onsdag 20 november 2019

ใบตองแห้ง: บิดเบือนความชอบธรรม

ใบตองแห้ง
ซูเปอร์โพลอ้างว่า ประชาชน 84.8% เชื่อนักการเมืองแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเปิดช่องโกง โดยอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ที่ห้าม ส.ส.แปรญัตติเอางบเข้าพื้นที่ตัวเองหรือมีส่วนใช้งบ

นี่เป็นการบิดเบือนอย่างอุบาทว์ คงคิดว่าสังคมโง่บัดซบ มองข้ามระบบรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย 244 ส.ว.ตู่ตั้ง + 6 ผบ.เหล่าทัพ โหวตตู่กลับมาเป็นนายกฯ เอาเปรียบอีกฝ่ายตั้งแต่ยังไม่เลือกตั้ง แค่หลอกประชาชนว่ามีการแข่งขัน หลอกให้ไปหย่อนบัตรเลือกตั้งรับรองการสืบทอดอำนาจ
รัฐธรรมนูญ 2560 มาจากการวางหมากของรัฐประหาร ตั้งสมุนมาร่างเอง มัดมือทำประชามติ ใช้ สนช.ตั้งองค์กรอิสระ ศาล รัฐธรรมนูญ กกต. ป.ป.ช. คตง. แล้วยกยอว่านี่คืออำนาจตรวจสอบอันสูงส่งเป็นกลางเป็นธรรม
ตรวจสอบกันเองทำลายฝ่ายตรงข้าม แล้วยังอ้างว่ารัฐธรรมนูญปราบโกง นักการเมืองจะเข้ามาโกง จึงอยากแก้รัฐธรรมนูญ โดยไพล่ไปอ้าง “ข้อดี” มาตรา 144 ซึ่งเป็นจุดเล็กนิดเดียว ที่เขียนขึงขังไปอย่างนั้น ไม่มีผลในความเป็นจริง

ยุคนี้ใครมันจะโง่ โกงผ่านแปรญัตติ ก็ตั้งงบมาจากรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม หรือใช้งบกลางยิ่งสะดวก การอ้างมาตรา 144 ป้องกันนักการเมืองโกง นอกจากแหกตา ยังจงใจบิดเบือน

ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 35 ล้านคน ไม่ได้เลือกรัฐบาล เพราะมี 250 ส.ว. “ไส้ติ่ง” ที่ประชาชนไม่ได้เลือกเป็นผู้กำหนด ระบบเลือกตั้งก็เฮงซวย บังคับบัตรใบเดียว ต่างเขตต่างเบอร์ ผลนับคะแนนเป็นที่ข้องใจว่าไม่โปร่งใส ใช้สูตรทศนิยมให้พรรคที่ได้ 3-4 หมื่นเป็น ส.ส. แต่คะแนน 5-6 แสนตกน้ำหาย ฯลฯ

แล้วซูเปอร์โพลไปเอามาจากไหนว่า ประชาชนไม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นความต้องการของนักการเมืองมากกว่า

สำรวจความเห็นคนไม่ไปเลือกตั้ง หรือพวกเชียร์รัฐประหาร เท่านั้นกระมัง เพราะคนไปเลือกตั้งย่อมไม่พอใจกติกาที่ตัวเองไม่ได้เลือกรัฐบาล ที่ด่านักการเมืองวางอำนาจ หาผลประโยชน์ ฝ่ายค้านหาได้หรือ ฝ่ายรัฐบาลต่างหาก ที่กร่าง ไม่ต้องเกรงใจประชาชน ทั้งที่เสียงปริ่มน้ำ เพราะรู้ว่ายังไงประยุทธ์ก็อยู่นาน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลอยากทำอะไรก็ได้ ต้องโทษค้ายาเสพติดในต่างประเทศก็ยังเป็นรัฐมนตรีได้ ครอบครองที่ ภบท. 5 กว่า 1,700 ไร่ก็ท่าจะไม่ผิด
ที่อุตส่าห์เขียนมายาว ไม่ใช่ให้ราคาซูเปอร์โพล แต่นี่เป็นภาพสะท้อนความต้องการของรัฐบาลประยุทธ์ ซึ่งทางหนึ่งก็พยายามเอาข้างเข้าถู บิดเบือนความชอบธรรม เช่นไปราชบุรีก็อ้างเป็นนายกฯ จากเลือกตั้ง ส.ว.ไม่ทันโหวตก็เป็นนายกฯ ก่อน
อีกทางหนึ่งก็พยายามบอกว่าความชอบธรรมไม่สำคัญเท่าปากท้อง อย่าลุกขึ้นมาเรียกร้องความชอบธรรมเดี๋ยวจะเกิดความวุ่นวาย ขัดแย้งจลาจลเหมือนฮ่องกง ที่คนชั้นกลางไทยพากัน RIP ร้านอาหารดัง ๆ ปิดตัวเองแล้วก็ด่าม็อบ ทั้งที่พวกตัวเองก็เคยปิดเมืองจนเศรษฐกิจฉิบหายวายป่วง
ซูเปอร์โพลก็อ้าง ชิมช้อปใช้เข้าถึงประชาชน 21.9 ล้านคน แก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าถึงประชาชนแค่ 7.8 ล้านคน ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน รัฐบาลก็จะอ้างอย่างนี้ ประชาชนต้องการบัตรคนจน ชิมช้อปใช้ ชิงโชคร้อยเดียวเที่ยวทั่วไป เดี๋ยวลดค่ารถไฟฟ้า ประกันราคาข้าวยางปาล์ม โดยไม่ต้องสนใจว่าประชาชนมีอำนาจเลือกรัฐบาลหรือไม่ การเลือกตั้งไม่โปร่งใส อำนาจตรวจสอบพวกเดียวกัน ใช้ทำลายฝ่ายตรงข้าม ยุบพรรค ตัดสิทธิ ฯลฯ ช่างมันเถอะ ขอให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือ มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
อย่าลุกขึ้นมาต่อสู้กับความไม่ชอบธรรม เดี๋ยวบ้านเมืองจะวุ่นวาย เดือดร้อนไปใหญ่ ทน ๆ ไป ยอมให้ทำลายความชอบธรรมลงไปเรื่อย ๆ

มองในแง่นี้ ซูเปอร์โพลก็ไม่ไร้เหตุผลเสียทีเดียว เพราะสะท้อนสังคมเสื่อมทราม เมินเฉยความถูกต้องชอบธรรม ต่างคนต่างทำมาหากิน

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar