสู่ “หาร 100” คำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์
พรรคพลังประชารัฐริเริ่ม พรรคร่วมรัฐบาล 250 ส.ว.เอาด้วย ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็เรียกร้องระบบนี้มาตลอดเพราะพรรคไทยรักไทยเคยชนะถล่มทลาย การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงสำเร็จ แต่ ส.ว.ไพล่ไปรับร่างประชาธิปัตย์ที่แก้ไขไม่สะเด็ดน้ำ ยังค้างปม “ส.ส.พึงมี”
หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ก็แก้ไข พ.ร.ป.เลือกตั้ง โดยทั้ง ร่างของ กกต. พรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทย ต่างมุ่งไปสู่ “หาร 100” ทั้งสิ้น สภารับหลักการ ตั้งกรรมาธิการ เสียงข้างมากก็ยังยืนยัน “หาร 100” แต่ที่ไหนได้ พอเข้าสภาวาระสอง ทั้งพรรคพลังประชารัฐ พรรคร่วมรัฐบาล ส.ว. กลับพลิกให้ใช้ “หาร 500” ตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย
มันเป็นกระบวนการสามานย์เพราะไม่ใช่แค่เสียงข้างมากลากไป แต่ ส.ว. พรรคร่วมรัฐบาล พลิกลิ้นพลิกหลักการที่ตัวเองโหวตมาตั้งแต่ต้น เหลือแค่ ส.ส.บางคนที่ยืนยันมาตลอดแล้วพลิก ไม่ได้ เช่น ไพบูลย์ นิติตะวัน
หาร 500 ไม่ได้เลวร้าย อันที่จริงเอาหลักการมาจาก MMP ซึ่งเป็นธรรมกว่า แต่เอามาตัดตีนใส่เกือก 400-100 ตัดต่อพันธุกรรมมาร ไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ จะทำให้คำนวณไม่ลงตัว วุ่นวาย ขัดแย้งรุนแรง
ชัดเจนว่า การเปลี่ยนกลับพลิกหลักการ เกิดจากผู้มีอำนาจหวาดกลัวเพื่อไทย “แลนด์สไลด์” เพราะหาร 100 ทำให้ได้ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่ม แต่หลังผ่านวาระสอง หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคพลังประชารัฐก็ตรัสรู้ด้วยตนเอง สมศักดิ์ เทพสุทิน เพิ่งดีดลูกคิดเป็น Eureka! เพิ่งรู้ว่าหาร 100 ทำให้พลังประชารัฐได้ประโยชน์เหมือนกัน
เพื่อประโยชน์ตัวเอง พลิกหลักการไปหาร 500 เพื่อประโยชน์ตัวเอง ทำสภาล่มเพื่อกลับไปหาร 100 อยากถามพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศไม่สังฆกรรมพวกทำสภาล่ม ว่ายังร่วมรัฐบาลอยู่ทำไม
การกระทำอย่างนี้น่ารังเกียจสุดบรรยาย เหมือนประเทศ ไร้กติกา เหลือแต่กติโกงพลิกไปพลิกมา เขียนกติกาเองแท้ๆ ยังลบด้วยเท้า
แต่แน่ละ บนการกระทำอย่างหนาของพลังประชารัฐเพื่อไทยกลับร่วมมือด้วย แม้อ้างได้ว่า เพื่อไทยยืนหยัดหาร 100 ตั้งแต่ต้น ไม่มีทางเลือกอื่นต้องทำสภาล่ม เพื่อกลับผิดเป็นถูก เพื่อให้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
แต่มันก็มีราคาที่ต้องจ่าย จากก่อนหน้านี้ที่ประชาชนก็เบื่อหน่ายเอือมระอาการเล่นเกมการเมืองพลิกไปพลิกมาของพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ประชาชนย่อมหวังว่า พรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะยืนหยัดในกระบวนการ สู้ด้วยสปิริต แม้พ่ายแพ้ ก็แพ้อย่างชอบธรรมดีกว่าชนะโดยไม่เลือกวิธีการ
สมมติเช่น สง่างามกว่าไหมถ้าพรรคฝ่ายค้านร่วมกันยืนหยัดหาร 100 เพื่อปกป้องหลักการ ชนะหรือแพ้ก็ช่างมัน ถ้ากฎหมายผ่านก็วัดใจ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะวีโต้ไหม ตีตกไหม หรือจะยอมให้เสียงข้างมากในสภาลากถูไปอย่างด้านๆ
ชนะเลือกตั้งกับชนะใจประชาชนบนความชอบธรรม มีเส้นแบ่งบางเบา สถานการณ์วันนี้ คนเลือกพรรคเพื่อไทยอาจต้องการทำอย่างไรก็ได้ให้ชนะ เพื่อไทยอาจเลือกแล้วว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้ได้สูตรหาร 100 เพื่อแลนด์สไลด์
แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น “ราคาที่ต้องจ่าย” อาจยิ่งขาดทุนไปกันใหญ่
ที่มา: ข่าวสดออนไลน์ www.khaosod.co.th/politics/news_7210476

Inga kommentarer:
Skicka en kommentar