torsdag 29 april 2021
“ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม”
Thai E-News
“ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม” ไม่มีในสารบบ ป.วิอาญา มาตรา ๑๐๗ และ ๑๐๘/๑
จากการอดอาหารอย่างต่อเนื่องมาเป็นวันที่ ๔๕ พริษฐ์ ชีวารักษ์ มีอาการเสื่อมโทรมอย่างหนัก ถึงขั้นถ่ายเป็นลิ่มเลือดปนกับชิ้นส่วนเนื้อเยื่อสีดำ เนื่องจากร่างกายทำการย่อยเนื้อเยื่อในกระเพาะแทนอาหาร เป็นสภาพที่ต้องได้รับการรักษาทันที
นางสุรีรัตน์ มารดาของเพ็นกวิ้นกล่าวว่า “ไม่ต้องการให้ลูกเข้ารักษาตัวที่รพ.ราชทัณฑ์ เนื่องจากในเรือนจำตอนนี้เต็มไปด้วยผู้ป่วยโรคโควิด-19 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในคุกอย่างหนัก” ดังนั้นในวันนี้ (๒๙ เมษา) จะพยายามยื่นประกันขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวอีกครั้ง
แต่ในความรู้สึกของ กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายของพริษฐ์และบรรดาแกนนำราษฎรซึ่งถูกกล่าวหาทำผิด ม.๑๑๒ แล้วศาลยืนยันไม่ยอมให้ประกันตัวตลอดมา “เชื่อแน่ว่าศาลอาญาไม่ยอมให้เด็กๆ พวกนี้ได้รับการประกันตัวเพื่อออกไปต่อสู้คดี”
เหตุที่ทำให้เขาคิดเช่นนั้น น่าจะอยู่ที่คำปรารภปิดท้ายโพสต์ของเขาที่ว่า “ผมสิ้นหวังในระบบกฎหมาย ที่ให้อำนาจการตัดสินใจกับคนโง่ ไร้การตรวจสอบ หยิ่งยะโสโอหัง” เขายังเปรยด้วยว่า วันนี้หลังจากยื่นประกันแล้ว “จะกลับบ้านไปทำสิ่งที่มีความหมาย...กว่าการรอ”
จะเป็นอะไรไม่ช้าคงรู้กัน แต่ระหว่างนี้สิ่งที่วิญญูชนผู้ไม่ต้องการเห็น วีรบุรุษวีรสตรีประชาธิปไตยสูญเสียชีวิตไปกับการสังเวย เพื่อปลุกจิตสำนึกเหล่าอสุรกายที่เหี้ยมโหด หรือแม้แต่บรรดาไทยเฉย ไม่อินังขังขอบกับสิ่งซึ่งยังไม่เกิดกับตนเอง ยังทำได้ไปพลางๆ
กลุ่ม Association for Thai Democracy, USA เปิดการรณรงค์ให้ “ร่วมลงชื่อรับหลักการ กับการยื่นเจตจำนงต่อศาล เพื่อให้สิทธิในการประกันตัวเป็นไปอย่างเป็นธรรม” (คลิกตามลิ้งค์นี้ shorturl.at/nxBO9) โดยมีจดหมายเปิดผนึกถึงศาล
“พวกท่านต้องกลับมาตัดสินอย่างเที่ยงธรรม คืนสิทธิ์ที่ประชาชนควรจะได้รับ คืนสิทธิ์การให้ประกันตัวแก่นักโทษทางการเมือง” พร้อมด้วยร้อยกรองทำนองเสนาะ “เถิดตุลาการ จงคิดอย่างอิสระ รับภาระอันหนักหนา ทำหน้าที่ หากรับใช้ใบสั่ง ดั่งกาลี ตุลาการเช่นนี้ อย่ามีเลย”
เพราะการยะโสโอหังดึงดันไม่ยอมให้ประกันตัวแกนนำราษฎรไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ด้วยข้ออ้างเขียนง่าย “ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม” แต่เข้าใจยากยิ่งนักว่ามันจะเป็นความยุติธรรมได้อย่างไร ตลก.ควรจะเงี่ยฟังผู้รู้กฎหมายที่มีจิตสำนึกมนุษยธรรมเสียบ้าง
Prinya Thaewanarumitkul นักวิชาการและผู้บริหาร ม.ธรรมศาสตร์ ยกเอาตัวบทต่างๆ อันเกี่ยวกับ “การไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย” ไว้จะแจ้งตรงประเด็นว่า “ในคดีอาญา #ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด”
นั่นคือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ วรรคสองระบุไว้ “เพื่อให้ไม่ติดคุกก่อนศาลพิพากษาและสามารถสู้คดีนอกคุกได้” ก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด อันสอดคล้อง ป.วิอาญา มาตรา ๑๐๗ กำหนด “ผู้ต้องหาหรือจำเลย #ทุกคน พึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว”
ในการปฏิเสธประกันต่อแกนนำราษฎร ตุลาการไม่ค่อยได้อ้างข้อยกเว้นไม่ปล่อยตัวตามมาตรา ๑๐๘/๑ ใน ป.วิอาญาตรงตามบทบัญญัติ กลับมักใช้สำนวนว่า “คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง” ปล่อยไปแล้วจะทำผิดเช่นเดียวกันอีก
อจ.ปริญญา ชี้ว่า “น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง” ตลก.มักเลี่ยงไม่ใช้ตัวบท ม.๑๐๗ และ ๑๐๘/๑ อีกทั้งเขียนคำพิพากษาด้วยลายมือลงบนสำนวน แทนที่จะทำเป็นหนังสือแจ้งเหตุให้สมบูรณ์ ฤๅ เพราะว่า ตลก.ในคดีเช่นนี้ มีอำนาจล้นพ้นเหนือกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
แม้จะอ้างความเป็นอิสระหรือ ‘เงื่อนไขอื่นใด’ ตามมาตรา ๑๐๘ วรรคสาม “ซึ่งเพิ่งแก้ไขในปี พ.ศ.๒๕๕๘” กำหนดข้อปฏิบัติสำหรับผู้ได้รับการปล่อยตัว หรือ “จะสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจํากัดการเดินทาง” ได้
ณ เวลานี้ “สุขภาพของผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมได้แล้ว” หรือแม้แต่ “พบว่า #คำสั่งเดิมไม่ถูกต้องหรือไม่สอดคล้องกับกฎหมาย ก็เป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งได้” ซึ่งชัดเจนอยู่ว่าที่ผ่านมาศาลละเลย ม.๑๐๗ และ ๑๐๘/๑
อย่างไรก็ดีในวันนี้มีผู้คนไปเฝ้ารอฟังผลการขอประกันของบรรดาแม่ๆ แกนนำราษฎรผู้ถูกคุมขังอีกครั้ง กันอย่างเนืองแน่น แม้นทางกรมราชทัณฑ์แถลงว่า อาการของเพ็นกวิ้นยังไม่ทรุดหนัก แค่อ่อนเพลียเล็กน้อย ทำเอาเกิดเสียงครหาเริ่มแพร่หลาย
#จะปล่อยให้เพ็นกวิ้นตายคาเรือนจำ เหมือน ‘อากง’ หรือไรนี่
(https://www.facebook.com/prinya.thaewanarumitkul/posts/4133446440032596, https://www.facebook.com/krisadangpawadee.nutcharus/posts/4233194976711183
และ https://www.facebook.com/ThammasatUFTD/posts/285354293272698)
ศาลไม่ให้ประกันตัว "เพนกวิน" เป็นครั้งที่ 9
"ทุกวันนี้ที่ลูกชายต้องอยู่ในเรือนจำก็สาหัสมากพอแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บป่วยหรือความเสี่ยงกับโรคภัย ถ้าวันนี้ผลตัดสินออกมาว่าไม่ได้รับประกันจริง ๆ อยากจะฝากบอกถึงเพนกวินว่า แม่จะทำทุกทางเพื่อสู้กับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น แม่ภูมิใจในตัวเพนกวิน" นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ กล่าว ขณะที่ #saveเพนกวิน ติดอันดับ 1 ของ ทวิตเตอร์เทรนด์ไทย เมื่อ 19.21 น. ด้วยยอดทวีต 1.4 ล้านครั้ง
ราษฎร: ศาลไม่ให้ประกันตัว "เพนกวิน" เป็นครั้งที่ 9 ราชทัณฑ์แจงอาการล่าสุดหลังอดอาหาร 46 วัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทั้ง 7 ผู้ต้องขังทางการเมืองในทุกคดี ซึ่งรวมถึงนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำกลุ่ม "ราษฎร" ที่ทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวเป็นครั้งที่ 9 ในวันนี้ (29 เม.ย.)
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุทางทวิตเตอร์ว่า "18.05 น. ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทั้ง 7 ผู้ต้องขังทางการเมืองในทุกคดี โดยสั่งในลักษณะเดียวกันว่าศาลอาญาและศาลอุทธรณ์เคยสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาต ทุกคำสั่งลงนามโดยนายเทวัญ รอดเจริญ"
ก่อนหน้านี้ โฆษกกรมราชทัณฑ์แถลงว่าอาการของนายพริษฐ์ ยังไม่ทรุดหนักตามที่การเปิดเผยจากบุคคลที่เข้าเยี่ยม สัญญาณชีพโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ รับเพียงน้ำเกลือแร่ พบเพียงอาการอ่อนเพลียจากการอดอาหาร ภายหลังทนายเปิดเผยว่าเพนกวินได้ให้ข้อมูลว่า เริ่มมีการถ่ายออกมาเป็นสีดำซึ่งคาดว่าเป็นชิ้นเนื้อและเลือด
การแถลงชี้แจงอาการของนายพริษฐ์มีขึ้นหลังจากนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของกลุ่ม "ราษฎร" ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กวานนี้ (28 เม.ย.) ว่าเขาได้เข้าเยี่ยมนายพริษฐ์ที่เรือนจำ พบว่าอาการทรุดหนัก และได้รับการบอกเล่าจากนายพริษฐ์ว่าถ่ายอุจจาระออกมาเป็นเนื้อสีดำ โดยพยาบาลให้ความเห็นว่าอาจเป็นเนื้อเยื่อของกระเพาะอาหารที่ร่างกายย่อยออกมา
นายพริษฐ์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วัย 22 ปี ตกเป็นจำเลยในคดีหมิ่นสถาบันกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และคดีอันเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมือง เขาถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. และเริ่มอดอาหารประท้วงกระบวนการยุติธรรมจากการตกเป็นจำเลยในคดีโดยไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. จนถึงวันนี้เขาอดอาหารมานาน 46 แล้ว โดยดื่มแต่น้ำเปล่าและน้ำเกลือแร่
นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ แถลงเมื่อ 29 เม.ย. ว่า จากการตรวจร่างกายเมื่อ 07.30 น. นายพริษฐ์ยังรู้สึกตัวดี พูดคุยรู้เรื่อง มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย ริมฝีปากแห้ง ไม่มีอาการเวียนศีรษะและวูบ สามารถลุกเดินและทำกิจวัตรประจำวันได้ แต่ยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหาร
รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ให้ข้อมูลอีกว่า นายพริษฐ์ดื่มเพียงน้ำเกลือแร่ได้ 1,800 มิลลิลิตร และให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ โดยปฏิเสธการเจาะวัดระดับน้ำตาลปลายนิ้ว สัญญาณชีพโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีไข้ ไม่เจ็บคอ อุณหภูมิร่างกาย 36.2 องศาเซลเซียส อัตราเต้นของหัวใจ 60 ครั้ง/นาที อัตราการหายใจ 20 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 115/69 mmHg น้ำหนัก 95.4 กิโลกรัม วัดระดับออกซิเจนปลายนิ้วได้ 99%
"อาการของนายพริษฐ์ฯ ยังไม่ทรุดหนักตามกระแสข่าว" นายธวัชชัยระบุในเอกสารแถลงข่าวของกรมราชทัณฑ์ และยืนยันว่านายพริษฐ์อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์พยาบาลที่ตรวจร่างกายทุกวัน รวมทั้งเฝ้าระวังภาวะช็อกจากน้ำตาลต่ำ และอุบัติเหตุการหกล้มจากความอ่อนเพลีย และหากมีอาการอ่อนเพลียรุนแรง หรือมีภาวะไม่พึงประสงค์ ก็พร้อมส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ตลอด 24 ชม.
ทนายยื่นประกันตัวเป็นครั้งที่ 9 "ทั้งที่รู้ว่ายังไงศาลก็ไม่ให้"
นายกฤษฎางค์ ทนายความ พร้อมด้วยนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ แม่ของนายพริษฐ์ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวนายพริษฐ์ต่อศาลอาญาอีกครั้งในเวลา 13.00 น. วันนี้
"ไม่ว่าพวกเราจะเรียกร้องอย่างไรก็ตาม ผมเชื่อแน่ว่าศาลอาญาไม่ยอมให้เด็ก ๆ พวกนี้ได้รับการประกันตัวเพื่อออกไปต่อสู้คดีนี้อย่างแน่นอน" นายกฤษฎางค์โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก
นายกฤษฎางค์กล่าวว่าที่เขาเชื่อเช่นนั้น เพราะได้เคยยื่นประกันตัวให้กลุ่มราษฎรจนนับครั้งไม่ถ้วน โดยหยิบยกข้อกฎหมายทั้งของไทยและหลักกฎหมายสากลมาเป็นเหตุผลสนับสนุน วันนี้เขาจะไปยื่นขอประกันอีกครั้งด้วยเหตุที่ได้รับฟังอาการของนายพริษฐ์ที่ทรุดหนัก
"เรื่องนี้ทำให้ผมต้องไปทำในเรื่องที่ไม่มีความหมายอีกแล้ว" ทนายกฤษฎางค์ระบุ และบอกว่าจำเป็นต้องยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวอีกครั้ง "ทั้งที่รู้ว่ายังไงศาลก็ไม่ให้"
"เมื่อยื่นแล้ว ผมจะกลับบ้าน ไปทำสิ่งที่มีความหมาย และอาจจะประสบความสำเร็จมากกว่าที่จะรอ ผมจะปล่อยให้พวกเค้ารอฟังคำสั่งศาลซึ่งผมรู้อยู่แล้วลึก ๆ ว่าพวกเขาจะผิดหวัง" นายกฤษฎางค์ระบุ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นางสุรีย์รัตน์ แม่ของนายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาขณะมายื่นเรื่องของประกันตัวลูกชายที่ศาลอาญา
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่ากรณีของนายพริษฐ์เป็นการยื่นประกันตัวครั้งที่ 9 แล้ว ในจำนวนนี้มีการยื่นอุทธรณ์คำสั่ง 2 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนครั้งที่ยื่นประกันมากกว่านักกิจกรรมกลุ่มราษฎรรายอื่น ๆ
ด้านนางสุรีย์รัตน์กล่าวว่าทนายบอกว่าไม่อยากให้คาดหวังว่าลูกชายจะได้รับการประกันตัว เพราะมีโอกาสที่ศาลจะยกคำร้องอีกครั้ง แต่เธอก็ยังยืนยันว่าจะขอเดินหน้าประกันให้เต็มที่
"ทุกวันนี้ที่ลูกชายต้องอยู่ในเรือนจำก็สาหัสมากพอแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บป่วยหรือความเสี่ยงกับโรคภัย ถ้าวันนี้ผลตัดสินออกมาว่าไม่ได้รับประกันจริง ๆ อยากจะฝากบอกถึงเพนกวินว่า แม่จะทำทุกทางเพื่อสู้กับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น แม่ภูมิใจในตัวเพนกวิน" นางสุรีย์รัตน์กล่าว
สำหรับการยื่นขอประกันตัววันนี้ (29 เม.ย.) นอกจากแม่ของนายเพนกวินแล้ว ยังมีนางยุพิน มณีวงศ์ แม่ของนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง และแม่ของนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ เดินทางมายื่นขอประกันตัวพร้อมกันอีกด้วย
"ไม่เคารพสิทธิในการได้รับพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม"
นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นเเนล ประเทศไทย กล่าวว่า ทางองค์กร มีความกังวลอย่างยิ่งต่อความเสี่ยงเเละอันตรายร้ายเเรงที่อาจถึงแก่ชีวิตของนายพริษฐ์ เเละ น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล
"การไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนักกิจกรรมโดยไม่มีเหตุอันชอบธรรม ตอกย้ำว่าทางการไทยไม่เคารพสิทธิในการได้รับพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม อีกทั้งยังขัดต่อหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ การปล่อยชั่วคราวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาทุกคนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายไทย"
"แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ยืนยันว่ารัฐบาลต้องปล่อยตัวนักกิจกรรมเพื่อให้พวกเขามีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม พร้อมทั้งยุติการดำเนินคดีกับนักกิจกรรมเพียงเพราะการชุมนุมเเละการเเสดงออกทางการเมืองในช่วงปีที่ผ่าน"
ถ้าเพนกวิ้นเป็นอะไรไป....
(หมายเหตุ-ถ้าเพนกวิ้นเป็นอะไรไป....ฆาตกรตัวจริงที่ทำให้เขาเสียชีวิตคือกษัตริย์วชิราลงกรณ์ "เจ้าของคำสั่ง-ใบสั่ง"นั่นเอง)
Somsak Jeamteerasakul
ข้อคิดเกี่ยวกับขอบเขตการใช้อำนาจของวชิราลงกรณ์จนถึงขณะนี้และในอนาคต
กระทู้นี้จะอภิปรายปัญหาที่กว้างออกไปกว่าเรื่องทรงผม "เกรียนวชิราลงกรณ์" แต่ก่อนอื่น ขอให้ดูเอกสารประกอบ ซึ่ง "มิตรสหายท่านหนึ่ง" เพิ่งส่งมาให้
นี่เป็นเอกสารคำสั่งของกองทัพอากาศ ในลักษณะทำนองเดียวกับเอกสารที่โพสต์ให้ดูใน 2 กระทู้ก่อน
ถ้าเทียบกับเอกสารที่โพสต์ให้ดูก่อนหน้านี้ เอกสารของกองทัพอากาศนี้ เขียนแบบกว้างๆและไม่มีการบังคับโดยตรงมากที่สุด คือเพียงแต่บอกว่า ผู้บัญชาการกองทัพอากาศให้กวดขันกำลังพลทุกคน (รวมไปถึงลูกจ้างและนักเรียนทหาร) ให้ "เป็นผู้มีระเบียบวินัย" "...โดยเฉพาะการไว้ทรงผม [ที่] ยังไม่เป็นไปตามระเบียบราชการที่กำหนด"
ประเด็นที่น่าคิดเฉพาะหน้าเกี่ยวกับการต่างของ "ระดับการบังคับ" ของหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่ระดับ full-blown หรือเต็มที่ กรณีสำนักพระราชวัง-องคมนตรี (ทั้งชายหญิงต้อง "เกรียนวชิราลงกรณ์" หมด) ลงมาระดับที่บังคับทหารชายทั้งหมดของ บก.ทท. (คือยังยกเว้นหญิง) และบังคับน้อยลงไป (เขียนแบบกว้างๆมากขึ้น) กรณี ตำรวจ, กองทัพบก และกองทัพอากาศนี้ สะท้อนอะไรหรือไม่?
วชิราลงกรณ์คง "สั่ง / ขอ / ปรารภ" ให้ข้าราชการโดยเฉพาะทหารตำรวจไว้ "ทรงผมพระราชนิยม" แล้วหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อเขาโดยตรงอย่างสำนักพระราชวัง-องมนตรี ก็สั่งต่อแบบ full-blown บังคับทั้งหมดเลย ทีนี้ ระดับที่ต่างๆกันของหน่วยงานอื่นๆนี่ เพราะอะไร? เพราะตัวผู้บัญชาการ (ผบ.สส. ผบ.ตร. ผบ.ทบ. ผบ.ทอ.) รู้สึกถึง หรือยอมรับใน อำนาจวชิราลงกรณ์มาก-น้อยต่างกัน หรือมีวิจารณญาณมีสติต่างกัน? หรือทั้่งสองเหตุผล? หรือขึ้นกับ ผบ.คนไหนต้องการ "เลีย" วชิราลงกรณ์มากกว่า? ซึ่งคงสัมพันธ์กับประเด็นตั้งแต่ว่า วชิราลงกรณ์พูดออกมาในระดับไหน วชิราลงกรณ์อาจจะเพียงแต่ "ปรารภ" คือเปรยๆ ("ข้าพเจ้าเห็นว่าถ้าข้าราชการทุกคนไว้ผมแบบราชวัลลภก็ดีนะ เป็นระเบียบเรียบร้อยดี") หรือ "ขอ" ("ข้าพเจ้าอยากขอให้พวกท่านลองไปพิจารณาว่า จะทำกันได้ไหม ให้ทุกคนในสังกัดไว้ผมแบบนี้น่ะ") อะไรประมาณนี้ แล้ว ผบ.แต่ละคนก็มี response หรือตอบสนองในระดับที่ต่างๆกัน ขึ้นกับระดับการรับอำนาจ-อยากเลีย-หรือมีสติ มากน้อยต่างกันดังกล่าว
................
แต่ประเด็นที่น่าคิดและคอยจับตาสังเกตต่อ คือประเด็นที่กว้างออกไป ซึ่งผมเคยพูดไปก่อนหน้านี้บ้าง นั่นคือ จากนี้ไป วชิราลงกรณ์จะเข้าแทรกแซงหรือยุ่งเกี่ยวกับการบริหารบ้านเมืองหรือการเมืองแค่ไหนอย่างไร
ผมเคยพูดไปก่อนหน้านี้ว่า ที่มีหลายคนพูดถึงการใช้อำนาจแบบสมบูรณาญาสิทธิ์ (หรือการปกครองด้วยความกลัว) ของวชิราลงกรณ์นั้น #เป็นความจริงแต่ยังมีความจำกัด คือที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ จะเห็นว่า ลักษณะการใช้อำนาจดังกล่าว ยังจำกัดอยู่กับเรื่องที่เกี่ยวกับกษัตริย์โดยตรง ตั้งแต่กรณีมาตราในรัฐธรรมนูญที่ให้แก้, การขโมยหมุดคณะราษฎร-วางหมุดหน้าใส มาถึงการสร้างอาณาจักร "ราชการในพระองค์", การกินรวบ ("ปล้น") ทรัพย์สินแผ่นดินมูลค่าล้านล้านบาท (กรณีทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์), และเรื่องการลงโทษคนที่ทำงานเกี่ยวกับกษัตริย์โดยตรง (จุมพล ถึง ดิสธร และกรณีเล็กๆลงไปอีกนับไม่ถ้วน)
onsdag 28 april 2021
สมาคมนักเขียนสากล "PEN" เรียกร้องให้ไทยยกเลิกและยุติการดำเนินคดี ม. 112
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
Yesterday at 4:00 AM ·
เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 64 สมาคมนักเขียนสากล “PEN International” ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการบังคับใช้ข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของทางการไทยเพื่อดำเนินคดีประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมและวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสันติ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ยุติการดำเนินคดี ปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังโดยมิชอบจากข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ และออกมาตรการป้องกันการฟ้องเพื่อ “ปิดปาก”
.Salil Tripathi ประธานคณะกรรมการนักเขียนที่ถูกคุมขัง ของสมาคมนักเขียนสากล ระบุว่า ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น มีการตีความและนำมาใช้ได้อย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ยังถูกนำมาใช้อย่างพลการเพื่อดำเนินคดีต่อคนที่แสดงออกทางความคิดเห็น เป็นการสร้างความหวาดกลัว และการคุกคามต่อนักเขียน นักข่าว และนักวิชาการ ซึ่งการที่รัฐบาลไทยดำเนินคดีต่อคนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลแสดงให้เห็นว่า ทางการไทยไม่ใส่ใจเรื่อง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และประมวลกฎหมายมาตรานี้ ยังกลายเป็นเครื่องมือที่ปฏิบัติกับผู้คนในสังคมให้กลายเสมือนว่าเป็นเด็ก (infantilize) ซึ่งเป็นการไม่ให้ความเคารพต่อสังคมไทย
.ทางสมาคมนักเขียนสากล จึงเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองที่แสดงออกทางความคิดเห็นอย่างสันติ และตรากฎหมายที่จะเปลี่ยนแปลงข้อหานี้เพื่อป้องกันการใช้ฟ้องปิดปาก หรือ Strategic Lawsuit Against Public Participation(SLAPP)
.สมาคมนักเขียนสากล ยังย้ำถึงข้อเรียกร้องของ นายเดวิด เคย์ ผู้รายงานพิเศษด้านการส่งเสริมและคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็น (UN Special Rapporteur on the promotion and protection of the right to freedom of opinion and expression) ซึ่งเคยส่งต่อรัฐบาลไทยเมื่อปี 2560 เรื่องการเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีด้วยข้อหานี้ ซึ่งชี้ว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น ขัดแย้งกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และข้อหานี้ถูกบังคับใช้โดยไม่ได้สัดส่วน ซึ่งขัดแย้งกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) มาตรา 9 และ 19 ซึ่งประเทศไทยเข้าเป็นรัฐภาคีในสนธิสัญญาฉบับนี้ตั้งแต่ปี 2539
.จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หลังการกลับมาบังคับใช้ข้อหา หมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวกฎหมายอาญามาตรา 112 อีกครั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 พบว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองแล้ว 88 ราย ใน 81 คดี ซึ่ง ณ วันที่ 26 เมษายน 2564 มี 9 ราย ที่ยังถูกคุมขังระหว่างการพิจารณา ในคดีตามมาตรา 112 ได้แก่
.กลุ่มนักเขียนและกวี 3 คน ได้แก่ อานนท์ นำภา ซึ่งถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาดังกล่าวอยู่ 11 คดี และพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ผู้เริ่มอดอาหารประท้วงตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 64 เพื่อเรียกร้องให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวคนที่ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี ทั้งสองถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีมาแล้ว 78 วัน
.ส่วน สมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้เคยยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือมาที่ PEN เพิ่งได้รับการปล่อยชั่วคราวหลังถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีมาทั้งหมด 74 วัน
.กลุ่มศิลปินนักร้อง 2 ราย ได้แก่ ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ “แอมมี่” นักร้องจากวง The Bottom Blues และปริญญา ชีวินกุลปฐม หรือ “พอร์ท” จากวงดนตรี “ไฟเย็น” ทั้งสองถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีมาแล้ว 55 วัน และ 52 วัน ตามลำดับ
.รวมทั้ง ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม ศิลปินหมอลำ ได้รับการปล่อยชั่วคราวหลังถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีมาทั้งหมด 60 วัน
.นอกเหนือจากการดำเนินคดีด้วยข้อหามาตรา 112 แล้ว อีกหนึ่งความกังวลของสมาคมนักเขียนสากล คือความเสื่อมถอยของสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ด้วยการฟ้อง “ปิดปาก” (SLAPP) ด้วยข้อหาทั้งทางแพ่งและอาญา เพื่อปรามปรามการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเห็นได้จากกรณีที่นักวิชาการถูกดำเนินคดีด้วยประมวลกฎหมายแพ่ง และงานวิชาการถูกเซนเซอร์ ในกรณีของณัฐพล ใจจริง และถูกมหาวิทยาลัยยกเลิกสัญญาจ้าง ในกรณีของเดวิด สเตร็คฟัสส์
.ในกรณีแรกคือ วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของณัฐพล ใจจริง ที่ถูกร้องเรียนโดยนักวิชาการอีกคนหนึ่ง ทำให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งผลสรุปคือข้อผิดพลาดนั้นไม่ได้มีเจตนา และไม่ส่งผลกระทบต่อประเด็นใหญ่ของวิทยานิพนธ์แต่อย่างใด แต่ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังคงสั่งห้ามการเข้าถึงวิทยานิพนธ์ดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 64 ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากณัฐพลและสํานักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน อ้างว่าจงใจก่อให้เกิดความเสียหายต่อตระกูลของตน
.อีกหนึ่งกรณีคือ เดวิด สเตร็คฟัสส์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้อหาหมิ่นสถาบันกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และผู้เขียนหนังสือ “Truth on Trial in Thailand” ถูกมหาวิทยาลัยขอนแก่นยกเลิกสัญญาจ้าง เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 64 หลังจากมีตำรวจบางหน่วยงานแจ้งกับฝ่ายธุรการว่า เขาไปมีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมือง
.อ่านบนเว็บไซต์: https://tlhr2014.com/archives/28791




