lördag 29 november 2014

No.19 : ตอน สัมภาษณ์ พล.อ.เปรมมิกา กรณีศึกชิงบัลลังค์ รัชกาลที่10







ลุงสมชายสบายดี No.19 [ 2014-11-23 ] ตอน สัมภาษณ์ พล.อ.เปรมมิกา กรณีศึกชิงบัลลังค์ รัชกาลที่10
สัมภาษณ์พิเศษ พล.อ.เปรมมิกา เกี่ยวกับกรณีการวางแผนการในการเตรียมการที่จะตั้ง หญิงทอมขาถ่างขึ้นเป็นรัชกาลที่10 ซึ่งระบอบภูมิพลต้องการสกัดกั้นเสี่ยโ
อไม่ให้สืบทอดราชบัลลังก์ ยกเว้นว่าเสี่ยโอจะหันมาร่วมมือกันล้มระบอบทักษิณ จะเป็นอย่างไรนั้นต้องติดตามรับฟัง

คลิก https://www.youtube.com/watch?v=ovGI1OULXP0





(จงมีสติ อย่าหลงทาง. ตัวจริงเสียงจริงคือพระองค์เปรมร่างทรงที่ใช้อำนาจว่าการแทนกษัตริย์ภูมิพล)


ภาพเริ่มชัดแล้วครับ
ทุกอย่างอยู่ในกำมือเปรมเรียบร้อยแล้ว
ราชบัลลังค์คงไม่แคล้วจ่าไม่แห้วแน่นอน
มีการเตรียมตัวแต่งตั้งราชินีแล้ว
คนใหม่ที่ไร้ข้อครหา
ได้มีการแต่งตั้งยศทหารก่อนหน้านี้ไว้แล้ว
กรรมซ้ำนรกย้อนรอยเหมือนยุวธิดา
ที่ตนเองเคยเหยียบย่ำไว้
นี่คือกงกรรม กงเกวียน

คนใหม่ย่อมสดใสเหมาะสมกว่า
นางบังเงาเยอะ จะเรียกศรัทธา
ความเคารพนับถือได้มาก
อย่างที่นักกราบจะกราบได้ไม่กระอักกระอ่วน

กรณีพงศพัฒณ์จึงข้องเกี่ยวล้างบาง
เหมือนผู้ใหญ่ที่ถือหางยุวธิดา
ยิ่งสมัยแผ่นดินทุรยุคแล้ว
ความรุนแรงจะมีอีกมากคอยดู
ซีรีย์นี้อีกต่อไป

 



.เลือดย่อมข้นกว่านํ้า ...ความขัดแย้งระหว่าง ตระกูล ชินวัตร กับ ตระกูล มหิดล

เลือดย่อมข้นกว่านํ้า ...ความขัดแย้งระหว่าง ตระกูล ชินวัตร กับ ตระกูล มหิดล มีคนบางพวกยังมีความหวังลมๆแล้งๆว่าลูกชายจอมเผด็จการ ในตระกูลมหิดลจะให้ความช่วยเหลือคนในตระกูลชินวัตรเพื่อทำลายคนในครอบครัว ของตนเอง หรือยังไปฝากความหวังเอาว่า ผู้ที่จะสืบทอดระบอบเผด็จการคนต่อไปไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงจะให้ความช่วย เหลือประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและต่อต้านผลประโยชน์ของครอบครัวของตนเอง ก็ค่อนข้างจะบ้าไปแล้ว ลืมเสียเถิดถ้าคิดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย.

 

 



เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ..ภาพนี้บอกอะไรแก่ประชาชนไทย

โดย  แสงตะวัน

การเปลี่ยนผ่านขึ้นสู่ราช บัลลังก์ของรัชกาลที่๑๐   ระหว่างฟ้าชายและฟ้าหญิง ดูเหมือนจะลงเอยด้วยการตกลงกันได้ระหว่างพี่กับ น้อง    เพราะถึงอย่างไรก็เป็นสายเลือดในครอบครัวเดียวกัน   ถ้าไม่มีการวางแผนจากฝ่ายประธานองคมนตรีเปรมกับพวกทหารและอำมาตย์ ที่สนับสนุนเปรม   ที่คิดจtเชิดฟ้าหญิงขึ้นเป็นรัชกาลที่  ๑๐     ขึ้นแทนฟ้าชายซึ่งเป็นองค์มกุฎราชกุมาร    เพื่อเป็นเครื่องมือให้  เปรม  สุรยุทธ์ พร้อมสมุน  และ พรรคประชาธิปัตย์ จะได้ครองอำนาจเสวยสุขสืบต่อไป    แต่เหต6การณ์กลับเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามแผนที่่ฝ่ายเปรมคิดไว้   เพราะในช่วงหลังนี้เปรมไม่สามารถเข้าเฝ้าถวายงานกษัตริย์ภูมิพลได้    จนกระทั่งถึงวันที่กษัตริย์ภูมิพลได้ถูกเคลื่อนย้ายออกจากศิริราช ไปอยู่ที่หัวหิน  แสดงให้เห็นว่าเปรมเอง และสุรยุทธ์รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ถูกลอยแพจากฝ่ายกษัตริย์และพระบรมฯ    ทำให้เปรมและสุรยุทธ์   ไม่สามารถเอากษัตริย์และฟ้าหญิงมาอ้างเป็นเครื่องมือทำการใดๆ  เพื่อใช้แสวงหาอำนาจได้อีกต่อไป    ความหวังที่จะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์    ซึ่งเป็นความใฝ่ฝัน ทะเยอทะยานอันสูงสุดในชีวิตของเฒ่าเปรมก็ยิ่งห่างใกลออกไปทุกที   ดังนั้นความพยายามครั้งสุดท้าย   ของเปรมและ สุรยุทธ์ พร้อมพรรคประชาธิปัตย์จึงทำทุกอย่างเพื่อทำลายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ลงให้ได้    แล้วจะตั้งรัฐบาลของตนเองขึ้นมาเพื่อดำรงระบอบเผด็จการอำมาตย์โบราณสืบต่อ ไป   เพราะเป็นโอกาสเดียวที่เปรมกับพวกสมุนและพรรคประชาธิปัตย์จะมีโอกาสรอดได้    เปรมก็แก่ชราสมองเลอะเลือนจำคำพูดตัวเองไม่ได้แล้ว   ไม่รู้จะทนต่อความเสียดทานต่อไปได้อีกสักกี่นํ้า     คณะองคมนตรีที่ห้อมล้อมเปรมก็มีแต่คนแก่จะเข้าโลงอยู่แล้ว    การที่เปรมให้สมุน(ทหารแก่)ออกมาสร้างความวุ่นวาย    ก่อกวนเพื่อล้มรัฐบาลครั้งนี้    จึงเป็นการกระทำเพื่อการเอาตัวรอด ถ้าชนะก็อยู่ได้ต่อไป  ถ้าแพ้ก็ตายเท่านั้นเอง  ฉนั้นพี่น้องประชาชนอย่าออกมาเป็นเครื่องมือให้แก่เปรมและพรรคประชาธิปัตย์ ......

๓ บลา : ผ่านกี่ปี กี่เดือน ก็เหมือนเก่า ยังโง่เง่า เต่าตุ่น หมกมุ่นเซ่น มีอำนาจ ก็ไล่เชือด อย่างเลือดเย็น จบอย่างเห็น ประชาชน ทนรับกรรม....

การ์ตูนเซีย เสาร์ 29/11/57 ปาร์ตี้เปิบเลือดเนื้อประชาชน...




ยังอยู่ใน วังวน ต้องทนทุกข์
คำว่า "สุข" อย่าพยายาม เที่ยวตามหา
ต้องสงบเสงี่ยม เจียมใจ ในกะลา

เฉกถูกฆ่า รุกเร้า เผาทั้งเป็น....

ผ่านกี่ปี กี่เดือน ก็เหมือนเก่า
ยังโง่เง่า เต่าตุ่น หมกมุ่นเซ่น
มีอำนาจ ก็ไล่เชือด อย่างเลือดเย็น
จบอย่างเห็น ประชาชน ทนรับกรรม....

๓ บลา
 

Thailand crown prince strips wife's family of royal name ยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน





สื่อนอก BBC รายงานข่าวเรื่องการยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน “อัครพงศ์ปรีชา”ซึ่งเป็นชื่อสกุลเดิมของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา และมีการคาดการณ์กันในวงกว้างว่าเรื่องการยกเลิกชื่อสกุลพระราชทานนี้เป็นการปูทางไปสู่การหย่าร้างของทั้งสองพระองค์ 
 


ภาพประกอบ - สำนักข่าวอิศรา

ที่มา FB BBC Thai

ยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า ได้รับหนังสือเรื่องยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน “อัครพงศ์ปรีชา” จากกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารแล้ว

หนังสือดังกล่าว เอกสารเลขที่ พว 0005.1/ ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 จากกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมฯ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่องยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน "อัครพงศ์ปรีชา" โดยให้ผู้ที่ใช้ชื่อสกุลพระราชทานนี้ในปัจจุบันกลับไปใช้ชื่อสกุลเดิม ลงนามโดยพลอากาศเอกสถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมฯ

บุคคลในชื่อสกุล “อัครพงศ์ปรีชา” ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีพัวพัวกันกับคดีจับกุมพล.ต.ท พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และนายตำรวจระดับสูงอีกหลายราย

พล.ต.ท. ประวุฒิบอกบีบีซีไทยว่า เท่าที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏมาก่อนว่า มีการยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน ส่วนความคืบหน้าในคดีดังกล่าว พล.ต.ท. ประวุฒิบอกบีบีซีไทยว่า อาจมีการจับกุมเพิ่มเติม ส่วนทรัพย์สินของผู้ต้องหานั้น เท่าที่สืบทราบในตอนนี้ผู้ต้องหาไม่มีการนำเอาเงินทอง หรือทรัพย์สินไปฝากต่างประเทศ มีการนำไปลงทุนบ้าง แต่นานมาแล้ว

ด้านบีบีซีภาคภาษาอังกฤษรายงานว่า สมเด็จพระบรมฯ ทรงสั่งให้รัฐบาลยกเลิกชื่อสกุลซึ่งเป็นชื่อสกุลของเดิมของพระวรชายา โดยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาพระญาติสนิท 7 คน ของพระวรชายา ถูกจับในข้อหาว่าเกี่ยวข้องกับการค้าของเถื่อนและการพนันที่พัวพันกับคดีพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์

ผู้สื่อข่าวบีบีซีภาคภาษาอังกฤษรายงานด้วยว่า เป็นที่รู้กันว่าสมเด็จพระบรมฯ ทรงแยกทางกับพระวรชายาแล้ว ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระราชโอรสหนึ่งพระองค์ ซึ่งคาดว่าจะทรงอยู่ในลำดับต่อไปของการสืบสันตติวงศ์ หากสมเด็จพระบรมฯ ได้ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากในหลวง

บีบีซีภาคภาษาอังกฤษ รายงานเพิ่มเติม เรื่องการยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน “อัครพงศ์ปรีชา” ว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงสั่งให้รัฐบาลยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน “อัครพงษ์ปรีชา” ซึ่งเป็นชื่อสกุลของเดิมของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา หลังจากที่พระญาติสนิท 7 คน ของพระวรชายาถูกจับในข้อหาว่าพัวพันกับการทุจริตคอรัปชั่น และมีการคาดการณ์กันในวงกว้างว่าเรื่องการยกเลิกชื่อสกุลพระราชทานนี้เป็นการปูทางไปสู่การหย่าร้างของทั้งสองพระองค์

โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ภาคภาษาอังกฤษ รายงานจากกรุงเทพฯ ว่า เรื่องมลทินที่เกิดกับพระญาติของพระวรชายาในช่วงสิบวันมานี้ เป็นข่าวที่สื่อมวลชนในไทย รายงานอย่างกว้างขวาง แต่กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่มีบทลงโทษรุนแรง ทำให้สื่อมวลชนในไทย ไม่กล้ารายงานถึงความสัมพันธ์ด้านเครือญาติ

ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า น้าของพระวรชายา เป็นตำรวจตำแหน่งสูง ถูกตั้งข้อหาว่าพัวพันกับการค้าของเถื่อนและการพนัน นอกจากนั้นพระญาติใกล้ชิด 4 คน และญาติห่าง ๆ อีก 2 คน ถูกจับกุมด้วย

ล่าสุดกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ส่งหนังสือไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน ที่พระองค์ทรงพระราชทานให้กับตระกูลของพระวรชายา เมื่อทรงอภิเษกสมรส เมื่อปี 2544 โดยพระวรชายาทรงเป็นพระชายาองค์ที่สามในสมเด็จพระบรมฯ

ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า สมเด็จพระบรมฯ ทรงไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับพระวรชายาแล้ว แต่ยังคงเสด็จปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยกัน และคาดว่าจะทรงหย่าร้างกับพระวรชายา ผู้สื่อข่าวบีบีซีภาคภาษาอังกฤษบอกว่าสิ่งนี้นับเป็นก้าวสำคัญ เพราะตามปกติแล้วเป็นเรื่องที่คาดกันว่า พระวรชายาในองค์รัชทายาท จะขึ้นเป็นราชินี เมื่อสมเด็จพระบรมฯ จะทรงเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากในหลวง และตำแหน่งราชินีเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมากในประเทศไทย



29 November 2014 Last updated at 10:14 ET
Source BBC

Thailand's Crown Prince Vajiralongkorn has asked the government to strip his wife's family of their royally bestowed name.

It comes after seven of her close relatives were arrested in a purge of officials allegedly involved in corruption.

Princess Srirasmi Akrapongpreecha is Crown Prince Vajiralongkorn's third wife, and the pair married in 2001.

The move is widely expected to be a first step to divorce.

He was already known to be estranged from the princess, although they continued to attend official functions together.

Letter

The purge of Princess Srirasmi's family over the past 10 days has been widely reported in Thailand.

However, until now the severity of the lese majeste law criminalising any critical comment about the monarchy meant that no Thai media had pointed out the family connection.

The princess's uncle, a senior police general, was arrested over accusations of amassing vast wealth through smuggling and gambling rackets.

Four of her siblings and two other relatives have also been held.

The office of Crown Prince Vajiralongkorn has now sent a letter to the interior ministry ordering her family to be stripped of the royal name he bestowed on them when he married her.

The dramatic downfall of Princess Srirasmi comes at a very sensitive time, analysts say, with the 86 year-old King Bhumibol Adulyadej in poor health.

As the Crown Prince's wife, she would have been expected to become Queen when he succeeds his father, a potentially very powerful position given the exalted status of the monarchy in Thailand.

The pivotal position of the monarchy in Thailand's political order makes the succession an extremely sensitive issue, many aspects of which still cannot be reported from inside the country.

The world's longest-reigning monarch, King Bhumibol has been on the throne in Thailand since 1946.

ข่าวในพระราชสำนัก : พลตรีหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ .......

"เซ็ง" ข่าวการตัดสินของศาล รธน....เชิญ.ดู "ข่าวในพระราชสำนัก" น่าสนใจกว่า....



ภาพข่าวจากข่าวพระราชสำนัก ช่อง 3 ประจำวันที่ 6 พฤษภาคม 2557
ข่าวในพระราชสำนัก6พ.ค.57 พลตรีหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ เข้ารับพระราชทานประกาศนียบัตร วปอ.
ข่าวพระราชสำนัก ช่อง 11 ประจำวันที่ 6 พฤษภาคม 2557 (ช่วงนาทีที่5.30ถึง5.50)
คลิปhttps://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=eVRty_LPYYw



ข่าวในพระราชสำนัก6พ.ค.57 พลตรีหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ เข้ารับพระราชทานประกาศนียบัตร วปอ.
‎
รูปภาพของ ตาสว่าง

โปรดเกล้าฯ‬ พล.ต.หญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ เป็นเสนาธิการทหารมหาดเล็ก
ข่าว...เมือวานนี้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายพลหญิงเป็นเสนาธิการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เชิญติดตาม ..เธอเป็นใคร???.
ราชกิจจานุเบกษาประกาศ พล.ต.หญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์
ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นเสนาธิการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2557) รายงานข่าวแจ้งว่า ได้มีประกาศราชกิจจานุเบกษา
วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี
เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ มีรายละเอียด ดังนี้

แต่งตั้งให้ พลตรีหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์
ผู้บังคับการโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลตรี) เป็น
เสนาธิการหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลตรี)

ตั้งแต่วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗
ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

นอกจากนี้ ยังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ ดังต่อไปนี้

๑. พลเรือตรี ณัฏฐนันท์ วิเศษสมวงศ์ นายทหารปฏิบัติการพิเศษ
สํานักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร
หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลเรือตรี) เป็น
ผู้อํานวยการกองพระราชพิธีสายวิทยาการ ราชองครักษ์
สํานักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลเรือตรี)

๒. พลอากาศตรี เชษฐา เหมือนแก้ว นายทหารปฏิบัติการพิเศษ
สํานักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลอากาศตรี) เป็น
ผู้อํานวยการกองอํานวยการยุทธวัง และแผนงานอํานวยการใน
พระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลอากาศตรี)

๓. นาวาอากาศเอก ชิดพงศ์ ทองกุม เป็น ผู้ช่วยหัวหน้าสํานักงานฝ่ายเสนาธิการ
ในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลอากาศตรี)

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

และได้มีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ ๒ ราย
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ ดังต่อไปนี้

๑. พันเอก พิชิต อ่อนอินทร์ เป็น ผู้บังคับการโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์
หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลตรี)

๒. นาวาอากาศเอก ทินกร ต๊ะมูล เป็น นายทหารปฏิบัติการพิเศษ
สํานักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลอากาศตรี)

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...................................

อัพเดทข่าวThai -Enews
ภาพข่าวจากข่าวพระราชสำนัก ช่อง 3 ประจำวันที่ 6 พฤษภาคม 2557ข่าวในพระราชสำนัก6พ.ค.57 พลตรีหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ เข้ารับพระราชทานประกาศนียบัตร วปอ. ข่าวพระราชสำนัก ช่อง 11 ประจำวันที่ 6 พฤษภาคม 2557 (ช่วงนาทีที่5.30ถึง5.50)คลิป
https://www.youtube.com/watch…
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
การเมืองน่าเบื่อแบบนี้ ดู "ข่าวในพระราชสำนัก" ดีกว่าครับ น่าสนใจกว่า
เมื่อกลางวัน มีเพื่อนบางท่าน (ซึ่งเขาคงไมอยากให้ผมเอ่ยนาม) ถามผมมาว่า ผมได้ดู "ข่าวในพระราชสำนัก" ช่อง 3 เมื่อคืนวาน (6 พ.ค.) หรือเปล่า น่าสนใจดีนะ
ดัวยความบังเอิญ ผมไม่ได้ดูจริงๆ (มิน่า เมื่อคืน ถึงหลับไม่ค่อยดี อิอิ) ผมก็เลยลองดูตาม link ทีเพื่อนท่านนั้นให้ ก็พบว่า น่าสนใจจริงๆ
คือ สมเด็จพระบรมฯทรงเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานประกาศนียบัตร แก่ผู้จบการศึกษา วปอ แล้วมีอยู่ช่วงหนึ่ง กล้องจับภาพสุภาพสตรีท่านหนึ่งทีเข้ารับพระราชทานด้วย อย่างนานมาก และค่อนข้าง "โคลสอัพ" ด้วย ซึ่งถ้าเข้าใจไม่ผิด (ไม่มีคำบรรยาย) สุภาพสตรีท่านนั้นคือ คุณ พลตรีหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ที่มีข่าวว่าได้รับแต่งตั้งเลื่อนยศจาก "พันตรีหญิง" เป็น "พลตรีหญิง" ในเวลาสั้นๆ เพียง 1 ปีครึ่ง
กลับมาบ้าน ตลอดค่ำ ผมก็พยายามดูคลิปนั้นใหม่ แต่ไม่ทราบเว็บไซต์ช่อง 3 เป็นอะไร เข้าไม่ได้ตลอดค่ำนี้ (ใครสนใจ ลองพยายามดูเองก็ได้ ทีนี่http://goo.gl/hKAvmb
ด้วยความบังเอิญอีกเช่นกัน เมื่อครู่ มีเพื่อนอีกท่านหนึง เพิ่งถามผมมาหลังไมค์เรืองนี้ และแนะนำให้ลองดูคลิปของช่อง อสมท. ซึงผมก็ลองหาดู ปรากฏว่า กล้องจับภาพสุภาพสตรีทีเข้าใจว่าคือคุณพลตรีหญิงสุทิดานานเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่นาน และไม่ "โคลสอัพ" เท่าช่อง 3 ใครสนใจ ลองดูที่นี่http://goo.gl/oQlKag เพื่อนท่านนี้ยังให้ลองดูของ ช่อง 7 ด้วย (อันนี้http://goo.gl/tToA1e ) ผมดูแล้ว กล้องก็จับภาพสุภาพสตรีท่านนั้น เป็นพิเศษ แต่ก็ยังไม่นานเท่าช่อง 3 คือคล้ายๆของช่อง อส.มท. แต่ส้้นกว่าเล็กน้อย
ดังน้้น ยังไงถ้าใครสนใจ "ข่าวในพระราชสำนัก"มากๆ แบบผม อย่าลืมหาโอกาสดูของช่อง 3 นะครับ ตาม link ที่ผมให้ไว้อันแรกข้างบน (คิดว่า สักพัก เว็บไซต์ คงดูได้)
หมายเหตุ: จนบัดนี้ ผมยังไม่ทราบว่า คุณ "พลตรีหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์" คือใครนะครับ (ยกเว้นเรือ่งการเลื่อนยศอย่างค่อนข้างเร็วของท่าน ซึ่งมีรายงานตามสือ่ทั่วไป เช่น เดลินิวส์ และสำนักข่าวอิศรา เป็นต้น
// Nadier





ไม้ใกล้ฝั่งดั่งต้นไทร...เปรียบผู้ใหญ่เฉียดใกล้โลง.

ไม้ใกล้ฝั่งดั่งต้นไทร...เปรียบผู้ใหญ่เฉียดใกล้โลง.....ศักดินาฤาว่า ไพร่...อยู่ไม่ไกลจากเมรุเผา เราฆ่าเขาเขาฆ่าเรา...ไพร่หรือเจ้าต้องเข้าโลง อำมหิตจิตมนุษย์...ท้ายที่สุดก็ตายโหง แก่เจียนตายใกล้กรายโลง...ยังไม่ปลงยังคงเลว.... ไอ้มหาโจรทำร้ายประเทศชาติ ปล้นสิทธิเสรีภาพและกดขี่ข่มเหงประชาชนมาตลอดชีวิต เมื่อซาตานอำมหิตตัวนี้สาบสูญไปจากโลกเมื่อใด เมืองไทยก็คงจะมองเห็นแสงสว่างแห่งความ เป็นธรรม ประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และประชาชนจะลืมตาอ้าปาก เทียบทันกับชาวโลกเขาได้บ้าง...



ขุนเขาบอก : 

ไม้ใกล้ฝั่งดั่งต้นไทร...เปรียบผู้ใหญ่เฉียดใกล้โลง.....

เปรียบไม้ใหญ่ที่ใกล้ล้ม...พายุโหมต้านไม่ไหว
อนาถหนาพญาไทร...อายุใกล้ไถลดิน
สูงสง่าพญาไม้...เคยยิ่งใหญ่ดั่งผาหิน
มอดแมลงแย่งกัดกิน...บั่นชีวินพญาไทร

ไทรเอ๋ยไทรใบเจ้าร่วง...เพียงติดบ่วงริษยา
เปรียบขั้วใบเป็นศรัทธา...ใบริษยาหลุดลาไทร
ดั่งชีวีมีดีชั่ว...ติดตามตัวทุกสมัย
ไม้ใกล้ฝั่งดั่งต้นไทร...เปรียบผู้ใหญ่เฉียดใกล้โลง

ศักดินาฤาว่าไพร่...อยู่ไม่ไกลจากเมรุเผา
เราฆ่าเขาเขาฆ่าเรา...ไพร่หรือเจ้าต้องเข้าโลง
อำมหิตจิตมนุษย์...ท้ายที่สุดก็ตายโหง
แก่เจียนตายใกล้กรายโลง...ยังไม่ปลงยังคงเลว

กิเลสหนาพาให้ชั่ว...ดีใส่ตัวชั่วให้เขา
ยังลืมตัวยังมัวเมา...แอบอิงเจ้าว่าเขาเลว
เป็นมนุษย์สุดประเสริฐ....ชาติกำเนิดฟ้ากับเหว
เกิดเบื้องฟ้ายังกล้าเลว...เกิดก้นเหวไม่เลวทราม

ศรัทธาไทรคือใบร่วง...ศรัทธาลวงคือคนไหน
เคยคุกเข่าใต้เงาไทร...สักกาใบต้นไทรงาม
ชีพลับล่วงคำลวงฟ้า...เทิดศรัทธาน่าเกรงขาม
คำสั่งตายชายนิรนาม...ใต้ไทรงามคือความตาย

ไทรเอ๋ยไทรต้องไปแล้ว...ร่มไทรแก้วของลูกเอ๋ย
ไร้ศรัทธาดั่งเช่นเคย...ด้วยไทรเอ๋ยสั่งความตาย
ท่าวถล่มจมผืนดิน...ธรณินคือที่หมาย
ร่มไทรใหญ่ใบมลาย...ศรัทธาหายตายสู่ดิน....เมื่อศรัทธาสูญ.ผลบุญก็เหือดหาย..ความดีอยู่คู่กาย.ความตายอยู่คู่กรรม.....

อีกหนึ่งเรื่องราว "คุณหมอชัยชน โลว์เจริญกุล"ผู้ติดตามถวายการดูแลองค์ฟ้าหญิงฯ ที่หายสาบสูญไปไร้ร่องรอย..???..

 
 
ภาพชีวิตในวังหลวงใครเป็นใครดูเอาเอง ....






Chaichon Locharernkul.jpg

รศ.นพ.ชัยชน โลว์เจริญกูล

เกิด


อาชีพ

เคยเป็นแพทย์,นักวิจัย

รู้จักในสถานะ

ผู้เชี่ยวชาญด้าน ประสาทวิทยาและโรคลมชัก

บิดามารดา

นายอำพัน โลว์เจริญกูล (ถึงแก่กรรม)
นางสมสุข โลว์เจริญกูล


คุณหมอชัยชน โลว์เจริญกุล ผู้ติดตามถวายการดูแลองค์ฟ้าหญิงฯ
โดย Aum Sky Exits เมื่อ 25 กันยายน 2011 เวลา 12:33 น.
เพื่อนอาจจะงงว่า ใครคือคุณหมอชัยชน  ก็ขอแนะนำว่า คุณหมอชัยชน คือบุคคลที่เคยติดตามใกล้ชิดองค์พระเจ้าลูกยาเธอ
เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี    ซึ่งมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าคุณหมอเป็นลูกชายร้านซักแห้งร้านหนึ่งบ้างเป็นอะไรต่ออะไรบ้าง  ซึ่งที่จริงแล้ว ท่านเป็นผู้ติดตามใกล้ชิดเพื่อได้ถวายการดูแล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เปรียบเสมือนกัลยาณมิตร โดยใช้วิธีการรักษาด้วยยาและธรรมโอสถ โดยมีทั้งพระสงฆ์และเขาที่คอยถวายคำแนะนำด้วย
ปัจจุบันคุณหมอที่หายหน้าตาไป เป็นเพราะท่านได้ไปบวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา สมดังที่ท่านได้ตั้งใจไว้ครับ

จึงถือโอกาสแนบเรื่องราวขั้นต้นมาให้เพื่อนๆ ได้ทราบกัน และประวัติของคุณหมอมาด้วยครับ(เป็นบุตรของนายอำพัน กับนางสมสุข โลว์เจริญกุล โดยบิดาทำงานบริษัท ส่วนมารดาเป็นแม่บ้าน โดยตาของเขาอพยพมาจาก ประเทศจีน ทั้งยังเคยสอน ภาษาไทย ด้วย โดยตาและบิดาของเขาชอบศิลปะและธรรมชาติ)


ประวัติคุณหมอโดยสังเขป:-

ใคร หลายคนคงเคยนึกสงสัยว่า ชายหนุ่มผิวขาวร่างสูงโปร่ง ที่มักจะตามเสด็จอยู่เบื้องหลังสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี นั้นเป็น ใคร แต่สำหรับผู้ป่วยโรคลมชัก คงแทบไม่ต้องกล่าวอะไรมาก เกือบทุกคนรู้ดีว่าท่านผู้นี้ คือ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชัย ชน โลว์เจริญกูล อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านประสาทวิทยาและโรคลมชัก ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งหัวหน้าโครงการรักษาผู้ป่วยโรคลกชักครบวงจร ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี






ที่มา Thai E-News
ภาพถ่ายที่อ้างว่า'อาจจะ'เป็น'หมอชัยชน'บวชพระ ?

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
10 สิงหาคม 2554

มีผู้นำภาพของพระภิกษุรูปหนึ่งออกเผยแพร่ (ดูลิ้งค์) อ้างว่าเป็นนายแพทย์ชัยชน โลว์เจริญกุล บวชเป็นพระภิกษุอยู่ ณ วัดแห่งหนึ่ง ในจังหวัดแถวภาคอีสาน
โดยในภาพเป็นภาพขณะพระภิกษุที่อ้างกันว่า"อาจจะ"เป็นนายแพทย์ชัยชนกำลัง ออก บิณฑบาต โดยมีภาพหนึ่งกำลังรับนิมนต์จากหญิงชาวบ้านที่ตักบาตรด้วยข้าวเหนียว
รูป ภาพพระภิกษุดังกล่าวมีหน้าตาคล้ายกับรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชัยชน โลว์เจริญกุล หัวหน้าสาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการรักษาผู้ป่วยโรคลมชักครบวงจรในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
นายแพทย์ชัยชน ไม่ได้ปรากฎตัวทางสาธารณะมาช่วงระยะเวลานานพอสมควร จากที่คนไทยคุ้นเคยมาก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตามไทยอีนิวส์ไม่ขอยืนยันว่านี่เป็นภาพจริงของพระภิกษุชัยชน จริง หรือไม่ และหากใช่ก็ไม่มีข้อมูลอื่นใดว่าถ่ายไว้เมื่อใด และสถานที่ใด

อย่างไรก็ตามในลิ้งค์ที่มีผู้นำภาพ 2 ภาพนี้เผยแพร่ระบุไว้ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2554 ในเวบไซต์กูเกิ้ล ในส่วนguru googleในหัวข้อเรื่อง รศ.ดร.นพ.ชัยชน โลว์เจริญกุล หายไปไหน

ทั้งนี้นายแพทย์ชัยชนม์เคยให้สัมภาษณ์ว่า สนใจปฏิบัติธรรมมาก "ตอนช่วงปิดเทอมปี ๓ ผมก็เลยไปบวชอยู่ ๒๐ วัน ได้ความสงบบ้าง ตอนนั้นการปฏิบัติยังน้อย " นอกจากนั้นได้กล่าวว่า "เคยคิดจะบวช แต่พระอาจารย์ที่สอนผมท่านบอกว่ายังไม่ถึงเวลา คือ ท่านคงจะมีญาณรู้อนาคต ว่าเราจะต้องรับผิดชอบงานใหญ่อะไรบางอย่าง หรือยังมีภารกิจอะไรบางอย่างที่ต้องทำให้เรียบร้อย ถ้าบวชไป ใจอาจจะไม่สงบ "ได้แต่อธิษฐานไว้ ถ้ามุ่งตรงต่อกระแสพระนิพพานได้ก็พอใจแล้ว เพราะรู้สึกเบื่อภพชาติมาก ถ้าเป็นชาติสุดท้ายได้ ก็คงจะดีมาก ...สำหรับผม ธรรมะเป็นลมหายใจ ถ้าขาดลมหายใจ เราอยู่ไม่ได้ฉันใด ขาดธรรมะ ชีวิตก็ดำรงอยู่ไม่ได้ฉันนั้น ...