söndag 30 september 2018

เรื่องหมอหยองใครสั่งฆ่า ?

"หมอหยอง:วังไทยเครื่องในเน่ายังจะเอากันตายอีกหลายตลบ"สุริยัน อริยวงศ์โสภณ

 ข่าวลับกรองแล้ว 1 พฤศจิกายน 2558 

"หมอหยอง:วังไทยเครื่องในเน่ายังจะเอากันตายอีกหลายตลบ"
สืบความลับจับมาตีแผ่เผยแพร่เป็นประจำในขบวนการประชาธิปไตยไทยในสแกนดิเนียเวียโดยกลุ่มเสียงประชาชนไทย(สปท.)  http://thaiscandemo.blogspot.com/
*ทำไมหมอหยองและทีมงานจึงถูกกวาดล้างอย่างหฤโหด? ใครเป็นคนทำ? และทำไมจึงต้องทำอย่างนี้?...ไม่ต้องถามเพราะคนที่ทำไม่บอกและก็บอกแล้วว่าห้ามถาม!! เพราะเป็นเรื่องของมือที่มองไม่เห็นที่มีหลายมือ...คำตอบมีเพียงว่า "วังไทยเครื่องในเน่ายังจะเอากันตายอีกหลายตลบ" แต่ก่อนจะถึงมือที่มองไม่เห็นในฐานะคนสั่งการจะตายชาวบ้านทั้งเหลืองทั้งแดงจะต้องตายกันก่อนอย่างที่เห็น
*นามสกุล "วารุณประภา" ก็ไม่ใช่เล็กๆ แต่ก็ต้องไปรับศพ พ.ต.ต.ปรากรม  คนในครอบครัวอย่างโศกเศร้าและห้ามทุกคนในครอบครัวพูด  ในเงื่อนไขต้องรีบเอาไปเผาทันทีจึงจะรับไปได้, ส่วนศพ พลตรี พิสิฐศักดิ์ เสนีวงศ์ ณ อยุทธยา ในฐานะราชองครักษณ์ใกล้ชิด,เห็นนามสกุลก็รู้เป็นสายพันธุ์เจ้าเหลืองก็ยิ่งหนักใหญ่, อ้างว่าฆ่าตัวตายเอง, อย่าว่าแต่ไม่มีใครในครอบครัวที่จะกล้าพูดแม้แต่ข่าวหนังสือพิมพ์ที่เป็นทางการก็ไม่ให้ลงทั้งๆที่ยศและตำแหน่ง, เครื่องราช, สายสกุลต้องได้รับพระราชทานเพลิงศพก็ต้องเผากันอย่างเงียบๆ
*ใกล้ครบรอบปีการกระโดดตึกตายในค่ายทหาร (ตามข่าว)  ของ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ยศสูงระดับ ผบก.1 กองปราบสายตรงของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่จับนายแต่ลูกน้องก็ต้องไปกระโดดตึกตายทันทีและก็นำไปเผาในวันนั้นทันทีสูตรเดียวกันกับ พ.ต.ต.ปรากรม คือญาติๆไม่กล้าถามและไม่กล้าสงสัย
*ตาสว่างกันหรือยังเสื้อเหลืองเพื่อน หมอหยอง และ เพื่อนปรากรม?...ยังอยากจะตายตามไปรับใช้เจ้าในชาติหน้ากันอีกใหม?

*สำหรับเสื้อแดงชัดแล้ว ต้องเปลี่ยนระบอบ เท่านั้นชีวิตคนไทยจึงจะดีขึ้น...เสื้อเหลืองส่วนหนึ่งคงตาสว่างแต่อีกส่วนยังแกล้งโง่แต่คงแกล้งโง่ได้อีกไม่นานก็ต้องเห็นความจริงว่าในครอบครัวอลเวงนี้เลวทุกคน "เห็นประชาชนผู้เสียภาษีเลี้ยงตัวเองเป็นข้าทาส"...เห็นข้าทาสที่รับใช้ใกล้ชิดเป็นมดปลวก...ใช้ให้ไปหาเงินมาถวายมีปัญหาก็ฆ่าทิ้ง...แม้แต่คนที่เข้ามาเป็นเมียเป็นผัวก็ไม่เว้น วันนี้ศพหมอเก้ง ผัว จุฬาภรณ์ ยังหาทรากไม่เจอแต่ก็ช่วยกันตอแหลด้วยจงรักภักดีว่า "ยังไม่ตายบวชพระอยู่ที่นั่นอยู่ที่นี่!!" แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยมีข่าวจริงรอดมาให้เห็นเลย

*ถ้าไม่รู้ว่าเขาหาเงินกันอย่างไรให้พลิกไปอ่านข่าวลับกรองแล้วเมื่อ 1ธันวาคม2557 สปท.เคยจำแนกไว้แล้ว(กดลิ้งดูใหม่ยังทันสมัย)
-------------

ข่าวลับกรองแล้ว 1 ธันวาคม 2557
-------------
*สปท.บอกให้เอาบุญสำหรับทหารตำรวจเหลืองที่ยังหน้ามืดตาบอดต้องการจะรับใช้หาเงินถวายแล้วไม่ต้องตาย, แบบนี้ไม่มีอันตรายถึงชีวิตคือ (1) หาส่งส่วยตามระบบคือเก็บส่วยหวย, บ่อน, ซ่องกระหรี่ จากสถานีตำรวจระดับอำเภอส่งขึ้นจังหวัด, ภาค, จนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ผบ.ตร.,ผบ.ชน.นำขึ้นถวายทุกพระองค์ (หากมีการโกงกันบ้างในเส้นสายข่าวรั่วบ้างแต่ไม่ถึงคนรับสูงสุดก็ไม่เป็นไร) และท่านทุกพระองค์ก็จะช่วยคุ้มครองให้ทุกคนที่ช่วยเก็บส่วยถวายได้มีอยู่มีกินอิ่มหนำสำราญแบ่งส่วนกันไปด้วย การไม่อนุญาติให้ทุกรัฐบาลนำหวยใต้ดินขึ้นบนดินและไม่อนุญาติให้เปิดบ่อนคาสิโนที่ถูกต้องตามกฎหมายเหมือนประเทศทั่วไปเพราะจะทำให้ทุกคนขาดรายได้ (เจ้ามือหวยขนาดเล็กตามอำเภอต้องจ่ายมือละ 30,000-50,000 บาท ต่อเดือน,ส่วนมือใหญ่ต้องแสนขึ้นอำเภอหนึ่งมีเจ้ามือ 5-8ราย)/ (2) จัดตีกอล์ฟ, จัดกีฬาต่างๆรายได้ถวายเป็นพระราชกุศล  (3) พ่อค้านายทุนแบ่งกำไรที่ตราครุฑหน้าบริษัทช่วยให้เสียภาษีน้อยลงก็จะนำเงินไปถวายแล้วก็ได้ออกข่าวทีวีสองทุ่ม

*การหาเงินที่เป็นอันตรายและต้องระวังและตายมาหลายคนแล้วคือการจัดหาเงินเพียงต่อเดียวแล้วทูลเกล้าถวายเลยเพราะตรวจสอบการอมและเกิดการระแวงได้ง่าย, ก่อนหน้านี้ก็มีตายเซ่นสังเวยให้เห็นแล้วเช่น นาย ประเสริฐ วงศ์ลาวัลย์ ทั้งๆที่หนีไปบวชแล้วก็ถูกสังหารในผ้าเหลืองทิ้งศพไว้ที่จังหวัดชัยนาทเมื่อ 18 กันยายน 2552 (ถามอากู๋เกิลดูได้) หรือล่าสุดการตายของ 'เสี่ยอู๊ด' นายสิทธิกร บุญฉิม นักสร้างพระคนดังที่มีผลงานล่าสุดคือสร้าง'พระสมเด็จเหนือหัว' ขายทุกส่วนราชการและทุกรัฐวิสาหกิจ, ก็ต้องติดคุกสังเวยแบบเดียวกับหมอหยองเพราะอมหัวคิวมากไปแต่ถวายทูลเกล้าน้อยและสุดท้ายก็ต้องจบชีวิตอย่างมีปริศนา (หลังออกจากคุก) ในโรงแรมที่จังหวัดพิษณุโลก, หรือแม้แต่ท่านผู้หญิงวิริยา ที่จัดหาเงินถวายเป็นประจำตามสั่งก็ถูกขับไล่ไม่ให้เข้าวังเมื่อไม่พอพระทัยและระแวงตามคำเพ็ดทูลของขี้ข้าด้วยกันเป็นต้น, การหาเงินที่รับจากผู้จ่ายสายตรงต่อเดียวถึงผู้รับเลยนี้อันตรายมากถ้าพลาดหรือผิดอารมณ์เป็นตายหรือติดคุกมืดอย่างทรมานดังเช่นหมอหยองและพรรคพวกวันนี้ (แต่สำหรับผู้ที่มีเกราะคุ้มกันชั้นท่านผู้หญิงหรือวรชายาก็อาจจะรอด)

*วิธีหาเงิน "แนวพระราชนิยม" ที่ทำกันทุกคนในครอบครัวอลเวง คือตั้งมูลนิธิสารพัดมูลนิธิเพื่อทำการค้าและรับเงิน (บีบ) บริจาคเพื่อการกุศล (บังหน้า) และการจัดโครงการกิจกรรมตามพระราชประสงค์ซึ่งลักษณะนี้กำลังเป็นที่นิยมของบรรดาไพร่, หมอดูและพวกทรงเจ้าเข้าผีที่เห็นช่องทางเพราะบรรดา มรว.,มล.เชื้อพระวงศ์ทั้งหลายส่วนมากจะหน้าบางไม่กล้าเข้าพบเพื่อตบทรัพย์บรรดาเจ้าสัว,ดังนั้นวันนี้รอบๆทุกพระองค์แม้แต่เทพถ่างในส่วนงานหาเงินขึ้นทูลเกล้าก็จะมีพวกนามสกุลไพร่เปลี่ยนใหม่ดึงกันเป็นสายเข้ามารับใช้ใต้เบื้องยุคลบาทเป็นแถวเป็นทิวซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นละครสมบทบาทตามแต่พระทัยประสงค์ (สอพลอ) ถึงขนาดประทับทรงได้ทุกรัชกาล (รัชกาลที่ 9 ถ้าไม่มีการกวาดล้างหมอผีความงมงายคงได้ประทับทรงเร็วๆนี้)
*ก่อนหมอหยองจะโด่งดังถึงขนาดเจ้าสัวซีพีและเบียร์ช้างต้องเอาเงินไปถวายผ่านพร้อมกราบไหว้หมอหยองต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ
ว่าที่รัชกาลที่10 ก็หากินรับงานประทับทรงตั้งศาลพระพรม, ดูฮวงจุ้ยทั้งในไทยและอาเซี่ยนแม้แต่บริษัทกาแฟดาวเรืองในลาวยังเคยพึ่งบารมี 'เทพหยอง' ,เมื่อไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆถึงขั้นหมอบคลานปัดละอองธุลีที่พระเกือกฟ้าชายได้, มีหรือที่ตำรวจทหารจะไม่หวังพึ่งเทพหยองในการถวายเงินเพื่อเลื่อนยศ

*หมดหมอหยองยังมีอีกหลายหมอทั้งที่อยู่รอบตัวทุกพระองค์และพร้อมจะเดินเข้าไปตายใหม่อีก  เพราะความหอมของผลประโยชน์และอำนาจที่อบอวลอยู่ในวัง,และยิ่งได้นายกฯโง่ๆแบบประยุทธ์ที่พร้อมจะปิดประเทศเพื่อปกป้องครอบครัวอลเวงก็ยิ่งเป็นหลักประกันในผลประโยชน์ของพวกไพร่ที่สอพลอเพราะหมายถึงเม็ดเงินงบประมาณจำนวนมากที่ คสช.จะประเคนไปให้วัง  เพื่อทำโครงการเหลวไหลต่างๆซึ่งแม้จะเสี่ยงภัยแต่กำไรสูงจึงจูงใจมาก

*อำนาจมาก, ผลประโยชน์มาก, งมงายมากและห้ามตรวจสอบจากสาธารณะคือลักษณะพิเศษของวังไทย ซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งของแต่ละวังของทุกคนในครอบครัวอลเวงรวมทั้งขี้ข้าที่ต่างวังก็ทะเลาะกัน...รายงานข่าวจากชั้นในว่า..จะมีใบปลิวบัตรสนเท่ห์ของขี้ข้าที่ด่าแทนนายและด่ากันเองว่อนข้ามวังกันทุกวันดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดเหตุที่ผิดปกติเช่นการจับกุมและสังหารโหดในราชสำนักซึ่งได้กลายเป็นตัวเร่งให้ประชาชนต่าสว่างอย่างรวดเร็วและอย่างมีประสิทธิภาพ

*ทำไมต้องสังหาร?...เพราะรู้เรื่องเน่าๆในวังมากและเคยไว้วางใจให้ไปทำเรื่องเน่าๆนั้นด้วยเมื่อเกิดปัญหาเจ้าไม่พอใจจะต้องดำเนินคดีก็กลัวว่าพวกนี้จะปากสว่างแล้วไปทำให้แล้วไปทำให้ประชาชนตาสว่าง

*เกิดการรัฐประหารเพื่อราชสำนักไม่ถึง 6 เดือนก็เกิดการกวาดล้างในราชสำนักกรณี ศรีรัศมิ์-พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ จนถึง นายบุญธรรม บุญเทพประทาน (ป๋าชื่นไพร่คนดังย่านพระราม 9 ) ต้องติดคุกคดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติเขาเทพประทาน อ.ปากช่องและพ่วง 112 ด้วยคงจำกันได้,พอเริ่มขึ้นปีที่ 2 ของ คสช.ก็เกิดคดีไพร่หมอหยองและพวกขึ้นอีก...อย่างนี้ คสช.จะตอบคำถามสังคมอย่างไรเพราะการรัฐประหารไม่ได้ทำให้ราชสำนักมั่นคงขึ้นเลย

*นับแต่นี้ไปเรื่องเน่าที่หลากหลายแนวจะปรากฎขึ้นเรื่อยๆเพราะการแตกร้าวในวังใกล้ถึงจุดแตกหักและยิ่ง คสช.ใช้อำนาจเถื่อนโดยใหทหารมือสังหารเข้าไปจัดการกับผู้ต้องหาตามความประสงค์ของราชสำนักโดยผิดกฎหมายและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างป่าเถื่อนทั้งตำรวจ, ศาลและทหาร ร่วมมือกันหมดต่างประเทศก็ยิ่งต่อต้าน,ราชสำนักก็จะยิ่งพังทะลายเพราะกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีของนานาชาติ,และเมื่อประธานใหญ่ใกล้สิ้นใจนับแต่นี้เหตุการณ์ต่างๆก็จะถาโถมมากยิ่งขึ้น...ภาวะอาการป่วยที่รักษาไม่ได้เช่นนี้หมอไทยแผนโบราณวินิจฉัยโรคว่าเป็นโรคน้ำเหลืองเสียเครื่องในเน่าจะมีอาการผุผองเกิดขึ้นตามร่างกายเรื่อยๆจนเน่าตายไป...แต่อีกไม่นานมันจะพุผองที่ตาทั้งสองข้างวันนั้นก็จะเห็นคนชั้นสูงสูงตายและติดตะรางกันแทนไพร่กันบ้างซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ที่มากับการรัฐประหารซ้อนในภาวะที่มีวิกฤติการตายของกษัตริย์ภูมิพล...อีกไม่นานอีกไม่นาน!!

*ข่าวหมอหยองนอกจากจะเป็นอันตรายต่อราชสำนักแต่ก็มีผลดีคือทำให้เปลี่ยนความสนใจลืมเรื่องของประธานคณะกรรมการงมงายแห่งชาติที่นอนหมดสภาพอยู่ที่ศิริราชชั้น 16 ไปได้ชั่วครู่ใหญ่ๆ...แต่สปท.ไม่เคยลืมเพราะหัวใจของวิกฤติอยู่ที่นั่นและทันทีที่เป่าแตรสังเพลงธรณีกรรแสงจะเห็นการเปลี่ยนฝักเปลี่ยนฝ่ายกันยุ่งเหยิงอินุงตุงนังกันในวันนั้น,การจัดขั้วอำนาจใหม่ใครจะฟัดใครจะหนักหน่วงกว่าที่ฟัด พงศ์พัฒน์ กับ หมอหยองและ ปรากรม กันในวันนี้

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar