tisdag 2 december 2014

พระเจ้าตาก : กษัตริย์ผู้กอบกู้บ้านเมือง


หลังกรุงศรีอยุธยาเสียกรุงแก่พม่าในปี พ.ศ.๒๓๑๐ พระเจ้าตากสินได้รวบรวมผู้คนและนักรบต่อสู้ขับไล่พม่าอย่างเด็ดเดี่ยวจนกอบกู้บ้านเมืองได้สำเร็จ จากนั้นก็ใช้เวลาอีก ๑๕ ปี กรำศึกสงครามรวบรวมหัวเมืองต่างๆที่กระจัดกระจาย ขณะเดียวก็ต้องทำศึกใหญ่กับพม่าหลายครั้ง จนสร้างความเป็นปึกแผ่นแก่บ้านเมือง พร้อมกับทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างขนานใหญ่ พระองค์เป็นพุทธบริษัทที่ดี เมื่อว่างเว้นจากราชการแผ่นดิน พระองค์จะไปทรงศีลบำเพ็ญพระกรรมฐานที่วัดบางยี่เรือเป็นนิจ (๑)


ต่อมาในปี พ.ศ.๒๓๒๓ ทางเมืองเขมรเกิดกบฏขึ้นโดยการยุยง แทรกแซงของญวนฝ่ายองเชียงสือ เป็นการหากำลังและเสบียงขององเชียงสือ เพื่อทำสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่กับญวนฝ่ายราชวงศ์ไต้เชิง(เล้) ขณะเดียวกันในกรุงธนบุรีเอง องเชียงชุน(พระยาราชาเศรษฐี)ซึ่งเข้ามาสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าตาก ได้ก่อกบฏขึ้นในเดือนอ้าย พ.ศ.๒๓๒๔ หลังจากทำการปราบปรามกบฏสำเร็จในเดือนยี่ พระเจ้าตากได้พิจารณาเหตุการณ์ต่างๆ และทรงตัดสินพระทัยให้กองทัพไทยยกไปตีเมืองเขมรและไปรับมือญวนให้เด็ดขาดลงไป จึงทรงแต่งตั้งสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ พระมหาอุปราช องค์รัชทายาทเป็นแม่ทัพใหญ่ (๒) เจ้าพระยาจักรี(ด้วง) (๓) เจ้าพระยานครสวรรค์ เจ้าพระยาสาศรี(บุญมา น้องชายเจ้าพระยาจักรี)เป็นแม่ทัพรองๆลงมา ในครั้งนั้นแม่ทัพใหญ่พยายามรุดหน้าไปตามพระราชโองการ แต่ติดขัดที่แม่ทัพรองบางนายพยายามยับยั้ง เพื่อคอยฟังเหตุการณ์ทางกรุงธนบุรี ส่วนทางญวนซึ่งไม่ต้องการเผชิญศึก ๒ ด้าน ทั้งไทยและญวนราชวงศ์เล้ ได้แต่งทูตมาเจรจาลับกับแม่ทัพรองฝ่ายไทย ทางแม่ทัพรองตกลงจะช่วยเหลือองเชียงสือในอนาคต หากงานที่เตรียมไว้สำเร็จ ทางญวนได้ทำตามสัญญาด้วยการล้อมกองทัพมหาอุปราชองค์รัชทายาทอย่างหนาแน่น เปิดโอกาสให้แม่ทัพรองฝ่ายไทยยกกำลังกลับกรุงธนบุรี (๔)


เหตุการณ์ในกรุงธนบุรี เกิดมีผู้ยุยงชาวกรุงเก่าให้เกิดความเข้าใจผิดในพระเจ้าตากและชักชวนกบฏย่อยๆขึ้น จากนั้นก็ยกพลมาล้อมยิงพระนคร ขณะเดียวกันภายในกรุงธนบุรีเองก็มีคนก่อจลาจลขึ้นรับกับกบฏ พระเจ้าตากทรงบัญชาการรบจนถึงรุ่งเช้า จึงทราบว่าพวกกบฏเป็นคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น ก็สลดสังเวชใจ เพราะพระทัยทรงตั้งอยู่ในธรรมปฏิบัติมุ่งโพธิญาณเป็นสำคัญ และทรงเห็นว่าหากการเปลี่ยนแปลงอำนาจนั้นไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ชาวไทย พระองค์จะทรงหลีกทางให้ พวกกบฏจึงทูลให้ออกบวชสะเดาะเคราะห์สัก ๓ เดือนแล้วค่อยกลับสู่ราชบัลลังก์ ขณะนั้นพระยาสรรคบุรี พระยารามัญวงศ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ยังอยู่ในกรุงและมีความภักดีต่อพระเจ้าตาก เห็นเป็นการคับขัน จำต้องผ่อนคลายไปตามสถานการณ์


หลังจากบวชได้ ๑๒ วัน พระยาสุริยอภัยหลานเจ้าพระยาจักรี ยกทัพมาโดยมิได้รับพระบรมราชานุญาต เกิดการรบพุ่งกับกำลังของกรุงธนบุรีและได้รับชัยชนะ จากนั้นอีก ๓ วันคือเข้าวันที่ ๖ เมษายน เจ้าพระยาจักรี(ด้วง)ซึ่งเลี่ยงทัพจากสงครามเขมรมาถึงกรุงธนบุรี ได้มีการสอบถามความเห็นกัน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ยังจงรักภักดีและเชื่อในปรีชาสามารถของพระเจ้าตาก ต่างยืนยันให้อัญเชิญพระองค์มาครองราชย์ต่อไป แต่ข้าราชการเหล่านี้กลับถูกคุมตัวไปประหารชีวิต เช่น เจ้าพระยานครราชสีมา(บุญคง ต้นตระกูลกาญจนาคม), พระยาสวรรค์ (ต้นตระกูลแพ่งสภา), พระยาพิชัยดาบหัก (ต้นตระกูลพิชัยกุลและวิชัยขัทคะ), พระยารามัญวงศ์ (ต้นตระกูลศรีเพ็ญ) เป็นต้น จำนวนกว่า ๕๐ นาย


พระเจ้าตากก็ถูกปลงพระชนม์ทั้งที่ทรงเพศพระภิกษุในวันนั้นเอง ณ พระวิหารที่ประทับในวัดแจ้งและอัญเชิญพระศพไปฝังที่วัดอินทรารามบางยี่เรือ ใกล้ตลาดพลู คลองบางหลวง ส่วนราชวงศ์ที่เป็นชายและเจริญวัยทั้งหมดถูกจับปลงพระชนม์หมด นอกนั้นให้ถอดพระยศ แม้กระทั่งสมเด็จพระราชินีและสมเด็จพระน้านาง เป็นการถอดอย่างที่ไม่เคยมีมา (๕) เมื่อข่าวนี้ทราบไปถึงเจ้าพระยาอินทวงศา อัครมหาเสนาบดีฝ่ายกลาโหมซึ่งตั้งบัญชาการทัพอยู่ที่ปากพระใกล้เมืองถลาง ก็ได้ฆ่าตัวตายตามเสด็จ เพราะไม่ยอมเป็นข้าคนอื่น


เมื่อข่าวการปลงพระชนม์พระเจ้าตากแพร่ออกไป เมืองตะนาวศรีและเมืองมะริดอันเป็นเมืองสำคัญทางตะวันตก ก็ตกไปเป็นของพม่าในปีนั้นเอง และเนื่องจากพันธะสัญญาที่ทำไว้กับญวนอย่างลับๆ ไทยจึงต้องช่วยญวนฝ่ายองเชียงสือรบกับญวนฝ่ายราชวงศ์เล้ถึง ๒ ครั้ง รวมทั้งการช่วยอาวุธยุทธภัณฑ์อีกนับไม่ถ้วน พอครั้นญวนฝ่ายองเชียงสือมีกำลังกล้าแข็งขึ้น ไทยกลับต้องเสียเมืองพุทไธมาศและผลประโยชน์อีกมากมายแก่ญวนไป (๖)  โอ้อนิจจา .... เรื่องนี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ


ด้วยความเหิมเกริมทะยานอยากได้อำนาจสูงสุด เจ้าพระยาจักรีจึงเป็นกบฏ ทรยศต่อพระเจ้าตาก กษัตริย์ผู้กู้ชาติไทย กระทำการเข่นฆ่าล้างโคตรอย่างโหดเหี้ยม อำมหิตที่สุด ซ้ำยังเสริมแต่งใส่ร้ายพระเจ้าตาก ว่าวิปลาสบ้าง (๗) กระทำการมิบังควรแก่สงฆ์บ้าง วิกลจริตในการบริหารราชการบ้าง จากนั้นก็ตั้งตนเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ และเริ่มสร้างพระราชวังใหม่ที่ฟากตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นจุดเริ่มต้นของการสถาปนาราชวงศ์ใหม่ “ราชวงศ์จักรี”


และด้วยความโหดร้ายบนเลือดเนื้อและชีวิตของกษัตริย์ในเพศพระภิกษุ กษัตริย์องค์ต่อๆมาในราชวงศ์จักรีจึงเต็มไปด้วยความบาดหมาง แก่งแย่งชิงราชสมบัติกันทุกรัชกาล ลูกฆ่าพ่อ พี่ฆ่าน้อง น้องฆ่าพี่อย่างไม่ว่างเว้นแม้กระทั่งในรัชกาลองค์ปัจจุบัน



๑. กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประชุมพงศาวดารเล่ม ๓ เรื่องไทยรบพม่า
๒. ตามพงศาวดารกล่าวว่า “ให้พระยาจักรีเป็นแม่ทัพใหญ่” (ตามประเพณีสงคราม กษัตริย์จะเป็นจอมทัพและจะแต่งตั้งผู้ที่ไว้วางพระทัยที่สุดเป็นแม่ทัพใหญ่ ซึ่งน่าจะเป็นองค์รัชทายาทมากกว่าพระยาจักรี...ผู้เขียน)
๓. ตามพงศาวดารบางฉบับอ้างว่าได้ยศเป็น “เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก” ชื่อนี้เกิดเป็นปัญหาขัดแย้งกันจนถึงปัจจุบัน
๔. นายตันหยงทหารปืนใหญ่ พงศาวดารญวน เล่ม ๒ หน้า๓๗๘-๓๘๒
๕. กรมศิลปากร หนังสือไทยต้องจำ และลำดับสกุลเก่า ภาค ๔ พิมพ์ครั้งที่ ๒
๖. นายหยงทหารปืนใหญ่ พงศาวดารญวนเล่ม ๒ หน้า ๒๙๔, ๕๑๘ และกรมศิลปากร หนังสือไทยต้องจำ พิมพ์ครั้งที่ ๒ หน้า ๑๑๓
๗. สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประชุมพงศาวดาร เล่ม ๓ เรื่องไทยรบพม่า
๘. ประเด็นวิกลจริต อาจารย์ขจร สุขพานิช ได้เคยสัมภาษณ์ในวิทยาสารปีที่ ๒๒ ฉบับที่ ๓๒,๒๒ สิงหาคม ๒๕๑๔ กล่าวว่า “มีหลักฐานเป็นเอกสารภาษาฝรั่งเศส ซึ่งบาทหลวงในสมัยนั้นเขียนไว้ว่า ท่านเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น เช่น เมื่อครั้งหนึ่งรับสั่งให้บาทหลวงเข้าเฝ้า แล้วตรัสว่า “นี่แก ฉันจะเหาะแล้วนะ” บาทหลวงทูลว่า “ไม่เชื่อ” ท่านก็ว่า “ฮื้อ ไอ้นี่ ขัดคอซะเรื่อย”(หัวเราะ) แล้วก็ไล่ออกไปไม่ได้เฆี่ยนตีอะไร คือบ้าทั้ง ๒๔ ชม.นั้นไม่ใช่ แค่เป็นบางครั้ง นี่เป็นข้อเท็จจริง แต่ผมไม่เขียน ถ้าเขียนแล้วเป็นผลร้ายต่ออนาคต ผมไม่เขียน”

ความลับของพวกคณะลิเกลวงโลก ..... เรื่องราวที่บอกความจริงทั้งหมดใน "ตอแลแลนด์" เวลานี้.... เพื่อประชาชนไทยจะได้เข้าใจที่มาสาเหตุของปัญหาความวุ่นวายที่แท้จริง...จะได้ไม่หลงทาง...






ความลับของพวกคณะลิเกลวงโลก ตอนที่ ๑

แปลจากบนความของนายแอนดรู

ความแตกแยกของอำมาตย์โรงลิเก และการแก่งแย่งชิงตำแหน่งเจ้าคณะของคณะลิเกลวงโลก

-ภาพ พจน์ของตระกูลปีศาจที่สมาชิกยังรักกันดี เป็นแค่ละคร แต่ตอนนี้ ครอบครัวนี้กำลังชิงอำนาจความเป็นใหญ่กัน แตกกันอย่างรุนแรงเป็น 3 ฝ่าย คือ 1. ฝ่ายเอดส์ ลุกชาย 2. ฝ่ายปลาวาฬ แม่ (วาฬ จะผลัก ปังปอนด์ ลุกของเสี่ย ขึ้น แล้วตั้งตัวเองเป็นผู้สำเร็จราชการโรงลิเก) 3. ทอม น้องสาวเสี่ยก็อยากเป็น แต่ว่าไม่กล้าประจันหน้ากับพี่และแม่ แต่ก็สะสมทหารเป็นพรรคพวกไว้พอสมควร แต่อำนาจกองทัพตอนนี้อยู่กับฝ่ายปลาวาฬ

-แต่ ก่อนปลา วาฬ เคยสนับสนุนให้เอดส์ลูกชายได้ขึ้น แต่ว่าหลังจากปี 2007 เมื่อคลิปริมสระและอัลบั้มเด็ดของฮีรัด เมียเสี่ยหลุดออกมาสู่สาธารณะปลา วาฬก็โกรธเกลียดเอดส์ลูกชายมาก หาว่าเอดส์ลูกชาย เป็นคนทำให้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย และวางแผนจะกุมอำนาจเอง โดยเอา ปังปอนด์ มาขึ้นแทน เหล่าอำมาตย์และทหาร เห็นเอดส์ฉาวโฉ่ขนาดนั้นเพราะคลิปเด็ด จึงตีตัวออกห่างมาสนับสนุนถือหาง ฝ่ายปลาวาฬแทน เพราะคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

-การที่ เหล่าอำมาตย์และพวกบิ๊กๆ ในกองทัพ พากันหันหลังให้เอดส์ หลังจากเอดส์กับฮีรัดคลิปหลุด ทำให้เอดส์เคียดแค้นมาก แต่แล้วเหล่าอำมาตย์ก็เริ่มไม่แน่ใจว่าตัดสินใจถูกไหมที่เข้าฝั่งปลาวาฬ เพราะหลังจากปลาวาฬไปงานศพ โบปิงปอง ทำให้กระแสเกลียดวาฬตอนนี้รุนแรงมาก จนปลาวาฬ กลายเป็นสมาชิกตระกูลลิเกที่ชาวตอแหลแลนด์ เกลียดอันดับ 1 ไปแล้ว โดยเฉพาะในภาคเหนือ และอีสาน จากที่เอดส์เคยครองตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนาน

-จาก การที่กระแสเกลียดปลาวาฬ มาแรงมากตอนนี้ อำมาตย์และกองทัพต่างก็เป็นห่วงว่า แผนการเอา ปังปอนด์ ขึ้นเป็นหุ่นเชิด แล้วให้ปลาวาฬชักไย แบบซูสีไทเฮา ประชาชนอาจไม่ยอมรับ แต่สายเกินไปแล้วที่จะกลับไปเข้าพวกกับ เอดส์ เพราะเอดส์ เป็นคนมีนิสัยอาฆาตพยาบาท ไม่ยกโทษให้คน จะล้างแค้นทันทีเมื่อมีโอกาส และถ้าเอดส์มีอำนาจเมื่อไหร่ มีความเป็นไปได้สูงมาก ว่าเอดส์จะสั่งเก็บพวกอำมาตย์โรงลิเกและทหาร ฝ่ายวาฬทุกคน

-คนที่น่าสงสาร คือฮีรัด เพราะคุณเธอก็ซื่อสัตย์กับเอดส์ตลอดมา เอดส์ใช้ให้ถ่ายรูปแหกอะไรท่าไหนก็ทำทุกอย่าง แต่หลังจากคลิปหลุด เอดส์ก็ทอดทิ้งฮีรัด และไปซื้อวิลล่า อยู่ที่ Munich และใช้เวลาส่วนใหญ่ อยู่ที่นั่นกับ นุ้ย เมียใหม่ และ FF หมาตัวโปรด ฮีรัดกลายเป็นคนที่ถูกทอดทิ้ง และโดนเหยียดหยาม ถูกคนทั้งโลกเอารูปโป๊มาดูกันสนุก ศักดิ์ศรีความเป็นคนของฮีรัดถูกย่ำยีไม่เหลือดี เป็นเพราะความวิปริตของเอดส์คนเดียว

(หลังจากข้าพเจ้า อ่านบทความนี้แล้ว ข้าพเจ้าก็รู้สึกเห็นใจฮีรัดเป็นอย่างมาก และข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้าจะไม่ปล่อยรูปหรือคลิปอะไรของคุณเธออีกแล้ว คุณเธอเป็นแค่คนที่ถูกบังคับให้ทำอะไรที่น่าอาย เพราะความวิปริตของสามี และเมื่อเกิดเรื่องฉาวขึ้น สามีก็ไม่เคยปกป้องอะไร กลับทอดทิ้งให้เธอช้ำใจอยู่คนเดียว ฉนั้นข้าพเจ้าจะไม่โพสรูปโป๊เขาอีกแล้ว คนที่เลวที่สุด ต้องประนามและต่อต้าน คือ ปลาวาฬ ต่างหาก)

-ปลา วาฬ กับ เอดส์ ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ในปี 2008 ที่โรงพยาบาล ศิริแร่ด จนขนาดที่ว่าหากเอดส์จะคุยกับปลาวาฬ พวกข้าทาสของปลาวาฬในห้องจะไม่กล้าอยู่ในห้องปลา วาฬด่าเอดส์ว่า ทำชื่อเสียงตระกูลย่อยยับ จากคลิปฉาวและอัลบั้มเด็ดสะเด่าของฮีรัด เอดส์ก็สวนกลับหาว่า วาฬน่ะแหละ ทำชื่อเสียงตระกูลย่อยยับ จากการไปงานศพ โบปิงปอง ทำให้ภาพพจน์ตอแหลว่าคณะลิเกลวงโลกอยู่เหนือการเมือง พังครืนไปในพริบตาโดยไม่สามารถสร้างใหม่ได้อีก

-ความแตก แยกชิงอำนาจของสมาชิกครอบครัว ทำความรำคาญและความทุกข์ให้นายลวงโลกตาบอด เป็นอย่างมาก และ เจ๊ก ก็เหิมเกริมมาก เพราะว่ามี ปลาวาฬ หนุนหลัง นายลวงโลกตาบอด เคยส่ง เมธ เฟอร์รารี่ และ ดีดกะท้อน ไปบอก ม๊อบของ เจ๊ก ตอนยึดทำเนียบ ว่าหากรักนายลวงโลก ได้โปรดกลับบ้าน แต่เจ๊ก กลับกล้าเอา 2 คนนี้ขึ้นไปด่าบนทีวี ทั้งๆ ที่พวกวงในทุกคนรู้ดีว่า 2 คนนี้ เวลาพูดอะไร คือคำพูดของนายลวงโลก ฉนั้นการที่เจ๊ก กล้าปฏิเสธ คำขอร้องของ เมธ เฟอร์รารี่ และ ดีดกะท้อน ก็เท่ากับว่า เจ๊ก จงใจแสดงให้พวกอำมาตย์ทั้งหลาย ได้เห็น ว่า อำมาตย์ กลุ่มของวาฬ ใหญ่ที่สุดในคณะลิเก แม้แต่อำมาตย์กลุ่มของนายลวงโลกก็สั่งไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเจ๊กกล้าทำแบบนี้ เพราะรู้ดีว่ามี วาฬคุ้มกะลาหัวอยู่

-แต่นายลวงโลกก็ไม่ สามารถจะหยุดการแย่งชิงอำนาจของลูกเมียตัวเองได้ เพราะสุขภาพตัวเองย่ำแย่มากจาก โรคพาร์กินสัน มีแต่ทรงกับทรุด รอวันตายเท่านั้น อนึ่ง นายลวงโลกนั้น มีตราบาปในใจอยู่ เกี่ยวกับการตายของพี่ชายของนายลวงโลก... และลูกเมียตัวเอง ตลอดจนเหล่าอำมาตย์ และทหาร ที่อยู่ฝ่ายปลา วาฬ รู้ความลับดีว่าคืออะไร และหากตัวเองแสดงตัวว่าอยู่คนละฝ่ายกับ วาฬ เมื่อไหร่ ความลับที่ตัวเองพยายามปิดมาตลอดชีวิต อาจถูกพวก วาฬ เปิดเผยได้

(ความลับเรื่อง การตายของพี่ชาย นายลวงโลก
จาก เอกสารลับจากสถานทูตอเมริกา เกี่ยวกับการตายของ พี่ชายนายลวงโลก นักการทูตตอนนั้น เชื่อว่าจริงๆ แล้ว นายลวงโลก นั้น เล่นปืนกับพี่ชาย แล้วทำอุบัติเหตุปืนลั่นใส่หัวพี่ชาย แต่ว่าพวกชาวลิเกลวงโลกที่กุมความลับไว้ คือตระกูล ยุค้น เห็นว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะเปิดเผย เพราะขณะนั้น สถาบันลิเกลวงโลกตกต่ำมาก หากเปิดเผยความลับนี้ไป ก็ใช่ว่าตัวเองจะชิงตำแหน่ง หัวหน้าคณะลิเก มาได้ แต่คณะลิเกจะถึงแก่กาลอวสานกันไปหมด สู้เก็บความลับเอาไว้ แล้วผูกมิตรกับนายลวงโลก และครอบครัว เพื่อใช้แสวงหาอำนาจเงินทองดีกว่า

ที่ นายลวงโลกนั้น ไม่ยอมให้ความลับเรื่องการตายของพี่ชายตัวเอง ถูกเปิดเผย เพราะว่าตัวเองเคยถูกดูถูกอย่างรุนแรงมาแล้วกับเรื่องนี้ เพราะว่าหลังจากที่ตัวเองขึ้นเป็นหัวหน้าคณะลิเก รัฐบาลตอแหลแลนด์ก็ต้องการส่งนายลวงโลก ไปเรียนที่ Oxford และได้ติดต่อ Lord Mountbatten ซึ่งเป็นผู้แทนพระองค์ของกษัตริย์อังกฤษ ในพม่าขณะนั้น ว่าขอความช่วยเหลือให้นายลวงโลกเข้า Oxford และขอให้นายลวงโลก ได้เข้าเฝ้า King George VI ตอนถึงอังกฤษด้วย

Lord Mountbatten จึงส่งหลักฐานลับเรื่องพี่ชายนายลวงโลก ไปให้กษัตริย์อังกฤษ และบอกว่านายลวงโลกเป็นคนฆ่าพี่ชายตัวเอง King George VI จึงปฏิเสธไม่ให้นายลวงโลกเข้าเฝ้า โดยตอบรัฐบาลตอแหลแลนด์มาว่า วังบัคกิงแฮมของเรา ไม่ต้อนรับฆาตกร ส่วน Lord Mountbatten ก็ไม่ยอมช่วยให้นายลวงโลกเรียนที่ Oxford ได้ ซึ่งทำให้นายลวงโลกเสียหน้าและโกรธแค้นอย่างมาก และรัฐบาลตอแหลแลนด์ จึงต้องส่งนายลวงโลกไปเรียนที่ สวิส แทน)

ขณะนี้ พวกคณะลิเกลวงโลก กำลังแตกแยกกันเป็น 5 กลุ่มต่างๆ ที่แย่งชิงอำนาจ ตำแหน่งเจ้าคณะลิเกกันดังนี้

1. กลุ่มของนายลวงโลก ซึ่งหนักใจและเศร้าใจกับการพยายามยึดอำนาจของปลาวาฬ และการแก่งแย่งชิงตำแหน่งเจ้าคณะลิเก แต่ว่าทำอะไรไม่ได้มาก เพราะอำนาจของกลุ่มตัวเองกำลังจะหมดแล้ว เพราะว่านายลวงโลกอ่อนแอลง รอวันตายอยู่ทุกวัน นายลวงโลกทุกๆ วันนั้นไม่มีความสุขเลย และเป็นทุกข์อย่างมาก ที่เห็นลูกเมียตัวเอง มาแย่งชิงอำนาจกันตอนก่อนตัวเองตายแบบนี้
2. คือพวกของเอดส์ ซึ่งคนที่เอดส์ไว้ใจที่สุด คือ นาย นิพ้น ไม่พร้อมพันธุ์ ซึ่งเป็นเพื่อนแท้คนเดียวที่เอดส์มี รู้จักกันที่อังกฤษ เมื่อนายลวงโลกส่งเอดส์ไปเรียนที่ รร ประจำที่อังกฤษ และหากว่าเอดส์ ได้เป็นเจ้าคณะลิเกคนต่อไป เชื่อว่านายนิพ้น ไม่พร้อมพันธุ์ นี้แน่นอน ที่จะเป็นประธานองคมนตรีคณะลิเกคนต่อไป

3. คือพวกของทอม แต่ว่าทอมนั้น ถึงอยากจะเป็นหัวหน้าคณะลิเก และประชาชนก็อยากให้เธอเป็นเจ้าคณะลิเก แต่ว่าทอมนั้น ก็ไม่กล้าที่จะแสดงออกมาก เพราะกลัวว่าจะทำให้ตัวเองเกิดอันตรายถึงชีวิตจากพี่และแม่ ที่โหดร้ายไม่แพ้กัน ทอมจึงสะสมสมัครพรรคพวก โดยการไปสอนในโรงเรียนทหาร และเลือกลูกศิษย์ที่ตัวเองโปรดปราน มาเป็นทหารของตัวเอง เพื่อสะสมพรรคพวกเอาไว้ หากทั้งแม่และพี่สู้กันอ่อนแรงทั้งคู่ ทอมก็จะเข้าเสียบ

4. คือกลุ่มของปวาฬ ซึ่งตอนนี้มีอำนาจสูงสุด เพราะ ขันทีเฒ่ากาลี ก็เข้าพวกเรียบร้อยแล้ว เพราะ ขันทีเฒ่ากาลีนั้น เกลียดเอดส์มาก และ เหล่ ที่กุมอำนาจทหารสูงสุด ก็อยู่ฝ่าย วาฬ และกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ร้ายกาจที่สุด และแข็งแกร่งที่สุดในขณะนี้ มีทั้งสื่อเป็นพวก ทหารเป็นพวก แต่ว่ากลุ่มนี้ เอาชื่อนายลวงโลกมาหาความชอบธรรมให้ตัวเอง ทั้งๆ ที่กำลังทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความต้องการของนายลวงโลกทั้งสิ้น และหากนายลวงโลกตายไป กลุ่มนี้ก็จะไม่สามารถหาอะไรมาสร้างความชอบธรรมกับการกระทำของตัวเองได้อีก

5. คือพวกกองทัพ ที่คิดว่ากองทัพ ควรจะยึดอำนาจซะเอง เพราะว่าดูๆ ไปแล้ว ไม่ว่าวาฬ หรือ เอดส์ นั้น ก็ไม่มีวี่แวว ว่า จะกุมอำนาจไปตลอดได้ เพราะว่าทั้ง 2 ฝ่าย นั้น ประชาชนก็เกลียดไม่แพ้กัน พวกนี้จึงมีความคิดว่ากองทัพ ต่างหาก ที่น่าจะเป็นฝ่ายเปิดโปงความชั่วของพวกตระกูลปีศาจ แล้วกำจัดทิ้งซะ แล้วยึดอำนาจ เล่นบทพระเอกของคณะลิเกเสียเอง

6. (แต่ว่า พวกที่ชิงอำนาจทั้ง 4 กลุ่ม อาจจะไม่ชนะเลยซักกลุ่มก็ได้ เพราะว่ากลุ่มที่ 6 คือเหล่าประชาชนที่ตาสว่าง และเห็นความเน่าเฟะของโรงลิเก และต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง และกลุ่มคนเหล่านี้ จะเพิ่มขึ้นอย่างมากแน่นอน หากนายลวงโลกตาย แล้วกลุ่มอำมาตย์โรงลิเก เริ่มป้ายขี้กันเอง เอาความชั่วของอีกฝ่ายมาเปิดเผย ข้าพเจ้าเอง ก็กลุ่ม 6 ไม่เอาไอ้พวกบ้าแก่งแย่งอำนาจกันทั้งนั้น เอาประชาธิปไตย 100% เพื่อนๆ ก็ด้วยใช่ไหม?)


ความโรคจิต ของวาฬ กับ 3 จังหวัดภาคใต้ของตอแหลแลนด์

-คราว นี้ขอพูดเรื่องงามหน้าของ วาฬที่ 3 จังหวัดภาคใต้นะ วาฬนั้น เพ้อลิเกหลงโรงมากไป จนคิดว่าตัวเองคือสุริโยทัย วาฬนั้น ชอบละเมอเพ้อพกว่าตัวเองคือ สุริโยทัยกลับชาติมาเกิด และชอบบอกว่า ตัวเองจะต้องออกปราบกบฏเพื่อสามี หากว่าเกิดกบฏแข็งข้อ ซึ่งนายลวงโลกเองก็ไม่เคยขัดคอ ปล่อยให้ วาฬ เพ้อเจ้อพล่ามน้ำมูกน้ำลายไปตามเรื่อง จึงทำให้ วาฬ เหิมเกริมนึกว่าตัวเองเป็นสุริโยทัยจริงๆ และไปก่อเหตุที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ทำให้เหล่าชาวบ้านตอแหลแลนด์ เชื่อชาติมาเลย์มุสลิม โกรธแค้น วาฬ เป็นอย่างมาก

ฉนั้น เมื่อเกิดวิกฤติภาคใต้ขึ้น วาฬผู้ปัญญาอ่อน คิดว่านี่เป็นการเล่นลิเก จึงสวมบทบาทว่าตัวเอง คือ สตรีผู้ปราบกบฏ เพื่อนำความสงบสุขมาให้ประชาชน ส่วนพวกมาเลย์มุสลิม คือ กบฏที่ต้องปราบ วาฬจึงถือโอกาสพูดในปี 2004 ทันที ว่า เป็นห่วงชาวตอแหลแลนด์ 3 แสน คน ที่ 3 จังหวัดภาคใต้ พวกท่านควรจะหัดยิงปืนเพื่อปกป้องตัวเอง (ซึ่งเป็นการแบ่งแยกชัดเจน เพราะประชาชน 3 จังหวัด ภาคใต้ ที่เป็นมาเลย์ มี 1.5 ล้านคน ซึ่งทำให้พวกชาวมาเลย์มุสลิม เข้าใจว่า วาฬ ไม่ได้เห็นว่าพวกเขาเป็นคนตอแหลแลนด์)

-ในเดือน พย 2004 หลังจากวาฬได้พูดออกมาชัดแล้ว ว่าตัวเองไม่ได้เห็นพวกชาวมุสลิมมาเลย์ เป็นคนตอแหลแลนด์ วาฬก็ได้เริ่มปลุกระดม ให้ชาวบ้าน 3 จังหวัดภาคใต้ มาเป็นลูกเสือชาวบ้าน และมีโครงการสอนให้ชาวพุทธใน 3 จังหวัดภาคใต้ หัดยิงปืน มีการขายปืนให้หมู่บ้านชาวพุทธ ในราคาลด 60% และวาฬก็บอกว่า ถึงเราจะอายุขนาดนี้ ก็จะหัดยิงปืน เพื่อยิงทุกคนที่เป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลตอแหลแลนด์ ซึ่งการกระทำของวาฬนั้น นอกจากไม่สามารถจะสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นได้ กลับทำให้ความแตกแยกระหว่างชาวพุทธ กับชาวมาเลย์มุสลิม รุนแรงมากขึ้นอีกด้วย เพราะว่ามีการให้อาวุธกับชาวพุทธ และสอนยิงปืนให้ เพื่อให้คนพุทธเอาไปใช้ยิงคนมาเลย์มุสลิมเล่นได้ตามชอบใจ ทำให้ชาวมาเลย์มุสลิม ไม่พอใจ วาฬ อย่างมาก

-ในวันที่ 8 มิถุนายน 2009 มีชายชุดดำ เข้าไปกวาดกระสุนในมัสยิด Al Furqon ที่ภาคใต้ ชาวมุสลิม และอิหม่ามที่สวดกันอยู่ ตายกันหมดทันที และตำรวจก็ต้องช๊อค เมื่อสืบสวนได้ว่าพวกนี้ คือ กลุ่ม อ.ร.บ. ซึ่งเป็นกลุ่มทหารพรานที่มาจากโครงการในพระบรมราชินีโรงลิเกอุปถัมภ์! ตำรวจภาคใต้จึงต้องตัดสินใจว่า จะจับดี หรือไม่จับดี หากไม่จับ พวกชาวมุสลิมก็จะไม่พอใจ แต่หากจับ ก็จะทำให้วาฬโกรธมาก และพวกเขาอาจถูกไล่ออกจากงานได้

-สุดท้าย ตำรวจ เลือกที่จะไม่จับเหล่า พวก อ.ร.บ. ที่เข้าไปฆ่าอิหม่ามและชาวมุสลิมตายในมัสยิด Al Furqon เพราะการที่จะทำให้พวกมุสลิมไม่พอใจ ไม่น่ากลัวเท่าการไปจับพวกนี้ แล้วทำให้วาฬไม่พอใจ สุดท้าย ข่าวก็ออกข่าว ว่า โจรใต้มุสลิม ฆ่ากันเอง ซึ่งเป็นเรื่องโกหก (เหมือนที่มันตอแหลว่าเสื้อแดงฆ่ากันเอง ปีที่แล้ว ยังไงยังงั้น พวกอีวาฬนี่ตอแหลไม่เนียนเลยเนอะ )

-การที่ พวก อ.ร.บ. ซึ่งเป็นคนของวาฬ ไปฆ่าพี่น้องชาวมุสลิม แล้วไม่มีความผิด ทำให้ชาวมาเลย์มุสลิมโกรธแค้นวาฬมาก และเชื่อว่าวาฬคือผู้สั่งฆ่า ในวันเกิดของวาฬ ในปี 2009 จึงมีคนไปติดโปสเตอร์ด่านังวาฬ ทั่วเมือง ปัตตาหนี้ ว่า วาฬคือผู้สั่งฆ่าชาวมุสลิม และยังเขียนอีกว่า วาฬคือโจรขโมยเพชรซาอุ ทางการไม่สามารถจับว่าใครทำได้ และออกข่าว ว่านี่คือฝีมือของ นาย Liam (อ่านว่า เหลี่ยม ผู้ตกเป็นแพะ ซวยไปอีก) [/b]

ขอ ย้ำว่านี่แค่บทสรุป ไม่ใช่การแปลคำต่อคำอย่างละเอียด แค่พูดเรื่องสำคัญๆ ค่ะ แต่ระหว่างที่รอให้มีการแปล สมาชิกก็อ่านอันนี้ไปก่อนเพื่อความบันเทิง ชื่อคน ชื่อเมือง ชื่อสถานที่ เปลี่ยนชื่อบ้างแต่ก็พอเดาออกว่าเป็นใคร เพื่อสมาชิกจะได้แชร์ได้อย่างไม่ต้องกลัวติดคุก

๓ บลา : แผ่นดิน ร้อนระอุ ปะทุเดือด... น้ำตา เลือด เจิ่งนอง สยองขวัญ.. คืนความสุข หยิบยื่นให ได้ทุกวัน...สุขทั่วกัน จริงไหม คนไทยแลนด์....



ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 2/12/57 "ช่วยคืนความสุขให้เราด้วย"



แผ่นดิน ร้อนระอุ ปะทุเดือด
น้ำตา เลือด เจิ่งนอง สยองขวัญ
คืนความสุข หยิบยื่นให ได้ทุกวัน
สุขทั่วกัน จริงไหม คนไทยแลนด์....

ปากบอกว่า มาปรองดอง ต้องแก้ไข
แต่หัวใจ กลับบอกว่า มาแก้แค้น
สามัคคี เลยขาดวิ่น ทั่วดินแดน
ยังอัดแน่น แต่ขัดแย้ง แรงกว่าเดิม....

ยังเดินหน้า ฆ่าเลือดเย็น คนเห็นต่าง
แล้วเอ่ยอ้าง ขุดเบื้องลึก อย่างฮึกเหิม
หอบเชื้อไฟ มาต่อยอด คอยตอดเติม
ผิดแต่เริ่ม เพราะสามานย์ สันดานคน....

ปล่อยนักโทษ การเมือง เรื่องให้คิด
ถูกหรือผิด อย่าปิดตา หาเหตุผล
อิสรภาพ คนเห็นต่าง ช่างมืดมน
ควรเห็นค่า ประชาชน คนเหมือนกัน....

๓ บลา ประชาไท / ๒ ธ.ค.๕๗

måndag 1 december 2014

ข่าวลับกรองแล้ว 1 ธ.ค. 57 " ศึกชิงบรรลังก์วังทอง "



ข่าวลับกรองแล้ว 1 ธันวาคม 2557

สืบความลับจับมาตีแผ่เผยแพร่เป็นประจำใน ขบวนการประชาธิปไตยไทยในสแกนดิเนียเวีย  โดยกลุ่มเสียงประชาชนไทย ( สปท. )  http://thaiscandemo.blogspot.com/



*1 ธันวาคม วันก่อตั้ง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย 2 ธันวาคม วันก่อตั้ง สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ( สปป.ลาว. ) และ 5 ธันวา เห็นท่ากษัตริย์ไทยจะไปไม่รอด...

*เปิดหนังจริง "ศึกชิงบรรลังก์วังทอง" แล้วตรงตามที่ สปท. รายงานมาตลอดหลังจากที่วังจัดฉายแต่หนังตัวอย่างตัดต่อภาพมีแต่เฉพาะดาราแสดง ทักษิณโดยถูกด่าว่าขาดคุณธรรมแต่ไม่มี ดาราจากรอบรั้ววังแสดงบทที่ขาดแหว่งคุณธรรมเลย แต่วันนี้ออกมาจนแน่นจอ

*อย่าได้ตำหนิ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ว่ารีดไถเป็นมาเฟียอ้างหาเงินส่งเจ้าเลยเพราะเป็นเรื่องจริงและไม่ได้เป็นเฉพาะคนแต่เป็นทั้งระบบราชการที่ขูดรีดประชาชนขึ้นมาตามลำดับ และส่งส่วยจนถึงวังสายใครสายมัน เพียงแต่วันนี้เกิดแตกกัน  การกำจัดและยัดข้อหาก็เกิดขึ้น จับตรงใหนถูกตรงนั้น โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

*30-40 ปีก่อนใช้เครือข่ายระบบราชการ ทหาร ตำรวจ นักการเมือง รีดไถแล้วนำถวายส่วยขึ้นเบื้องบนแต่ระยะ 30 ปีหลังวังได้เพิ่มระบบรีดไถโดยตรงโดยลงมาเล่นเองอีกระบบหนึ่ง เช่นให้กระทรวงการคลังออกธนบัติที่ระลึกรีดไถประชาชนใบละ 60 บาท ขายใบละ 100 บาท (รีดไพร่คนยากคนจน),ใบละ 500 บาทกับใบ 1,000 บาทมีขนาดใหญ่เท่ากระดาษ A4 ขายใบละ 500,000 บาทและใบละ 1,000,000 บาท (รีดพ่อค้านายทุน) เพื่อระดมเงินขึ้นทูลเกล้า...ยังจำกันได้ใหมธนบัตรที่ระลึกที่ซื้อเก็บกันเพราะแต่ก่อนคนเรายังโง่?

*แบ่งสายออกรีดไถในรูปพระราชทานปริญญาบัตรเสด็จครั้งหนึ่ง อธิการต้องจัดหาเงินถวายครั้งละอย่างน้อย 1 ล้านบาท..ไม่ได้มีพระเมตตาไปแจกฟรีหรอกนะ..เงินนี้ก็เก็บเป็นรายหัวจากนักศึกษาหัวละ 1,000 บาท ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการรับปริญญาทุกมหาลัยต้องเก็บนักศึกษาหัวละ 5,000 บาทขึ้น

*อย่าพูดเลยว่าในครอบครัวอลเวง พระเทพ ฯ เป็นคนดีมีแต่ฟ้าชายเท่านั้นทีไม่ดี เรื่องเงินทั้งพ่อแม่ ลูกทั้งหญิงชาย หลานทุกคนชอบทั้งนั้น หากันควักหมด...ไอ้เรื่องพอเพียงเอาไว้หลอกไพร่กับพวกสลิ่มที่ยอมโง่เท่านั้น...จะเปิดให้เป็นตัวอย่างเพื่อให้รู้ว่า สปท. มีแหล่งข่าวจริงเอาใหม?

*มหาลัยระดับท๊อปเทนเช่นจุฬา,ธรรมศาสตร์ มหิดล พระเทพฯ รับแจกและรับเงิน, ราชภัทร ฟ้าชาย รับทั้งหมดทั่วประเทศจำนวนมากทำเงินดีโดยเฉพาะเสี่ยกำหนดเลยว่า 1 นาทีต้องจัดให้นักศึกษาเข้ารับได้ 30-32 คน ( 1นาทีทำเงินได้ 30,000 บาท, ค่าแรงสูงกว่าอดีต ประธานาธิบดีคลินตัน เดินสายออกรายการเสียอีก )  ด้วยเหตุนี้อธิการราชภัทรพิษณุโลกนายสว่างจึงเป็นคนโปรดต้องตามเสด็จทุกภาคเพราะจัดได้ตามพระประสงค์  ดังนั้นรัฐประหารเมื่อครั้งปี 2549 ก็รับบำเหน็จรางวัลเป็น สนช.,  องค์เล็กจุฬาภร  รับมหาวิทยาลัยประเภทเกษตรทั้งหมด,   องค์โต ทูบีนำเบอร์วัน รับแจกให้มหาลัยเอกชนทั้งหมด, องค์โสม  รับแจกให้มหาลัยพยาบาลทั้งหมด...และทุกคนอ้างเป็นตัวแทนภูมิพล..ที่สำคัญเงินที่รับไม่ได้แจ้งเสียภาษีและไม่ต้องแสดงทรัพย์สิน...  อย่างนี้เรียกว่ารีดไถใหม?

*ถ้ายังไม่ชัดตามมาดูอีก ทุกวันนี้ ทุกพระองค์ส่งสายลงไปหางานกับมวลชนเลย. วัดใหนอำเภอใหนศาลเจ้าใหนจะให้เปิดงานยกช่อฟ้าเปิดอาคารรวมทั้งไปเป็นประธานงานเผาศพบอกมาได้แต่คนจัดจะต้องถวายเงินต่ำสุด 500,000 บาท ขึ้นไปตามแต่ฐานันดรของผู้เสด็จมาโดยผู้ว่านายอำเภอในแต่ละพื้นที่ต้องรับรู้และต้องรู้หน้าที่โดยจะหาเถ้าแก่ เถ้าแกเนี้ย อาซิ้มอาซ้อ ที่อยากมีรูปถ่ายกับพระองค์ไปรับพระราชทานเข็มพระนามย่อจากพระหัตถ์ ของใครของมันตามที่เราเห็นในข่าวสองทุ่มแต่ทุกคนที่ไปรับจากพระหัตถ์ต้องจ่าย 20,000  บาท  เป็นอย่างน้อย

*เอาอีกหน่อยไหม  รายการซื้ออาวุธประมูลงานราชการต่างๆ ตอนหลังวังลงมาจัดเองรับคอมมิชชั่นเองดังนั้นราคาสินค้าแพงจากตลาดมากเท่าไรหนังสือพิมพ์เจาะอย่างไรก็ต้องหยุด  เช่นซื้อเครื่องบินกริฟฟิ่นจากสวีเดน สมัยช่วงรอยต่อการยึดอำนาจปี 2549 พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข เป็นผบ.ทหารอากาศพอดีก็จัดถวายไปรับเงินเองเลยที่สวีเดน (จะเห็นช่วงนั้นเสด็จสวีเดนบ่อยสลับกันในครอบครัว)  หลังเกษียณแล้ว พล.อ.อ.ชลิตจึงได้รับโปรดเกล้าบำเหน็จให้เป็นองคมนตรี

*เรื่องมันยาว  เอาแค่นี้ก่อนส่วนการขูดรีดในนามระบบธุรกิจ ในนามปูนซีเมนต์ไทย บริษัทผูกขาดผลิตกระดาษสยามคร๊าฟ  กิจการธนาคาร หุ้นในบริษัทห้างร้านต่างๆรวมทั้งค่าเช่าทีดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่มีอยู่ทุกจังหวัดอีกมากมายมีพูดถึงกันมากแล้ว...ก็อย่างนี้จึงรวยที่สุดในโลก

*รายได้จากระบบผูกขาดธุรกิจก็มากมายมหาศาลอยู่แล้ว ยังมีรายได้จากการรีดไถถึงตัวอีกตั้งแต่ไถเยาวชนถึงคนแก่ ส่วยหวยใต้ดิน ของเถื่อน วิ่งตำแหน่งราชการ ประมูลงาน ดังนั้นถ้าไม่รวยที่สุดในโลกก็จะเป็นเรื่องแปลก..แต่ปัญหาพอจะตายนิซิ  เป็นปัญหาว่าผลประโยชน์เหล่านี้ใครจะเข้ามารับต่อในนามรัชกาลที่10

*ยืนยันอีกครั้ง"ไม่มีหรอกขบวนการล้มเจ้า..มีแต่ขบวนการรอเจ้าล้ม"

*วันนี้ขบวนการรอเจ้าล้มทั้งแดงทั้งเหลืองกำลังตาสว่างว่าความเน่าเฟะของวังเป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องผลประโยชน์มหาศาลและเป็นเรื่องที่เขาทำตัวเอง,ใช้ ม.112 ปิดความเน่า ห้ามคนพูดห้ามคนคิด ปิดหูปิดตาก็เอาไม่อยู่เพราะเน่าส่งกลิ่นคลุ้งจน"เจ้าจริง" ต้องเปิด "เจ้าเจี้ยว" ศรีรัศม์แม่ของลูก

*รายละเอียดเรื่องปราบปรามแก๊งพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์คงทราบกันมากแล้วไม่ต้องพูดถึง, สปท.ขออัพเดท "ข่าวลับกรองแล้ว" ให้รู้กันทั่วไปแบบไม่มั่ว,เรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวกับเรื่องปราบมาเฟียในเครื่องแบบกลุ่มพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พระญาติหม่อมศรีรัศม์ี  เพราะประธานมาเฟียใหญ่คือกษัตริย์ภูมิพลที่สร้างเครือข่ายรีดไถประชาชนมานานแล้วเพียงแต่วันนี้เกิดจาก 2 ปัจจัย 1.เสี่ยหมั่นใส้หม่อมศรีรัศม์มานานแล้วที่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเสี่ยชนิดที่ขัดใจเสี่ยจะหาความสุขกับหม่อมเล็กหม่อมน้อยตามอัทธยาศรัยโดยเฉพาะตามไปราวีตบตีหม่อมใหม่พลตรีสุทิตา วชิราลงกรณ์ ที่กำลังหลงไหลถึงมิวนิค, เสี่ยเคยบอกกับหม่อมศรีรัศม์ีหลายครั้งนานแล้วว่า "ตั้งได้ก็ปลดได้" แต่เธอไม่เชื่อเพราะถือว่าเป็นวรชายาและมีทีปังตอเป็นตัวประกัน 2. เรื่องหม่อมหยอยเป็นปัญหาที่ องคมนตรีและน้องทอมถ่าง และน้องถั่วปากอ้าและบรรดาขุนทหารอึดอัดที่จะกราบพระราชินีรัชกาลที่ 10 หอยเหม็น,จึงสบโอกาสจัดการแบบม้วนเดียวจบเพื่อให้การขึ้นรัชกาลที่10 ราบรื่น...แต่สปท.ขอยืนยันว่ามันจะไม่จบตามที่กองเชียร์ฟ้าชายมโน เพราะนี้คือการนับถอยหลังของการพังทะลายของราชวงศ์จักรีและยืนยันว่าจะต้องมีเสียงปืนดังในวังแน่นอนเพียงแต่ใครจะเป็นศพและการกวาดล้างและการปราบดาภิเษกจะเกิดขึ้น,การยัดข้อหาที่ร้ายแรงกว่าที่กระทำกับเครือญาติศรีรัศม์ีวันนี้จะเกิดขึ้นอีกและแรงกว่านี้อย่างแน่นอน

*การกำจัดเครือข่ายศรีรัศม์อย่างรวดเร็วรุนแรงและเหี้ยมโหด อย่าพึ่งคิดว่าจะจบง่ายเพราะหม่อมศรีรัศม์ได้กลายเป็นเลือดในราชวงศ์จักรีที่เธอได้เล่นบทเชื้อพระวงศ์ตามที่คณะลิเกจักรีวงศ์ใช้คุกตะรางอำนาจ ม.112 กดคอคนให้ต้องเคารพเชื้อพระวงศ์และหลอกลวงประชาชนทางวัฒนธรรมไว้ว่า ทุกคุณที่เป็นเจ้าล้วนแต่เป็นผู้มีบุญบารมีแต่ชาติปางก่อนถึงขนาด วิกิพีเดียต้องระบุคำนำหน้าชื่อพ่อแม่ของหม่อมศรีรัศมี์ว่า "พระบิดาชื่ออภิรุจ อัครพงศ์ปรีชา,พระมารดาชื่อ วันทนีย์ อัครพงศ์ปรีชา" และชาวสมุทรสาครรายงานว่าอาชีพเก่าของพระบิดาเป็นคนถีบสามล้อแต่การดำเนินชีวิตประจำวันวันนี้ก็กลายเป็นเจ้าทุกกระเบียดนิ้วไปแล้ว แม้กระทั่งไปตัดผมก็ต้องมีตำรวจตามไปรักษาความปลอดภัยและขี้ข้าตามไปเก็บพระเกศากลับวังจะไม่ยอมปล่อยให้ช่างตัดผมใช้ไม้กวาดกวาดพระเกศาลงถังขยะโดยเด็ดขาด..ก็พระบิดาพระมารดาของเธอยังขนาดนี้แล้วพระลูกยาเธอจะขนาดใหน, แล้วอยู่ ๆจะให้พระวรชายา พระมารดา พระเจ้าหลานเธอทีปังตอยอมง่ายๆเป็นไปไม่ได้ เพราะเธอก็กุมข้อมูลไว้ไม่น้อย,วันนี้แม้จะรีบตัดมือตัดตีนของเธอแต่เธอได้กลายเป็นเลือดของราชวงศ์และเมื่อสุดหนทาง เลือดก็จะกลายเป็นพิษในร่างกายถ่ายออกให้หมดได้ยาก, เพียงแต่เธอขอลี้ภัยในต่างประเทศและประทานสัมภาษณ์ราชวงศ์ก็ฉิบหายแล้ว. แต่บทโหดที่จะเกิดขึ้นยังมีอีกที่แต่ละฝ่ายจะต้องนอนผวาเพราะจะมีบ่างซ้อนแผนใช้ศรีรัศมี์เป็นเครื่องมือทำลายเสี่ยตลบหลังพร้อมป้ายสี...โปรดติดตามตาอย่ากระพริบ

*ล่าสุดเสี่ยได้ถอดยศถอดตำแหน่งญาตหม่อมศรีรัศมี์และจับเข้าคุกหมดพร้อมให้ถอดนามสกุลพระราชทาน "อัครพงศ์ปรีชา" ให้กลับไปใช้สกุลเก่าที่ไพเราะแบบภูมิปัญญาชาวบ้านว่า "เกิดอำแพง" เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่ต้องเดาให้ลำบากว่าเสี่ยจะจัดการหย่าหรือไม่,ไม่ต้องถามเพราะจัดการเด็ดขาดแน่เพียงแต่จะเอาแม่ของทีปังตอติดตะรางหรือไม่เท่านั้นเพราะขณะนี้พระบิดาและพระมารดาของเธอหลบตายออกต่างประเทศแล้ว

*งานตัดมือตัดตีนศรีรัศมี์ครั้งนี้ได้เปิดเผยระบบยุติธรรมไทย,ศาลไทยด้วยตัวเองว่าเป็นระบบยุติธรรมตามสั่ง และศาลตามสั่ง ดังนั้นกระบวนยุติธรรมและศาลที่จัดการทักษิณและกำลังจะจัดการยิ่งลักษณ์จึงเป็น "ยุติธรรมตามสั่งของวัง"...ชัดดี..ยุติธรรมตามใจฉัน

*ตี 4 วันที่ 24 สมยศ พุ่มพันมั่ว ผบ.ตำรวจถูกเรียกมาออกคำสั่งย้าย,พอฟ้าสางศาลก็ออกหมายจับให้ทันทีทั้งๆที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไม่ได้มีพฤติกรรมก่อจราจลปิดกรุงเทพให้ใครเดือดร้อนและไม่มีเหตุอันกลัวได้ว่าจะหลบหนี ศาลก็ออกหมายจับตามสั่งได้ทันที, เมื่อเปรียบเทียบกับแกนนำกปปส. ที่ก่อจราจลปิดกรุงเทพคนเดือดร้อนไปทั่วเพื่อจะล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์แต่พอตำรวจในขณะนั้นขอศาลออกหมายจับ ศาลดันมีเหตุผลไม่ยอมออกให้ดันแสดงตัวเป็นผู้บูชาสิทธิมนุษยชน แต่ความจริงก็คือตามสั่งวังสายเทพถ่างบ่างเปรมที่หนุนสุเทพเดินเครื่องปิดกรุงเทพเองในขณะนั้น

*วันต่อมาเพียงวันเดียวก็มีคำสั่งปลดคณะนายตำรวจ ทหารญาติศรีรัศมี์ทุกตำแหน่งยึดทรัพย์ทันทีโดยไม่ต้องมีหมายและศาลยังไม่ทันได้รับฟ้องแล้วก็จัดการฆ่า พตอ.อัครวุฒิ์ โดยจับโยนตึกในค่ายทหาร แล้ววันต่อมาก็จัดเผาทำลายหลักฐานทันที...ทำกันอย่างไม่เกรงใจพระเจ้าหลานเธอพระองค์ภาที่ทรงปฏิบัติหน้าที่ดูแลด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยในฐานะฑูตประจจำสหประชาชาติเลย...ตอแหลกันทั้งนั้น

สิ่งที่จะต้องจับตาใกล้ชิด อย่าพึ่งคิดว่าหนังจะจบง่ายด้วยการที่ฟ้าชายขึ้นเป็นรัชกาลที่ 10 เพราะฤทธิเดชของระบอบอำมาตย์แผลงฤทธิ์มานานนับแต่ต้นราชวงศ์อยุธยามาแล้ว. และฤทธิ์เดชเฒ่าเปรมก็ไม่ใช่ย่อย คอยดูวันตลบหลัง 555  แล้วพบกันใหม่/ จบ


" เกาทัณฑ์สายฟ้า"...ภาคผนวก...ตอน1 : ตาข่ายสวรรค์... เบาๆ คลายเครียด อ่านนิยายกำลังภายในยุคไฮเทค ( คำเตือน. อ่านเพื่อประเทืองอารมณ์ประโลมปัญญาเท่านั้น อย่าอ่านเพลินมโนฝันเฟื่องไปกับนิยายว่าเป็นเรื่องจริง)

โดย   ลิเกหลังม่าน


..หลังพายุสงบลง... ฟ้าใสกระจ่าง...ชินปักข่ายคืนสู่ยุทธภพ... แต่... ล้างมือในอ่างทองคำ... วางเกาทัฌฑ์ไว้บนหิ้ง..


..เตียบ่อหลันก้อไปเฝ้า เง็กเซียนฮ่องเต้ไปแล้ว...
..ในตรอก...เหล็งซิงแซ....(ตรอกหมอเหล็ง)..มหานครลิ่มอัน  "ชวนป๋วยปี่แป่กอ" นั่งเดียวดายในกระท่อม "เหล็งซิงแซ." นั่งตรวจบัญชีทรัพย์สมบัติที่ซุกซ่อนไว้ในคราบคนจนซื่อสัตย์  พลันเงาต้องวูบแสงตะเกียง   ชวนป๋วยตวาดถาม "ผู้ใด" ไร้เสียงตอบ    วิกาลเงียบสงบลงเช่นเคย   ชวนเล่ากุ้ยเงี่ยหูฟังอีกครา   ได้ยินแต่เสียงแห่งความเงียบ   และ ลมทอดถอนหายใจของตนเองไร้เสียงตอบ... วิกาลเงียบสงบลงเช่นเคย    ชวนเล่ากุ้ยเงี่ยหูฟังอีกครา  ได้ยินแต่เสียงแห่งความเงียบ และ ลมทอดถอนหายใจของตนเอง..ชวนเล่กุ้ยกลับรู้สึกอึดอัดขับข้องใจยิ่ง   ไปไหนมาไหนไม่ได้ ได้แต่ขังตัวเองไว้ในตรอกเหล็งซิงแซไว้อย่างบ้าคลั่ง   ผ่านชิวิตไปอย่างไร้ค่า   หายใจรดทิ้งไปวันๆ  ทรัพย์สินที่ฉ้อฉลมาได้... มีประโยชน์แค่ใช้จ้างคนมา "ขัง" ตัวเองไว้ในบ้านเช่าซอมช่อแค่นี้เองหรือ  ชวนฯรำพัน.


...เที๊ยกเงี่ยซัว "ฉายาเทพซี้ซั้ว"หรือ"เทพเมียเพื่อน"...ก็เฉกเช่นกัน... ... พลันที่บารมีของ"เตียบ่อหลัน" หมดสิ้นลง... มันก็เร้นกายหนีหายจาก"อารามม๊กเก็ง"  มันมิได้เกรงกลัวเหล่ามือปราบของบ้านเมือง   แต่สัญชาติญานสัตว์ป่าบอกมันว่ามันมิควรอยู่ในที่โล่งแจ้งต่อไปอีกแล้ว   บ้างว่ามันหลบออกไปนอกด่านนอกกำแพงใหญ่    บ้างว่ามันเร้นกายในดินแดนน่ำปัก  บ้างเชื่อว่ามันแฝงกายอยู่ในนครลิ่มอันนี่แหละ   ภายใต้การคุ้มครองของหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของ   บ้านใหญ่(ตั่วกงสี


...มั๊กจีหมิ่ง  (ฉายามั๊กหน้าหยก)หนีออกนอกด่านหายสาปสูญจากวงการยุทธภพ  ละทิ้งบุพการีและลูกเมียให้เผชิญชะตากรรมโดยลำพังในลิ่มอัน   สมฉายา..."แป่ะมัก" (ตาขาว) หรือ "บ่อเลี๊ยบ" (no ball).  "อ้ายมาก"นะเอง...




....พรรคไต้เฮียบล่มสลาย   สมาชิกพรรคบ้างล้มตาย, บ้างเร้นกาย, บ้างเจ็บป่วยวิกลจริต หรือหาไม่ก็ติดคุกหรือสู้คดีความอยู่   ไม่มีใครในพรรคกล้าอวดอ้างตนเองเป็นไต้เฮียบอีกต่อไป  คุณธรรม   จริยธรรม  ของเหล่าวิญญูชนกกลายเป็นแค่ "หนังหมาขี้เรื้อน" ที่มีไว้คลุมร่าง"หมาขี้เรื้อน" หาใช่ "หนังราชสีห์" อีกต่อไป  กว่าหกสิบปีที่หมาขี้เรื้อนใช้หนังราชสีห์คลุมร่างก้อถึงกาลวิบัติ...




....ลิ้มซ่งติง หรือ  ลิ้มโกเต๊ก...นับว่ามันมีวาสนาที่มัจจุราชมาเยือนมันได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด  มันถูก"ดินสอ" ทิ่มตายมันตายยังไงเพราะอะไร   เอาไว้ให้น้าเภกเล่าเองดีกว่าครับ เพราะเรื่องของมัน สุวาน...เอ๊ย...ม่ายช่ายน้าเภกฯเขียนไว้แล้วล่วงหน้าใน"ปั๊กกะตืนหนังหมา"เอาเป็นว่าคราวนี้มัน"โชคดี"ครับที่ไม่โดนแค่"ดินสอ" ทิ่มหัวถลอก แต่โดนแบบเต็มๆ...แบบกลายเป็นเม่นมีขนทั้งตัว. แบบไม่
รู้ตัว.
... จั้งล๊งโหงวเปย...ฉายาแต๊เสี้ยวไต้ซือ...หรือ...มหาแกล้งบ้า (แผลงมาจาก...หลวงจีนงมงาย).. ถูกหมาบ้ากัดตาย. ตายเพราะโรคพิษสุนัขบ้า นับว่าสวรรค์มีตา หากินกับหมาก้อตายเพราะหมา.(หมาจำลองนั่นเอง)


 big60 
 02 ธันวาคม 2014                                                                             
เกาทัณฑ์สยบฟ้าหรือจะสู้"ธนูพิฆาต"ได้ เกาทัณฑ์สยบฟ้าแม้จะมีมหิทธานุภาพ แต่เชื่องช้าและใช้พละกำลังมาก กว่าจะแผลงออกไปได้แต่ละดอก ผู้ยกคันเกาทัณฑ์ต้องทรงพลังมหาศาล จึงจะสามารถยกคันเกาทัณฑ์ขึ้นได้ ทอดตาทั่วแผ่นดิน มีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น...ยามใช้พละกำลังน้าวคันเกาทัณฑ์ แผ่นดินย่อมเสทือนเลื่อนลั่นไปทั้งปฐพี ทำให้ศรัตรูรู้แกวหนีหายหมดแล้ว ยิ่งยามปล่อยดอกเกาทัณฑ์ออกจากแหล่ง เสียงดังปานอสนีย์บาตสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบ ก่อนที่สายฟ้าจะฟาดลง ดอกเกาทัณฑ์ยังไม่ถึงแต่เสียงไปถึงแล้ว...เกาทัณฑ์สยบฟ้าดอกนี้จึงไม่เคยถูกเป้าหมายสักที เพราะเสียงเกาทัณฑ์ดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปเตือนล่วงหน้าแล้ว ...ส่วน"ธนูพิฆาต"นั้น ต่างกัน เบา ยกสะดวก เคลื่อนย้ายสะบาย คล่องแคล่ว ว่องไว แต่แข็งแกร่ง ดุดัน อำมหิต แม่นยำ คร่าชีวิตโดยไม่ส่งเสียงเตือน เกาทัณฑ์สยบฟ้ายังไม่ทันขึ้นสาย ก็ถูกธนูพิฆาต ยิงทำลายสายเกาทัณฑ์และคันเกาทัณฑ์จนขาดและหักสะบั้นไปแล้ว...ธนูพิฆาตดอกนี้ จึงพุ่งเข้าใส่เป้าหมายแบบเต็มๆ ตัดสายและสะบั้นคันเกาทัณฑ์ ทะลวงเสียบอกเจ้าของเกาทัณฑ์อย่างดุดันอำมหิตเลือดเย็น"มันจบแล้วครับนาย"
...............................................

-ช่วยกันประนาม "อีชวน ปรส." จำเลยคดีดองผู้ทำลายชาติ


′ชวน′ชี้ปัญหาบ้านเมืองเกิดจาก"ขาดธรรมาภิบาล"-ทหารต้องออกมา เพื่อรักษากฎหมาย

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เวลา 17:41:03 น.

http://www.matichon.co.th/online/2014/12/14174232151417423226l.jpg


 

ที่อาคารสมาคมธรรมศาสตร์ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และศิษย์เก่านักบริหารระดับสูงธรรมศาสตร์เพื่อสังคมหรือนมธ. ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "ธรรมาภิบาล ภาคปฏิบัติ" ซึ่งมี นมธ. รุ่นที่ 5 เข้าร่วม โดยอดีตนายกรัฐมนตรีได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ธรรมาภิบาล เป็นคำที่ไม่ได้ระบุถึงภาคปฏิบัติ เหมือนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสต์ที่เปิดวิชา TU 100 ซึ่งการสอนให้คนเป็นบัณฑิตไม่ยาก แต่สอนให้คนมีสำนึกเป็นสิ่งที่ยาก คนที่จบมาแล้วได้รับความรู้แต่ไม่ได้คุณธรรม จึงก่อให้เกิดปัญหาที่ส่วนใหญ่จบมหาวิทยาลัยมาทั้งสิ้น ยกตัวอย่างทุนกู้ยืมที่ตนเป็นผู้ก่อตั้งในปี 2538 ซึ่งมีปัญหาเรื่องนักศึกษาไม่ยอมคืนเงินกู้ยืม ส่วนหนึ่งมาจากการขาดความสำนึกและความรับผิดชอบ ซึ่งปัจจุบันธรรมาภิ บาลเป็นสิ่งที่หลายมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญและมีความแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงรัฐบาลปัจจุบันก็เขียนถึงเรื่องนี้ในการร่างกฎหมาย นายชวนยังกล่าวอีกว่า วิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 เกิดขึ้นจากการบริหารที่ขาดจริยธรรมความรับผิดชอบ และเกินความจำเป็น คณะรัฐมนตรีในปี 2542 จึงได้กำหนดกฎเกณฑ์ให้แต่ละหน่วยงานปฏิบัติในการมีส่วนรวม รับผิดชอบและให้ประชาชนสามารถตรวจสอบภาครัฐแต่ละองค์กร หน่วยงานได้ แต่ปัญหาก็ยังไม่หมดไป เพราะกฎเกณฑ์ถูกละเลยและยกเลิกในเวลาต่อมา สำหรับกรณีโครงการรับจำนำข้าวที่ขาดทุนไปหลายแสนล้านบาทเหตุการณ์บ้านเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยตลอดจนกฎอัยการศึก เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความสูญเสียจากนโยบายทางการเมืองทั้งสิ้น แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดว่าเงิน หรือ การพัฒนาที่หายไปจะเป็นโอกาสในการพัฒนาส่วนที่ขาดแคลน เช่น ถนน โรงพยาบาล เราอาจจะมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านนั้นพัฒนาไปไกลแล้ว โดยเฉพาะถนนในช่วงหัวหิน-สุราษฏร์ธานี ที่จะลงไปยังภาคใต้ไม่มีการพัฒนามากว่า 10 ปีแล้ว เมื่อสอบถามก็พบว่า หากมีการส่งงบประมาณลงไปเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะโดนไล่ออกทันทีสิ่งเหล่านี้จึงบ่งบอกให้เห็นให้เห็นถึงการไม่มีหลักธรรมาภิบาล นาย ชวนยังระบุถึงสถาบันทางการศึกษาด้วยว่าในทุกสถาบันไม่มีข้อยกเว้นว่าจะมีคน ดีทั้งหมดเหมือนที่ในหลวงเคยตรัสไว้ว่าบ้านเมืองเรามีทั้งดีและไม่ดี เหมือนกับการเลือกตั้ง เราไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะมีคนดีทั้งหมดเข้ามา ซึ่งสภาในยุคที่ผ่านมานับเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุด มีการโกงกินเป็นการบ่งบอกถึงการขาดธรรมาภิบาลทำให้ส่งผลกระทบต่อบ้านเมือง นอกจากนี้ นายชวนได้ระบุว่า รัฐธรรมนูญทุกฉบับมีสิ่งที่คล้ายคลึงกันใน 3 มาตราแรก แต่ในรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 3 วรรคสอง ได้เพิ่มเติมว่าสถาบันในประชาธิปไตยและองค์กรอื่นๆ ต้องยึดหลักนิติธรรม เพราะในปี 40 เกิดปัญหาการทุจริต แม้จะสูญเสียจะไม่เท่ากับการเสียชีวิตของคน แต่เป็นสิ่งที่เลวร้ายจากการบริหารงานของฝ่ายความมั่นคง และ เหตุการณ์ภาคใต้ ปี 2544 จะไม่เกิดเหตุความรุนแรง หากรัฐบาลในขณะนั้นไม่ประกาศแก้ปัญหาโดยเฉพาะการกวาดล้างผู้ก่อการร้ายภายใน 3 เดือน ซึ่งหากมองย้อนในอดีตความขัดแย้งไม่เคยเกิดขึ้น จนมีการกวาดล้างทำให้เกิดการก่อตั้งกลุ่มอาร์เคเคซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ รวมตัวกันต่อสู้เพื่อเรียกร้องปัตตานีสิ่งเหล่านี้ถือเป็นวิธีนอกกฎหมายและ เป็นความผิดพลาดที่เรียกคืนกลับมาไม่ได้ ยืนยันว่าการยึดกฎหมายแม้จะช้าแต่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง และหากยึดหลักนิติธรรมปัญหาสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิด ส่วนกรณีการยึดอำนาจของทหารโดยอ้างความแตกแยกการชุมนุมการแตกความสามัคคี ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่ในสังคมอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ถือว่าไม่ใช่ข้ออ้างที่สมควร เพราะการแสดงออกเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ในระบบประชาธิปไตย แต่ที่ทหารออกมาเพราะการไม่รักษากฎหมาย และบางครั้งผู้รักษากฎหมายกลายเป็นอาชญากรเอง ประชาชนจึงต้องหันไปพึ่งทหาร ทั้งนี้ หลักธรรมาภิบาลควรมีความเกรงใจ เช่น กรณีข้าราชการกระทรวงหนึ่งโดนไล่ออก เกิดจากการขาดความเกรงใจในการเอื้อผลประโยชน์ให้พวกพ้อง ซึ่งการไม่ยอมทำจะต้องเสียตำแหน่ง ดังนั้นการสละตำแหน่งจึงเป็นสิ่งที่ดีกว่าที่จะต้องทุกข์ใจไปอีกนาน อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนยึดหลักความซื่อตรงสุจริต และมีเหตุผลในการอธิบายได้ ยึดหลักโลกความจริงคือโลกปฏิบัติ

"อำนาจ" สิ่งสมมุติ สมบัติผลัดกันชม ไม่ใช่สิ่งจีรังยั่งยืน ...สัจจะความจริงที่มนุษย์ทุกคนควรจดจำ...

ประมวลข่าวคดีพงศ์พัฒน์-ยกเลิก"อัครพงศ์ปรีชา"ยุติใช้สกุล ราชเลขาฯแจ้งปลัดมท.-ถอดยศ-ไล่ออก3พี่น้อง
 
http://www.matichon.co.th/online/2014/11/14173180261417318035l.jpg


เหยื่อ??? ความจริงคืออะไร?
ขอความเป็นธรรมอย่าด่วนตัดสินประนาม.....
อย่าลืม  "ผู้สั่งการคือผู้เขียนประวัติศาสตร์" แม้แต่ผู้ทำงานสนองรับใช้ใกล้ชิดมาเฟียใหญ่ยังถูกข้อกล่าวหาได้ขนาดนี้แล้วประชาชนไทยทั้งประเทศจะมีความหมายอะไร? เรื่องนี้คืออุทาหรณ์สำหรับประชาชนไทยเจ้าของประเทศทุกคน   มาเฟียให้ทหารยึดอำนาจรัฐเพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของจอมมาเฟีย  ประเทศชาติและประชาชนเดือดร้อนไปทั่ว  แต่พวกอำมาตย์กาฝากเหลือบศักดินายังลอยนวลอยู่อย่างสุขสบายแถมสร้างเรื่องเพิ่มขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด....
เรื่องคลุมเครือ"ลึกลับซับซ้อน"ของการแย่งชิงอำนาจครอบครัวจอมมาเฟียใหญ่ผู้มีอิทธิพลมีมาทุกยุคทุกสมัยจากอดีตจนถึงปัจจุบันไม่มีวันสิ้นสุด   และถ้ายังมีระบอบมาเฟียที่แตะต้องไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย 
ประเทศไทยและประชาชนไทย ถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ใน"ยุคดำมืด"ภายใต้กฎของตระกูลมาเฟียต่อไปชั่วนิรันดร....

แผน ′ลงเรือแป๊ะ′ ใน"แม่น้ำ 5 สาย"..กับคำพูดอันคลุมเครือของนายวิษณุ เครืองาม ตอนหนึ่ง ว่า "ลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ ไม่เช่นนั้น จะถูกแป๊ะไล่ลงจากเรือ" บอกอะไรแก่คนไทย จะได้ไม่สงสัยสงสัยว่าอาแป๊ะคือใครใครคืออาแป๊ะ? แต่ที่รู้แน่ๆนายวิษณุ เครืองามและพรรคพวกคือทาสขี้ข้าสมุนรับใช้อาแป๊ะ"ร่างทรง"ของเผด็จการทรราชอย่างแน่นอน..เผด็จการคือเผด็จการโดยสันดานจะปรับเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยไม่ได้อย่างแน่นอน แผนแม่น้ำห้าสายก็ทำเพื่อรักษาผลประโยชน์กิจการของอาแป๊ะและพรรคพวกเท่านั้นเอง ไม่ใช่เพื่อประชาชนและประเทศชาติ ....ประชาชนไทยจงมีสติโปรดเดินก้าวไปข้างหน้าอย่าหลงทางเดินถอยหลังกลับสู่จุดเริ่มต้นครั้งแล้วครั้งเล่าไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางเหมือนในอดีตที่ผ่านมา...

การ์ตูนเซีย 1/12/57 ประชาธิปไตยสั่งได้




ประชาธิปไตย อีแอบ แบบกระหลั่ว
ขี้ขึ้นหัว ตัวสั่น หวั่นผวา
คำพร่ำเพ้อ ละเมอยิบ ขยิบตา

ดั่งผีห่า พาคิด ผิดหลักการ....

มีส่วนร่วม แต่ทั้งนี้ มีข้อแม้
ห้ามพูดแหย่ ห้ามพูดแซว แล้วฟุ้งซ่าน
ห้ามประชด ห้ามเสียดสี ตีรัฐบาล
ต้องหมอบคลาน หวานคำยื่น แล้วชื่นชม....

๓ บลา


สุดยอด คำเท่ จากวิษณุ เครืองาม ′ลงเรือแป๊ะ′
matichon Online



















ประหนึ่ง "คำพูด" ตอนหนึ่งของนายวิษณุ เครืองาม ระหว่างบรรยาย "บทบาท สนช.กับการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืน" ณ ชะอำบีช รีสอร์ท

โดยการอ้างอิง "คำโบราณ" ที่ว่า
"ลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ ไม่เช่นนั้น จะถูกแป๊ะไล่ลงจากเรือ"
จะเป็นการ "สื่อ" โดยตรงไปยังสมาชิก "สนช." ซึ่งนั่งฟังอยู่ในห้องประชุม ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง สิ่งที่นายวิษณุ เครืองาม เน้นอย่างหนักแน่นคือ

ความที่เรียกว่า
"แม่น้ำ 5 สาย"


ได้แก่ 1 คสช. 2 ครม. 3 สนช. 4 สปช. และ 5 กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตกอยู่ในสภาวะอันสรุปได้ว่า"วันนี้ทุกคนลงเรือลำเดียวกัน"
เป็นเรืออันมาจากกระบวนการรัฐประหาร เป็นเรืออันมี "โรดแมป" กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนภายใต้คำขวัญ
"ทำทันที ทำต่อไป ทำอย่างยั่งยืน"
ทั้งหมดนี้จึงมิได้เป็นคำมั่นอันเป็น "สัญญา" ที่ให้ไว้กับ "ประชาคม" เท่านั้น หากที่สำคัญเป็นอย่างมากยังเป็นคำมั่นอันให้ไว้กับ
"แป๊ะ" ซึ่งเป็น "เจ้าของเรือ"
ไม่ว่าใครจะชี้นิ้วและกล่าวหาบทบาทของนายวิษณุ เครืองาม อย่างไร แต่บทสรุปจากการตัดสินใจลงเรือ "แป๊ะ" ตรงประเด็นอย่างที่สุด

ท่าทีของนายวิษณุ เครืองาม จึงต่างไปจาก
นายสมหมาย ภาษี
แม้เนื้อหาที่นายสมหมาย ภาษี กล่าวในลักษณะ "ประเมิน" หรือ "คาดการณ์" กับนักข่าวแห่งสำนักข่าวต่างประเทศที่ว่า

อาจจะมีการเลือกตั้งประมาณกลางปี 2559

อาจเริ่มต้นจากความเป็นจริง 1 คือ ระยะเวลาที่ลงประชามติ และ 1 คือการจัดทำกฎหมายลูกหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

แต่ก็อย่างที่มี "คำพูด" อันลอยมาตามสายลม
"สมหมายเป็นใคร"
คำถามนี้เริ่มต้นบนพื้นฐานที่ว่า นายสมหมาย ภาษี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และกระทรวงการคลังทำหน้าที่บริหารเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การจัดเก็บภาษีมิได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับ
"รัฐธรรมนูญ"ตรงนี้คือจุดต่างระหว่าง "สมหมาย" กับ "วิษณุ"
การนำเสนอถ้อยคำของนายวิษณุ เครืองาม อันสัมพันธ์กับ 1 "วันนี้ ทุกคนลงเรือลำเดียวกัน" และ 1 ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด

เป็นการลงเรืออะไร และลงเรือของใคร

ประโยคหลังเท่ากับเน้นให้เห็นความสำคัญ
"ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ ไม่เช่นนั้น จะถูกแป๊ะไล่ลงจากเรือ"
นายสมหมาย ภาษี มิใช่คนแรกที่เกิดข้อสงสัย
"สมหมายเป็นใคร"
คงยังจำกันได้ว่า ก่อนหน้านี้ไม่นานก็ปรากฏคำถามในลักษณะเดียวนี้ว่า
"วิษณุเป็นใคร"
ความเข้าใจของนายวิษณุ เครืองาม จึงมิใช่เรื่องประเภท
"โชคช่วย"
ตรงกันข้าม เป็นความเข้าใจจากการที่เคยทำงานร่วมกับ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ในรายการสนทนาประชาธิปไตย เป็นความเข้าใจจากการนั่งอยู่ในตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหลายยุคหลายสมัยของรัฐบาล

ยิ่งกว่านั้น ยังเคยถูกตั้งคำถามมาแล้ว
"วิษณุเป็นใคร"
บทสรุปของนายวิษณุ เครืองาม จึงเป็นบทสรุปในลักษณะ "ซาโตริ" เป็นการ "รู้แจ้ง รู้ตื่น และเบิกบาน" มาโดยตน
ทั้งประสบการณ์ "อ้อม" ทั้งประสบการณ์ "ตรง"
ในความเป็นจริง "ถ้อยคำ" ของนายวิษณุ เครืองาม อาจฟังแล้วกว้าง แต่มีลักษณะอันครอบคลุม

เหมือนกับเน้นให้กับกลุ่มที่ลงเรือลำเดียวกันอันเป็น "แม่น้ำ 5 สาย" แต่ภายในความหนักแน่นและจริงจังนี้ เท่ากับใบ้บอกให้กับ "สังคม" ไปด้วยในขณะเดียวกัน

เป็นบทสรุปแบบ "สัจนิยม" เป็นบทสรุปเชิง "เรียลลิสติก"

....................................................................


-นายวิษณุ เผย หลักสำคัญ 5 ข้อสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ระบุ การรวมตัวของบุคคลยากเหมือนปลา 4 น้ำ แต่ก็สามารถผ่านมาได้ ยืนยันระบบวิปรัฐบาลนี้แข็งแกร่งสุด
http://www.matichon.co.th/online/2014/11/14172427071417242716l.jpg

วันที่ 29 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมนาสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ประจำปี 2557 ว่า ระบบวิปในรัฐบาลปัจจุบันเป็นระบบที่แข็งแกร่งอยากให้นำไปใช้ในอนาคต และรัฐบาลถือเป็นเนื้อเดียวกัน เพราะมาจากแหล่งเดียวกันคือ คสช. ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมาได้เฝ้ามองเห็นการทำงานของสนช. เหมือนสัตบุรุษที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยกฎกติกามารยาท แม้สนช.จะรวมกันเหมือนปลา4น้ำ ประกอบด้วย ท็อปบูท คสช.เป็นผู้ตั้งขึ้นมา มามือเปล่า ผู้มีประสบการณ์รัฐสภา กอดตำราคาบตัวบทมาด้วย พวกหิ้วกระเป๋ามา หรือนักกฎหมายและภาคเอกชน และส่วนตัวแม้จะมาจากคสช. แต่ก็ได้รับความเมตตาจนงานสำเร็จลุล่วง พร้อมชื่นชมการทำงานของประธานและรองประธานสนช.ที่สามารถคุมเกมส์ในสภาอยู่ในระเบียบได้

สนช.ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุคที่ร่วมพัฒนาประเทศซึ่งจะต้องคัดสรรกฎหมายที่มีประโยชน์เข้ามายังสภาให้ดีที่สุดพร้อมเสนอแนะหลักสำคัญการ5ข้อของการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนคือ

1.บลูปริ้นหรือพิมพ์เขียวซึ่งยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีพิมพ์เขียวการยกร่างรัฐธรรมนูญตามที่ถูกพูดถึง แต่จากนี้จะเริ่มมีแนวทางว่าจะต้องแก้หรือปรับปรุงกฎหมายใดหรือที่มาของนายกรัฐมนตรี

2.โรดแมป ของคสช.ซี่งยอมรับว่าหนักใจเพราะในช่วงหนึ่งได้ออกประกาศหรือคำสั่งบางฉบับที่เป็นกฎหมายและมีผลผูกพันธ์ในอนาคตดังนั้นสัปดาห์หน้าเตรียมหารือคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะส่งเรื่องไปยังสนช.ให้ออกพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งคสช.หรือประกาศนั้นเพราะครม.ไม่มีอำนาจในการยกเลิกนอกจากนี้รัฐบาลพร้อมที่จะทูลเกล้าฯรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายในวันที่4กันยายนปี2558ส่วนจะได้รับการโปรดเกล้าฯเมื่อใดหม่สามารถตอบได้และแม้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วก็ยังไม่สามารุจัดการเลือกตั้งได้เพราะต้องออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก่อน

3.แม่น้ำ5สายซึ่งสนช.คือหนึ่งในนั้นที่จะต้องไม่เป็นแม่น้ำสายเดียวในการขับเคลื่อนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ

4.ทำทันทีทำต่อไปทำอย่างยั่งยืน

.ต้นทางกลางทางปลายทางหรือการออกกฎหมายที่จะต้องทำอย่างเป็นระบบตั้งแต่การตีความของกฤษฎีกาก่อนส่งกลับมาให้สนช.พิจารณาอีกครั้ง

นายวิษณุกล่าวต่อว่าในช่วงเดือนธันวาคมนี้รัฐบาลจะผลักดันกฎหมายสำคัญตามนโยบายของรัฐบาลให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาหลายฉบับอาทิร่างพระราชบัญญัติประมวลรัษฎากรที่มีความเกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติภาษีมรดก ซี่งร่างกฎหมายนี้คาดว่า จะผ่านการแก้ไขและประกาศใช้ประมาณเดือนมิถุนายน จึงจะเริ่มจัดเก็บเงินได้

ขณะที่เดือนมกราคมหรือกุมภาพันธุ์ จะเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมเพื่อกำหนดกรอบการชุมนุม อาทิ งดการชุมนุมตั้งแต่เวลา22.00-.06.00 นาฬิกา ห้ามชุมนุมใกล้วัดและโรงเรียน พร้อมยืนยันว่ากรอบเหล่านี้ไม่ใช่การจำกัดสิทธิการแสดงออกทางการเมือง และเตรียมเสนอให้สนช.กำหนดรูปแบบการพิจารณากฎหมายที่ต้องระบุชัดเจนว่ากฎหมายใดเป็นกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล

ส่วนเรื่องการสร้างความปรองดองสามารถทำได้ด้วยการลงพื้นที่พบปะประชาชนดังนั้นคาดหวังว่าหลังจากนี้สนช.จะเริ่มลงพื้นที่ดำเนินการเรื่องนี้จากที่ยังไม่เคยทำมาก่อนซึ่งหากทุกคนทำด้วยความเพียรความปรองดองก็จะเกิดขึ้นได้