สำรวจข้อมูลระหว่างบรรทัด หลังนายกฯ ประกาศเปิดประเทศ 1 พ.ย.
.
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม
ประกาศผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ค่ำวานนี้ (11 ต.ค.) ว่า
ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.
ประเทศไทยจะเริ่มเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว
สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และเดินทางเข้าไทยทางอากาศ
โดยมาจากประเทศที่เรากำหนดว่าเป็น “ประเทศความเสี่ยงต่ำ”
ทว่าทุกคนต้องแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ผลเป็นลบ
ซึ่งตรวจก่อนเดินทางออกจากประเทศต้นทาง และจะตรวจอีกครั้งเมื่อเดินทางถึงไทย
.
สำหรับ “ประเทศความเสี่ยงต่ำ” ที่นายกฯ ระบุถึงมี 10 ประเทศ
แต่เขาเอ่ยชื่อออกมาเพียง 5 ประเทศ ประกอบด้วย อังกฤษ สิงคโปร์ เยอรมนี จีน
และสหรัฐอเมริกา
.
คำประกาศเปิดประเทศของ พล.อ. ประยุทธ์
เกิดขึ้นในเวลา 3 วัน ก่อนครบกำหนด 120 วัน
ที่เขาเคยประกาศเป้าหมายเอาไว้เมื่อ 16 มิ.ย. ว่าจะเปิดประเทศให้ได้
ซึ่งตรงกับวันที่ 14 ต.ค. นี้
.
ในการเดินตามเป้าหมายนี้ พล.อ.
ประยุทธ์ได้อ้างถึงการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19
ที่เกิดขึ้นในระหว่างทาง 120 วัน โดยกล่าวว่า การรับส่งมอบวัคซีนของไทย
เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 3 เท่า จากเดือน พ.ค. รับส่งมอบวัคซีน 4 ล้านโดส
กลายเป็น 12 ล้านโดสในเดือน ก.ค. และจนถึงสิ้นปีนี้ ไทยจะมีวัคซีนรวมกว่า
170 ล้านโดส
.
เช่นเดียวกับยอดการฉีดวัคซีน จากฉีดเฉลี่ยประมาณ 8 หมื่นโดส/วัน เมื่อเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นเป็น 7 แสนโดส/วัน ในปัจจุบัน
.
บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูล 2 ชุดเปรียบเทียบกัน พบว่า ในวันที่ พล.อ.
ประยุทธ์ประกาศแผนเปิดประเทศเมื่อ 16 มิ.ย. ยอดผู้ป่วยโควิดหน้าใหม่อยู่ที่
2.3 พันราย/วัน แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 1 หมื่นราย/วัน ส่วนยอดฉีดวัคซีนสะสม ณ
16 มิ.ย. อยู่ที่ 6.78 ล้านโดส ก่อนทะยานขึ้นเป็น 60.2 ล้านโดส ณ 11 ต.ค.
.
บีบีซีไทยยังตรวจสอบข้อมูลของ 5 ประเทศที่เข้าเกณฑ์ “ประเทศเสี่ยงต่ำ”
ตามคำประกาศของนายกฯ ไปจากเว็บไซต์ “our world in data” (ข้อมูลล่าสุด ณ 10
ต.ค.) พบว่า
.
- อังกฤษมีผู้ป่วยหน้าใหม่ 3.3 หมื่นราย ประชาชนได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว 45.1 ล้านคน
- สิงคโปร์ มีผู้ป่วยหน้าใหม่ 2.8 พันราย ประชาชนได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว 4.6 ล้านคน
- เยอรมนีมีผู้ป่วยหน้าใหม่ 5.9 พันราย ประชาชนได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว 54.2 ล้านคน
- จีนมีผู้ป่วยหน้าใหม่ 25 ราย ประชาชนได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว 1 พันล้านคน
- สหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยหน้าใหม่ 2.2 หมื่นราย ประชาชนได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว 187.3 ล้านคน
แพทย์จุฬาฯ กังวลว่า เมื่อพิจารณาการฉีดวัคซีนแบบครบโดสในไทยยังไม่ถึงเป้าหมาย ส่วนฉีดเข็มเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ ในขณะเดียวกันคนที่ฉีดด้วยวัคซีนเชื้อตาย ระดับของภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อถือว่าลดลงมาก เมื่อผ่านระยะเวลาราว 2 เดือน

Inga kommentarer:
Skicka en kommentar