onsdag 29 mars 2017
"กลียุค" !
ตร.ขอนแก่นอึ้ง! โหดขึ้นทุกวัน ยุคนี้ซื้อยาบ้าแถมปืน
http://www.matichon.co.th/news/512778
http://www.matichon.co.th/news/512778
ตร.ขอนแก่นรวบแก๊งยาบ้า
6,416 เม็ด กัญชาแห้งร่วม 2 พันกรัม หวั่น… ยุคนี้ซื้อยาบ้าแถมปืนป้องกัน
วันที่
29 มีนาคม 2560
บริเวณด้านหน้าสำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดนครศรีธรรมราช ต.จันดี อ.ฉวาง
จ.นครศรีธรรมราช กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง 9 องค์กร ประกอบด้วย…
คำพิพากษาศาล..ต่างกรรม..ต่างวาระ ศาลไทยยุติธรรมจริงหรือ???
(กรณีคดีนักการเมือง????)
คลิกอ่าน-คลิกอ่าน-ศาลยกฟ้อง 'สุเทพ' คดีหมิ่นฯ แกนนำ นปช. กล่าวหาเผาบ้านเผาเมือง
คลิกอ่าน-คลิกอ่าน-ศาลยกฟ้อง 'สุเทพ' คดีหมิ่นฯ แกนนำ นปช. กล่าวหาเผาบ้านเผาเมือง
ศาลอาญายกฟ้อง
'สุเทพ' คดีหมิ่นฯ แกนนำ นปช.
เหตุกล่าวหาเอี่ยวเผาบ้านเผาเมือง-เป็นคนของพรรคเพื่อไทย ไม่หมิ่นประมาท
และไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง
ขณะที่คดี อริสมันต์ หมิ่นฯ อภิสิทธิ์ ศาลส่งคำพิพากษาฎีกา ไปศาลพัทยาอ่าน 21 เม.ย.เหตุจำเลยคุมขังที่นั่น โดยคดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เคยสั่งจำคุกยอริสมันต์ 12 เดือนโดยไม่รอลงอาญา
http://prachatai.org/journal/2017/03/70782
ขณะที่คดี อริสมันต์ หมิ่นฯ อภิสิทธิ์ ศาลส่งคำพิพากษาฎีกา ไปศาลพัทยาอ่าน 21 เม.ย.เหตุจำเลยคุมขังที่นั่น โดยคดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เคยสั่งจำคุกยอริสมันต์ 12 เดือนโดยไม่รอลงอาญา
http://prachatai.org/journal/2017/03/70782
อัยการเตรียมแถลงข่าวถึงความคืบหน้าคดีทายาทกระทิงแดงขับรถพุ่งชนตำรวจเสียชีวิต ปี 55 พรุ่งนี้ หลังสื่อต่าง ปท.…
ลำดับเหตุการณ์จากปากคำชาวกองผักปิ้ง
เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 'ชัยภูมิ ป่าแส'
ช่วงเช้าพาเพื่อนไปตัวเมืองเชียงดาวที่บ้านของ ไมตรี จำเริญสุขสกุล
ดูรายละเอียดอุปกรณ์เดินไฟ ก่อนโพสต์เฟซบุ๊กไปเที่ยวพระธาตุ
แถวบ้านกับเพื่อน ช่วงสาย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
http://prachatai.org/journal/2017/03/70800
http://prachatai.org/journal/2017/03/70800
(หมายเหตุ- กฎหมายไทย?? มาตรฐาน(อำนาจ)ศาลไทย...???. อำนาจเงิน??? )
สังคมภายใต้ระบอบเผด็จการ ที่ไม่ได้ปกครองด้วยกฏหมายยุติธรรม ชีวิตของตำรวจชั้นผู้น้อยไม่มีค่าอะไรเลย..
AP จัดหนักเกาะติดคดี วรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ลูกชายคนสุดท้องของเจ้าพ่อเรดบูล ชนตำรวจสายตรวจเสียชีวิตคดีใกล้หมดอายุความ เแฉ Culture of impunity for the rich : Red Bull heir enjoys jet-set life 4 years after hit-and-run
28 มีนาคม 2560
ที่มา ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 28 มี.ค. เอพีรายงานความคืบหน้ากรณีที่ นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อกระทิงแดง ที่ก่อเหตุขับรถเฟอร์รารี่ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 ว่า การดำเนินคดีล่าช้ามาแล้วเกือบ 5 ปี โดยนายวรยุทธไม่เข้าพบเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียก แต่จะให้ทนายความเดินทางไปแทน และอ้างว่าป่วยหรือเดินทางไปทำธุรกิจต่างประเทศ ขณะที่อายุความในหลายข้อหาจะหมดลงในปีนี้
แต่เอพีรายงานว่า ความจริงแล้วไม่ใช่ ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากอุบัติเหตุ นายวรยุทธกลับใช้ชีวิตอย่างสุขสบายกับครอบครัว โดยนั่งเครื่องบินเจ็ตกระทิงแดงเดินทางไปทั่วโลก ไปดูทีมรถแข่งฟอร์มูล่าวันของกระทิงแดง และถ่ายรูปคู่รถปอร์เช่คาร์เรร่าที่ประเทศอังกฤษ
นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว ในโซเชี่ยลมีเดียพบว่า นายวรยุทธและครอบครัวเดินทางไปที่เมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว โดยเยี่ยมชมนครวัด นั่งเล่นริมสระน้ำ และค้างที่รีสอร์ตหรูคืนละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 34,000 บาท)
นักวิเคราะห์ให้สัมภาษณ์กับสำหนักข่าวเอพีว่า ความเฉื่อยชาในคดีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่สะท้อนถึงสิทธิพิเศษสำหรับชนชั้นมั่งคั่งในไทย ซึ่งเป็นประเทศที่เผชิญความวุ่นวายทางการเมือง และต่อสู้กับหลักนิติธรรมมาหลายทศวรรษ
ขณะที่ตำรวจระบุว่า นายวรยุทธได้รับแจ้งนัดหมายให้มาพบและฟังข้อกล่าวหาอีกครั้ง โดยจะเดินทางมาที่สำนักงานอัยการสูงสุดวันที่ 30 มี.ค. นี้
เอพีเปรียบเทียบระหว่างนายวรยุทธที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีสมบัติเพิ่มพูนจากหลักล้านเป็นพันล้าน โดยได้รับการศึกษาในโรงเรียนประจำที่อังกฤษ ค่าเทอมปีละ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (กว่า 1.3 ล้านบาท) กับด.ต.วิเชียรผู้อาศัยอยู่ในชนบทที่ไม่มีโอกาสเช่นนั้น แต่เป็นคนมีความทะเยอทะยาน
โดยด.ต.วิเชียรละทิ้งชีวิตชาวไร่ชาวสวน ไปทำงานราชการ และศึกษาเล่าเรียน รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้พ่อแม่และพี่สาวที่เป็นมะเร็ง แม้จะยังไม่มีลูก แต่ตั้งใจส่งเสียค่าเล่าเรียนให้ลูกของพี่ชาย แต่ชีวิตจบสิ้นลงเมื่อถูกนายวรยุทธขับรถเฟอร์รารี่พุ่งชน จนกลายเป็นพาดหัวข่าวไปทั่วประเทศ
เอพีรายงานว่า นับตั้งแต่ด.ต.วิเชียรเสียชีวิต ในโซเชี่ยลมีเดียพบว่า นายวรยุทธเดินทางไปต่างประเทศอย่างน้อย 9 ประเทศ โดยไปล่องเรือที่โมนาโก เล่นสโนว์บอร์ดที่ญี่ปุ่น ฉลองวันเกิดที่ร้านอาหารหรูในกรุงลอนดอนของอังกฤษ แช่สระน้ำในกรุงอาบูดาบีของดูไบ ทานอาหารที่ฝรั่งเศส ควงจักรยานหรูราคาหลักแสนในกรุงเทพ โดยครอบครัวให้การสนับสนุน
บันทึกกรรม ฆ่าฉันเถิด และยัดระเบิด ใส่มือฉัน...
#บันทึกกรรม ฆ่าฉันเถิด และยัดระเบิด ใส่มือฉัน...

ฆ่าฉันเถิด
และยัดระเบิด ใส่มือฉัน
โยนมาเถิด บทลงโทษ บทลงทัณฑ์
จะประนาม หยามหยัน ก็เชิญเลย
ปืนอยู่ในมือคุณ
ลูกกระสุน ฝังอยู่ ในร่างฉัน
ไม่มีเสียง โต้ตอบ ถึงโทษทัณฑ์
ไม่มีแม้ ความฝัน-ลมหายใจ
ปืนอยู่ในมือคุณ
ลูกกระสุน ฝังอยู่ ในร่างฉัน
ไม่มีสิทธิ์ โต้แย้ง ถึงโทษทัณฑ์
มีเพียงความ เงียบงัน ฝังลงดิน
#ชัยภูมิป่าแส
::::::::::::
28 มีค. 2560
ไอ้ทุย ม. 44 เป่าแคน เหมือนคนบ้าได้อำนาจ

ปฎิรูปกองทัพ (ตอนสุดท้าย)"กองทัพ"คือคู่ขัดแย้ง ยิ่งอยู่นาน ยิ่งล้มเหลว
ปฎิรูปกองทัพ (ตอนสุดท้าย)"กองทัพ"คือคู่ขัดแย้ง ยิ่งอยู่นาน ยิ่งล้มเหลว
jom voice
Published on Mar 28, 2017
พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. และอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ให้สัมภาษณ์ Thaivoice ( ปฎิรูปกองทัพ ตอนสุดท้าย ) เกี่ยวกับอนาคตของรัฐบาล คสช.ว่า มีหลายเรื่องที่ คสช.แก้ไม่ได้และอ้างที่จะอยู่ยาว ซึ่งหากคสช.อยู่ยาวยิ่งจะทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสมากยิ่งขึ้น ยอมรับเถิดว่าทหารไม่ถนัดในการบริหารประเทศ การเป็นนายกรัฐมนตรี จะเอาความคิดหรือแนวทางการทำงานแบบทหารมาใช้ไม่ได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่า รัฐประหารซ้อน หมายถึงเกิดความขัดแย้งระหว่างผู้มีอำนาจด้วยกันเอง จะไม่เกิดขึ้นเพราะทุกคนก็อยู่กันสุขสบายดี แต่หากการบริหารบ้านเมืองเกิดความล้มเหลว ก็อาจจะทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้านและนำไปสู่การปฎิวัติได้ แต่ก็เป็นไปได้ยากอีก เพราะคนไทยมีความอดทนสูง ดังนั้นเมื่อทหารรู้ตัวเองว่าไม่ถนัดก็ไม่ควรจะฝืน
ooo
“ฉันอยู่ร่วมโลกกับยิ่งลักษณ์ไม่ได้”
“ฉันอยู่ร่วมโลกกับยิ่งลักษณ์ไม่ได้” และ “ใครอย่าแตะสุเทพนะ” เจ้าของคำพูดนี้คืออีโม่งพุงโตหน้าดำ...
“ฉันอยู่ร่วมโลกกับยิ่งลักษณ์ไม่ได้” และ “ใครอย่าแตะสุเทพนะ” เจ้าของคำพูดนี้คืออีโม่งพุงโตหน้าดำ...
“ฉันอยู่ร่วมโลกกับยิ่งลักษณ์ไม่ได้” และ “ใครอย่าแตะสุเทพนะ” เสียงผู้หญิง คำพูดนี้ของใคร ? ยิ่งลักษณ์ไปทำอะไรให้เธอ? ไอ้สุเทพเป็นผัวหรือพ่อเธอเหรอ?...ให้ประชาชนหาคำตอบเอาเองว่าใครคืออีบ้าคน นั้น ไม่มีความดีอะไรซ้ำยังมีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตใช้โจรมายึดอำนาจรัฐ แล้วจะขู่บังคับให้ประชาชนเคารพรักและศรัทธาได้อย่างไร...อีทอม!
โดย ท่านรอง
อัตตาพาจน
ได้ยินคำพูดเยียบเย็นสองประโยคที่ลอยมาตาม ลมว่า “ฉันอยู่ร่วมโลกกับยิ่งลักษณ์ไม่ได้” และ “ใครอย่าแตะสุเทพนะ” เราก็ย่อมนึกตามอคติแต่เดิมว่า คนที่พูดรุนแรงก้าวร้าวเช่นนี้น่าจะเป็นผู้ชาย และเป็นผู้ชายที่ทรงอำนาจอิทธิพลอย่างล้นเหลือเสียด้วย แต่ความจริงเสียงนั้นเป็นของผู้หญิง และเป็นผู้หญิงที่เราเคยนึกว่าใจดี มีเมตตาธรรม และดำรงความเป็นกลางทางการเมืองขนาดที่ไม่ยอมยุ่งเกี่ยวอะไรใดๆ เพียงเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง
เมืองไทยขณะนี้ ถ้าเปรียบกับมนุษย์ก็คงอยู่ในระยะฟุ้งซ่าน ใจหนึ่งก็มีเหตุผล คิดอะไรรอบคอบ อดทน และมองโลกในแง่ดี แต่อีกใจหนึ่งก็พลุ่งพล่าน เคียดแค้น หูเบา และพร้อมที่จะทำลายอะไรก็ได้ ที่มีคนมาสมมติให้เป็นศัตรูคู่อาฆาต ทั้งๆ ที่ไม่รู้อะไรไปมากกว่าข่าวลือและเสียงนินทาเลย อาการนี้กำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของสังคมไทย และมีลักษณะพิเศษคือ ยิ่งเรียนมาสูงมาก มีการศึกษามาก ยิ่งเป็นโรคนี้ได้มาก หรือยิ่งสูงส่งในทางสังคม เคยมีคนเคารพนับถือมาก ก็ยิ่งมีอาการมาก เข้าขั้นประสาทหลอนเอาเลยทีเดียว
เหตุที่เป็นเช่นนั้น อธิบายในเชิงจิตวิเคราะห์ได้ว่า เพราะอัตตาของคนเรียนสูงและอยู่สูง มันมากกว่าคนธรรมดาเขาอยู่แล้วหลายเท่าตัว เมื่อระบอบประชาธิปไตยเพียงระยะต้น แสดงฤทธิ์เดชออกมาว่า เขารักใครชอบใคร ซึ่งคนๆ นั้น กลับไม่ใช่ตัวเองหรือเจ้านายของตัวเอง ความโกรธแค้นก็มีมาก ไม่ใช่เพียงความโกรธที่ถูกปฏิเสธ แต่ยังถมทับด้วยความแค้นที่ถูกข้ามหัวโดยประชาชนธรรมดาที่เขาเคยนึกว่าต่ำ ช้ากว่าเขาเสียเหลือเกิน อัตตาที่ถูกลบเหลี่ยมในครั้งนี้ จึงระเบิดออกมาเป็นการข่มขู่ก้าวร้าว ลืมหลักการและเหตุผลที่ตัวเองเคยใช้จูงจมูกสังคมทั้งสังคมมาก่อน การประกาศปิดกรุงเทพฯก็ดี ความหยาบคายบนเวทีและโดยทั่วไปก็ดี ความโหด...ม จนสามารถฆ่าและทำร้ายเพื่อนร่วมชาติได้ก็ดี ล้วนเป็นอาการของความเคียดแค้นของคนที่เพิ่งรู้ความจริงว่าตัวเองมิได้สูง ส่งกว่าใคร และจากนี้ไปตัวเองและพรรคพวกก็จะไม่ใช่ผู้ที่ชี้นำสังคมไทยอีกต่อไปอีกต่าง หาก ความบ้าคลั่งจึงพุ่งถึงขั้นคิดโค่นทำลายระบอบประชาธิปไตยทั้งหมด ปฏิเสธกลไกสากลอย่างการเลือกตั้ง ปฏิเสธการแก้ไขปัญหาตามรัฐธรรมนูญและโจมตีผู้นำการเมืองจากการเลือกตั้งเป็น การส่วนตัว ไม่ต่างอะไรจากแม่ค้าที่ด่ากันตามตลาดสด โดยลืมส่องกระจกดูสีหน้าท่าทางของตัวเองในขณะที่กำลังพ่นถ่อยคำเหล่านั้นออก มา
“ฉันอยู่ร่วมโลกกับยิ่งลักษณ์ไม่ได้” เป็นประโยคบอกเล่าที่มีลักษณะเป็นคำสั่ง มาเฟียใหญ่ในโลกนี้จะไม่ค่อยออกคำสั่งใดๆ ให้เป็นหลักฐาน เพียงปรารภเบาๆ กับกลุ่มคนใกล้ตัวที่มีหน้าที่และมีความสามารถในการทำลายล้างคนอื่น ก็จะเกิดการไล่ล่าสังหารตามมา แต่ความซับซ้อนของสังคมในนาทีคือ คนพูดยังไม่ใช่หมายเลขหนึ่งขององค์กรอาชญากรรมนั้น เป็นเพียงผู้ที่มีโอกาสอย่างสูงในการสืบทอดอำนาจในองค์กรเท่านั้น ผู้รับฟังคำสั่งจึงยังไม่กล้าผลีผลามทำอะไรตามใจคนพูด ถึงผู้ที่มีอำนาจจริงในองค์กรจะมีอันล้มหมอนนอนเสื่อลงไปอีกรอบแล้วก็ตาม ก็ยังมีคนอื่นในองค์กรที่สามารถเป็นใหญ่ได้ทัดเทียมกันหรือมากกว่า และคนๆ นั้นอาจจะทำอะไรบางอย่างที่ทำให้ชีวิตและความเป็นอยู่ทั้งหมดของผู้ปฏิบัติ งานนั้นต้องเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดและอย่างฉับพลันได้ ข้อเท็จจริงนี้ ส่งผลให้หายนะอันใหญ่หลวงบางอย่างถูกชะลอออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ก็สร้างภาวะตึงเครียดอย่างร้ายแรงในวงจรหลักขององค์กรนั้นๆ และของชาติบ้านเมือง เพราะไม่รู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่และอย่างไร
ก้มมองปุ่มต่างๆ บนรีโมตคอนโทรลในมือ แล้วเขาคนนั้นก็คงเห็นรายละเอียดดังนี้:
๑. กองทัพยึดอำนาจและประกาศสูตร “ประชาธิปไตยใหม่” เพื่อให้แน่ใจว่าระบอบอำมาตย์ศักดินายังจะมีอำนาจเหนือกว่าฝ่ายประชาชนในบั้นปลาย
๒. องค์การอิสระออกฤทธิ์ โดยเฉพาะ ปปช. แล้วเวียนไปยังตุลาการศาลปกครองสูงสุด ก่อนกลับมาที่ตุลาการรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ระหว่างนี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แทรกสอดเป็นระยะๆ
๓. ศาลออกโรง
ปัญหาขณะนี้คือ เจ้าของเสียงที่เล่าข้างต้นอยากกดปุ่มใดปุ่มหนึ่งใจจะขาด แต่ไม่แน่ใจว่าอำนาจของตัวเองจะมีมากพอหรือไม่ จึงปล่อยเวลาให้มารในความอุปถัมภ์กลุ่มต่างๆ มาออกแรงอาละวาดให้หนักขึ้นเรื่อยๆ จนสถานการณ์หลุดโลกเสียก่อน จะได้เกิดแรงกดดันทางสังคมมากพอต่อการกดปุ่ม
น่าเวทนาที่เมืองไทยทั้งเมือง ต้องมาขึ้นอยู่กับคนที่เลือดจะไปลมจะมา.
Prenumerera på:
Inlägg (Atom)


