ผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนหลังแนวกั้นตู้คอนเทนเนอร์บริเวณใกล้สามเหลี่ยมดินแดง กรุงเทพฯ หลังจากผู้ชุมนุมในนามกลุ่มทะลุฟ้าซึ่งนัดหมายเคลื่อนขบวนไปบ้าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศยุติการชุมไปในช่วงก่อน 17.00 น. หลังจากถูกตำรวจเข้าสลายการชุมนุมหลังจากรวมตัวและเริ่มทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้เพียงไม่นาน
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ใช้ตู้คอนเทนเนอร์เป็นแนวกั้นที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งเป็นจุดที่มีเหตุการณ์ตึงเครียด มีการใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาควบคุมฝูงชน ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนได้ควบคุมพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดง ขณะที่มีรายงานว่าผู้ชุมนุมบางส่วนได้เคลื่อนย้ายไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
.
อ่านรายละเอียดที่นี่ https://bbc.in/3yFOLSn

 Kan vara en bild av eld, utomhus och text där det står ”Thai News Pix” 
          Kan vara en bild av 2 personer, personer som står och utomhus Kan vara en bild av motorcykel, väg och gata
       Kan vara en bild av 1 person, utövar en sport, står och utomhus + 5
บีบีซีไทย - BBC Thai
5 tim

หนึ่งในผู้ที่ถูกจับกุมจากการสลายการชุมนุมของกลุ่ม "ทะลุฟ้า" ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิวันนี้ (11 ส.ค.) คือหญิงวัย 67 ปี ที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยรู้จักในนาม "ป้าเป้า" เธอเป็นที่รู้จักจากการกล้าเผชิญหน้าและด่าทอเจ้าหน้าที่ในการชุมนุมหลาย ๆ ครั้ง

กลุ่ม "ทะลุฟ้า" ยุติกิจกรรมเดินขบวนไปบ้านนายกฯ หลังถูก ตร. สลายการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยฯ แต่ผู้ชุมนุมบางส่วนยังคงปักหลักชุมนุมต่อที่ดินแดง

นางวรวรรณ แซ่อั้ง อายุ 67 ปี หรือที่นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยเรียกว่า "ป้าเป้า" ถูกควบคุมตัวระหว่างร่วมชุมนุมกับกลุ่ม "ทะลุฟ้า"

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ,

นางวรวรรณ แซ่อั้ง อายุ 67 ปี หรือที่นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยเรียกว่า "ป้าเป้า" ถูกควบคุมตัวระหว่างร่วมชุมนุมกับกลุ่ม "ทะลุฟ้า" เธอเป็นที่รู้จักจากการที่กล้าเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการชุมนุมหลาย ๆ ครั้ง

คนรุ่นใหม่ที่รวมตัวกันในนามกลุ่ม "ทะลุฟ้า" ซึ่งนัดหมายเคลื่อนขบวนไปบ้าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถูกตำรวจเข้าสลายการชุมนุมหลังจากรวมตัวและเริ่มทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้เพียง 55 นาที หลังจากนั้นผู้ชุมนุมบางส่วนได้เคลื่อนกำลังไปปักหลักบริเวณดินแดง เผชิญหน้ากับตำรวจควบคุมฝูงชน

เหตุสลายการชุมนุมในวันนี้ (11 ส.ค.) เกิดขึ้นเพียง 12 ชั่วโมงหลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมฝูงชนใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยางและเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงสลายกลุ่มผู้ชุมนุมหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเมื่อคืนที่ผ่านมา

กลุ่ม "ทะลุฟ้า" นำโดยนายนวพล ต้นงาม ซึ่งเป็นนักกิจกรรมที่ร่วมเคลื่อนไหวกับนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" และเป็นแนวร่วมของกลุ่ม "ราษฎร" ประกาศนัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในเวลา 15.00 น. โดยระบุว่าจะเคลื่อนขบวนไปบ้านนายกฯ ซึ่งตั้งอยู่ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ถ.วิภาวดีรังสิต ภายใต้ชื่อกิจกรรม "ม็อบ 11 สิงหา ไล่ล่าทรราช"

เมื่อถึงเวลานัดหมาย ผู้ชุมนุมซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ สวมเสื้อสีดำได้มารวมตัวกันและเริ่มทำกิจกรรม "เผาศาลพระภูมิ" เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงศาลยุติธรรมที่ดำเนินคดีและสั่งคุมขังแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย เช่น นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นายภาณุพงศ์ จาดนอกและนายอานนท์ นำภา รวมทั้งประชาชนจำนวนมาก

หลังจากเริ่มทำกิจกรรมได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมฝูงชนได้ตั้งแถวเดินหน้าเข้ามาประชิดกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อผลักดันออกจากผิวการจราจร ทำให้ผู้ชุมนุมเริ่มขว้างปาสิ่งของและสีใส่ตำรวจ จากนั้นมีเสียงดังคล้ายระเบิดคาดว่าเป็นการยิงแก๊สน้ำตาของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเข้าตรึงกำลังโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ทำให้ผู้ชุมนุมแยกย้ายไปคนละทิศละทาง ระหว่างนั้นมีรายงานว่าผู้ชุมนุมบางส่วนถูกควบคุมตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาไป

ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ทะลุฟ้า" เผาหุ่นและศาลพระภูมิเป็นสัญลักษณ์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ทะลุฟ้า" เผาหุ่นและศาลพระภูมิเป็นสัญลักษณ์ของการไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมที่พวกเขาเห็นว่าบิดเบี้ยว

โล่ของตำรวจเลอะสีที่ผู้ชุมนุมปาใส่

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

โล่ของตำรวจเลอะสีที่ผู้ชุมนุมปาใส่

เวลา 15.55 น. บัญชีทวิตเตอร์ทางการของกลุ่มทะลุฟ้าโพสต์ข้อความประกาศยุติการชุมนุม "เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงปราบการชุมนุมอย่างไม่ชอบธรรม"

แต่หลังจากนั้น ผู้สังเกตการณ์ชุมนุมของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงตรึงกำลังที่แยกดินแดง ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัย และมีการตั้งแนวคอนเทนเนอร์ของเจ้าหน้าที่บนถนนวิภาวดีขาออกห่างจากแยกดินแดงประมาณ 100 - 200 เมตร

ผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนหลังแนวกั้นตู้คอนเทนเนอร์บริเวณใกล้สามเหลี่ยมดินแดง มีการใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาควบคุมฝูงชน ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนได้ควบคุมพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดงได้เมื่อเวลาประมาณ 19.34 น.

แต่ปรากฏว่า ยังคงผู้ชุมนุมบางส่วนรวมตัวกันอยู่ที่บริเวณหน้าแฟลตดินแดง และมีการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ซึ่งปักหลักอยู่ใต้ทางด่วนดินแดง พร้อมกับมีการใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงบางช่วง เพื่อผลักดันให้ผู้ชุมนุมถอยกลับไป จนกระทั่งหลังเวลา 21.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเคอร์ฟิว สถานการณ์ก็ยังคงตึงเครียดอยู่ และมีเสียงปืนดังเป็นระยะ

ปฏิบัติการสลายการชุมนุมกลุ่ม "ทะลุฟ้า" ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

ปฏิบัติการสลายการชุมนุมกลุ่ม "ทะลุฟ้า" ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ

สลายการชุมนุมรายวัน

เหตุสลายการชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้าในวันนี้มีขึ้นเพียง 12 ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่สามดินแดงหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม "10 สิงหาคาร์ม็อบใหญ่ไล่ล่าทรราช" ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ซึ่งผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น อาคารที่ตั้งของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และบ้านพักของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยการชุมนุมเมื่อวานนี้ (10 ส.ค.) มี น.ส.เบนจา อะปัน และ น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา เป็นผู้ปราศรัยหลัก เนื่องจากแกนนำการเคลื่อนไหวอย่างนายพริษฐ์ ชิวารักษ์และแนวร่วมอย่างนายจตุภัทร์ หรือ "ไผ่ ดาวดิน) นายอานนท์ นำภาและนายภาณุพงศ์ จาดนอก ถูกคุมขังและควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. จากคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระหว่างวันที่ 1-3 ส.ค.

หลังจากแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ประกาศยุติกิจกรรมที่อาคารคิง พาวเวอร์ ซ.รางน้ำ ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้เข้าสกัดผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันอยู่บริเวณนั้น ส่งผลให้ผู้ชุมนุม ซึ่งส่วนใหญ่มีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเกิดความไม่พอใจ และเริ่มขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ รวมทั้งจุดไฟเผาป้อมตำรวจบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

คนเทน้ำใส่อีกคน

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

ประชาชนช่วยเหลือผู้ที่ถูกแก๊สน้ำตาระหว่างเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามเหลี่ยมดินแดงเมื่อวันที่ 10 ส.ค.

เวลาประมาณ 19.00 น. มีการจุดไฟเผาป้อมตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงใช้น้ำจากรถฉีดน้ำแรงดันสูง (จีโน) ฉีดเพื่อควบคุมเพลิง และใช้ทั้งรถจีโนและเจ้าหน้าที่เคลื่อนขบวนเข้าผลักดันผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่ เกิดการปะทะกันรุนแรงขึ้น

ภาพจากการรายงานสดของสื่อไทยและคลิปบันทึกเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่าตำรวจใช้ทั้งการฉีดน้ำแรงดันสูง แก๊สน้ำตาและกระสุนยางเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่พยายามตอบโต้ด้วยการยิงลูกหินและประทัด

เวลาประมาณ 19.00 น. ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ขอให้สื่อมวลชนหาสถานที่หลบภัยอยู่ในซอยเพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่อ้างว่าผู้ชุมนุมมีการใช้กระสุนจริง กับมีเสียงเจ้าหน้าที่ร้องขอรถพยาบาล โดยระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ถูกยิง

เหตุปะทะเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ดำเนินต่อไปถึงเวลาประมาณ 21.00 น. สถานการณ์จึงเริ่มคลี่คลายลง ภาพจากการรายงานสดของสื่อชี้ให้เห็นว่ามีผู้ชายหลายคนถูกควบคุมตัว ใส่กุญแจมือไพล่หลังและถอดเสื้อ ก่อนจะถูกนำตัวขึ้นรถ และเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่ได้

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงสรุปเหตุการณ์ว่าหลังจากแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ประกาศยุติการชุมนุมที่ ซ.รางน้ำในเวลาประมาณ 17.00 น. ได้มีผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งที่ยังอยู่บริเวณแยกดินแดงขว้างปาสิ่งของ และรวมตัวกันเคลื่อนตัวจากแยกดินแดงไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บางส่วนได้ทำการทุบทำลายทรัพย์สินทางราชการ บริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จุดไฟเผาตู้ยามจราจรตำรวจ สน.พญาไท

เจ้าหน้าที่นำผู้บาดเจ็บขึ้นรถ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

บช.น. ระบุว่าเหตุการณ์คืนวันที่ 10 ส.ค. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 6 นาย หนึ่งในนั้นถูกยิงด้วยกระสุนปืน

พล.ต.ต. ปิยะกล่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมพยายามฝ่าฝืนแนวกั้นของตำรวจ มีการใช้ความรุนแรง ใช้อาวุธต่าง ๆ ขว้างปาก้อนหิน ก้อนอิฐ เหล็กแหลมตลอดจนใช้พลุไฟประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปองทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เป็นระยะ

รอง ผบช.น. กล่าวว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 6 นาย หนึ่งในนั้นถูกยิงด้วยกระสุนปืนบริเวณต้นขาด้านซ้าย และตำรวจอีก 3 นาย บาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดระเบิดแสวงเครื่อง รายอื่น ๆ ถูกพลุเพลิงได้รับบาดเจ็บ

พล.ต.ต. ปิยะกล่าวว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้ 6 รายและยึดรถจักรยานยนต์ของผู้กระทำความผิดเกือบ 100 คัน และจะได้มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลถึงตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมดต่อไป

อย่างไรก็ตาม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่ามีผู้ชุมนุมถูกจับกุมจำนวน 42 คน เป็นเยาวชน 14 คน (ปล่อยตัวแล้ว 2 คน) และ ประชาชนอีก 28 คน โดยจะถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลแขวงดุสิต ส่วนเยาวชนถูกนำตัวไปตรวจสอบการจับที่ศาลเยาวชน ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน