onsdag 8 september 2021

"ม็อบทะลุแก๊ส "สมรภูมิดินแดง เมื่อคนรุ่นใหม่ปฏิเสธที่จะอยู่นิ่งเฉย

Thai E-News

ความเหี้ย มโหดของตำรวจ คฝ.นั่นแหละ ทำให้สมรภูมิดินแดงยืดเยื้อ เมื่อคนรุ่นใหม่ปฏิเสธที่จะอยู่นิ่งเฉย


ถ้าบอกว่าธีมการชุมนุมประท้วงเรียนออนไลน์ของกลุ่มนักเรียนเลวกระชากอารมณ์ที่สุด การชุมนุม บวก หรือเผชิญหน้า เอาคืนกับความเหี้ย มโหดของตำรวจ คฝ.รายวันที่ดินแดง ก็กระซวกจิตสำนึกและภาวะจิตใจของคนทั่วไปได้มากที่สุด

ภาพร่างนักเรียนหญิงห้อยต่องแต่ง สีแดงเปื้อนทั่วตัว อยู่ข้างป้ายข้อความบนผืนผ้าขนาดใหญ่ “เด็ก ๑.๘ ล้านคนกำลังหลุดจากระบบการศึกษา เพราะการเรียนออนไลน์ ที่ไม่เห็นหัวเด็ก” เมื่อวันก่อน เห็นแล้วหวาดเสียวพอๆ กับภาพจากการชุมนุมเมื่อวานนี้

เด็กสาวในชุดนักเรียน มีเชือกเส้นใหญ่มัดทั่วร่าง ยืนอยู่บนเก้าอี้ รายล้อมด้วยเปลวเพลิงจากการเผากระดาษแผ่นปลิว ๑๑,๒๐๐ แผ่น ซึ่งโปรยลงมาจากยอดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ถูกห่มด้วยผืนผ้าขาวอันเกลื่อนด้วยข้อความหลากสีต่างๆ มิดตั้งแต่ยอดจรดฐาน

ล้วนเป็นกิจกรรมเชิงสัญญลักษณ์เต็มไปด้วยแนวคิดก้าวล้ำ สร้างสรรค์ ไม่จำเป็นต้องสุนทรีย์เสมอไป แต่ให้ความรู้สึกอึดอัดขัดข้อง ที่อนุชนรุ่นนี้ต้องเผชิญกับความลุ่มหลงในอัตตา และการเอาเปรียบของกลุ่มคนที่เหนี่ยวรั้งอดีตอย่างเหนียวแน่นก่อนถึงบั้นปลาย

ซึ่งคนเหล่านั้นรู้ดีว่าอนาคตของตนกำลังถอยหลังย้อนมาหา ผิดกับคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นแต่การเจริญวัยอยู่เบื้องหน้า และต่อๆ ไป พวกเขาจึงปฏิเสธที่จะนิ่งเฉย แล้วปล่อยให้อนาคตของพวกตนถูกบิดเบี้ยว สนองตัณหาของชนรุ่นหมดน้ำยา

“ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” ในคำประกาศของกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย สำหรับการนัดหมายพร้อมกันที่สามเหลี่ยมดินแดงเย็นนี้ มันสะท้อนอาการฮึดสู้ของกลุ่ม ทะลุฟ้าและทะลุแก๊ส ตลอดกว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาในสมรภูมิดินแดง

๗ กันยา “ปากคำของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์คนที่หนึ่งเล่าว่า ตำรวจขับรถกระบะอีซูซุ ๕ คันเข้ามาและพุ่งชนผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณแยกดินแดง รวมทั้งใช้กระสุนยางยิงเข้าใส่ด้วย” ผู้บาดเจ็บคนหนึ่งไหปลาร้าหัก อีกคนหนักถึงขั้นแรงกระแทกกระทบปอด

ผู้บาดเจ็บเป็นเยาวชนอายุ ๑๗ ปี “ขับรถชนเด็กทำไม ชาวบ้านถาม” ittipat pinrarod @ittipat_tv รายงานว่าชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเกิดความไม่พอใจ กรูกันเข้าไปต่อว่าและผลักไสกลุ่มตำรวจในเครื่องแบบต่อต้านฝูงชน หมวกแข็ง สนับแข้ง และเสื้อกั๊กกันกระทุ้ง

“ต่อมามีรายงานว่า ตำรวจจับกุมผู้ชุมนุมไม่น้อยกว่า ๑๕ คนเป็นเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ๕ คน” ขณะอีกฟากหนึ่งของกรุงเทพฯ ต๋ง ทะลุฟ้า ขึ้นปราศรัยเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พูดถึงข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่บ้านเมือง

“บอกว่าเราเป็นคนที่ทำความวุ่นวายให้บ้านเมือง...จำไว้ว่าเราทำผิดแค่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่สิ่งที่พวกเขาทำมันผิดรัฐธรรมนูญ...อยากถามว่าการชุมนุมมันผิดมากนักเหรอ...ผู้ใช้กฎหมายของประเทศนี้ พวกเขาไม่เคยทำให้รู้สึกถึงความเป็นธรรมได้เลย

วันไหนที่ประชาชนชนะเราจะคิดบัญชี...ถ้าประชาชนยังต่อสู้ เผด็จการไม่มีวันชนะ...ชัยชนะอาจจะไม่ได้มาหาเราในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ เราจงต่อสู้เพื่อรอวันนั้นมาถึง และความเจ็บปวดทุกอย่างจะได้รับการเยียวยาแน่นอน”

เช่นกันกับกระแสทัดทานความคร่ำครึของระเบียบศาสนาในสังคม รวมไปถึงหมู่มารซึ่งห้อยโหนคลั่งไคล้แต่กับภาพลักษณ์บนฝาผนัง ดังที่ ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.ปัดเศษย้ายพรรค ยังพยายามกดดันให้ทำการ สึกสองพระนักเทศน์ขำขัน


ทั้งที่ สนง.พุทธศาสนาฯ หรือ พศ.มีวินิจฉัยต่อกรณีพระมหาไพรวัลย์-พระมหาสมปอง ไล้ฟ์ธรรมะขำขัน “ไม่ถือว่าผิดวินัยร้ายแรง” แต่ถ้าเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพงทำหน้าที่รักษาการณ์อยู่ จะสั่งการอย่างใดก็เป็นอำนาจที่จะปกครอง

ส่วนตัวมองว่า ไม่เหมาะสม เพราะพระสงฆ์กลายเป็นดารา เรื่องนี้ พระธรรมวินัยห้ามไว้ ไม่ควรทำตัวเป็นดารานักแสดง ถ้าอยากจะเป็นดาราก็ควรจะลาสิกขา...การนำเสนอธรรมะ หากเห็นว่าเป็นวิธีที่ดี ก็ไปให้ดาราทำ” เสียสิ

เป็นความย้อนแย้งส่อเสียด อันทำให้เกิดความเสื่อมทรามล้าหลัง ต่อลัทธิปรัชญาระดับสูง ‘Metaphysics’ ซึ่งได้ชื่อว่าเต็มไปด้วยหลักการก้าวหน้า และเป็นวิทยาศาสตร์มากกว่าศาสนา ในแนวความคิดของนักปรัชญาตะวันตกต่อศาสนาพุทธ

ไพบูลย์นั้น หน้าไหว้หลังหลอก ไม่ต่างกับ สุวิทย์ ทองประเสริฐ ผู้เคยใช้การนุ่งห่มผ้าสีเหลืองกลัด เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองให้คณะทหารเข้ามายึดอำนาจสำเร็จ ทั้งที่ประพฤติตนยิ่งกว่าอลัชชี มีทั้งการ ตบทรัพย์และ ซ่องโจร

ทั้งสองนั่นต่างหากที่เป็น มารศาสนาแท้จริง เป็นพวกอ้าง (โหน) หลักธรรมคำสอนของพระสาสดา เพียงเพื่อประโยชน์แก่ตนและทำลายล้างผู้อื่นซึ่งเห็นต่าง แม้เป็นการชักลากให้ถอยหลัง จากความก้าวหน้าทันโลกทันความเปลี่ยนแปลงของ ยุคใหม่

(https://www.matichon.co.th/education/religious-cultural/news_2927596, https://news.thaipbs.or.th/content/307656mRf8 และ https://www.facebook.com/iLawClub/posts/10165836413650551)

ทำไม คนถึงชอบ ม็อบทะลุแก๊ส ?!?


เอกชัย หงส์กังวาน
12h ·

ผมชอบม็อบทะลุแก๊ส คุณอาจคิดเพราะเป็นสายบวก แต่นั่นเป็นเพีบงส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ผมชอบม็อบนี้
.
1. ม็อบแบบเดิมมักมีรูปแบบเดิมๆ เช่น การปิดถนน, ตั้งเวทีปราศรัย, แสดงกิจกรรม/ดนตรี และจบลง รูปแบบนี้ยังคงอยู่เหมือนเดิมตลอดกว่า 10 ปี ฝ่ายตรงข้ามจึงเดาเกมไม่ยาก ขณะที่คนร่วมงานก็เดาทางไม่ยากเช่นเดียวกัน
แต่ม็อบทะลุแก๊สแตกต่างอย่างสิ้นเชิง คุณไม่มีทางเดาได้ว่าเด็กหรือ คฝ. ใครจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เริ่มบวกกี่โมง จบกี่โมง วันนี้จะบวกแบบไหน เช่น เผายางรถยนต์ หรือปาประทัดก่อนกัน หาก คฝ. สลายการชุมนุม เด็กจะกลับมาเอาคืนเมื่อไหร่
2. ม็อบแบบเดิมมักโฟกัสอยู่ที่เวที สื่อมวลชนจึงเพียงตั้งกล้องที่หน้าเวทีเท่านั้น คุณจึงสามารถนั่งอยู่หน้าเวที หรือชมการถ่ายทอดสดที่บ้านได้
แต่ม็อบทะลุแก๊สไม่ใช่ คุณไม่มีทางรู้เด็กจะบวกจุดไหน หรือ คฝ. จะมาจากทิศทางไหน ผมจึงต้องเดินสายไปทั่วพื้นที่ตามสถานการณ์ แม้แต่สื่อมวลชนก็ไม่สามารถตั้งกล้องที่จุดใดจุดหนึ่งได้ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
3. ม็อบแบบเดิมเน้นการปราศรัยเป็นหลัก มันจึงไม่ต่างจากการชมรายการโทรทัศน์ แม้คุณจะไม่อยู่ในม็อบก็อาจไม่รู้สึกแตกต่าง
แต่ม็อบทะลุแก๊สเปรียบเสมือนการแข่งกีฬา การชมถ่ายทอดสดไม่ได้อรรถรสเท่ากับชมจากสนามจริง บางครั้งสื่อมวลชนก็ไม่ได้ถ่ายทอดสดในจุดที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ เช่น คลิป คฝ. ยิงกระหน่ำใส่ม็อบเด็กเมื่อคืนนี้ ตอนนั้นมีผมเพียงคนเดียวที่ถ่ายคลิปได้ เพราะสื่อมวลชนไปอยู่จุดอื่นหมด
.
.
นี่คือเสน่ห์ของม็อบทะลุแก๊สที่คนไม่เคยร่วมไม่มีวันเข้าใจ

 

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar