Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล
[ เบื้องหลัง “กระบวนการยุติธรรม” คือความรุนแรงในนามของ “รัฐ” ]
ปิยบุตร แสงกนกกุล ตั้งข้อสังเกตต่อคำสั่งไม่ให้ประกันตัว-ขอถอนประกันตัวนักกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งรวมถึง เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์, ไผ่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, ฟ้า พรหมศร วีระธรรมจารี, ไมค์ ภาณุพงศ์ จาดนอก และคนอื่นๆ รวมทั้ง อานนท์ นำภา และปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ว่าการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปราบปรามแกนนำชุมนุม หรือ “นิติสงคราม” มีเป้าประสงค์หลักคือไม่ให้คนกลุ่มนี้ได้แสดงออก ไม่ให้คนกลุ่มนี้ได้ใช้เสรีภาพในการพูด
โดยตั้งข้อสังเกต 2 ประเด็นใหญ่ คือ 1) กฎหมายเป็นความรุนแรงของรัฐรูปแบบหนึ่ง และ 2) เยาวชนต้องกลับไปติดคุก เพราะเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
ประเด็นแรก ภาพใหญ่ของกระบวนการยุติธรรมทั่วโลก เราถูกพร่ำสอนกันมาว่าถ้ามีข้อพิพาทขัดแย้งเกิดขึ้นให้ไปจบที่กระบวนการยุติธรรม แต่จริงๆ แล้วยังมีอีกมิติหนึ่งในทางปรัชญา กฎหมายไม่ใช่แค่ตัวอักษร แต่ฉากหลังของกระบวนการยุติธรรมคือความรุนแรงประเภทหนึ่ง โดยเป็นความรุนแรงที่มาในนามของกฎหมาย มาในนามของรัฐ มาในนามของหลักนิติรัฐ-นิติธรรม สุดแสนสารพัดจะเรียกชื่อ แต่จริงๆ แล้วคือความรุนแรง
ชีวิตของมนุษย์ เมื่อก่อตั้งกันขึ้นมาจนกลายเป็นสังคม เวลาเกิดข้อพิพาทอะไรขึ้นก็ตาม มีวิธีการจัดการข้อพิพาทต่างๆ เต็มไปหมด แต่อยู่ดีๆ เราออกแบบระบบกฎหมายขึ้นมา ซึ่ง “เรา” ในที่นี้ก็ไม่รู้คือใครเหมือนกัน บางทีก็เป็นคณะรัฐประหาร บางทีมันก็เป็นสภาผู้แทนฯ บางทีมันก็เป็นเป็นอะไรบางอย่างที่ออกแบบระบบกฎหมายขึ้นมา แล้วเราก็บอกว่าเรื่องนี้ให้ศาลว่าอย่างนั้น เรื่องนั้นให้ศาลว่าอย่างนี้
ไม่ว่าอย่างไร กฎหมายไม่มีทางที่จะเขียนรายละเอียดได้ทุกเรื่อง ทุกๆ คดี ทุกข้อพิพาท ก็จะเปิดทางให้บรรดาคนใช้กฎหมายทั้งหลาย คนที่มีอำนาจรัฐใช้กฎหมายทั้งหลาย ต้องใช้และตีความกฎหมาย ใช้ดุลพินิจของตัวเอง มาบอกว่าอย่างไหนเรียกว่าผิดอย่างไหนเรียกว่าถูก อย่างไหนเรียกว่ากระทบความสงบเรียบร้อย กระทบความมั่นคง ซึ่งในท้ายที่สุด ไปอยู่ในกำมือของคนที่ใส่ชุดครุยอยู่บนบัลลังค์ไม่กี่คน
ยกตัวอย่าง เช่น ชะตากรรมของเยาวชนอนาคตของชาติที่ออกไปชุมนุมตอนนี้ เวลาคุณดูว่าคุณจะโดนหรือไม่โดนคดี ไม่ได้เกิดจากการที่เราเอาแนวคำพิพากษามาดู ไม่ได้เกิดจากหลักกฎหมายที่เรียนมา เอาจริงๆ มันอยู่ที่การตัดสินใจของคนหนึ่งคน ที่มีอำนาจในระบบกฎหมาย ก็คือผู้พิพากษา เขาแต่เพียงผู้เดียวที่จะบอกได้ว่าคุณจะได้ออกจากคุกหรือไม่ ผ่านการพูดในนามกฎหมาย
อยากชี้ชวนให้พี่น้องประชาชนลองมองมิติทางปรัชญาให้มากขึ้น ให้มากกว่ากฎหมายที่เป็นตัวอักษร เราจะเห็นเบื้องหลังว่าคือความรุนแรงแบบหนึ่ง ชะตากรรมของคน เสรีภาพของคนทั้งหมด ต้องไปฝากเอาไว้กับคนที่ใส่ชุดครุยอยู่บนบัลลังก์ ที่จะชี้เป็นชี้ตายได้ตลอด แล้วเขาก็บอกว่าเขา “ทำตามกฏหมาย”
กรณีล่าสุดเห็นชัดเจนว่าผู้พิพากษาที่ไม่ให้ประกันตัว ก็คือ คุณชนาธิป เหมือนพะวงศ์ ชะตากรรมของคน 8-9 คนถูกทยอยกลับไปติดคุกอีกฝากเอาไว้อยู่ที่คุณชนาธิปคนเดียว แน่นอนคุณชนาธิปจะต้องบอกว่า “ผมมาทำตามกฏหมาย” หลักการว่าอย่างนั้นว่าอย่างนี้ แนวคำพิพากษาเป็นองค์ประกอบอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในที่สุด เรื่องพวกนี้มันดีเบตเถียงกันได้ ถามผม ถามอาจารย์กฎหมายหลายคนที่เขาออกมาแสดงความเห็นต่าง งวดที่แล้วก็ยังบอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ให้ประกันไม่ได้ แต่คนมีอำนาจคือใคร? ก็คือคุณชนาธิป ที่มีอำนาจทำให้มนุษย์ 8-9 คนต้องเสียอิสรภาพ เข้าไปถูกขังในคุก
“เพราะฉะนั้น ผมกำลังชี้ชวนให้เห็นว่านี่แหละคือเบื้องหลังของสิ่งที่เราเรียกว่ากฎหมาย คือเบื้องหลังของ ‘ความยุติธรรม’ เบื้องหลัง ‘กระบวนการยุติธรรม’ ข้างหลังมันคือความรุนแรงในนามของ 'รัฐ' นั่นเอง” ปิยบุตร กล่าว
ประเด็นที่สอง เราว่าปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ากลุ่มเยาวชนที่ต้องกลับไปติดคุกกันอีกรอบหนึ่ง หลายคนก็มีบทบาทสำคัญในการอภิปรายปราศรัย เรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ตามข้อเรียกร้องข้อที่ 3 ของการชุมนุม
แต่เวลาใดก็ตามที่คนกลุ่มนี้ถูกจับกุมคุมขัง ประเด็นปัญหาจะถูกปรับไปโดยธรรมชาติ ให้ไปเรียกร้องให้ปล่อยตัวชั่วคราว ก็คือประเด็นที่กำลังเรียกร้องให้ประยุทธ์ออกไป แก้รัฐธรรมนูญ ปฏิรูปสถาบันฯ อาจจะค่อยๆ หายไป เพราะภารกิจเฉพาะหน้าคือต้องไปสู้เรียกร้องให้เขาได้ปล่อยตัวออกมา ทำให้ข้อเสนอ 3 ข้อถูกดึงออกไป
“คนกลุ่มนี้เขากล้าหาญ เสียสละที่จะสูญเสียเสรีภาพหลายครั้งหลายหนแล้ว ดังนั้นเพื่อจะทำให้ความกล้าหาญ การเสียสละของพวกเขาไม่สูญเปล่า ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน
นอกจากเรียกร้องการปล่อยตัวพวกเขาแล้ว ต้องพูดเรื่องที่เขาเสนอด้วย ต้องช่วยกันพูด ช่วยกันรณรงค์ในสิ่งที่เขาเสนอด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะเท่ากับเขาติดคุกฟรี เพราะข้อเสนอเขาไม่ได้ถูกผลักดัน จะกลายเป็นว่าในที่สุดวีรกรรมอันกล้าหาญของพวกเขาตลอดหลายปีกว่าๆ ที่ผ่านมา ในท้ายที่สุดแล้วเราจะไม่ได้รณรงค์ เราจะไม่ได้ผลักดันอะไรเลย” ปิยบุตร กล่าว
สรุปจากห้อง Clubhouse เมื่อ 9 ส.ค. 2564
.
#ม็อบ10สิงหา #ปล่อยเพื่อนเรา #ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ #ถอนประกัน
Inga kommentarer:
Skicka en kommentar