fredag 13 oktober 2023

14 ตุลา... ครบ 50 ปี “วันมหาวิปโยค”

9 tim 
“ทหารและตำรวจใช้ (ปืน) เอ็ม 16 ยิงรัวเลย รัวชนิดไม่หยุดเลย ไม่ขึ้นฟ้าเลย ยิงตัวเลย” ฉลวย ศรีเกสร หนึ่งในผู้ประท้วง “14 ตุลา” วัย 84 ปี เล่าย้อนความทรงจำเคล้าเสียงกระสุนและกลิ่นเลือด เมื่อ 50 ปีก่อน ที่เขายังจำได้ไม่ลืม เพราะถูกกระสุนสองนัดเจาะข้อศอกและข้อเท้าในวันนั้น
 
ครบ 50 ปี “วันมหาวิปโยค” ผ่านบาดแผลครึ่งศตวรรษของนักสู้ประชาธิปไตยที่ประวัติศาสตร์ไม่จำ
 

คนโตๆแล้ว ควรได้คิด ภูมิพลนั้นประกอบกรรมไว้มาก ตอนที่ยังแอ๊คตีพนั้น ก็มีลักษณะ "กระต่ายตื่นตูม" เอะอะจะปราบคอมมิวนิสต์ๆ และเป็นตัวสำคัญที่รับผิดชอบการฆ่าไม่เลือกเมื่อ 6 ตุลา ตั้งลูกชายสืบแทน แล้วไม่รู้จักสั่งสอน ไม่รู้จักเปลี่ยน ปล่อยให้ทำตัวแย่ๆตลอด ฯลฯ
 
Bild
 
ไปในฐานะอะไรหว่า? คนสำนึกบุญคุณที่เจ้าให้อภัยพ่อ?
 
Bild 
 

Somsak Jeamteerasakul

ความทรงจำ: กษัตริย์ (ต่อ)
 
เมื่อผมกลับมาเมืองไทย ไม่กี่เดือนของปี 2535 ตอนนั้นกษัตริย์หายไปจากวงการวิชาการจริงๆ ไม่เพียงเท่านั้น นี่ยังเป็นจะที่ช่วงที่เกียรติภูมิของกษัตริย์ขึ้นสู่จุดสูงสุด เริ่มจากการเรียกสุจินดาและจำลองเข้าพบ ไปจนถึงเป็นครั้งแรกที่ภูมิพลปรากฎตัวในฐานะ "นักเขียน" (ติโต้ 2537, นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ 2537, พระมหาชนก 2539, เรื่องทองแดง 2545 และฉบับการ์ตูนของหนังสือ 2 เล่มหลัง 2542, 2547) การออกมาพูดเรื่องน้ำและจราจร (2538) และเหมือนกับมงกุฏประดับรัชกาลคือ เป็นครั้งแรกที่ให้ภูมิพลเป็นเจ้าของ "แนวคิด" อันหนึ่งที่รัฐถือเป็นหลักนโยบาย นั่นคือ "เศรษฐกิจพอเพียง" การยกย่องภูมิพลขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน (หนังสือสารพัดเกี่ยวกับภูมิพลและของชำร่วย เช่น สายรัดข้อมือ)
 
ในวงวิชาการบ้านเรา ยิ่งทำให้ผมผิดหวังมากขึ้น ปกติเรื่องสถาบันกษัตริย์ไม่มีการศึกษาอยู่แล้ว แต่ปรากฎว่า อดีตคนป่าที่หันมาเป็นอาจารย์หลายคนมีแนวโน้มออกจะเชียร์ไปทางเจ้าด้วยซ้ำ โดยเฉพาะระยะหลังภูมิพลหันมาในทางด่านักการเมืองมากขึ้น พวกอาจารย์นักวิชาการทั้งที่เคยเข้าป่าและไม่เคย ต่างด่านักการเมืองและมีแนวโน้มชื่นชมภูมิพลด้วย บางครั้งออกไปในทางยกคำพูดของภูมิพลมาพูดซ้ำก็มี
 
การยกย่องเชิดชูภูมิพลของพวกนักวิชาการและพวก NGO เป็นอะไรที่ผิดหวังผมมาก ผมกลับเมืองไทยได้พักเดียวก็ได้ข้อสรุปว่าเมืองไทยไม่มีใครต้องการวิพากษ์วิจารณ์เจ้า (ผมบ่นเล่นๆกับเพื่อนว่า "ความจริงผมไม่รู้ว่าธงชัยเขาคิดเกี่ยวกับเจ้ายังไง ถ้าจะว่าไปต้องเว้นไว้ 2 คน คือผมกับเขา แต่เนื่องจากเขาเขียนหนังสืออยู่เมืองนอก ผมก็เลยถือว่าไม่นับไป")
ผมทำเป็นข้อสรุปว่า "ปัญญาชน 14 ตุลา" มีจุดร่วมกัน 3 อย่าง (ผมเลียนแบบมาจากความเรียงของ Perry Anderson) คือ 1.การคืนดีกับกษัตริย์ (reconsiliation with the monarchy) 2.แอนตี้นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง และ 3.ชาวบ้านนิยม (narodism) ข้อแรกการคืนดีกับสถาบันกษัตริย์นั้นเป็นข้อสำคัญที่สุดและกำหนดให้เรื่องอื่นๆตามมา
(ยังมีต่อ)
 
 
"นี้แหละกูจึงร่ายโองการ แช่งจอมมารศักดินาใหญ่ และทมิฬร้ายทั้งมวล ให้มอดม้วยย่อยยับ ดับคาปืนคาดาบ แช่งสาปด้วยประชาวุธ อันจักกุดล้างโฉด ล้างหฤโหดแผ่นดิน ล้างมารทมิฬรกโลก ล้างวิปโยคประชาชน ให้ประเทศชาติพ้นภัย ให้ประชาไทยพ้นยาก หมดลำบากจากอธรรม จำเริญชีวิตใหม่ สังคมชัยปรากฏ.. (1/3)
 
BildBild 
BildBild 


Inga kommentarer:

Skicka en kommentar