lördag 30 november 2019

Update #คดีเกี่ยวกับเจ้าและผู้ต้องหาเป็นคนสำคัญ #มีเส้นสายใหญ่โตแบบคุณสุวิทย์ #มิหนำซ้ำ #ตำรวจกลับไม่ตั้งข้อหา112ด้วย,,( ?),



กระทู้ที่แล้วเรื่องจับคุณสวิทย์ ผมรีบเขียน เพราะกว่าจะกลับบ้านมาเขียนได้ เห็นว่าดึกมากแล้วของเวลาไทย (ถ้าใครขยันดูประวัติการแก้ไขกระทู้ จะเห็นว่า ผมมีการแก้ไข เรียบเรียงข้อความใหม่บางจุดหลายครั้งอยู่ เพราะพยายามให้ชัดเจนรัดกุมขึ้น แต่ก็อาจจะยังอ่านยากสำหรับบางคนอยู่)
ในที่นี้ ผมสรุปให้ดูง่ายๆขึ้น (หวังว่าอ่ะนะ) ดังนี้

(1) #คดีเกี่ยวกับเจ้าและผู้ต้องหาเป็นคนสำคัญ #มีเส้นสายใหญ่โตแบบคุณสุวิทย์ (หรือนึกถึงกรณีหมอหยองหรือพวกอัตรพงศ์ปรีชาที่คล้ายกัน) ลำพังตำรวจ ไม่กล้าตัดสินใจดำเนินการอะไรเองแน่นอนครับ (ยิ่งประเภททำขึงขัง เอาคอมมานโดไปบุกพังกุฏิอย่างที่เห็น)

(2) #มิหนำซ้ำ #ตำรวจกลับไม่ตั้งข้อหา112ด้วย ทั้งที่ถ้าเป็นคดีแบบเดียวกันที่ผ่านมา ต้องมีการตั้งข้อหานี้ และมีการแจ้งความ 112 ไว้แล้วด้วย ตำรวจก็ไม่กล้าตัดสินใจดร็อปข้อหานี้ไปเองแบบนี้ (คดี 112 นั้น ที่ผ่านมา ตำรวจไม่กล้าดร็อปไปง่ายๆอยู่แล้ว ต้องทำแบบเกินไว้ก่อน คนพูดถึงกษัตริย์ตายไปแล้วเป็นร้อยปี ยังต้องทำไปเผื่อไว้) อันที่จริง แต่ไหนแต่ไร ทิศทางใหญ่เกี่ยวกับการใช้ 112 จะใช้มากน้อยอย่างไร ก็ไม่ใช่การตัดสินใจระดับรัฐบาล แม้แต่รัฐบาล คสช. แต่เป็นอะไรที่ต้องประสานถามไถ่กับทางวัง ได้รับสัญญาณจากทางวัง คดีสุวิทย์ที่ไม่ตั้งข้อหา 112 แต่ใช้ข้อหาอื่นแทน เป็นไปตามทิศทางของวังระยะหลัง ที่พยายามให้เลี่ยงการใช้ 112 แต่ใช้ข้อหาอื่นที่โทษใกล้เคียงกันได้แทน หรือให้ "ดำเนินการไปตามเนื้อผ้า" ได้ (คือไม่ต้องเอาผิด 112 หมดทุกกรณี นึกถึงกรณีหญิงตาบอด หรือกรณีการตัดสินของศาลในบางคดีในเร็วๆนี้)
พุทธะอิสระไม่ได้ถูกตั้งข้อหา 112 แต่เรื่องนี้ค่อนข้างแน่ว่าเกี่ยวกับ 112 (วัง "ไฟเขียว" ให้เล่นงาน แต่ไม่ใช่ด้วย 112)
วันนี้ ผมอยู่นอกบ้านทั้งวัน ก็พยายามตามข่าว "พุทธะอิสระ" โดนจับและโดนสึก ปรากฏว่า ข่าวสับสนอยู่หลายชั่วโมงว่า ตกลงโดน 112 หรือไม่
สรุปคือ ไม่ได้โดน 112 แน่นอนครับ #แต่ ผมเชื่อว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับ 112 (วัง) ค่อนข้างแน่
ขอให้ดูรายงานไทยรัฐ ซึ่งดูเหมือนเป็นฉบับเดียว ทีมีการคัดเอาคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวนมาแบบคำต่อคำ
https://www.thairath.co.th/content/1290749
ข้ามไปดูตอนท้ายก่อนก็ได้ เพื่อยืนยันว่า ไม่ได้โดน 112
"พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาฐาน “ปลอมขึ้นซึ่งพระปรมาภิไธย และใช้พระปรมาภิไธยที่มีการปลอมขึ้น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 250, 252 ...."
แต่ความน่าสนใจของคำร้องฝากขัง และคิดว่า เป็นต้นเหตุที่ทำให้สื่อหลายฉบับรายงานสับสนอยู่หลายชั่วโมง คือดังนี้
ตอนต้น พนักงานสอบสวน เริ่มบรรยายว่า มีคนแจ้งความต่อพุทธะอิสระ ในข้อหา 112
"ทั้งนี้ คดีมีการ ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย.60 นายวิชัย ประเสริฐสุดสิริ ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ที่นำอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. และอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. มาประดิษฐานหลังองค์พระเครื่องโดยไม่ได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9...จึงร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ, ปลอมขึ้นซึ่งพระปรมาภิไธย และใช้พระปรมาภิไธยที่มีการปลอมขึ้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 250, 252"
มิหนำซ้ำ หลังจากบรรยายความเป็นมายืดยาวแบบนี้ และระบุด้วยว่า การแจ้งความมีข้อหา 112 ด้วย คำร้องฯยังบรรยายต่อว่า
"จากการสอบสวนพยานบุคคลเจ้าหน้าที่ #กรมราชเลขานุการในพระองค์ ยืนยันว่าผู้ต้องหาไม่ได้ขออนุญาตใช้พระปรมาภิไธยย่อ และอักษรย่อพระนามาภิไธย ตามพฤติการณ์และพยานหลักฐาน จึงยืนยันว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้สร้างพระนาคปรก อุดปรอท รุ่นหนึ่งในปฐพี ที่เป็นปัญหาในคดีนี้จริง #โดยไม่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญอักษรพระปรมาภิไธย และอักษรพระนามาภิไธยย่อ ไปประดิษฐานหลังองค์พระเครื่องดังกล่าว..."
ใครที่คุ้นเคยกับคดี 112 ที่ผ่านมา คงรู้ว่า ถ้ามีการบรรยายพฤติกรรมในลักษณะนี้ มามากมายถึงขนาดนี้ จะต้องลงเลยด้วยการที่ตำรวจตั้งข้อหา 112 เข้าไปในการจับและฝากขังต่อศาลแน่
(และนี่เองทำให้สื่อหลายฉบับสับสน รายงานว่าโดน 112 เพราะในคำร้องฝากขัง มีบรรยายเรื่องที่ปกติถือเป็นความผิด 112 เสียมากมาย แต่กลับลงเอย ไม่มีการฝากขังด้วยข้อหานี้)
....................
คดีนี้ ยังอยู่ในขั้นพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) ยังไม่ถึงอัยการ ดังนั้น คำสั่งเร็วๆนี้ ที่ให้รวมคดี 112 ในขั้นอัยการ ไปที่อัยการสูงสุดผู้เดียว เพื่อให้ทางวังสามารถประสานพิจารณาชี้นำได้โดยตรงและสะดวก โดยทางการคดีนี้จึงยังไม่เกี่ยวกับคำสั่งนั้น
แต่คดีซึ่งเกี่ยวกับเรื่องเจ้าอย่างสำคัญระดับนี้ มิหนำซ้ำ ยังมีการอ้างการ "สอบสวนพยานบุคคลเจ้าหน้าที่ กรมราชเลขานุการในพระองค์" การดำเนินการของตำรวจต้องมีการประสานกับทางวังแน่นอน
ยิ่งกว่านั้น ปกติ คดีในลักษณะนี้ อย่างน้อยที่สุด ตำรวจจะต้องตั้งข้อหา 112 ไว้ก่อนและ "เตะโด่ง" ไปให้ขั้นอัยการเป็นคนตัดสินใจอีกที คดีที่มีการบรรยายพฤติกรรมในลักษณะนี้ ไม่เคยมีที่ขั้นพนักงานสอบสวน จะมีการ "ดร็อป" ข้อหา 112 (ซึ่งคนแจ้งความได้แจ้งไว้แล้วด้วย) เสียเองแบบนี้
การที่ตำรวจ "ดร็อป" 112 ในคดีเรื่องอ้างเจ้าสำคัญแบบนี้นี่แหละ ผมจึงค่อนข้างมั่นใจว่า การเล่นงานพุทธะอิสระครั้งนี้ ได้รับการ "ไฟเขียว" หรือชี้นำจากวัง
นั่นคือ #เช่นเดียวกับคดีหญิงตาบอดมุสลิม ที่ผมเล่าให้ฟังเร็วๆนี้ (ใครยังไม่เคยอ่าน ดูที่นี่ https://t.co/giSVaeffRv) ทางวังไม่ต้องการให้ใช้ 112 ให้หาทางเลี่ยงไปใช้ข้อหาอื่นแทน
#แต่สาเหตุของการที่พุทธอิสระโดนเล่นงานในที่สุด #ก็น่าจะมาจากเรื่องที่เกี่ยวกับ112นี้เอง (การอ้างพระปรมาภิไธย) คือ "เสี่ย" เขาไม่ชอบเรื่องการ "อ้างชื่อ" จริง และดังนั้น จึงให้เล่นงานพุทธะอิสระในครั้งนี้

Image may contain: 7 people

*** คอนเฟิร์ม "เสี่ย" สั่งเล่นงานพุทธอิสระ ทั้ง ประวิตร วงศ์สุวรรณ และ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาขอโทษ "พระอาจารย์" และเรียกตำรวจไปตำหนิ กระทำการเกินเลย goo.gl/fBZT7A


*** มีข่าว พุทธอิสระ จะ"รับสารภาพ"ข้อหาปลอมแปลง"ภปร" ชวนให้นึกถึงพ่อแม่ศรีรัศมิ์, หมอหยองฯลฯ พอโดนจับ พากัน"รับสารภาพ"กันง่ายๆหมด แม่ศรีรัศมิ์ตอนโดนแจ้งความ ปฏิเสธเสียงแข็ง พุทธอิสระ ตอนโดนแจ้งความ ก็ออกมาโต้เสียงแข็งมาก ตอนนั้น เขาอ้างชื่อ "แก้วขวัญ วัชโรทัย" goo.gl/vazCWQ

(

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar